อีสุกอีใส (Chickenpox): สาเหตุ อาการ วิธีรักษา และการป้องกัน
- 18 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.
อีสุกอีใส (Chickenpox) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่เกิดจาก Varicella-Zoster Virus (VZV) พบบ่อยในเด็กแต่สามารถเกิดได้ทุกวัย จุดเด่นของโรคคือผื่นตุ่มน้ำที่คันทั่วตัวและติดต่อกันได้ง่ายมากทั้งทางอากาศและการสัมผัสน้ำในตุ่ม แม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายเองได้โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่ในบางกลุ่ม เช่น ผู้ใหญ่ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ โรคอาจรุนแรงกว่าปกติ บทความนี้อธิบายสาเหตุ การติดต่อ อาการ วิธีรักษา และการป้องกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้คุณดูแลตนเองและคนในครอบครัวได้อย่างถูกต้อง
อีสุกอีใสเกิดจากอะไร และติดต่อกันอย่างไร
อีสุกอีใสเกิดจากไวรัส Varicella-Zoster Virus (VZV) ซึ่งอยู่ในตระกูล Herpes เชื้อแพร่กระจายได้หลายทางและติดต่อง่ายมาก โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
ช่องทางการติดต่อ — ผ่านทางอากาศ: จากการหายใจเอาละอองฝอยของผู้ป่วยที่ไอ จาม หรือพูดคุยเข้าไป
การสัมผัส — จากการสัมผัสน้ำในตุ่มน้ำของผู้ป่วยโดยตรง
ระยะแพร่เชื้อ — ผู้ป่วยแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ 1–2 วันก่อนผื่นขึ้น จนกระทั่งตุ่มน้ำแห้งเป็นสะเก็ดทั้งหมด (ประมาณ 5–7 วัน)
ระยะฟักตัว — ประมาณ 10–21 วันหลังได้รับเชื้อ จึงจะเริ่มแสดงอาการ
อาการของอีสุกอีใส
อาการมักเริ่มจากอาการนำก่อนผื่นขึ้น แล้วจึงตามด้วยผื่นตุ่มน้ำที่มีลักษณะเฉพาะ
อาการนำ — มีไข้ต่ำ ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร และอ่อนเพลีย
การกระจายของผื่น — ผื่นตุ่มน้ำเริ่มจากลำตัวแล้วกระจายไปใบหน้า แขน และขา
ลักษณะเฉพาะ — ผื่นขึ้นเป็นระลอก (Crops) ทำให้เห็นผื่นหลายระยะพร้อมกัน ตั้งแต่จุดแดง ตุ่มนูน ตุ่มน้ำใส ตุ่มน้ำขุ่น จนถึงสะเก็ด
อาการร่วม — มักคันมาก และในผู้ใหญ่อาการโดยรวมมักรุนแรงกว่าในเด็ก
วิธีรักษาอีสุกอีใส
การรักษาส่วนใหญ่เป็นแบบประคับประคองเพื่อบรรเทาอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อน ยาที่ใช้ควรอยู่ในคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
ลดไข้ — ใช้ยา Paracetamol เพื่อลดไข้ (ห้ามใช้ Aspirin ในเด็ก เพราะเสี่ยงต่อ Reye's syndrome)
บรรเทาอาการคัน — ยาแก้แพ้กลุ่ม Antihistamines และโลชั่น Calamine ทาบรรเทาอาการคัน
ป้องกันแผลติดเชื้อ — ตัดเล็บให้สั้นเพื่อป้องกันการเกาจนเกิดแผลและติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน
ยาต้านไวรัส — ในกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น ผู้ใหญ่ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ แพทย์อาจพิจารณาสั่งยาต้านไวรัส Acyclovir เพื่อลดความรุนแรงและระยะเวลาของโรค
การป้องกันอีสุกอีใส
การป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือการฉีดวัคซีน ควบคู่กับการลดการแพร่เชื้อในช่วงที่ป่วย
วัคซีนในเด็ก — แนะนำฉีด 2 เข็ม โดยในเด็กฉีดที่อายุ 1 ปี และ 4–6 ปี
วัคซีนในผู้ใหญ่ — ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยเป็นและยังไม่มีภูมิคุ้มกัน ควรฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 4–8 สัปดาห์
ลดการแพร่เชื้อ — หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย และผู้ป่วยควรแยกตัวจนกว่าตุ่มน้ำจะแห้งเป็นสะเก็ดทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อย
อีสุกอีใสเป็นได้กี่ครั้ง? โดยทั่วไปเป็นได้ครั้งเดียว เพราะร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันหลังหายจากโรค อย่างไรก็ตามไวรัสจะหลบซ่อนอยู่ในเซลล์ประสาทและอาจกลับมาแสดงอาการเป็นงูสวัดได้ในภายหลัง
อีสุกอีใสอันตรายหรือไม่? ในเด็กสุขภาพดีมักไม่รุนแรงและหายเองได้ แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง ปอดบวม หรือสมองอักเสบ จึงควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
หญิงตั้งครรภ์เป็นอีสุกอีใสอันตรายหรือไม่? อันตรายมาก เพราะอาจส่งผลให้ทารกพิการแต่กำเนิดได้ ผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์จึงควรตรวจภูมิคุ้มกันก่อน และฉีดวัคซีนหากยังไม่มีภูมิ
ควรพบแพทย์เมื่อไร? ควรพบแพทย์หากมีไข้สูงมาก ผื่นลุกลามรุนแรง ตุ่มมีหนองหรือแดงร้อนมากขึ้น ซึมลง หายใจลำบาก หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง เพื่อรับการดูแลและพิจารณายาต้านไวรัสอย่างเหมาะสม
หากคุณหรือบุตรหลานมีอาการคล้ายอีสุกอีใส หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงและต้องการคำแนะนำเรื่องวัคซีน สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm เพื่อรับการวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสม
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569




ความคิดเห็น