top of page

ไฝและกระ (Moles & Freckles) — ความแตกต่าง อันตราย และวิธีดูแลอย่างถูกต้อง

19 มิ.ย.
ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 7 ส.ค.

ไฝและกระเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยบนผิวหนังของคนทั่วไป ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตราย แต่สิ่งที่ควรใส่ใจคือความเสี่ยงที่ไฝบางชนิดอาจเปลี่ยนแปลงเป็นมะเร็งผิวหนังชนิด Melanoma ซึ่งเป็นมะเร็งที่อันตรายหากไม่ได้รับการตรวจพบอย่างทันท่วงที การเข้าใจความแตกต่างระหว่างไฝกับกระ และการรู้จักสังเกตไฝที่ผิดปกติ จึงเป็นทักษะสำคัญในการดูแลผิวหนังของตนเอง

ไฝและกระคืออะไร

  • ไฝ (Nevus): ไฝ (Nevus) คือการสะสมตัวของเซลล์เม็ดสี Melanocyte ที่ผิวหนัง อาจเป็นไฝแต่กำเนิด (Congenital Nevus) หรือเกิดภายหลัง (Acquired Nevus)

  • กระ (Freckles): กระ (Freckles) หรือ Ephelis เกิดจากการสะสมเมลานินในเซลล์ผิวหนังโดยไม่มีการเพิ่มจำนวนเซลล์ กระจะเข้มขึ้นเมื่อโดนแดดและจางลงในฤดูหนาว

วิธีสังเกตไฝอันตราย — หลัก ABCDE

แพทย์ผิวหนังใช้หลัก ABCDE เพื่อประเมินความเสี่ยงของไฝที่อาจเป็นมะเร็ง

  • A: Asymmetry — สองครึ่งของไฝไม่เท่ากัน

  • B: Border — ขอบเขตไม่เรียบ

  • C: Color — สีไม่สม่ำเสมอ มีหลายสี

  • D: Diameter — เส้นผ่านศูนย์กลางเกิน 6 มิลลิเมตร

  • E: Evolving — มีการเปลี่ยนแปลงในสี ขนาด หรือรูปร่าง

ไฝต่างจากกระอย่างไร

  • ไฝ: มักมีสีน้ำตาลหรือดำ อาจนูนหรือเรียบ โดยทั่วไปไม่เปลี่ยนแปลงและไม่มีอาการอื่นร่วม ไฝไม่จางแม้อยู่ในร่ม

  • กระ: เป็นจุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ ที่เข้มขึ้นเมื่อโดนแดดและจางลงเมื่ออยู่ในร่มเงา จึงจางได้ต่างจากไฝ

การรักษาและการป้องกัน

  • ไฝปกติ: ไฝปกติทั่วไปไม่จำเป็นต้องรักษา

  • ไฝผิดปกติ: หากไฝมีลักษณะผิดปกติตามหลัก ABCDE แพทย์จะพิจารณาตัดชิ้นเนื้อออกเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา (Biopsy)

  • การป้องกัน: การป้องกันที่ดีที่สุดคือทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน และตรวจเช็กไฝอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้ง โดยเฉพาะเมื่อมีไฝหลายอันหรือไฝเปลี่ยนแปลง

คำถามที่พบบ่อย

ไฝกับกระต่างกันอย่างไร ไฝ (Nevus) คือการสะสมของเซลล์เม็ดสี มักมีสีน้ำตาลหรือดำ อาจนูนหรือเรียบ และไม่จางแม้อยู่ในร่ม ส่วนกระ (Freckles) เกิดจากการสะสมเมลานินโดยไม่มีการเพิ่มจำนวนเซลล์ จะเข้มขึ้นเมื่อโดนแดดและจางลงเมื่ออยู่ในร่ม

จะรู้ได้อย่างไรว่าไฝอันตราย ใช้หลัก ABCDE ในการสังเกต ได้แก่ Asymmetry (ไม่สมมาตร), Border (ขอบไม่เรียบ), Color (หลายสี), Diameter (เกิน 6 มิลลิเมตร) และ Evolving (เปลี่ยนแปลง) หากไฝมีลักษณะเหล่านี้ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน

ไฝที่เปลี่ยนแปลงต้องตัดออกไหม หากไฝเปลี่ยนแปลงตามหลัก ABCDE แพทย์อาจพิจารณาตัดชิ้นเนื้อออกเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา (Biopsy) เพื่อยืนยันว่าไม่ใช่มะเร็ง การประเมินโดยแพทย์ผิวหนังจึงสำคัญ

ป้องกันไฝและมะเร็งผิวหนังได้อย่างไร การป้องกันที่ดีที่สุดคือทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และตรวจเช็กไฝของตนเองอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่มีไฝจำนวนมาก

ไฝและกระส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตราย แต่การหมั่นสังเกตด้วยหลัก ABCDE และป้องกันแสงแดดอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งผิวหนังได้ หากคุณพบไฝที่เปลี่ยนแปลงหรือมีลักษณะน่าสงสัย ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
เริมที่อวัยวะเพศ เป็นแบบไหน กี่วันหาย ติดต่อทางไหน แพทย์ผิวหนังอธิบายอาการในผู้หญิง ผู้ชาย และยาต้านไวรัสที่ใช้จริง

เริมที่อวัยวะเพศ (Genital herpes) คือการติดเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ซิมเพล็กซ์ (Herpes simplex virus, HSV) ที่ผิวหนังและเยื่อบุบริเวณอวัยวะเพศ ขาหนีบ ก้น หรือรอบทวารหนัก ทำให้เกิดตุ่มน้ำใสขนาด 1–3 มม. ขึ้นเ

 
 
 
ยาทาสะเก็ดเงิน มีอะไรบ้าง แพทย์ผิวหนังอธิบายยาทาแต่ละกลุ่ม ความแรง ระยะเวลาใช้ ตัวไหนใช้ที่หน้าและหนังศีรษะได้ และเมื่อไรที่ยาทาอย่างเดียวไม่พอ

ยาทาเป็นการรักษาแนวแรกของสะเก็ดเงินในผู้ป่วยส่วนใหญ่ เพราะราว 7 ใน 10 คนเป็นชนิดไม่รุนแรง คือมีผื่นน้อยกว่าร้อยละ 5 ของพื้นที่ผิว (ประมาณ 5 ฝ่ามือ) และคุมได้ด้วยยาทาร่วมกับการดูแลผิวเพียงพอ แต่ "ยาทาส

 
 
 
รักษาฝ้าที่ไหนดี แถวกรุงเทพ–สมุทรปราการ แพทย์ผิวหนังอธิบายวิธีเลือกคลินิก ฝ้าตื้น ฝ้าลึก ฝ้าผสม รักษาต่างกันอย่างไร และยาที่ใช้จริง

คำถามว่า "รักษาฝ้าที่ไหนดี" มักได้คำตอบเป็นรายชื่อคลินิกกับชื่อเครื่องเลเซอร์ ซึ่งเป็นการตอบผิดลำดับ เพราะสิ่งที่ตัดสินว่าฝ้าจะดีขึ้นหรือแย่ลงไม่ใช่ชื่อสถานที่ แต่เป็น สามอย่างที่เกิดขึ้นในการพบแพทย์ค

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ