top of page

ผื่นภูมิแพ้สัมผัส (Contact Dermatitis): อาการ สาเหตุ และการรักษา

  • 18 มิ.ย.
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.

ผื่นภูมิแพ้สัมผัส (Contact Dermatitis) เป็นโรคผิวหนังอักเสบที่เกิดจากการสัมผัสสารบางชนิดโดยตรง เป็นหนึ่งในโรคผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด คิดเป็นประมาณ 20% ของโรคผิวหนังอักเสบทั้งหมด ส่งผลกระทบทั้งในชีวิตประจำวันและในสภาพแวดล้อมการทำงาน การเข้าใจสาเหตุและวิธีป้องกันจะช่วยลดการกำเริบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผื่นภูมิแพ้สัมผัสคืออะไร

Contact Dermatitis แบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก:

  • แบบระคายเคือง (Irritant Contact Dermatitis, ICD): พบบ่อยที่สุด คิดเป็นประมาณ 80% ของ Contact Dermatitis ทั้งหมด เกิดจากสารที่ทำลายผิวโดยตรงโดยไม่ผ่านกระบวนการภูมิแพ้ เช่น สบู่ ผงซักฟอก น้ำยาทำความสะอาด กรด ด่าง และสารเคมีต่าง ๆ

  • แบบภูมิแพ้ (Allergic Contact Dermatitis, ACD): เกิดจากการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) โดยต้องสัมผัสซ้ำหลายครั้งก่อนแสดงอาการ เมื่อผิว “จำ” สารได้แล้ว จะตอบสนองรุนแรงขึ้นทุกครั้งที่สัมผัสอีก

สารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อย

  • นิกเกิล (Nickel): ในเครื่องประดับและโลหะต่าง ๆ

  • น้ำหอม: น้ำหอมและสารแต่งกลิ่นในผลิตภัณฑ์

  • ยาง/ลาเท็กซ์: ยางพาราและลาเท็กซ์ (Latex)

  • สีย้อมผม/สารกันเสีย: สีย้อมผม (Paraphenylenediamine หรือ PPD) และสารกันเสียในเครื่องสำอาง

  • อื่น ๆ: พืชบางชนิด เครื่องสำอาง และวัสดุในรองเท้าหรือเสื้อผ้า

อาการของผื่นภูมิแพ้สัมผัส

อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ผื่นแดง คัน แสบ บวม ผิวแห้งแตก ตุ่มน้ำใส ผิวลอก และในรายที่รุนแรงอาจมีน้ำเหลืองไหล อาการมักเกิดในบริเวณที่สัมผัสสารโดยตรง เช่น มือ แขน คอ ใบหน้า หรือบริเวณที่สวมเครื่องประดับ

การวินิจฉัยและการรักษา

แพทย์ผิวหนังจะวินิจฉัยโดยการซักประวัติการสัมผัสสาร และอาจทำ Patch Test เพื่อค้นหาสารก่อภูมิแพ้โดยเฉพาะ แนวทางการรักษาประกอบด้วย:

  • หลีกเลี่ยงสาร: หลีกเลี่ยงสารก่อโรคเป็นหัวใจสำคัญที่สุด

  • ยาทาลดการอักเสบ: ยาทา Corticosteroid เพื่อลดการอักเสบ ตามคำแนะนำแพทย์

  • ยาลดคัน: ยาต้านฮิสตามีน (Antihistamine) เพื่อบรรเทาอาการคัน

  • ฟื้นฟูผิว: มอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเสริมความชุ่มชื้นและซ่อมแซมเกราะป้องกันผิว ในรายที่รุนแรงอาจต้องใช้ยารับประทานหรือยาฉีด

วิธีป้องกันผื่นภูมิแพ้สัมผัส

  • หลีกเลี่ยง: หลีกเลี่ยงสารที่แพ้อย่างเด็ดขาด

  • ป้องกันขณะทำงาน: สวมถุงมือเมื่อต้องสัมผัสสารเคมี

  • เลือกผลิตภัณฑ์: เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมก่อภูมิแพ้ (Hypoallergenic)

  • ดูแลผิว: ล้างผิวด้วยน้ำเปล่าหลังสัมผัสสาร และทามอยส์เจอไรเซอร์สม่ำเสมอเพื่อเสริมเกราะป้องกันผิว

คำถามที่พบบ่อย

ผื่นภูมิแพ้สัมผัสหายขาดได้ไหม? หากหลีกเลี่ยงสารที่แพ้ได้อย่างเด็ดขาด อาการมักดีขึ้นและไม่กำเริบ แต่หากยังสัมผัสสารเดิมซ้ำ ผื่นจะกลับมาเป็นได้อีก การหาสารก่อโรคที่แท้จริงจึงสำคัญต่อการควบคุมโรคระยะยาว

Patch Test คืออะไร จำเป็นไหม? Patch Test คือการทดสอบโดยแปะสารที่สงสัยว่าเป็นสารก่อภูมิแพ้บนผิวหลังแล้วอ่านผล ช่วยระบุสารก่อภูมิแพ้ที่แท้จริง เหมาะกับผู้ที่มีผื่นเรื้อรังหรือหาสาเหตุไม่พบ

ต่างจากลมพิษอย่างไร? ผื่นภูมิแพ้สัมผัสเป็นการอักเสบเฉพาะบริเวณที่สัมผัสสารและมักมีผิวแดง ลอก หรือตุ่มน้ำ ส่วนลมพิษเป็นผื่นนูนบวมที่เกิดขึ้นและยุบได้เร็ว การแยกให้ถูกต้องช่วยเลือกการรักษาที่เหมาะสม

หากมีผื่นคันเรื้อรังหรือสงสัยว่าแพ้สารสัมผัส Siam Dermatology มีบริการทดสอบ Patch Test และรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง ปรึกษาได้ที่ โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ