
รอยแผลเป็นจากสิว (Acne Scars): ชนิด สาเหตุ และวิธีรักษา
- 6 เม.ย.
- ยาว 1 นาที
รอยแผลเป็นจากสิว (Acne Scars) เป็นปัญหาผิวหนังที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้ป่วยสิวจำนวนมาก พบได้ในผู้ที่เป็นสิวอักเสบรุนแรงถึง 95% รอยเหล่านี้เกิดจากกระบวนการซ่อมแซมผิวหนังที่ผิดปกติหลังจากการอักเสบของสิว ซึ่งมีหลายชนิดและต้องการวิธีรักษาที่แตกต่างกัน
ชนิดของรอยแผลเป็นจากสิว
รอยแผลเป็นจากสิวแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ รอยแผลเป็นแบบร่อง (Atrophic Scars) รอยแผลเป็นแบบนูน (Hypertrophic Scars / Keloid) และรอยดำหลังการอักเสบ (Post-Inflammatory Hyperpigmentation หรือ PIH)
รอยแผลเป็นแบบร่อง (Atrophic Scars) แบ่งเป็น 3 ชนิด: Icepick Scars คือรอยลึกแคบคล้ายรอยเข็มแทง พบมากที่สุด Boxcar Scars คือรอยตื้นกว้างคล้ายกล่อง และ Rolling Scars คือรอยนุ่มขอบลาดเอียงทำให้ผิวดูเป็นลอน
รอยแผลเป็นแบบนูน (Hypertrophic / Keloid Scars): เกิดจากการสร้างคอลลาเจนมากเกินไปในระหว่างการซ่อมแซม พบบ่อยในผิวคล้ำ รอยจะนูนและแข็ง
สาเหตุของรอยแผลเป็นจากสิว
รอยแผลเป็นเกิดจากกระบวนการอักเสบที่ทำลายคอลลาเจนในผิวหนัง ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของรอยแผลเป็น ได้แก่ การบีบหรือแกะสิว ความรุนแรงของสิว (โดยเฉพาะสิวก้อนและสิวซีสต์) การรักษาที่ล่าช้า พันธุกรรม และสีผิว โดยผิวคล้ำมีความเสี่ยงต่อ PIH มากกว่า
ทางเลือกการรักษารอยแผลเป็นจากสิว
การรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของรอยแผลเป็น ทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่:
เลเซอร์ (Laser Resurfacing): เลเซอร์ Fractional CO2 และ Erbium:YAG ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เหมาะกับ Boxcar และ Rolling Scars
ไมโครนีดลิ่ง (Microneedling): เข็มขนาดเล็กสร้างบาดแผลเล็กๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เหมาะทุกชนิดรอย
Chemical Peel: สารเคมีผลัดเซลล์ผิว ช่วยลดรอยตื้นและ PIH ต้องทำซ้ำหลายครั้ง
Dermal Filler: ฉีด Hyaluronic Acid ยกรอย Rolling และ Boxcar Scars ชั่วคราว
ยาทา: Retinoid ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ลด PIH ต้องใช้อย่างต่อเนื่องหลายเดือน
วิธีป้องกันรอยแผลเป็นจากสิว
การป้องกันที่ดีที่สุดคือรักษาสิวตั้งแต่เนิ่นๆ และห้ามบีบหรือแกะสิวเด็ดขาด เพราะจะเพิ่มการอักเสบและความเสี่ยงต่อรอยแผลเป็น นอกจากนี้ควรทาครีมกันแดด SPF 30+ ทุกวันเพื่อป้องกัน PIH ไม่ให้เข้มขึ้น
เกี่ยวกับ Siam Dermatology
Siam Dermatology คลินิกผิวหนังเฉพาะทาง มีเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยสำหรับรักษารอยแผลเป็นจากสิว ทั้งเลเซอร์ ไมโครนีดลิ่ง และ Chemical Peel โดยแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ บริการที่สมุทรปราการและกรุงเทพฯ โทร. 061 448 7000
เอกสารอ้างอิง
1. Fabbrocini G, et al. (2010). Acne scars: pathogenesis, classification and treatment. Dermatology Research and Practice, 2010, 893080.
2. Goodman GJ, Baron JA. (2006). Postacne scarring: a qualitative global scarring grading system. Dermatologic Surgery, 32(12), 1458-1466.
3. Layton AM, et al. (1994). Scarring in acne vulgaris: is it preventable? British Journal of Dermatology, 131(4), 1-6.
4. Bhargava S, et al. (2018). Microneedling with 1% clindamycin solution vs microneedling alone in acne scars. Journal of Cosmetic Dermatology, 17(3), 322-328.
5. American Academy of Dermatology (AAD). Acne scars: Overview. aad.org


ความคิดเห็น