top of page

แผลพุพอง (Impetigo) — ผิวหนังติดเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุ อาการ และการรักษา

  • 19 มิ.ย.
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา

แผลพุพอง (Impetigo) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังชั้นตื้นที่พบบ่อยที่สุดในเด็กอายุ 2-5 ปี เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus และ Streptococcus pyogenes โรคนี้ติดต่อได้ง่ายมากผ่านการสัมผัสโดยตรง หากไม่ได้รับการรักษาอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อลุกลาม การรู้จักอาการและเริ่มการรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงช่วยควบคุมโรคและป้องกันการแพร่กระจายในครอบครัวและโรงเรียนได้

แผลพุพองเกิดจากอะไร

  • เชื้อก่อโรค: Staphylococcus aureus และ Streptococcus pyogenes เป็นเชื้อหลักที่ก่อโรค

  • การแพร่เชื้อ: โรคติดต่อได้ง่ายมากผ่านการสัมผัสโดยตรงกับแผลหรือของใช้ที่ปนเปื้อน

  • กลุ่มเสี่ยง: พบบ่อยที่สุดในเด็กอายุ 2-5 ปี โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่แออัดหรืออากาศร้อนชื้น

อาการของแผลพุพอง

แผลพุพองแบ่งเป็น 2 ชนิดหลักตามลักษณะของแผล

  • Non-bullous Impetigo: เกิดตุ่มเล็ก ๆ แตกออกเป็นสะเก็ดสีน้ำตาลคล้ายน้ำผึ้ง มักเกิดที่ใบหน้าหรือรอบปาก เป็นชนิดที่พบได้บ่อย

  • Bullous Impetigo: เกิดตุ่มใสขนาดใหญ่แตกเป็นแผลอักเสบ เกิดจากเชื้อ Staphylococcus aureus ชนิดที่หลั่ง Toxin

การรักษาแผลพุพอง

การรักษาใช้ยาปฏิชีวนะเป็นหลักสำคัญ โดยเลือกตามความรุนแรงและจำนวนของแผล

  • ยาทาภายนอก: Mupirocin 2% ใช้ไม่เกิน 5-7 วัน หรือ Fusidic Acid สำหรับแผลพุพองเล็ก ๆ ที่ไม่รุนแรง

  • ยารับประทาน: Amoxicillin-Clavulanic acid หรือ Cephalexin รับประทาน 7-10 วัน สำหรับแผลพุพองหลายจุดหรือรุนแรง

การป้องกันแผลพุพอง

  • สุขอนามัยมือ: ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำ เพื่อลดการแพร่เชื้อ

  • ไม่แกะแผล: ไม่แกะสะเก็ดแผล เพราะทำให้เชื้อกระจายและแผลลุกลาม

  • หยุดพักเมื่อป่วย: นักเรียนที่ป่วยควรหยุดพักจนกว่าจะหาย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อในโรงเรียน

  • ของใช้ส่วนตัวและเล็บ: หลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกัน และตัดเล็บมือให้สั้นเสมอ เพื่อลดโอกาสเชื้อเข้าสู่ผิวหนัง

คำถามที่พบบ่อย

แผลพุพองติดต่อได้ไหม ติดต่อได้ง่ายมากผ่านการสัมผัสโดยตรงกับแผลหรือของใช้ที่ปนเปื้อน จึงควรล้างมือบ่อย ๆ ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน และให้เด็กที่ป่วยหยุดพักจนกว่าจะหายเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

แผลพุพองใช้ยาอะไรรักษา แผลเล็กที่ไม่รุนแรงใช้ยาทาภายนอก เช่น Mupirocin 2% ไม่เกิน 5-7 วัน หรือ Fusidic Acid ส่วนแผลหลายจุดหรือรุนแรงอาจต้องใช้ยารับประทาน เช่น Amoxicillin-Clavulanic acid หรือ Cephalexin นาน 7-10 วัน ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์

แผลพุพองพบบ่อยในใคร พบบ่อยที่สุดในเด็กอายุ 2-5 ปี โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่แออัดหรืออากาศร้อนชื้น แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถเป็นได้เช่นกันหากสัมผัสเชื้อ

แผลพุพองหายเองได้ไหม แผลเล็กบางรายอาจดีขึ้นได้ แต่เนื่องจากโรคติดต่อง่ายและอาจลุกลาม การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์ช่วยให้หายเร็วขึ้นและลดการแพร่เชื้อ หากแผลลุกลามหรือมีไข้ควรพบแพทย์

แผลพุพองเป็นโรคที่รักษาหายได้ดีเมื่อได้รับยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมและดูแลสุขอนามัยอย่างถูกวิธี หากบุตรหลานมีตุ่มหรือสะเก็ดที่ลุกลาม หรือแผลไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
รังแคเกิดจากอะไร? แพทย์ผิวหนังแยก 5 โรคที่คนไทยเรียกรวมกันว่า "รังแค"

รังแค (Dandruff) คือภาวะที่หนังศีรษะผลัดเซลล์เร็วผิดปกติจนเห็นเป็นขุยหรือสะเก็ดสีขาว-เหลือง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายต่อเชื้อรา Malassezia ที่อาศัยอยู่บนหนังศีรษะตามปกติ แต่ในห้องตรวจ คำว

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ