
เลเซอร์ Erbium YAG: ลอกผิวอย่างอ่อนโยนเพื่อผิวเรียบเนียนและกระชับ
- 18 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.
เลเซอร์ Erbium YAG เป็นเลเซอร์ลอกผิว (Ablative Laser) ที่ใช้ความยาวคลื่น 2940 นาโนเมตร ซึ่งถูกดูดซับโดยน้ำในเนื้อเยื่อได้ดีกว่าเลเซอร์ CO2 ถึง 10-15 เท่า ทำให้ลอกผิวได้อย่างแม่นยำโดยสร้างความเสียหายต่อเนื้อเยื่อโดยรอบน้อยที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลอกผิวหน้าเพื่อลดริ้วรอย ลดรูขุมขนกว้าง และทำให้ผิวเรียบเนียนกระชับขึ้น
หลักการทำงานของเลเซอร์ Erbium YAG
เลเซอร์ Erbium YAG ใช้ความยาวคลื่น 2940 นาโนเมตร ซึ่งตรงกับจุดดูดซับสูงสุดของน้ำในเนื้อเยื่อ (Peak Absorption) ทำให้พลังงานส่วนใหญ่ถูกใช้ระเหยผิวชั้นนอก (Epidermis) และส่วนบนของชั้นหนังแท้ (Dermis) ออกไป เมื่อเทียบกับเลเซอร์ Fractional CO2 แล้ว Erbium YAG สร้างความเสียหายทางความร้อนต่อเนื้อเยื่อน้อยกว่ามาก จึงฟื้นตัวเร็วกว่าและมีอาการแดงหลังทำน้อยกว่า
ปัญหาผิวที่รักษาด้วย Erbium YAG
เลเซอร์ Erbium YAG เหมาะกับการรักษาหลายปัญหา ได้แก่
ริ้วรอย — ทั้งริ้วรอยตื้นและริ้วรอยลึกบนใบหน้า
ผิวหยาบ/รูขุมขน — รูขุมขนกว้าง ผิวหยาบ และผิวไม่เรียบเนียน
หลุมสิวตื้น — รอยแผลเป็นหลุมสิวแบบตื้น
Photoaging — ผิวเสื่อมสภาพจากแสงแดด (Photoaging) เช่น ผิวหมองคล้ำและสีผิวไม่สม่ำเสมอ
เลเซอร์ Erbium YAG มักใช้ร่วมกับการรักษาอื่น เช่น Chemical Peel, Microdermabrasion หรือใช้ควบคู่กับ Fractional CO2 เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ขั้นตอนการรักษาด้วย Erbium YAG
ขั้นตอนการรักษาโดยทั่วไปมีดังนี้
ประเมินก่อนทำ — แพทย์ประเมินสภาพผิวและกำหนดระดับความลึกของการลอกผิว
เตรียมผิว — ทำความสะอาดผิวหน้าและทายาชาเฉพาะที่ประมาณ 30-60 นาที
ยิงเลเซอร์ — แพทย์ยิงเลเซอร์ตามบริเวณที่กำหนด ใช้เวลาประมาณ 20-45 นาที
ฟื้นตัว — หลังทำผิวจะมีรอยแดงและบวมเล็กน้อย ลอกเป็นสะเก็ดบาง ๆ ฟื้นตัวประมาณ 5-7 วัน ซึ่งเร็วกว่า Fractional CO2 ที่ใช้เวลา 7-14 วัน
ข้อดีของ Erbium YAG เทียบกับ Fractional CO2
Erbium YAG มีข้อดีหลายประการเมื่อเทียบกับ CO2 ได้แก่
ฟื้นตัวเร็ว — ฟื้นตัวเร็วภายใน 5-7 วัน
ระคายเคืองน้อย — อาการแดงและบวมน้อยกว่า CO2
รอยดำต่ำ — ความเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหลังทำต่ำกว่า เหมาะกับผิวสีเข้มของคนเอเชีย
แม่นยำ — ควบคุมความลึกของการลอกผิวได้อย่างแม่นยำ
อย่างไรก็ตาม หากปัญหาผิวรุนแรง เช่น หลุมสิวลึกหรือรอยแผลเป็นร่องลึก แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ Fractional CO2 แทน
การดูแลหลังทำเลเซอร์ Erbium YAG
การดูแลหลังทำที่ถูกต้องช่วยให้ผลลัพธ์ดีและลดผลข้างเคียง
ดูแลผิว — ทำความสะอาดผิวอย่างระมัดระวังและทาครีมบำรุงตามที่แพทย์สั่ง
กันแดด — ทาครีมกันแดด SPF 50+ ทุกวัน และหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
ห้ามแกะ — ไม่แกะหรือเกาสะเก็ดที่ลอกออก
งดสารรุนแรง — งดแต่งหน้าและงดใช้สารรุนแรงบนผิว 1-2 สัปดาห์ และมาพบแพทย์ตามนัด
คำถามที่พบบ่อย
เลเซอร์ Erbium YAG กับ Fractional CO2 ต่างกันอย่างไร Erbium YAG ลอกผิวอย่างอ่อนโยนกว่า ฟื้นตัวเร็วกว่า (ประมาณ 5-7 วัน เทียบกับ 7-14 วันของ CO2) และมีอาการแดงบวมน้อยกว่า ในขณะที่ Fractional CO2 อาจให้ผลกระตุ้นคอลลาเจนที่ดีกว่าสำหรับปัญหาที่รุนแรง เช่น หลุมสิวลึกหรือรอยแผลเป็นร่องลึก แพทย์จะเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน
เลเซอร์ Erbium YAG เหมาะกับใคร เหมาะกับผู้ที่ต้องการลอกผิวแบบอ่อนโยนและฟื้นตัวเร็ว มีริ้วรอยตื้น ๆ รูขุมขนกว้าง ผิวหยาบไม่เรียบเนียน รอยแผลเป็นหลุมสิวแบบตื้น หรือผิวเสื่อมสภาพจากแสงแดด แพทย์จะประเมินและเลือกความลึกที่เหมาะสมให้
ทำเลเซอร์ Erbium YAG กี่ครั้งจึงเห็นผล โดยทั่วไปแนะนำ 1-3 ครั้ง ห่างกันประมาณ 1-2 เดือน ทั้งนี้ขึ้นกับปัญหาผิวและระดับความลึกที่แพทย์กำหนดในแต่ละครั้ง
หลังทำเลเซอร์ Erbium YAG ต้องดูแลอย่างไร ควรทำความสะอาดผิวอย่างระมัดระวัง ทาครีมบำรุงตามที่แพทย์สั่ง ทาครีมกันแดด SPF 50+ ทุกวัน หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง ไม่แกะหรือเกาสะเก็ดที่ลอกออก งดแต่งหน้าและงดใช้สารรุนแรงบนผิว 1-2 สัปดาห์ และมาพบแพทย์ตามนัด
หากคุณสนใจการลอกผิวด้วยเลเซอร์ Erbium YAG เพื่อลดริ้วรอยและปรับผิวให้เรียบเนียน ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง ปรึกษาได้ที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569




ความคิดเห็น