top of page

โรคมือ เท้า ปาก (HFMD) เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังอธิบายวิธีแยกตุ่มน้ำจากเริม–อีสุกอีใส อาการในผู้ใหญ่ สัญญาณอันตราย และทำไมเล็บหลุดหลังหาย

8 ส.ค.
ยาว 3 นาที

อัปเดตเมื่อ 12 ส.ค.



โรคมือ เท้า ปาก (Hand, Foot and Mouth Disease – HFMD) คือโรคติดเชื้อจากไวรัสกลุ่มเอนเทอโรไวรัส ที่ทำให้เกิดไข้ แผลเจ็บในปาก และตุ่มน้ำที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และก้น พบบ่อยในเด็กเล็กช่วงหน้าฝนและช่วงเปิดเทอม แต่ผู้ใหญ่ก็เป็นได้และบางครั้งอาการหนักกว่าที่คิด

บทความส่วนใหญ่บนหน้าแรกของ Google อธิบายโรคนี้ในมุมของกุมารแพทย์ คือ "เป็นไข้ มีตุ่มน้ำ หายเองใน 7 วัน" ซึ่งถูกต้อง แต่ยังไม่พอ เพราะคำถามที่ทำให้คนไข้กังวลจริง ๆ มักเป็นเรื่องที่ต้องใช้สายตาของแพทย์ผิวหนังในการตอบ นั่นคือ "ตุ่มที่เห็นนี้คือมือ เท้า ปาก จริง หรือเป็นเริม อีสุกอีใส หรือผื่นแพ้กันแน่" บทความนี้ นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง จะอธิบายตั้งแต่กลไกของโรค วิธีแยกจากโรคที่หน้าตาคล้ายกัน อาการในผู้ใหญ่ สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์ ไปจนถึงเรื่องที่คนไข้ตกใจบ่อยแต่ไม่มีใครอธิบาย คือ ทำไมเล็บถึงหลุดหลังจากหายแล้ว

โรคมือ เท้า ปาก เกิดจากอะไร

โรคมือ เท้า ปาก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่ม เอนเทอโรไวรัส (Human enterovirus) ไม่ได้เกิดจากความสกปรกหรือการเลี้ยงดูที่ไม่ดี ไวรัสที่เป็นสาเหตุหลักมีอยู่ไม่กี่สายพันธุ์ และสายพันธุ์ที่ต่างกันคือเหตุผลว่าทำไมบางคนอาการเบา บางคนอาการหนัก

  • Coxsackievirus A16 — สายพันธุ์ที่พบบ่อยที่สุดและมักอาการไม่รุนแรง หายได้เอง

  • Coxsackievirus A6 — ทำให้ผื่นขึ้นกว้างกว่าปกติ ลามเกินฝ่ามือฝ่าเท้า และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ ผิวลอกและเล็บหลุดตามมาหลังหาย พบมากขึ้นในช่วงหลังทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

  • Enterovirus 71 (EV71) — เป็นสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวังที่สุด เพราะสัมพันธ์กับ ภาวะแทรกซ้อนทางสมองและระบบประสาท เช่น ก้านสมองอักเสบและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในการระบาดหลายครั้งในภูมิภาคเอเชีย

เชื้อติดต่อผ่านหลายทางพร้อมกัน ทั้ง น้ำมูก น้ำลาย น้ำในตุ่มพอง และอุจจาระ โดยติดจากการสัมผัสใกล้ชิด ของเล่นและของใช้ที่ปนเปื้อน จุดสำคัญที่หลายคนไม่รู้คือ เชื้อยังถูกขับออกทางอุจจาระได้อีกหลายสัปดาห์หลังอาการหายแล้ว ดังนั้นการล้างมือหลังเข้าห้องน้ำและหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมจึงสำคัญพอ ๆ กับตอนที่ยังมีผื่น

อาการของโรคมือ เท้า ปาก เป็นอย่างไร

อาการมักไล่เรียงเป็นลำดับ ไม่ได้ขึ้นพร้อมกันทั้งหมดตั้งแต่วันแรก การเข้าใจลำดับนี้ช่วยให้สังเกตได้เร็วขึ้น

  1. ระยะนำ (1–2 วันแรก) — มีไข้ต่ำถึงปานกลาง เจ็บคอ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ในเด็กเล็กอาจงอแงและน้ำลายไหลมากขึ้น

  2. แผลในปาก (Enanthem) — เกิดจุดแดงที่กลายเป็นตุ่มน้ำเล็ก ๆ แล้วแตกเป็นแผลตื้นเจ็บ พบที่ลิ้น กระพุ้งแก้ม เพดานปาก และคอหอย ทำให้เด็กไม่ยอมกินหรือดื่ม

  3. ผื่นและตุ่มน้ำที่ผิว (Exanthem) — ตุ่มน้ำสีเทา ๆ มีวงแดงล้อมรอบ ขึ้นที่ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ง่ามนิ้ว รอบเล็บ และก้น บางรายลามไปที่แขน ขา หรืออวัยวะเพศ ตุ่มของมือ เท้า ปาก คลาสสิกมักไม่ค่อยคัน แต่จะรู้สึกเจ็บหรือตึงมากกว่า

โดยรวมโรคนี้เป็นโรคที่ หายได้เองใน 7–10 วัน ในคนส่วนใหญ่ และไม่ทิ้งแผลเป็น สิ่งที่ต้องดูแลไม่ใช่ตัวผื่น แต่คือการป้องกันภาวะขาดน้ำจากการที่เจ็บปากจนไม่ยอมกิน และการเฝ้าระวังสัญญาณอันตรายที่จะกล่าวต่อไป

ระยะฟักตัวกี่วัน และมือ เท้า ปาก กี่วันหาย

  • ระยะฟักตัว: ประมาณ 3–6 วัน หลังได้รับเชื้อจึงเริ่มมีอาการ นี่คือเหตุผลที่มักติดกันเป็นกลุ่มในโรงเรียนหรือในบ้านโดยไม่รู้ตัว

  • ระยะที่แพร่เชื้อได้มากที่สุด: ช่วงสัปดาห์แรกที่มีอาการ แต่ยังแพร่ทางอุจจาระได้อีกหลายสัปดาห์

  • ระยะเวลาหาย: ไข้มักลดใน 2–3 วัน ผื่นและแผลในปากค่อย ๆ ดีขึ้นและหายภายใน 7–10 วัน

แนวทางที่ยึดถือได้จริงคือ ให้หยุดเรียนหรือหยุดงานจนกว่า ไข้จะหายและตุ่มน้ำแห้งตกสะเก็ด ประมาณ 7 วัน ไม่ใช่แค่รอให้ไข้ลงแล้วรีบกลับ เพราะช่วงที่ตุ่มยังมีน้ำคือช่วงที่แพร่เชื้อได้ดี

วิธีแยกมือ เท้า ปาก จากโรคที่หน้าตาคล้ายกัน (มุมของแพทย์ผิวหนัง)

นี่คือส่วนที่ข้อมูลทั่วไปมักข้าม แต่เป็นหัวใจของการดูแลที่ถูกต้อง เพราะ "ตุ่มน้ำ" ไม่ได้มีแค่โรคเดียว การแยกให้ถูกเปลี่ยนทั้งการรักษาและการเฝ้าระวัง

เริม (Herpes simplex)

เริมขึ้นเป็น กลุ่มตุ่มน้ำเล็กเบียดกันบนฐานสีแดง มักเป็นซ้ำที่ตำแหน่งเดิม ในเด็กเล็กที่ติดเริมในปากครั้งแรกจะมีแผลกระจายที่ เหงือกและด้านหน้าของปาก ต่างจากมือ เท้า ปาก ที่แผลมักอยู่ด้านหลังของช่องปากและมีตุ่มที่ฝ่ามือฝ่าเท้าร่วมด้วย หากมีตุ่มน้ำเจ็บที่ปลายนิ้วนิ้วเดียวเป็นซ้ำ ให้นึกถึงเริมที่นิ้วมากกว่า อ่านเพิ่มได้ในบทความ เริม เกิดจากอะไร

อีสุกอีใส (Varicella)

อีสุกอีใสมักขึ้น ทั่วตัวโดยเริ่มจากลำตัวก่อนแล้วกระจายออก มีตุ่มหลายระยะปนกันในเวลาเดียว (ทั้งตุ่มแดง ตุ่มน้ำ และสะเก็ด) คันชัดเจน และมักมีตุ่มที่หนังศีรษะด้วย ส่วนมือ เท้า ปาก จะเน้นที่ ปลายมือปลายเท้าและในปาก ไม่ค่อยขึ้นหนังศีรษะ และมักไม่คันเท่า

เฮอร์แปงไจน่า (Herpangina)

เกิดจากไวรัสกลุ่มเดียวกัน แต่มีแผลเฉพาะ ด้านหลังของช่องปากและเพดานอ่อน ร่วมกับไข้ โดย ไม่มีผื่นที่มือและเท้า ถือเป็นญาติของมือ เท้า ปาก ที่แสดงอาการเฉพาะในปาก

ผื่นแพ้และตุ่มน้ำคันที่มือ (ผื่นแพ้สัมผัส / ตุ่มน้ำเหงื่อ Pompholyx)

กลุ่มนี้ คันเด่น ไม่มีไข้ และไม่มีแผลในปาก ตุ่มน้ำใสเล็ก ๆ คล้ายเม็ดสาคูมักขึ้นที่ด้านข้างนิ้วและฝ่ามือ เป็น ๆ หาย ๆ ซ้ำ ๆ ซึ่งบ่งบอกว่าเป็นโรคผิวหนังอักเสบมากกว่าการติดเชื้อไวรัส

จุดสังเกตที่ใช้แยกได้เร็วที่สุด: มือ เท้า ปาก มักมาเป็นชุด คือ ไข้ + แผลเจ็บในปาก + ตุ่มที่ฝ่ามือฝ่าเท้า พร้อมกัน ถ้าขาดองค์ประกอบเรื่องปากหรือเรื่องไข้ไป ควรเปิดใจว่าอาจเป็นโรคอื่น

มือ เท้า ปาก ในผู้ใหญ่ อันตรายกว่าที่คิดไหม

หลายคนเข้าใจว่าโรคนี้เป็นเฉพาะเด็ก แต่ ผู้ใหญ่ก็ติดได้ โดยเฉพาะพ่อแม่และครูที่ดูแลเด็กป่วย ผู้ใหญ่จำนวนหนึ่งติดเชื้อแบบไม่มีอาการหรือมีอาการเบามาก แต่ก็ยังแพร่เชื้อให้คนอื่นได้

ในทางกลับกัน ผู้ใหญ่บางรายโดยเฉพาะที่ติดสายพันธุ์ Coxsackievirus A6 อาจมี ผื่นและตุ่มน้ำขึ้นกว้างกว่าเด็ก เจ็บมาก และตามด้วยผิวลอกที่ฝ่ามือฝ่าเท้าและเล็บหลุดในภายหลัง กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ หญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอดและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรปรึกษาแพทย์เมื่อสงสัยว่าติดเชื้อ

การรักษามือ เท้า ปาก และดูแลเองที่บ้านได้แค่ไหน

ประเด็นที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันคือ โรคนี้ ยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะ การรักษาทั้งหมดเป็นการ ประคับประคองตามอาการ เพื่อให้ร่างกายกำจัดเชื้อเอง ดังนั้นเป้าหมายจริง ๆ คือ ทำให้กินดื่มได้และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน

  • ลดไข้และลดปวด ด้วยยาพาราเซตามอลตามน้ำหนักและอายุ หลีกเลี่ยงการใช้ยาเองเกินขนาด

  • เน้นการดื่มน้ำ ให้จิบบ่อย ๆ ของเย็นเช่นน้ำเย็นหรือไอศกรีมช่วยลดอาการเจ็บปากได้ หลีกเลี่ยงของร้อนจัด เปรี้ยวจัด เผ็ด และน้ำอัดลม

  • กินอาหารอ่อน รสไม่จัด เย็นหรืออุณหภูมิห้อง เพื่อให้กลืนได้ง่ายขึ้น

  • ดูแลตุ่มที่ผิว ให้สะอาดและแห้ง ห้ามเจาะหรือบีบตุ่มน้ำ เพราะเสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน

  • แยกของใช้และพักอยู่บ้าน จนไข้หายและตุ่มแห้ง

ดูแลเองที่บ้านได้ ในรายที่อาการไม่มาก ไข้ไม่สูงมาก และยังกินดื่มได้ตามปกติ แต่ต้องรู้จัก "เส้นแบ่ง" ว่าเมื่อไรที่การดูแลเองไม่พออีกต่อไป ซึ่งอยู่ในหัวข้อถัดไป สิ่งที่ ไม่จำเป็นและไม่ควรทำ คือการซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง เพราะโรคนี้เกิดจากไวรัส ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียไม่ได้ช่วยและอาจก่อผลข้างเคียงโดยไม่จำเป็น

สัญญาณอันตรายของมือ เท้า ปาก ที่ต้องรีบพบแพทย์

แม้ส่วนใหญ่จะหายเอง แต่มีส่วนน้อยที่ลุกลามไปที่สมองหรือหัวใจ โดยเฉพาะจากสายพันธุ์ EV71 อาการเหล่านี้มักเกิดในช่วง 2–3 วันแรกที่มีไข้ จึงเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าดูใกล้ชิด ควรพาไปโรงพยาบาลทันทีเมื่อมีข้อใดข้อหนึ่ง

  • ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส หรือไข้ไม่ลงนานเกิน 48–72 ชั่วโมง

  • ซึมลง ปลุกตื่นยาก ไม่เล่น ไม่ตอบสนองเหมือนเดิม

  • สะดุ้งผวาเป็นชุด กล้ามเนื้อกระตุก เดินเซ หรือชัก

  • หายใจเร็ว หอบเหนื่อย หรือตัวเขียว

  • อาเจียนมาก หรือกินดื่มไม่ได้เลยจนมีสัญญาณขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ปัสสาวะน้อยลงมาก ร้องไห้ไม่มีน้ำตา

ภาวะขาดน้ำจากการเจ็บปากคือภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุด ส่วนภาวะทางสมองและหัวใจนั้นพบไม่บ่อยแต่ร้ายแรง การรู้สัญญาณเหล่านี้ล่วงหน้าคือสิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลโรคนี้

ทำไมเล็บหลุดหรือผิวลอกหลังหายจากมือ เท้า ปาก

นี่คือคำถามที่ทำให้ผู้ปกครองตกใจมาก แต่แทบไม่มีบทความไหนอธิบายไว้ หลังหายจากมือ เท้า ปากได้ 2–8 สัปดาห์ บางคนพบว่า เล็บมือหรือเล็บเท้าลอกหลุดออกมา (Onychomadesis) หรือมี ผิวที่ฝ่ามือฝ่าเท้าลอกเป็นแผ่น อาการนี้พบบ่อยขึ้นในผู้ที่ติดสายพันธุ์ Coxsackievirus A6

สิ่งที่อยากให้สบายใจคือ ภาวะนี้ เกิดชั่วคราวและไม่อันตราย เป็นผลจากการที่การสร้างเล็บและผิวหยุดชะงักไปช่วงที่ป่วย ไม่ใช่การติดเชื้อที่เล็บ เล็บใหม่จะงอกขึ้นมาแทนที่ได้เองตามปกติ โดยไม่ต้องรักษาอะไรเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม หาก เล็บผิดปกติเพียงเล็บเดียว หนาผิดรูป มีสีคล้ำ หรือมีอาการนานเกินคาด โดยไม่มีประวัติมือ เท้า ปากชัดเจน ควรให้แพทย์ผิวหนังตรวจเพื่อแยกจากสาเหตุอื่น เช่น การติดเชื้อราหรือความผิดปกติของเล็บชนิดอื่น อ่านเพิ่มได้ที่บทความ โรคเล็บ: แยกอาการเล็บผิดปกติ และ เล็บดำ เกิดจากอะไร อันตรายไหม

เมื่อผื่นขึ้นกว้างผิดปกติ หรือเป็นในคนที่มีผื่นภูมิแพ้อยู่เดิม

ในผู้ที่มี ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis) อยู่เดิม การติดเชื้อ Coxsackievirus A6 อาจทำให้ตุ่มน้ำขึ้นหนาแน่นในบริเวณที่เคยเป็นผื่นเดิม เรียกภาวะนี้ว่า Eczema coxsackium ซึ่งหน้าตาอาจดูน่ากลัวและคล้ายการติดเชื้ออื่นที่รุนแรงกว่า กรณีแบบนี้ควรได้รับการตรวจโดยแพทย์ผิวหนังเพื่อวินิจฉัยให้ชัด เพราะการดูแลผิวที่อักเสบอยู่เดิมร่วมกับการติดเชื้อไวรัสต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นพิเศษ อ่านเรื่องผื่นภูมิแพ้เพิ่มได้ที่ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis)

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับมือ เท้า ปาก

  • "เป็นแล้วจะไม่เป็นอีก" — ไม่จริง เพราะโรคนี้เกิดจากไวรัสได้หลายสายพันธุ์ การเคยเป็นสายพันธุ์หนึ่งไม่ได้ป้องกันสายพันธุ์อื่น จึงเป็นซ้ำได้

  • "ทายาสีฟันหรือว่านหางจระเข้ที่ตุ่มแล้วจะดีขึ้น" — ไม่ช่วย และอาจทำให้ระคายเคืองหรือติดเชื้อซ้ำ ควรปล่อยให้ตุ่มแห้งเองและรักษาความสะอาด

  • "เป็นเพราะเลี้ยงลูกไม่สะอาด" — ไม่จริง โรคนี้ติดจากการสัมผัสเชื้อไวรัสที่แพร่ง่ายในกลุ่มเด็ก ไม่ใช่ความผิดของการดูแล การล้างมือช่วยลดการแพร่เชื้อได้ แต่ไม่ได้แปลว่าคนที่เป็นสกปรก

  • "ต้องกินยาฆ่าเชื้อให้หายเร็ว" — ไม่จริง ยาปฏิชีวนะไม่มีผลต่อไวรัส ใช้เมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนเท่านั้นและต้องสั่งโดยแพทย์

วิธีป้องกันไม่ให้แพร่กระจายในบ้านและโรงเรียน

  • ล้างมือด้วยสบู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนกินอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม

  • ทำความสะอาดของเล่น ลูกบิดประตู และพื้นผิวที่สัมผัสร่วมกัน เชื้อกลุ่มนี้ทนต่อเจลแอลกอฮอล์ได้ดีกว่าไวรัสหลายชนิด การล้างด้วยสบู่และน้ำหรือน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมจึงสำคัญ

  • แยกของใช้ส่วนตัว เช่น แก้วน้ำ ช้อน ผ้าเช็ดตัว ระหว่างที่มีอาการ

  • ให้เด็กที่ป่วยหยุดเรียน จนไข้หายและตุ่มแห้ง เพื่อลดการระบาดเป็นกลุ่ม

  • เรื่อง วัคซีน มีวัคซีนป้องกันสายพันธุ์ EV71 ใช้ในบางประเทศ แต่ยังไม่ได้เป็นวัคซีนมาตรฐานทั่วไปในไทย หากสนใจควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินตามสถานการณ์

เมื่อไรควรพบแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง

โรคมือ เท้า ปากส่วนใหญ่หายเองได้และดูแลตามอาการที่บ้านได้ แต่ควรพบแพทย์เมื่อ ไม่แน่ใจว่าผื่นและตุ่มน้ำเป็นโรคนี้จริงหรือไม่ เมื่อ ผื่นขึ้นกว้างผิดปกติหรือเป็นในผู้ที่มีผื่นภูมิแพ้เดิม เมื่อมี ความผิดปกติของเล็บที่ไม่เข้ากับประวัติมือ เท้า ปาก หรือเมื่อมี สัญญาณอันตราย ที่กล่าวไปข้างต้น การวินิจฉัยให้ถูกตั้งแต่แรกช่วยให้ดูแลได้ตรงจุด ไม่ต้องกังวลเกินเหตุ และไม่พลาดภาวะที่ต้องรีบรักษา

หากคุณหรือคนในบ้านมีผื่นตุ่มน้ำที่ยังไม่แน่ใจ ทีมแพทย์เฉพาะทางผิวหนังของ สยาม เดอร์มาโทโลจี ยินดีให้คำปรึกษาและตรวจวินิจฉัยเพื่อแยกโรคให้ชัดเจนก่อนเริ่มการดูแล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคมือ เท้า ปาก

โรคมือ เท้า ปาก ระยะฟักตัวกี่วัน

ประมาณ 3–6 วันหลังได้รับเชื้อจึงเริ่มมีอาการ ทำให้มักติดต่อกันเป็นกลุ่มในโรงเรียนหรือในบ้านโดยยังไม่ทันรู้ตัว

มือ เท้า ปาก กี่วันหาย

โดยทั่วไปไข้ลดใน 2–3 วัน และผื่นกับแผลในปากหายภายใน 7–10 วัน ควรหยุดเรียนหรือหยุดงานจนไข้หายและตุ่มน้ำแห้งตกสะเก็ด ประมาณ 7 วัน

ผู้ใหญ่เป็นมือ เท้า ปากได้ไหม

ได้ โดยเฉพาะผู้ที่ดูแลเด็กป่วย บางคนอาการเบาหรือไม่มีอาการแต่ยังแพร่เชื้อได้ ขณะที่บางรายผื่นขึ้นกว้างและเจ็บมาก หญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอดและผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำควรปรึกษาแพทย์เมื่อสงสัยว่าติดเชื้อ

มือ เท้า ปาก ต่างจากอีสุกอีใสและเริมอย่างไร

มือ เท้า ปากเน้นตุ่มที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และแผลในปาก มักไม่คัน ส่วนอีสุกอีใสขึ้นทั่วตัวเริ่มจากลำตัว มีตุ่มหลายระยะปนกันและคันชัดเจน ส่วนเริมขึ้นเป็นกลุ่มตุ่มน้ำเบียดกันและมักเป็นซ้ำที่เดิม

มือ เท้า ปาก รักษาเองที่บ้านได้ไหม

รายที่อาการไม่มากและยังกินดื่มได้ดูแลเองได้ ด้วยการลดไข้ ลดปวด เน้นการดื่มน้ำและกินอาหารอ่อน ห้ามบีบตุ่มน้ำ แต่ต้องเฝ้าระวังสัญญาณอันตราย เช่น ไข้สูงไม่ลง ซึม กระตุก หอบเหนื่อย หรือขาดน้ำ และรีบพบแพทย์ทันทีที่มีอาการเหล่านี้

ทำไมเล็บหลุดหลังหายจากมือ เท้า ปาก

เกิดจากการสร้างเล็บหยุดชะงักช่วงที่ป่วย ทำให้เล็บลอกหลุดได้ในช่วง 2–8 สัปดาห์หลังหาย พบบ่อยในสายพันธุ์ Coxsackievirus A6 เป็นภาวะชั่วคราวไม่อันตราย เล็บใหม่จะงอกขึ้นแทนได้เอง แต่ถ้าผิดปกติเพียงเล็บเดียวหรือเป็นนานผิดปกติควรให้แพทย์ผิวหนังตรวจ

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 8 สิงหาคม 2026

ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยและการรักษาจากแพทย์เฉพาะบุคคลได้ หากมีอาการผิดปกติหรือสัญญาณอันตราย ควรปรึกษาแพทย์

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
ยาทาสะเก็ดเงิน มีอะไรบ้าง แพทย์ผิวหนังอธิบายยาทาแต่ละกลุ่ม ความแรง ระยะเวลาใช้ ตัวไหนใช้ที่หน้าและหนังศีรษะได้ และเมื่อไรที่ยาทาอย่างเดียวไม่พอ

ยาทาเป็นการรักษาแนวแรกของสะเก็ดเงินในผู้ป่วยส่วนใหญ่ เพราะราว 7 ใน 10 คนเป็นชนิดไม่รุนแรง คือมีผื่นน้อยกว่าร้อยละ 5 ของพื้นที่ผิว (ประมาณ 5 ฝ่ามือ) และคุมได้ด้วยยาทาร่วมกับการดูแลผิวเพียงพอ แต่ "ยาทาส

 
 
 
รักษาฝ้าที่ไหนดี แถวกรุงเทพ–สมุทรปราการ แพทย์ผิวหนังอธิบายวิธีเลือกคลินิก ฝ้าตื้น ฝ้าลึก ฝ้าผสม รักษาต่างกันอย่างไร และยาที่ใช้จริง

คำถามว่า "รักษาฝ้าที่ไหนดี" มักได้คำตอบเป็นรายชื่อคลินิกกับชื่อเครื่องเลเซอร์ ซึ่งเป็นการตอบผิดลำดับ เพราะสิ่งที่ตัดสินว่าฝ้าจะดีขึ้นหรือแย่ลงไม่ใช่ชื่อสถานที่ แต่เป็น สามอย่างที่เกิดขึ้นในการพบแพทย์ค

 
 
 
ผื่นภูมิแพ้ตัวเอง เป็นแบบไหน แพทย์ผิวหนังอธิบายผื่นผีเสื้อ SLE ผื่นแพ้แดด และผื่นแบบไหนที่ต้องตรวจ ANA

ผื่นภูมิแพ้ตัวเอง คือผื่นที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันหันมาทำลายเนื้อเยื่อผิวหนังของตัวเอง โรคที่คนไทยเรียกด้วยชื่อนี้บ่อยที่สุดคือ โรคลูปัส (Lupus erythematosus) ซึ่งแบ่งเป็นชนิดที่มีอาการทั่วร่างกายเรีย

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ