ตาปลาที่เท้าเกิดจากอะไร? วิธีรักษาให้หาย และต่างจากหูดที่เท้าอย่างไร โดยแพทย์ผิวหนัง
อัปเดตเมื่อ 6 ก.ย.
ตาปลา (corn หรือ clavus) คือผิวหนังชั้นนอกที่หนาตัวขึ้นเป็นก้อนเล็ก ๆ ขอบชัด ขนาดประมาณ 3–10 มิลลิเมตร รูปทรงคล้ายกรวยที่มีแกนแข็งชี้ลึกลงไปในผิว เกิดจากแรงกดหรือแรงเสียดสีซ้ำ ๆ ที่จุดเดิมบนปุ่มกระดูก ไม่ใช่การติดเชื้อ และไม่มี "ราก" อย่างที่มักเข้าใจกัน ตาปลาพบบ่อยที่สุดที่นิ้วเท้าและฝ่าเท้า แต่เกิดที่มือและนิ้วมือได้เช่นกันในคนที่จับอุปกรณ์ซ้ำ ๆ และจะเจ็บชัดเมื่อกดลงตรง ๆ บนก้อน
ในห้องตรวจ คำถามที่คนไข้ตาปลาถามซ้ำกันแทบทุกรายมีอยู่สี่ข้อ เกิดจากอะไร · ปล่อยไว้เป็นไรไหม · ต้องผ่าไหม · กี่วันหาย บทความนี้ตอบทั้งสี่ข้อ อธิบายวิธีแยกตาปลาออกจากหนังด้านและหูดที่เท้าซึ่งรักษาคนละแบบ และพูดถึงตาปลาที่มือซึ่งบทความส่วนใหญ่มักข้ามไป
ตาปลาคืออะไร ทำไมถึงเจ็บ และมีรากจริงไหม
ผิวหนังมีกลไกป้องกันตัวเองอย่างหนึ่งคือ เมื่อถูกกดหรือเสียดสีซ้ำ ๆ จะสร้างโปรตีนเคราตินให้หนาขึ้นเพื่อรองรับแรงนั้น ถ้าแรงกระจายทั่ว ๆ ผิวจะหนาเป็นแผ่นกว้างที่เรียกว่าหนังด้าน แต่ถ้าแรงกระจุกอยู่ที่จุดเดียวเล็ก ๆ บนปุ่มกระดูก เคราตินจะถูกอัดแน่นเป็นแกนกลางแข็งรูปกรวยชี้ลงด้านใน นี่คือตาปลา
ทำไมถึงเจ็บ แกนแข็งตรงกลางทำหน้าที่เหมือนก้อนกรวดที่ฝังอยู่ในผิว ทุกครั้งที่ลงน้ำหนักหรือถูกรองเท้ากด แกนนี้จะดันลงบนปลายประสาทและเนื้อเยื่อใต้ผิว จึงเจ็บแปลบเฉพาะจุด บางคนเทียบว่าเหมือนเหยียบก้อนหินตลอดเวลา
ตาปลามีรากไหม ไม่มี จุดขาวใสตรงกลางที่หลายคนเรียกว่ารากคือเคราตินที่อัดแน่นที่สุด เป็นเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ไม่ใช่เนื้อเยื่อที่มีชีวิตและไม่ได้ "หยั่งราก" ลงไปในเนื้อ เหตุที่เอาออกแล้วกลับมาขึ้นอีกไม่ใช่เพราะเอารากออกไม่หมด แต่เพราะแรงกดที่จุดนั้นยังอยู่ ผิวจึงสร้างเคราตินขึ้นมาใหม่ที่เดิม ความเข้าใจข้อนี้สำคัญกว่าเรื่องอื่นทั้งหมด เพราะเป็นเหตุผลว่าทำไมการรักษาตาปลาต้องแก้ที่แรงกด ไม่ใช่แค่เอาก้อนออก
ตาปลา หนังด้าน หรือหูดที่เท้า แยกอย่างไร
สามอย่างนี้เป็นตุ่มแข็งที่เท้าเหมือนกันแต่คนละโรค คนละสาเหตุ และคนละวิธีรักษา จุดแยกที่ใช้ได้จริง
ตาปลา (corn) ก้อนเล็กขอบชัด 3–10 มิลลิเมตร มีแกนแข็งสีขาวใสตรงกลาง ขึ้นบนปุ่มกระดูก เช่น หลังนิ้วเท้า ปลายนิ้ว ใต้โคนนิ้วเท้า มักมีเม็ดเดียวหรือไม่กี่เม็ด เจ็บมากเมื่อกดลงตรง ๆ ลายผิวยังเห็นอยู่รอบก้อน ไม่ติดต่อ
หนังด้าน (callus) ผิวหนาเป็นแผ่นกว้าง ขอบไม่ชัด สีเหลืองซีด ไม่มีแกนกลาง ขึ้นบริเวณที่รับน้ำหนักกว้าง ๆ เช่น ส้นเท้า ฝ่าเท้าส่วนหน้า ด้านข้างหัวแม่เท้า มักไม่เจ็บหรือเจ็บตื้อ ๆ ถ้าหนามาก ไม่ติดต่อ
หูดที่เท้า (plantar wart) เกิดจากไวรัส HPV ผิวบนหูดเห็น จุดดำเล็ก ๆ หลายจุด (เส้นเลือดฝอยที่อุดตัน) ลายผิวขาดหาย ตรงตำแหน่งหูด เจ็บมากกว่าเมื่อบีบจากด้านข้าง ขึ้นได้หลายเม็ดและอาจรวมกันเป็นแผ่น ขึ้นที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องอยู่บนปุ่มกระดูก ติดต่อได้จากพื้นเปียกและการใช้ของร่วมกัน
วิธีทดสอบง่าย ๆ ที่บ้าน
บีบด้านข้างเทียบกับกดตรง หูดเจ็บเมื่อบีบ ตาปลาเจ็บเมื่อกด
ส่องดูลายผิว ลายผิววิ่งผ่านหรืออ้อมตาปลาและหนังด้านได้ แต่จะขาดหายบนหูด
มองหาจุดดำ หูดมีจุดดำเล็ก ๆ กระจายเมื่อขูดผิวบางส่วนออก ตาปลามีแกนใสจุดเดียวตรงกลาง
นับจำนวนและดูตำแหน่ง เม็ดเดียวบนปุ่มกระดูกที่ถูกรองเท้ากดเข้าทางตาปลา หลายเม็ดกระจายหรืออยู่ในเด็กเข้าทางหูด
ถ้ายังไม่แน่ใจ อย่าเพิ่งใช้ยากัดหรือตัดเอง เพราะการรักษาหูดต้องกำจัดเซลล์ที่ติดไวรัส ส่วนตาปลาต้องแก้แรงกด ทำผิดทางจะเสียเวลาเป็นเดือน รายละเอียดวิธีแยกหูดชนิดต่าง ๆ อ่านต่อได้ที่ หูด เกิดจากอะไร วิธีแยกหูด 5 ชนิด และหูดที่เท้ากับตาปลาต่างกันอย่างไร
ตาปลาแข็ง (hard corn) ชนิดที่พบบ่อยที่สุด
ลักษณะ ก้อนแข็ง แห้ง ผิวเรียบมัน สีเหลืองหรือเทา ขนาด 3–10 มิลลิเมตร มีแกนใสตรงกลาง ขึ้นบนที่แห้งและถูกกดจากภายนอก ตำแหน่งยอดนิยมคือหลังข้อนิ้วเท้าที่สี่และห้า ปลายนิ้วเท้า และใต้หัวกระดูกฝ่าเท้าบริเวณโคนนิ้ว
สาเหตุ รองเท้าคับหรือหน้าแคบกดลงบนข้อนิ้ว นิ้วเท้าที่งอผิดรูปทำให้ข้อนิ้วโก่งขึ้นชนรองเท้า หรือกระดูกฝ่าเท้าบางชิ้นรับน้ำหนักมากกว่าชิ้นอื่น
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน ไม่เร่งด่วนในคนทั่วไป แต่เจ็บได้มากจนเปลี่ยนท่าเดิน ถ้าปล่อยไว้นานผิวใต้แกนอาจอักเสบ มีเลือดออกใต้ชั้นหนา หรือแตกเป็นแผล
เมื่อไรต้องพบแพทย์ เจ็บจนเดินลำบาก รักษาเอง 2–3 สัปดาห์ไม่ดีขึ้น เห็นสีแดงคล้ำหรือเลือดใต้ก้อน หรือเป็นเบาหวานและโรคเส้นเลือดที่ขา
ตาปลาอ่อนระหว่างนิ้วเท้า (soft corn)
ลักษณะ ตุ่มสีขาวขุ่น นุ่มยุ่ยเหมือนผิวที่แช่น้ำนาน ผิวรอบ ๆ เปื่อยและอาจมีกลิ่น พบมากที่สุดที่ง่ามระหว่างนิ้วเท้าที่สี่กับนิ้วก้อย เจ็บมากกว่าขนาดที่เห็น บางครั้งแตกเป็นร่องหรือมีแผลเล็ก ๆ
สาเหตุ ปุ่มกระดูกของนิ้วเท้าสองนิ้วที่อยู่ติดกันกดเข้าหากันในรองเท้าหน้าแคบ บวกกับความชื้นจากเหงื่อระหว่างนิ้วที่ระบายไม่ออก ผิวจึงหนาแต่เปียกจนนุ่ม ในคนที่เหงื่อเท้าออกมากจะเป็นง่ายและหายยาก อ่านเรื่องความชื้นและกลิ่นเท้าเพิ่มได้ที่ โรคเท้าเหม็นและเหงื่อเท้ามาก สาเหตุและการรักษา
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน สูงกว่าตาปลาแข็ง เพราะผิวที่เปื่อยติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราแทรกได้ง่าย และแผลในง่ามนิ้วหายช้าเพราะสองนิ้วเสียดสีกันตลอดเวลา
เมื่อไรต้องพบแพทย์ มีร่องแตก น้ำเหลือง หนอง แดงลามออกจากง่ามนิ้ว หรือใช้ตัวคั่นนิ้วและรองเท้าหน้ากว้างแล้ว 2 สัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น ห้ามใช้แผ่นแปะกรดในตำแหน่งนี้เพราะผิวที่เปื่อยจะไหม้ได้ง่าย
ตาปลาเม็ดเล็ก (seed corn)
ลักษณะ ตุ่มแข็งเม็ดเล็กขนาด 1–3 มิลลิเมตร ขึ้นหลายเม็ดกระจายบนฝ่าเท้าหรือส้นเท้า มักอยู่ในบริเวณที่ไม่ได้รับน้ำหนักโดยตรง ส่วนใหญ่ไม่เจ็บหรือเจ็บเล็กน้อยเหมือนมีเม็ดทรายติดเท้า
สาเหตุ สัมพันธ์กับผิวเท้าแห้งมากและการเสียดสีเบา ๆ ซ้ำ ๆ มากกว่าแรงกดจากปุ่มกระดูก บางทฤษฎีเชื่อว่าเกิดจากท่อเหงื่อที่ถูกเคราตินอุดตัน พบร่วมกับ ผิวแห้งแตก และส้นเท้าแตกได้บ่อย
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน ต่ำที่สุดในสามชนิด ส่วนใหญ่รักษาด้วยการเพิ่มความชุ่มชื้นและครีมยูเรียก็ดีขึ้น
เมื่อไรต้องพบแพทย์ เม็ดใดเม็ดหนึ่งโตขึ้นและเจ็บชัด มีจุดดำ หรือทาครีมสม่ำเสมอ 4 สัปดาห์แล้วไม่จาง เพื่อแยกจากหูดที่เท้าระยะแรก
ตาปลาที่เท้า ขึ้นตรงไหนบ้างและตำแหน่งบอกอะไร
ตำแหน่งของตาปลาที่เท้าเป็นเบาะแสสำคัญว่าแรงกดมาจากไหน แพทย์ใช้ตำแหน่งนี้วางแผนแก้ต้นเหตุ
ลักษณะ ต่างกันตามตำแหน่งที่ขึ้น และแต่ละตำแหน่งชี้ไปที่ต้นเหตุคนละอย่าง
หลังข้อนิ้วก้อยหรือนิ้วนาง รองเท้าหน้าแคบกดจากด้านบนหรือด้านข้าง หรือมีนิ้วเท้างอผิดรูป
ปลายนิ้วเท้า นิ้วงอจนปลายนิ้วจิกพื้น หรือรองเท้าสั้นจนปลายนิ้วชนหัวรองเท้า พบบ่อยในนักวิ่งและคนใส่ส้นสูง
ใต้โคนนิ้วเท้าหรือใต้ฝ่าเท้าส่วนหน้า กระดูกฝ่าเท้าชิ้นใดชิ้นหนึ่งยาวหรือต่ำกว่าชิ้นอื่น เท้าแบน อุ้งเท้าสูง หรือไขมันรองฝ่าเท้าบางลงตามอายุ
ด้านในของหัวแม่เท้าหรือใต้โคนหัวแม่เท้า มักสัมพันธ์กับนิ้วหัวแม่เท้าเกที่ดันปุ่มกระดูกออกไปชนรองเท้า
ส้นเท้า บริเวณนี้มักเป็นหนังด้านมากกว่าตาปลา ถ้าหนาและแห้งจนแตกเป็นร่อง อ่านต่อได้ที่ ส้นเท้าแตก เกิดจากอะไร รักษาให้หาย
สาเหตุ ทุกตำแหน่งมีตัวร่วมเดียวกันคือปุ่มกระดูกกับพื้นผิวแข็งที่กดเข้าหากันซ้ำ ๆ วันละหลายพันก้าว ต่างกันแค่ว่าแรงมาจากรองเท้าหรือมาจากโครงสร้างเท้าเอง
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน ตาปลาใต้ฝ่าเท้าที่รับน้ำหนักเจ็บมากกว่าและเสี่ยงแตกเป็นแผลมากกว่าตาปลาบนหลังนิ้ว โดยเฉพาะในคนที่มีโรคประจำตัว
เมื่อไรต้องพบแพทย์ ตาปลาใต้ฝ่าเท้าที่กลับมาขึ้นที่เดิมทุกครั้งแม้เปลี่ยนรองเท้าแล้ว เป็นสัญญาณว่ามีตัวขับจากโครงสร้างกระดูกที่ต้องตรวจ
ตาปลาที่มือและนิ้วมือ เกิดจากอะไร
ตาปลาไม่ได้เกิดเฉพาะที่เท้า ที่มือก็เกิดได้ด้วยกลไกเดียวกันคือแรงกดหรือแรงเสียดสีซ้ำ ๆ ที่จุดเดิม เพียงแต่ที่มือส่วนใหญ่มักเป็นหนังด้านเป็นแผ่นมากกว่า จะเป็นตาปลาเมื่อแรงกระจุกที่ปุ่มกระดูกนิ้ว
ลักษณะ ตุ่มแข็งขอบชัด ขนาดเล็กกว่าที่เท้า มักขึ้นบนหลังข้อนิ้ว ด้านข้างนิ้ว ปลายนิ้ว หรือฝ่ามือใต้โคนนิ้ว กดแล้วเจ็บ ผิวรอบ ๆ ยังมีลายมือปกติ
สาเหตุ ที่พบบ่อยในคลินิก
เครื่องมือช่าง ค้อน ไขควง กรรไกรตัดกิ่ง ประแจ ด้ามจับกดที่โคนนิ้วและฝ่ามือทุกวัน
ปากกาและดินสอ คนที่เขียนมากจะเป็นที่ด้านข้างข้อปลายนิ้วกลางตรงที่ด้ามปากกาพิง มักเป็นหนังด้านนูนแต่บางรายกลายเป็นตาปลาเล็ก ๆ
ยกน้ำหนักและอุปกรณ์ออกกำลังกาย บาร์เบล ดัมเบล บาร์โหน ทำให้ฝ่ามือใต้โคนนิ้วหนาและอาจมีตาปลาแทรก
เครื่องดนตรี สายกีตาร์ กีตาร์เบส หรือคันชักไวโอลิน ทำให้ปลายนิ้วหนา ส่วนใหญ่เป็นหนังด้านที่นักดนตรีต้องการอยู่แล้ว
อุปกรณ์ช่วยเดินและกีฬาแร็กเกต ไม้เท้า ไม้ค้ำยัน รถเข็น ไม้เทนนิส ไม้แบดมินตัน กดจุดเดิมบนฝ่ามือทุกวัน
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน ต่ำ ตาปลาที่มือแทบไม่แตกเป็นแผลเพราะไม่ต้องรับน้ำหนักตัว ปัญหาหลักคือเจ็บเวลาจับของและสับสนกับหูดธรรมดาที่มือซึ่งพบบ่อยกว่ามาก โดยเฉพาะในเด็กและวัยรุ่น
เมื่อไรต้องพบแพทย์ ตุ่มมีจุดดำ ผิวขรุขระเหมือนดอกกะหล่ำ ลามเป็นหลายเม็ด หรือขึ้นในคนที่ไม่ได้ใช้มือทำงานหนัก เพราะเข้าทางหูดมากกว่าตาปลา และตุ่มที่มือที่โตเร็ว เปลี่ยนสี หรือมีเลือดออกเองต้องได้รับการตรวจเสมอ
ตาปลาเกิดจากอะไร 5 กลไกที่ทำให้ผิวหนาตัว
ตาปลาไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค ไม่ได้ติดจากคนอื่น และไม่ได้เกิดจากความสกปรก ทุกกรณีย้อนกลับไปหาแรงเชิงกลได้เสมอ
รองเท้าคับ หน้าแคบ หรือส้นสูง บีบนิ้วเท้าเข้าหากันและดันน้ำหนักทั้งตัวไปกองที่ฝ่าเท้าส่วนหน้า ส้นสูงเกิน 5 เซนติเมตรเพิ่มแรงกดที่ฝ่าเท้าส่วนหน้าอย่างชัดเจน
รองเท้าหลวมหรือไม่ใส่ถุงเท้า เท้าเลื่อนไปมาในรองเท้าทุกก้าว ผิวถูกเสียดสีซ้ำที่เดิม รองเท้าแตะแบบคีบและรองเท้าที่ไม่มีสายรัดส้นก็เข้าข่าย
โครงสร้างเท้าผิดรูป นิ้วเท้างอ (hammer toe) นิ้วหัวแม่เท้าเก (bunion) เท้าแบน อุ้งเท้าสูง หรือกระดูกฝ่าเท้าชิ้นใดชิ้นหนึ่งยาวกว่าปกติ ทำให้น้ำหนักลงไม่เท่ากันและมีปุ่มกระดูกโผล่ชนรองเท้า
ปุ่มกระดูกและกระดูกงอก กระดูกที่งอกออกมาบริเวณข้อนิ้วหรือใต้ฝ่าเท้า และไขมันรองฝ่าเท้าที่บางลงตามอายุ ทำให้กระดูกอยู่ใกล้ผิวมากขึ้นและกดผิวจากด้านใน
กิจกรรม อาชีพ และท่าเดิน ยืนหรือเดินวันละหลายชั่วโมง วิ่งระยะไกล เล่นกีฬาที่ต้องหยุดและออกตัวเร็ว รวมถึงการเดินลงน้ำหนักผิดจากอาการปวดข้ออื่น ส่วนที่มือคือการจับเครื่องมือหรืออุปกรณ์เดิมซ้ำทุกวัน
ใครเสี่ยงเป็นตาปลามากกว่าคนทั่วไป
ผู้สูงอายุ ไขมันรองฝ่าเท้าบางลง ผิวแห้งขึ้น และมักมีนิ้วเท้าผิดรูปสะสม ตาปลาและหนังด้านจึงเป็นปัญหาเท้าที่พบบ่อยที่สุดกลุ่มหนึ่งในวัยนี้
ผู้หญิงที่ใส่รองเท้าส้นสูงหรือหัวแหลมเป็นประจำ เป็นกลุ่มที่พบตาปลาบนหลังนิ้วและใต้ฝ่าเท้าส่วนหน้าบ่อยที่สุดในวัยทำงาน
นักวิ่ง นักกีฬา และผู้ที่ยืนทำงานทั้งวัน เช่น พยาบาล พนักงานขาย เชฟ ทหาร
คนที่มีเท้าผิดรูป นิ้วเท้างอ นิ้วหัวแม่เท้าเก เท้าแบน หรือเคยมีกระดูกเท้าหัก
ผู้ป่วยเบาหวาน โรคปลายประสาทเสื่อม และโรคหลอดเลือดส่วนปลาย ไม่ได้เป็นตาปลาง่ายกว่าคนอื่น แต่ตาปลาในกลุ่มนี้อันตรายกว่ามาก
ผู้ที่มีข้ออักเสบรูมาตอยด์หรือน้ำหนักเกิน ข้อเท้าและนิ้วเท้าผิดรูปและรับน้ำหนักมากขึ้น
ช่าง นักดนตรี และผู้ใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน สำหรับตาปลาที่มือ
ตาปลา ปล่อยไว้เป็นไรไหม
ตาปลาไม่ใช่มะเร็ง ไม่กลายเป็นเนื้อร้าย และไม่ลุกลามไปอวัยวะอื่น ในคนสุขภาพดีการปล่อยไว้จึงไม่ถึงกับอันตราย แต่ก็ไม่หายเองตราบใดที่แรงกดยังอยู่ และมีลำดับปัญหาที่มักตามมา
เจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ แกนกลางหนาและลึกขึ้นทุกสัปดาห์ที่ถูกกด จากเจ็บเฉพาะตอนใส่รองเท้าคับ กลายเป็นเจ็บทุกก้าว
เดินผิดท่าโดยไม่รู้ตัว เพื่อเลี่ยงจุดเจ็บ ร่างกายเปลี่ยนวิธีลงน้ำหนัก ตามมาด้วยปวดข้อเท้า เข่า สะโพก หรือหลังส่วนล่าง และเกิดหนังด้านหรือตาปลาใหม่ที่จุดรับน้ำหนักใหม่
ถุงน้ำใต้ตาปลาอักเสบ เนื้อเยื่อใต้ตาปลาที่ถูกกดนาน ๆ สร้างถุงน้ำขึ้นมารองรับ เมื่ออักเสบจะบวม แดง ร้อน และเจ็บมากกว่าตาปลาธรรมดาหลายเท่า
เลือดออกใต้ชั้นหนาและแตกเป็นแผล เห็นเป็นจุดแดงคล้ำหรือดำใต้ตาปลา เป็นสัญญาณว่าแรงกดสูงจนเนื้อเยื่อข้างใต้บาดเจ็บ ถ้าชั้นหนาแตกออกจะกลายเป็นแผลเปิดที่ติดเชื้อได้
แผลเรื้อรังในผู้ป่วยเบาหวานและคนที่เท้าชา นี่คือกรณีที่ปล่อยไว้ไม่ได้จริง ๆ เพราะไม่รู้สึกเจ็บจึงไม่รู้ตัวว่ามีปัญหา ผิวหนาที่ถูกกดต่อไปจะแตกเป็นแผลใต้ชั้นหนาโดยมองไม่เห็นจากภายนอก งานวิจัยในผู้ป่วยเบาหวานที่มีปลายประสาทเสื่อมพบว่าการมีหนังด้านหรือตาปลาเพิ่มความเสี่ยงเกิดแผลที่จุดนั้นราว 11 เท่า และแผลเบาหวานที่ติดเชื้อลึกคือสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการตัดนิ้วหรือเท้า
สรุปคือ คนทั่วไปปล่อยไว้ได้ระยะหนึ่งถ้ายอมเจ็บ แต่คนที่เท้าชา เป็นเบาหวาน หรือเลือดไปเลี้ยงขาไม่ดี ต้องจัดการตั้งแต่ตาปลายังเล็ก
รักษาตาปลาด้วยตัวเองอย่างถูกวิธี
การดูแลเองได้ผลดีในคนสุขภาพดีที่ตาปลาไม่ใหญ่มาก ทำตามลำดับนี้
หาแรงกดให้เจอแล้วเอาออกก่อน นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดและถูกข้ามบ่อยที่สุด เปลี่ยนไปใส่รองเท้าหน้ากว้าง พื้นนุ่ม ส้นเตี้ย ใส่ถุงเท้าทุกครั้ง ถ้าเป็นที่มือให้หุ้มด้ามเครื่องมือ ใส่ถุงมือ หรือเปลี่ยนวิธีจับ ถ้าไม่ทำข้อนี้ ข้ออื่นทั้งหมดได้ผลชั่วคราวเท่านั้น
แช่น้ำอุ่น 5–10 นาที แล้วขัดเบา ๆ ใช้หินขัดเท้าหรือตะไบเท้าถูไปทางเดียวเบา ๆ หลังแช่น้ำ ทำวันเว้นวันหรือ 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ หยุดทันทีเมื่อผิวเริ่มแดงหรือแสบ ห้ามขัดจนบางเกินไป ห้ามใช้มีดโกน กรรไกร หรือใบมีดใด ๆ ตัดเองเด็ดขาด
ยาละลายเคราติน กรดซาลิไซลิกชนิดน้ำหรือเจลความเข้มข้นประมาณ 12–17 เปอร์เซ็นต์ ทาเฉพาะบนตาปลาวันละครั้งหลังแช่น้ำ ป้องกันผิวปกติรอบ ๆ ด้วยปิโตรเลียมเจลลี่ก่อนทา หรือใช้แผ่นแปะที่มีกรดซาลิไซลิก 40 เปอร์เซ็นต์ตัดให้พอดีก้อน เปลี่ยนทุก 1–2 วัน ผิวที่ตายจะขาวและลอกออกทีละชั้น ใช้ต่อเนื่องไม่เกิน 2 สัปดาห์แล้วประเมินซ้ำ อีกทางเลือกคือครีมยูเรีย 10–20 เปอร์เซ็นต์ทาทั้งฝ่าเท้าทุกคืนเพื่อให้ผิวนุ่ม และความเข้มข้น 30–40 เปอร์เซ็นต์ทาเฉพาะจุดที่หนามาก
ลดแรงกดด้วยแผ่นรอง แผ่นรองรูปวงแหวนหรือรูปโดนัทวางให้ตาปลาอยู่ตรงรูกลวง เพื่อกระจายแรงไปรอบ ๆ แทน ตาปลาระหว่างนิ้วใช้ตัวคั่นนิ้วซิลิโคนหรือใยขนแกะคั่นให้นิ้วไม่ชนกัน ตาปลาใต้ฝ่าเท้าใช้แผ่นรองฝ่าเท้าที่มีเบาะรองหลังหัวกระดูก
ให้ความชุ่มชื้นทุกวัน ทาครีมหนา ๆ หลังอาบน้ำขณะผิวยังชื้น ผิวที่นุ่มสร้างเคราตินหนาช้ากว่าและตอบสนองต่อการรักษาดีกว่า
ห้ามทำในกรณีต่อไปนี้
ห้ามใช้กรดซาลิไซลิกหรือแผ่นแปะตาปลา ในผู้ป่วยเบาหวาน โรคปลายประสาทเสื่อม โรคหลอดเลือดส่วนปลาย หรือคนที่เท้าเย็น ซีด ชา เพราะกรดกัดผิวได้ลึกโดยไม่รู้สึก และแผลที่เกิดขึ้นหายยากมาก
ห้ามแปะแผ่นบนผิวที่แตก มีแผล อักเสบ หรือในง่ามนิ้วที่เปียกแฉะ และห้ามแปะทับผิวปกติรอบ ๆ
ห้ามตัดหรือเจาะเอาแกนออกเอง เสี่ยงตัดลึกถึงเนื้อดี ติดเชื้อ และเป็นแผลเป็นที่เจ็บกว่าตาปลาเดิม
ห้ามใช้ยาที่ซื้อเองในเด็กเล็ก ตุ่มแข็งที่เท้าเด็กส่วนใหญ่เป็นหูด ไม่ใช่ตาปลา
แพทย์รักษาตาปลาอย่างไร
เมื่อพบแพทย์ผิวหนัง สิ่งที่เกิดขึ้นในการตรวจครั้งแรกคือการ ยืนยันว่าเป็นตาปลาจริง โดยขูดผิวชั้นบนออกบาง ๆ และส่องด้วยกล้องขยายผิวหนัง ตาปลาจะเห็นแกนใสจุดเดียวและลายผิวอ้อมก้อน ส่วนหูดจะเห็นจุดเลือดออกเล็ก ๆ กระจายและลายผิวขาดหาย จากนั้นแพทย์จะดูโครงสร้างเท้า รองเท้าที่ใส่มา และในผู้ป่วยเบาหวานจะตรวจความรู้สึกที่เท้าและชีพจรที่หลังเท้าด้วย
การเฉือนชั้นหนาและแกนออก (paring หรือ debridement) เป็นการรักษาหลักและเห็นผลเร็ว แพทย์ใช้ใบมีดปลอดเชื้อเฉือนเคราตินที่ตายแล้วออกทีละชั้นจนถึงแกนกลาง ไม่ต้องฉีดยาชา ไม่มีเลือดออก และไม่เจ็บ เพราะสิ่งที่ถูกเอาออกคือเซลล์ผิวที่ตายแล้ว อาการปวดหายทันทีตั้งแต่เดินออกจากห้องตรวจ และการเฉือนหนังด้านหนา ๆ ในผู้ป่วยเบาหวานลดแรงกดสูงสุดที่จุดนั้นได้ประมาณหนึ่งในสี่ ข้อจำกัดคือถ้าแรงกดยังอยู่ ตาปลาจะค่อย ๆ ก่อตัวใหม่ใน 4–8 สัปดาห์ จึงมักนัดเฉือนซ้ำเป็นรอบ ๆ ควบคู่กับการแก้ต้นเหตุ
ยาละลายเคราตินความเข้มข้นสูงกว่าที่ซื้อเอง และวิธีใช้ที่แม่นยำกว่า สำหรับตาปลาที่ยังไม่พร้อมเฉือนหรือคนที่อยากดูแลต่อที่บ้าน
การจี้เย็น (cryotherapy) มีที่ใช้จำกัดมาก ความเย็นจัดถูกออกแบบมาทำลายเซลล์ที่ติดไวรัสในหูด แต่ตาปลาไม่มีไวรัสให้ทำลาย และการจี้ไม่ได้ลดแรงกดที่เป็นต้นเหตุ ผลที่ได้จึงมักเป็นความเจ็บ ตุ่มพอง และผิวคล้ำโดยที่ตาปลายังกลับมา แพทย์ผิวหนังจึงไม่ใช้จี้เย็นเป็นการรักษามาตรฐานของตาปลา ถ้ามีคนแนะนำให้จี้ตาปลา ควรถามก่อนว่ายืนยันแล้วหรือยังว่าไม่ใช่หูด
แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคลและอุปกรณ์ปรับแรงกด ในรายที่ตาปลาเกิดจากโครงสร้างเท้า แพทย์อาจสั่งทำแผ่นรองเท้าที่มีเบาะรองหลังหัวกระดูกฝ่าเท้า อุปกรณ์ดามนิ้วเท้า หรือส่งต่อนักกายอุปกรณ์เพื่อแก้การกระจายน้ำหนัก
การส่งต่อศัลยแพทย์กระดูก เฉพาะรายที่ตาปลากลับมาที่เดิมซ้ำ ๆ แม้ทำทุกอย่างข้างต้นแล้ว และตรวจพบกระดูกงอกหรือนิ้วผิดรูปที่เป็นตัวขับชัดเจน
เป็นตาปลาต้องผ่าไหม
ส่วนใหญ่ไม่ต้อง ตาปลาเกือบทั้งหมดหายได้ด้วยการเอาแรงกดออก การเฉือนชั้นหนา และยาละลายเคราติน
การ "ผ่าเอาตาปลาออก" ไม่ใช่การรักษาที่แนะนำ ด้วยเหตุผลสองข้อ ข้อแรก ตาปลาไม่มีรากให้ผ่าเอาออก การผ่าตัดตัดผิวหนังส่วนนั้นทิ้งจะทิ้งแผลเป็นไว้บนผิวที่ต้องรับน้ำหนัก และแผลเป็นบนฝ่าเท้ามักเจ็บและแข็งกว่าตาปลาเดิม ข้อสอง ถ้าปุ่มกระดูกและรองเท้ายังกดจุดเดิม ตาปลาจะก่อตัวใหม่บนแผลเป็นนั้นอยู่ดี
การผ่าตัดมีที่ใช้จริงในกรณีเดียว คือเมื่อตัวขับเป็นกระดูก และการรักษาแบบไม่ผ่าตัดอย่างเต็มที่นาน 3–6 เดือนขึ้นไปยังไม่สามารถหยุดตาปลาไม่ให้กลับมาได้ เช่น นิ้วเท้างอที่ข้อแข็งจนดัดไม่ได้ กระดูกงอกที่หัวกระดูกฝ่าเท้าหรือข้อนิ้ว หรือนิ้วหัวแม่เท้าเกที่รุนแรง ในกรณีเหล่านี้ศัลยแพทย์กระดูกจะผ่าเพื่อ แก้กระดูกที่เป็นตัวกด ไม่ใช่ตัดตาปลา เมื่อแรงกดหายไป ตาปลาจะค่อย ๆ หายเองตามรอบผลัดเซลล์ผิว
ดังนั้นถ้ามีใครเสนอให้ผ่าตาปลาตั้งแต่ครั้งแรกที่ตรวจ โดยยังไม่ได้ลองเปลี่ยนรองเท้า เฉือนชั้นหนา หรือดูโครงสร้างเท้า ควรขอความเห็นที่สอง
ตาปลากี่วันหาย
คำตอบขึ้นกับว่าเอาแรงกดออกได้จริงหรือไม่ เพราะผิวหนังชั้นนอกผลัดเซลล์รอบละประมาณ 4 สัปดาห์ ผิวที่หนาจึงต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งรอบในการบางลง
หลังแพทย์เฉือนชั้นหนาออก หายเจ็บทันทีในวันนั้น ผิวบริเวณนั้นกลับมานุ่มเรียบภายใน 1–2 สัปดาห์
เมื่อเอาแรงกดออกได้และดูแลต่อที่บ้าน ตาปลาเล็ก ๆ ที่เพิ่งเป็นจะนิ่มลงใน 1–2 สัปดาห์ และเรียบเป็นปกติใน 2–6 สัปดาห์
ตาปลาที่เป็นมาหลายเดือนหรือมีแกนลึก อาจต้องใช้เวลา 2–3 เดือน และมักต้องเฉือนซ้ำ 1–2 ครั้งระหว่างทาง
ใช้ยาละลายเคราตินเอง เริ่มเห็นผิวขาวลอกใน 3–5 วัน และก้อนเล็กลงชัดใน 1–2 สัปดาห์ ถ้าครบ 2 สัปดาห์แล้วไม่เปลี่ยนแปลงเลย ให้หยุดและพบแพทย์เพื่อยืนยันการวินิจฉัย
ถ้าแรงกดยังอยู่ ไม่มีวันหายถาวร ไม่ว่าจะเฉือน ใช้ยา หรือแม้แต่ผ่าตัด
ทำไมตาปลากลับมาเป็นซ้ำ
คำถามนี้มีคำตอบเดียวในเกือบทุกราย คือ แรงกดที่ต้นเหตุยังไม่ถูกแก้ สิ่งที่พบบ่อยที่สุดคือ
กลับไปใส่รองเท้าคู่เดิมหลังหายเจ็บ โดยเฉพาะรองเท้าทำงานและรองเท้าส้นสูงที่ใส่วันละหลายชั่วโมง
โครงสร้างเท้าที่ยังไม่ได้แก้ นิ้วงอ นิ้วเก เท้าแบน หรือกระดูกงอกที่ยังกดผิวจากด้านในทุกก้าว
เดินหรือวิ่งด้วยท่าเดิม ในระยะทางเดิม บนพื้นแข็งแบบเดิม
ไขมันรองฝ่าเท้าที่บางลงตามอายุ ซึ่งแก้ไม่ได้แต่ชดเชยได้ด้วยแผ่นรองเท้าที่มีเบาะ
ผิวแห้งที่ไม่ได้รับความชุ่มชื้นต่อเนื่อง ทำให้ผิวหนาตัวเร็วกว่าปกติ
งานวิจัยแบบสุ่มในผู้ป่วยตาปลาที่เปรียบเทียบแผ่นแปะกรดซาลิไซลิก 40 เปอร์เซ็นต์กับการเฉือนด้วยใบมีดเพียงอย่างเดียว พบว่าที่ 3 เดือนกลุ่มแผ่นแปะหายราว 1 ใน 3 ส่วนกลุ่มเฉือนหายราว 1 ใน 5 และเมื่อติดตามถึง 1 ปี ทั้งสองกลุ่มมีสัดส่วนที่กลับมาเป็นซ้ำสูง ข้อสรุปที่นำมาใช้ได้คือ วิธีเอาก้อนออกไม่ใช่ตัวตัดสิน การเลิกแรงกดต่างหากที่ตัดสินว่าจะหายถาวรหรือไม่
รองเท้า แผ่นรองเท้า และการแก้ที่โครงสร้างเท้า
กฎการเลือกรองเท้าที่ใช้ได้กับตาปลาทุกชนิด
วัดหรือลองรองเท้าช่วงบ่ายถึงเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่เท้าขยายเต็มที่
เหลือช่องว่างระหว่างปลายนิ้วที่ยาวที่สุดกับหัวรองเท้าประมาณ 1 เซนติเมตร หรือเท่าความกว้างของนิ้วหัวแม่มือ
หน้ารองเท้ากว้างและสูงพอให้นิ้วเท้าขยับได้ทุกนิ้วโดยไม่ชนด้านบนหรือด้านข้าง
ส้นไม่เกิน 3–4 เซนติเมตร และมีสายรัดหรือส่วนหุ้มส้นเพื่อไม่ให้เท้าเลื่อนไปข้างหน้า
พื้นในนุ่มและหนาพอ วัสดุด้านบนยืดหยุ่น ถุงเท้าไร้ตะเข็บหรือตะเข็บเรียบ
แผ่นรองเท้า แบบสำเร็จรูปที่มีเบาะรองหลังหัวกระดูกฝ่าเท้า ใช้ได้ดีกับตาปลาใต้ฝ่าเท้าส่วนหน้าในคนทั่วไป ส่วนแผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคลที่หล่อตามเท้า เหมาะกับคนที่มีโครงสร้างเท้าผิดรูปชัดเจนหรือตาปลากลับมาซ้ำหลายรอบ
การแก้ที่ตัวขับเชิงโครงสร้าง
เท้าแบน แผ่นรองเท้าที่มีส่วนหนุนอุ้งเท้า และการบริหารกล้ามเนื้อเท้า เพื่อไม่ให้น้ำหนักเทไปที่โคนนิ้วเท้าด้านใน
นิ้วเท้างอ (hammer toe) รองเท้าหน้าสูง แผ่นรองใต้นิ้วเพื่อให้ปลายนิ้วไม่จิกพื้น และอุปกรณ์ดามนิ้วในรายที่ข้อยังดัดได้ ถ้าข้อแข็งแล้วจึงพิจารณาผ่าตัดแก้กระดูก
นิ้วหัวแม่เท้าเก (bunion) รองเท้าหน้ากว้าง แผ่นซิลิโคนรองปุ่มกระดูก ตัวคั่นนิ้ว และการผ่าตัดแก้กระดูกเฉพาะรายที่ปวดและผิดรูปมาก
กระดูกงอกใต้ฝ่าเท้าหรือที่ข้อนิ้ว แผ่นรองรูปวงแหวนเพื่อยกแรงออกจากปุ่มกระดูก ถ้าไม่ได้ผลศัลยแพทย์กระดูกสามารถตัดแต่งกระดูกส่วนที่งอกออก
เป็นเบาหวานต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ
ในผู้ป่วยเบาหวาน ตาปลาไม่ใช่เรื่องความสวยงามหรือความรำคาญ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าจุดนั้นมีแรงกดสูงและกำลังจะกลายเป็นแผล
ห้ามใช้กรดซาลิไซลิก แผ่นแปะตาปลา หรือยากัดทุกชนิด และห้ามตัด ขูด หรือแกะเองไม่ว่ากรณีใด
ให้แพทย์หรือทีมดูแลเท้าเป็นผู้เฉือนชั้นหนา เป็นรอบ ๆ ตามนัด การเฉือนที่ถูกต้องคือส่วนหนึ่งของการป้องกันแผลเบาหวาน
ตรวจเท้าด้วยตาทุกวัน รวมถึงง่ามนิ้วและฝ่าเท้าโดยใช้กระจก มองหาสีที่เปลี่ยน รอยแดง ผิวแตก น้ำเหลือง หรือจุดดำใต้หนังหนา
ตรวจความรู้สึกที่เท้าและชีพจรอย่างน้อยปีละครั้ง คนที่ตรวจพบว่าเท้าชาแล้วต้องตรวจถี่ขึ้น เพราะจะไม่รู้สึกเจ็บเมื่อตาปลากำลังกลายเป็นแผล
ใส่รองเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวานหรือรองเท้าที่แพทย์แนะนำ และตรวจข้างในรองเท้าก่อนใส่ทุกครั้ง
สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง ผิวรอบตาปลาแดง ร้อน บวม มีน้ำเหลืองหรือหนอง มีกลิ่น สีผิวคล้ำลง หรือมีไข้ แม้จะไม่เจ็บเลยก็ตาม
หลักการเดียวกันใช้กับผู้ที่มีโรคปลายประสาทเสื่อมจากสาเหตุอื่นและผู้ที่มีเส้นเลือดที่ขาตีบ
เมื่อไรควรพบแพทย์ผิวหนัง
ไม่แน่ใจว่าเป็นตาปลา หนังด้าน หรือหูด โดยเฉพาะเมื่อมีจุดดำ มีหลายเม็ด หรือเป็นในเด็ก
เจ็บจนเดินลำบาก หรือต้องเปลี่ยนท่าเดิน
ดูแลเองอย่างถูกวิธี 2–3 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น หรือกลับมาเป็นซ้ำที่เดิมตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป
ตาปลาระหว่างนิ้วเท้าที่เปื่อย มีร่องแตก หรือมีกลิ่น
เห็นสีแดงคล้ำ ดำ หรือมีเลือดใต้ตาปลา หรือผิวรอบ ๆ แดง บวม ร้อน
เป็นเบาหวาน เท้าชา โรคหลอดเลือดส่วนปลาย หรือภูมิคุ้มกันต่ำ ควรพบแพทย์ตั้งแต่ตาปลายังเล็กโดยไม่ต้องรอให้เจ็บ
ตุ่มที่มือหรือเท้าที่โตเร็ว เปลี่ยนสี รูปร่างไม่สม่ำเสมอ หรือมีเลือดออกเอง
การประเมินตุ่มแข็งที่เท้าและมือ รวมถึงการเลือกวิธีรักษา ต้องทำโดยแพทย์หลังตรวจร่างกายจริง โรคผิวหนังที่เท้าชนิดอื่น ๆ ดูเพิ่มเติมได้ที่ รวมบทความโรคผิวหนัง
สรุปสั้น ๆ
ตาปลาคือผิวหนาเป็นแกนแข็งจากแรงกดซ้ำที่จุดเดิม ไม่ใช่เชื้อโรค ไม่ติดต่อ และไม่มีราก
แยกจากหูดด้วยจุดดำ ลายผิวที่ขาด และเจ็บเมื่อบีบ แยกจากหนังด้านด้วยขอบชัดและแกนกลาง
เกิดที่มือได้ จากเครื่องมือ ปากกา บาร์เบล เครื่องดนตรี และอุปกรณ์ช่วยเดิน แต่ต้องแยกจากหูดที่มือซึ่งพบบ่อยกว่า
ปล่อยไว้ในคนทั่วไปแค่เจ็บมากขึ้น แต่ในเบาหวานและคนเท้าชาเพิ่มความเสี่ยงแผลราว 11 เท่า
รักษาที่ได้ผลคือเอาแรงกดออก + เฉือนชั้นหนา + ยาละลายเคราติน จี้เย็นแทบไม่มีที่ใช้ และผ่าตัดใช้เฉพาะแก้กระดูกที่เป็นตัวขับในรายที่รักษาแบบอื่นแล้วยังกลับมาซ้ำ
กี่วันหาย หายเจ็บทันทีหลังเฉือน ผิวเรียบใน 2–6 สัปดาห์ถ้าแรงกดหายไปจริง
คำถามที่พบบ่อย
ตาปลาทำยังไงถึงจะหาย
เริ่มจากหาแรงกดให้เจอแล้วเอาออก เปลี่ยนเป็นรองเท้าหน้ากว้าง ส้นเตี้ย พื้นนุ่ม ใส่ถุงเท้าทุกครั้ง หรือหุ้มด้ามเครื่องมือถ้าเป็นที่มือ จากนั้นแช่น้ำอุ่น 5–10 นาที ขัดเบา ๆ ด้วยหินขัดวันเว้นวัน ทากรดซาลิไซลิกเฉพาะบนตาปลาหรือครีมยูเรียทุกคืน และใช้แผ่นรองรูปวงแหวนกระจายแรง ถ้าเจ็บมากหรือก้อนหนา แพทย์จะเฉือนชั้นหนาและแกนออกซึ่งหายเจ็บทันทีโดยไม่ต้องฉีดยาชา ตาปลาจะเรียบเป็นปกติใน 2–6 สัปดาห์เมื่อแรงกดหายไปจริง แต่ถ้ากลับไปใส่รองเท้าคู่เดิม จะกลับมาที่เดิมภายใน 1–2 เดือนไม่ว่าจะเอาออกด้วยวิธีใด
ตาปลา ปล่อยไว้เป็นไรไหม
ในคนสุขภาพดี ตาปลาไม่ใช่มะเร็งและไม่ลุกลามเป็นโรคอื่น แต่จะไม่หายเองตราบใดที่ยังถูกกด และมักเจ็บมากขึ้นทุกสัปดาห์จนต้องเปลี่ยนท่าเดิน ตามมาด้วยปวดเข่าหรือหลัง ถุงน้ำใต้ตาปลาอักเสบ หรือแตกเป็นแผลติดเชื้อ กรณีที่ปล่อยไว้ไม่ได้จริง ๆ คือผู้ป่วยเบาหวาน คนที่เท้าชา และคนที่เลือดไปเลี้ยงขาไม่ดี เพราะไม่รู้สึกเจ็บ ตาปลาจะกลายเป็นแผลใต้ชั้นหนาโดยไม่รู้ตัว การมีหนังหนาที่เท้าในกลุ่มนี้เพิ่มความเสี่ยงเกิดแผลราว 11 เท่า และแผลเบาหวานที่ติดเชื้อลึกเป็นสาเหตุหลักของการตัดนิ้วหรือเท้า
เป็นตาปลาต้องผ่าไหม
ส่วนใหญ่ไม่ต้อง ตาปลาเกือบทั้งหมดหายด้วยการเอาแรงกดออก การเฉือนชั้นหนาโดยแพทย์ และยาละลายเคราติน การผ่าตัดเอาตาปลาออกไม่ใช่วิธีที่แนะนำ เพราะตาปลาไม่มีรากให้ผ่า และแผลเป็นบนผิวรับน้ำหนักมักเจ็บกว่าตาปลาเดิมแล้วตาปลาก็ยังกลับมาบนแผลเป็นนั้นถ้าแรงกดยังอยู่ การผ่าตัดมีที่ใช้จริงเฉพาะรายที่ตัวขับเป็นกระดูก เช่น นิ้วเท้างอที่ข้อแข็ง กระดูกงอก หรือนิ้วหัวแม่เท้าเกรุนแรง และรักษาแบบไม่ผ่าตัดเต็มที่ 3–6 เดือนแล้วยังกลับมาซ้ำ ซึ่งศัลยแพทย์กระดูกจะผ่าเพื่อแก้กระดูกที่กด ไม่ใช่ตัดตาปลา
ตาปลารักษาด้วยยาอะไรได้บ้าง
ยาที่ใช้เป็นกลุ่มละลายเคราติน ตัวหลักคือกรดซาลิไซลิก ชนิดน้ำหรือเจลความเข้มข้นราว 12–17 เปอร์เซ็นต์ทาเฉพาะจุดวันละครั้ง หรือชนิดแผ่นแปะ 40 เปอร์เซ็นต์ตัดให้พอดีก้อนและเปลี่ยนทุก 1–2 วัน โดยป้องกันผิวรอบ ๆ ด้วยปิโตรเลียมเจลลี่ ใช้ไม่เกิน 2 สัปดาห์แล้วประเมินซ้ำ อีกกลุ่มคือครีมยูเรีย 10–20 เปอร์เซ็นต์ทาทั้งฝ่าเท้าทุกคืน และ 30–40 เปอร์เซ็นต์ทาเฉพาะจุดที่หนามาก ไม่มียากินสำหรับตาปลา และไม่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อเว้นแต่มีแผลติดเชื้อ ยาทั้งหมดนี้ห้ามใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน คนที่เท้าชา หรือมีโรคหลอดเลือดที่ขา ซึ่งควรให้แพทย์เป็นผู้รักษา
ตาปลาเกิดจากอะไร นิ้วมือ
ตาปลาที่นิ้วมือเกิดจากกลไกเดียวกับที่เท้า คือแรงกดหรือแรงเสียดสีซ้ำ ๆ ที่จุดเดิมบนปุ่มกระดูกนิ้ว สาเหตุที่พบบ่อยคือด้ามเครื่องมือช่าง เช่น ค้อน ไขควง กรรไกร ด้ามปากกาที่พิงข้างนิ้วกลางในคนที่เขียนมาก บาร์เบลและบาร์โหนในคนที่ออกกำลังกาย สายกีตาร์ และด้ามไม้เท้า ไม้แบดมินตัน หรือรถเข็น มักขึ้นบนหลังข้อนิ้ว ด้านข้างนิ้ว หรือฝ่ามือใต้โคนนิ้ว กดแล้วเจ็บ ลายมือรอบ ๆ ยังปกติ ที่ต้องระวังคือตุ่มแข็งที่มือส่วนใหญ่เป็นหูดธรรมดาซึ่งมีจุดดำ ผิวขรุขระ และลามได้ ถ้าไม่ได้ใช้มือทำงานหนักหรือตุ่มมีลักษณะเหล่านี้ ควรให้แพทย์ตรวจก่อนรักษาเอง
แผ่นแปะตาปลาใช้ได้ไหม
ใช้ได้ในคนสุขภาพดีและใช้ถูกวิธี แผ่นแปะส่วนใหญ่มีกรดซาลิไซลิก 40 เปอร์เซ็นต์ ต้องตัดให้พอดีขนาดก้อน ไม่แปะทับผิวปกติ เปลี่ยนทุก 1–2 วัน แช่น้ำแล้วขัดผิวขาวที่ตายออกเบา ๆ ก่อนแปะแผ่นใหม่ และหยุดใช้เมื่อผิวรอบ ๆ แดงหรือแสบ ใช้ต่อเนื่องไม่เกิน 2 สัปดาห์ งานวิจัยพบว่าแผ่นแปะได้ผลไม่ต่างหรือดีกว่าการเฉือนอย่างเดียวเล็กน้อยในระยะ 3 เดือน แต่กลับมาเป็นซ้ำสูงถ้าไม่แก้แรงกด ห้ามใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน คนที่เท้าชา โรคหลอดเลือดส่วนปลาย เด็กเล็ก ผิวที่แตกหรืออักเสบ และตาปลาอ่อนในง่ามนิ้วที่เปียกแฉะ เพราะกรดกัดลึกจนเป็นแผลได้โดยไม่รู้ตัว
ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะบุคคล การประเมินตุ่มแข็งที่เท้าและมือ รวมถึงการเลือกวิธีรักษา ควรทำโดยแพทย์
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 7 กันยายน 2569




ความคิดเห็น