top of page

ผิวแห้งแตก (Xerosis) — สาเหตุ อาการ และวิธีดูแลผิวสุขภาพให้ชุ่มชื้น

19 มิ.ย.
ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 7 ส.ค.

ผิวแห้งแตก Xerosis ผิวมีรอยแตก

ผิวแห้งแตก หรือที่เรียกทางการแพทย์ว่า Xerosis Cutis เป็นภาวะที่ผิวหนังขาดความชุ่มชื้นอย่างรุนแรง จนผิวหยาบ ลอกเป็นขุย และแตกเป็นรอย พบได้บ่อยโดยเฉพาะในผู้สูงอายุและในช่วงอากาศแห้ง ในฐานะอาจารย์แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เราพบว่าแม้ผิวแห้งแตกจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่อาการคันเรื้อรัง ผิวอักเสบ และการติดเชื้อได้ บทความนี้อธิบายสาเหตุ อาการ และวิธีดูแลผิวให้กลับมาชุ่มชื้นอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์

ผิวแห้งแตก (Xerosis) คืออะไร

ผิวหนังของเรามีเซลล์ที่สร้างสารความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ (Natural Moisturizing Factors) และไขมันธรรมชาติ (Sebum) ที่ช่วยเคลือบและกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในชั้นผิว เมื่อไขมันและสารเหล่านี้ลดน้อยลงจากอายุที่มากขึ้น สภาพอากาศ หรือโรคบางชนิด เกราะป้องกันผิว (skin barrier) จะเสียหาย ผิวหนังจึงเริ่มแห้งและแตก โดยแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก:

  • ผิวแห้งธรรมดา (Primary Xerosis): ผิวแห้งจากปัจจัยภายนอกและวัย ไม่ได้เกิดจากโรคเฉพาะ พบได้บ่อยที่สุด

  • ผิวแห้งจากโรค (Secondary Xerosis): ผิวแห้งที่เกิดร่วมกับหรือเป็นผลจากโรคประจำตัว เช่น โรคไทรอยด์ต่ำ เบาหวาน หรือโรคไต

ผิวแห้งแตกเกิดจากอะไร

ปัจจัยที่ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอและสูญเสียความชุ่มชื้น ได้แก่:

  • อายุที่เพิ่มขึ้น: ต่อมไขมันผลิต Sebum ลดลงตามวัย ผิวจึงแห้งง่ายขึ้น

  • สภาพอากาศ: อากาศหนาวหรือแห้งจัด รวมถึงการอยู่ในห้องแอร์นาน ๆ ดึงความชื้นออกจากผิว

  • การทำความสะอาดผิวมากเกินไป: การอาบน้ำบ่อยหรือใช้สบู่ที่มีฤทธิ์แรง จะชะล้างไขมันธรรมชาติบนผิวออกไป

  • โรคประจำตัวบางชนิด: เช่น โรคไทรอยด์ต่ำ เบาหวาน โรคไต และโรคสะเก็ดเงิน

  • การใช้ยาบางชนิด: ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ และยากลุ่ม Statins อาจทำให้ผิวแห้งขึ้น

อาการและลักษณะของผิวแห้งแตก

อาการที่พบได้บ่อยของ Xerosis ได้แก่:

  • ลักษณะผิว: ผิวมีสะเก็ดร่อนคล้ายเกล็ดเกลือ (Ichthyosis-like pattern) และผิวหยาบสาก

  • รอยแตก: ผิวแตกเป็นรอยเส้นเล็ก ๆ และในรายที่รุนแรงอาจมีเลือดออกตามรอยแตก

  • อาการคัน: อาการคันเป็นอาการที่พบบ่อยและอาจรบกวนการใช้ชีวิต หากเกาแรงจะยิ่งทำให้ผิวอักเสบ

  • ตำแหน่งที่พบบ่อย: มักพบที่แขนขา ต้นแขน และหลังมือ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันน้อย

วิธีดูแลและบำรุงผิวแห้งแตก

หัวใจของการดูแลผิวแห้งแตกคือการเติมและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างสม่ำเสมอ:

  • ทามอยส์เจอไรเซอร์ (Moisturizer): ควรเลือกครีมประเภท Emollient หรือ Occlusive และทาทันทีหลังอาบน้ำภายใน 3 นาที เพื่อกักความชุ่มชื้นไว้ในผิว ส่วนผสมที่แนะนำ ได้แก่ Ceramide, Hyaluronic Acid และ Glycerin

  • ส่วนผสมที่ช่วยฟื้นผิว: Ceramide ช่วยซ่อมแซมเกราะป้องกันผิว, Urea 5-10% ช่วยดึงน้ำเข้าสู่ผิว และ Lactic Acid 5-12% ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้น

  • หลีกเลี่ยงปัจจัยทำลายผิว: ลดการใช้น้ำร้อนและสบู่ที่มีฤทธิ์แรง หลีกเลี่ยงสบู่ที่มีสารผงสังเคราะห์ และหันมาใช้สบู่อ่อนโยนแทน

วิธีป้องกันผิวแห้งแตก

  • ควบคุมการอาบน้ำ: หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัดนานเกินไป

  • ดื่มน้ำให้พอ: ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

  • ป้องกันแสงแดด: ทาครีมกันแดดทุกวันเพื่อป้องกันรังสี UV ที่ทำลายไขมันและเกราะป้องกันผิว

  • เลี่ยงสารเคมี: หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในบ้านที่อาจทำให้ผิวแห้ง

คำถามที่พบบ่อย

ผิวแห้งแตกต่างจากผิวแห้งธรรมดาอย่างไร? ผิวแห้งแตก (Xerosis) เป็นภาวะที่ผิวขาดความชุ่มชื้นรุนแรงจนลอกเป็นขุยและแตกเป็นรอย ต่างจากผิวแห้งเล็กน้อยทั่วไป และแบ่งได้เป็นผิวแห้งธรรมดา (Primary Xerosis) กับผิวแห้งจากโรค (Secondary Xerosis) เช่น ไทรอยด์ต่ำ เบาหวาน หรือโรคไต

ควรทามอยส์เจอไรเซอร์ตอนไหนจึงจะได้ผลดีที่สุด? ควรทาทันทีหลังอาบน้ำภายใน 3 นาที ขณะที่ผิวยังหมาด เพื่อกักความชุ่มชื้นไว้ในผิว โดยเลือกครีมประเภท Emollient หรือ Occlusive ที่มีส่วนผสม Ceramide, Hyaluronic Acid หรือ Glycerin

ส่วนผสมใดช่วยผิวแห้งแตกได้ดี? Ceramide ช่วยซ่อมแซมเกราะป้องกันผิว, Urea 5-10% ช่วยดึงน้ำเข้าสู่ผิว และ Lactic Acid 5-12% ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้น

ผิวแห้งแตกควรพบแพทย์เมื่อใด? หากผิวแห้งแตกรุนแรง มีเลือดออก คันมากจนรบกวนการนอน หรือดูแลด้วยมอยส์เจอไรเซอร์แล้วไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เพราะอาจสัมพันธ์กับโรคประจำตัว เช่น ไทรอยด์ต่ำ เบาหวาน หรือโรคไต

หากคุณมีปัญหาผิวแห้งแตกเรื้อรัง คันมาก หรือดูแลเองแล้วไม่ดีขึ้น สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลผิวที่เหมาะกับคุณ

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
เริมที่อวัยวะเพศ เป็นแบบไหน กี่วันหาย ติดต่อทางไหน แพทย์ผิวหนังอธิบายอาการในผู้หญิง ผู้ชาย และยาต้านไวรัสที่ใช้จริง

เริมที่อวัยวะเพศ (Genital herpes) คือการติดเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ซิมเพล็กซ์ (Herpes simplex virus, HSV) ที่ผิวหนังและเยื่อบุบริเวณอวัยวะเพศ ขาหนีบ ก้น หรือรอบทวารหนัก ทำให้เกิดตุ่มน้ำใสขนาด 1–3 มม. ขึ้นเ

 
 
 
ยาทาสะเก็ดเงิน มีอะไรบ้าง แพทย์ผิวหนังอธิบายยาทาแต่ละกลุ่ม ความแรง ระยะเวลาใช้ ตัวไหนใช้ที่หน้าและหนังศีรษะได้ และเมื่อไรที่ยาทาอย่างเดียวไม่พอ

ยาทาเป็นการรักษาแนวแรกของสะเก็ดเงินในผู้ป่วยส่วนใหญ่ เพราะราว 7 ใน 10 คนเป็นชนิดไม่รุนแรง คือมีผื่นน้อยกว่าร้อยละ 5 ของพื้นที่ผิว (ประมาณ 5 ฝ่ามือ) และคุมได้ด้วยยาทาร่วมกับการดูแลผิวเพียงพอ แต่ "ยาทาส

 
 
 
รักษาฝ้าที่ไหนดี แถวกรุงเทพ–สมุทรปราการ แพทย์ผิวหนังอธิบายวิธีเลือกคลินิก ฝ้าตื้น ฝ้าลึก ฝ้าผสม รักษาต่างกันอย่างไร และยาที่ใช้จริง

คำถามว่า "รักษาฝ้าที่ไหนดี" มักได้คำตอบเป็นรายชื่อคลินิกกับชื่อเครื่องเลเซอร์ ซึ่งเป็นการตอบผิดลำดับ เพราะสิ่งที่ตัดสินว่าฝ้าจะดีขึ้นหรือแย่ลงไม่ใช่ชื่อสถานที่ แต่เป็น สามอย่างที่เกิดขึ้นในการพบแพทย์ค

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ