
รอยแผลเป็นจากสิว (Acne Scars): ชนิด สาเหตุ และวิธีรักษา
- 19 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา
รอยแผลเป็นจากสิว (Acne Scars) เป็นปัญหาผิวหนังที่ส่งผลต่อความมั่นใจของผู้ป่วยสิวจำนวนมาก พบได้ในผู้ที่เป็นสิวอักเสบรุนแรงถึง 95% รอยเหล่านี้เกิดจากกระบวนการซ่อมแซมผิวหนังที่ผิดปกติหลังการอักเสบของสิว ซึ่งมีหลายชนิดและต้องการวิธีรักษาที่แตกต่างกัน บทความนี้อาจารย์แพทย์เฉพาะทางผิวหนังจะอธิบายชนิด สาเหตุ ทางเลือกการรักษา และการป้องกัน
ชนิดของรอยแผลเป็นจากสิว
รอยแผลเป็นจากสิวแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก:
รอยแผลเป็นแบบร่อง (Atrophic Scars): แบ่งย่อยเป็น Icepick (รอยลึกแคบคล้ายรอยเข็มแทง พบมากที่สุด), Boxcar (รอยตื้นกว้างคล้ายกล่อง) และ Rolling (รอยนุ่มขอบลาดเอียงทำให้ผิวดูเป็นลอน)
รอยแผลเป็นแบบนูน (Hypertrophic / Keloid Scars): เกิดจากการสร้างคอลลาเจนมากเกินไปในระหว่างการซ่อมแซม พบบ่อยในผิวคล้ำ รอยจะนูนและแข็ง
รอยดำหลังการอักเสบ (Post-Inflammatory Hyperpigmentation): รอยดำหลังการอักเสบ (PIH) พบบ่อยในผิวคล้ำและมักจางลงได้เมื่อดูแลอย่างเหมาะสม
สาเหตุของรอยแผลเป็นจากสิว
รอยแผลเป็นเกิดจากกระบวนการอักเสบที่ทำลายคอลลาเจนในผิวหนัง ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง ได้แก่:
แกะบีบสิว: การบีบหรือแกะสิว ซึ่งเพิ่มการอักเสบและความเสียหายของผิว
ชนิดของสิว: ความรุนแรงของสิว โดยเฉพาะสิวก้อนและสิวซีสต์
ปัจจัยอื่น: การรักษาที่ล่าช้า พันธุกรรม และสีผิว โดยผิวคล้ำมีความเสี่ยงต่อ PIH มากกว่า
ทางเลือกการรักษารอยแผลเป็นจากสิว
การรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของรอยแผลเป็น ทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่:
เลเซอร์ (Laser Resurfacing): เลเซอร์ Fractional CO2 และ Erbium:YAG ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เหมาะกับ Boxcar และ Rolling Scars
ไมโครนีดลิ่ง (Microneedling): เข็มขนาดเล็กสร้างบาดแผลเล็ก ๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เหมาะกับทุกชนิดรอย
Chemical Peel: สารเคมีผลัดเซลล์ผิว ช่วยลดรอยตื้นและ PIH ต้องทำซ้ำหลายครั้ง
Dermal Filler: ฉีด Hyaluronic Acid ยกรอย Rolling และ Boxcar Scars ได้ชั่วคราว
ยาทา: Retinoid ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ลด PIH ต้องใช้อย่างต่อเนื่องหลายเดือน
วิธีป้องกันรอยแผลเป็นจากสิว
รักษาสิวแต่เนิ่น ๆ: รักษาสิวตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อลดการอักเสบที่ทำลายคอลลาเจน
ไม่แกะบีบสิว: ห้ามบีบหรือแกะสิวเด็ดขาด เพราะจะเพิ่มการอักเสบและความเสี่ยงต่อรอยแผลเป็น
ป้องกันแสงแดด: ทาครีมกันแดด SPF 30+ ทุกวันเพื่อป้องกันไม่ให้รอยดำ (PIH) เข้มขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
รอยแผลเป็นจากสิวรักษาให้หายได้ไหม? รอยแผลเป็นส่วนใหญ่ทำให้ดีขึ้นได้อย่างชัดเจน แต่ผลลัพธ์ขึ้นกับชนิดและความลึกของรอย การรักษามักต้องทำต่อเนื่องหลายครั้งและเลือกวิธีให้เหมาะกับชนิดรอย
รอยดำหลังสิว (PIH) ต่างจากหลุมสิวอย่างไร? PIH คือรอยดำจากเม็ดสีที่มักจางลงได้เมื่อดูแลและป้องกันแดด ส่วนหลุมสิว (Atrophic scar) เป็นรอยบุ๋มจากการสูญเสียคอลลาเจน ต้องอาศัยเลเซอร์หรือไมโครนีดลิ่งช่วย
การบีบสิวทำให้เกิดหลุมสิวจริงไหม? จริง การบีบหรือแกะสิวเพิ่มการอักเสบและความเสียหายของผิว ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดรอยแผลเป็นและรอยดำมากขึ้น
วิธีไหนเหมาะกับหลุมสิวแบบ Rolling? หลุมแบบ Rolling และ Boxcar ตอบสนองดีต่อเลเซอร์ Fractional และไมโครนีดลิ่ง บางรายอาจใช้ Dermal Filler ช่วยยกรอยชั่วคราว โดยแพทย์จะประเมินให้เหมาะกับแต่ละราย
หากมีข้อสงสัยหรืออาการไม่ดีขึ้น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณ หากต้องการวางแผนการรักษาหลุมสิวหรือรอยดำที่เหมาะกับผิวของคุณ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569



ความคิดเห็น