top of page

ไฝและกระ (Moles & Freckles) — ความแตกต่าง อันตราย และวิธีดูแลอย่างถูกต้อง

  • 6 เม.ย.
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 6 เม.ย.

ไฝบนหลัง Nevus ผิวหนัง

ไฝและกระเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยเป็นปฏิกิริยาบนผิวหนังทั่วไป แต่สิ่งที่น่ากังวลคือความเสี่ยงที่ไฝบางชนิดอาจเปลี่ยนแปลงเป็นมะเร็งผิวหนังชนิด Melanoma ซึ่งเป็นมะเร็งที่อันตรายหากไม่ได้รับการตรวจเจออย่างทันท่วงที

ไฝคืออะไร?

ไฝ (Nevus) คือการสะสมตัวของเซลล์สี Melanocyte ที่ผิวหนัง อาจเป็นไฝที่เกิดแต่กำเนิด (Congenital Nevus) หรือเกิดภายหลัง (Acquired Nevus) ส่วน กระ (Freckles) หรือ Ephelis เกิดจากการสะสมเมลานินในเซลล์ผิวหนังและไม่มีการเพิ่มจำนวนเซลล์ กระจะเข้มขึ้นเมื่อโดนแดดและจางลงในฤดูหนาว

วิธีสังเกตไฝอันตราย — ABCDE Rule

แพทย์ผิวหนังใช้หลัก ABCDE เพื่อประเมินความเสี่ยงของไฝ:

A (Asymmetry) = สองครึ่งไม่เท่ากัน | B (Border) = ขอบเขตไม่เรียบ | C (Color) = สีไม่สม่ำเสมอ หลายสี | D (Diameter) = เส้นผ่านเกิน 6 มิลลิเมตร | E (Evolving) = มีการเปลี่ยนแปลงในสี ขนาด หรือรูปร่าง

ไฝต่างจากกระอย่างไร?

ไฝมักมีสีน้ำตาลหรือดำ อาจนูนหรือเรียบ ไม่เปลี่ยนแปลง และไม่มีอาการอื่นร่วม ส่วนกระเป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆ ที่เข้มขึ้นเมื่อโดนแดด แต่จางลงเมื่ออยู่ในร่มเงา กระจางได้แต่ไฝไม่จาง

การรักษาและการป้องกันไฝ

ไฝที่ปกติไม่จำเป็นต้องรักษา แต่หากไฝมีลักษณะผิดปกติตามหลัก ABCDE แพทย์จะตัดชิ้นเนื้อออกเพื่อตรวจทางชันสูตรวิทยา (Biopsy) การป้องกันที่ดีที่สุดคือทาครีมกันแดด SPF 30+ ทุกวัน และตรวจเช็คไฝสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้งเมื่อมีไฝหลายอัน หรือเมื่อไฝเปลี่ยนแปลง

เอกสารอ้างอิง: Tsao H, et al. (2003). "Melanoma update: diagnosis and treatment of advanced melanoma." Br J Dermatol 149(3):467-481. | National Cancer Institute. "Common Moles, Dysplastic Nevi, and Risk of Melanoma." cancer.gov

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
รอยดำหลังอักเสบ (PIH): สาเหตุ วิธีลดรอย และส่วนผสมที่ช่วยได้จริง

รอยดำหลังอักเสบ (Post-Inflammatory Hyperpigmentation หรือ PIH) คือรอยสีผิวที่เข้มขึ้นหลังจากการอักเสบ ไม่ว่าจะเกิดจากสิว ผื่นภูมิแพ้ แผลหรือโรคผิวหนังอื่นๆ เป็นปัญหาแพร่หลายในคนไทยที่มีผิวเข้มอยู่แล้ว

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page