top of page

สิวที่คอ เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังแยก 8 แบบ สิวเชื้อรา ตุ่มจากโกนหนวด และวิธีรักษาให้ตรงชนิด

4 วันที่ผ่านมา
ยาว 5 นาที

สิวที่คอ (neck acne) คือตุ่มอุดตัน ตุ่มแดง หรือตุ่มหนองที่ขึ้นบริเวณลำคอ ใต้กราม และท้ายทอย ส่วนใหญ่เป็น สิวจริง (acne vulgaris) ที่สัมพันธ์กับฮอร์โมนและการเสียดสี แต่ตุ่มที่คอจำนวนไม่น้อยไม่ใช่สิว เช่น สิวเชื้อรา (Malassezia folliculitis) รูขุมขนอักเสบจากแบคทีเรีย (bacterial folliculitis) และ ตุ่มจากการโกนหนวด (pseudofolliculitis barbae) ซึ่งรักษาคนละแบบ

ความต่างนี้สำคัญ เพราะยาสิวบางตัวช่วยสิวจริงแต่ทำให้สิวเชื้อราเห่อมากขึ้น และการโกนหนวดแบบเดิมทำให้ตุ่มที่คอของผู้ชายกลับมาทุกสัปดาห์ไม่ว่าจะทายาอะไร บทความนี้แยกตุ่มที่คอออกเป็น 8 แบบ บอกลักษณะที่ใช้สังเกต ความเร่งด่วน ยาที่ใช้พร้อมความแรงและระยะเวลา และสัญญาณที่ควรพบแพทย์ ถ้าสิวของคุณขึ้นแนวกรามและคางร่วมด้วย อ่านต่อได้ที่ สิวฮอร์โมน ขึ้นกราม–คางแบบไหนถึงใช่

สิวที่คอคืออะไร ทำไมคอเป็นจุดที่สิวขึ้นง่าย

ผิวหนังที่คอบางกว่าผิวหน้าและมีรอยพับ จึงอับเหงื่อง่าย ขณะที่ใต้กรามและด้านข้างคอมีต่อมไขมันที่ไวต่อฮอร์โมนแอนโดรเจน ปัจจัยที่ทำให้คอเป็นสิวง่ายมี 5 ข้อหลัก

  • ฮอร์โมน: ต่อมไขมันแนวกรามและคอตอบสนองต่อแอนโดรเจน สิวในผู้หญิงอายุ 25 ปีขึ้นไปจึงมักย้ายจากหน้าผากลงมาที่กรามและคอ

  • การเสียดสีและความอับ: คอปกเสื้อ สายกระเป๋า สายรัดคางหมวกกันน็อก ผ้าพันคอ และสร้อยคอ ถูไปมาบนรูขุมขนทั้งวัน

  • เหงื่อและอากาศร้อนชื้น: ผิวที่เปียกเหงื่อนานทำให้ปากรูขุมขนบวมและอุดง่าย และเป็นสภาพที่ยีสต์บนผิวเติบโตได้ดี

  • ผลิตภัณฑ์ที่ไหลลงคอ: ครีมนวดผม น้ำมันใส่ผม เจลแต่งผม ครีมกันแดด และน้ำหอมที่ฉีดที่คอ

  • การโกนหนวดและการตัดผมสั้นชิด: ทำให้เส้นขนที่ตัดคมม้วนกลับเข้าผิว เกิดตุ่มอักเสบที่ไม่ใช่สิว

เช็กเร็ว ตุ่มที่คอของคุณน่าจะเป็นแบบไหน

ดูตุ่มทีละแบบตามรายการนี้ ก่อนเลือกยาเอง

  1. ตุ่มหลายขนาดปนกัน มีทั้งหัวดำ หัวขาว ตุ่มแดง บางเม็ดเป็นไตเจ็บ ขึ้นแนวกรามลงมาคอ → น่าจะเป็นสิวจริง

  2. ตุ่มเรียงตามแนวคอปกเสื้อหรือสายกระเป๋า ด้านเดียวกับที่ถูเป็นประจำ → สิวจากการเสียดสี

  3. ตุ่มอุดตันเล็ก ๆ ตามแนวไรผมท้ายทอยและหลังหู → สิวจากผลิตภัณฑ์ผม

  4. ตุ่มเล็กขนาดเท่ากันเกือบทุกเม็ด 1–2 มม. คัน ขึ้นพร้อมกันที่คอ อก หลัง → สิวเชื้อรา

  5. ตุ่มหนองที่มีเส้นขนอยู่ตรงกลาง เจ็บ ขึ้นเร็วภายใน 1–3 วัน → รูขุมขนอักเสบจากแบคทีเรีย

  6. ตุ่มแดงใต้คางและลำคอเฉพาะบริเวณที่โกนหนวด แย่ลงทุกครั้งที่โกน → ตุ่มจากการโกนหนวด

  7. ตุ่มแข็งที่ท้ายทอยแนวไรผม หลังตัดผมสั้นชิด บางจุดรวมเป็นแผ่นนูน → สิวคีลอยด์ที่ท้ายทอย

  8. ตุ่มแดงเล็กเป็นผื่น คันหรือแสบ ขึ้นหลังเหงื่อออกมากหรือหลังใส่สร้อยใหม่ → ไม่ใช่สิว น่าจะเป็นผดร้อนหรือผื่นแพ้สัมผัส

1. สิวจริงแนวกราม–คอ (Acne vulgaris)

ลักษณะ: ตุ่มหลายแบบปนกัน ทั้งสิวอุดตันหัวดำ หัวขาว ตุ่มแดง และตุ่มหนอง บางเม็ดเป็นไตลึกขนาด 5 มม. ขึ้นไปที่กดแล้วเจ็บ มักขึ้นแนวกราม ใต้คาง และด้านข้างคอ ในผู้หญิงมักเห่อก่อนมีประจำเดือน 7–10 วัน

สาเหตุ: ต่อมไขมันสร้างน้ำมันมากขึ้นตามฮอร์โมน ร่วมกับการผลัดเซลล์ที่อุดปากรูขุมขน และเชื้อแบคทีเรียประจำผิว (Cutibacterium acnes) กระตุ้นการอักเสบ ความเครียดและการนอนดึกทำให้เห่อขึ้นได้

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่ฉุกเฉิน แต่สิวไตที่คอทิ้งรอยดำและแผลเป็นได้ง่าย ถ้ามีไตเกิน 3–5 เม็ดหรือเริ่มเป็นหลุม ควรรักษาเร็ว

เมื่อไรต้องพบแพทย์: ทายาลดการอุดตันต่อเนื่อง 8–12 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น มีไตเจ็บซ้ำที่เดิม หรือผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ขนดก หรือผิวคอดำร่วมด้วย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)

2. สิวจากการเสียดสี (Acne mechanica)

ลักษณะ: ตุ่มอุดตันและตุ่มแดงเล็ก ๆ ขึ้นเรียงตามแนวที่ถูกถูซ้ำ เช่น คอปกเสื้อเชิ้ตหรือเสื้อนักเรียน สายรัดคางหมวกกันน็อก สายกระเป๋าสะพาย สายคล้องบัตร หรือคอของนักไวโอลินที่หนีบเครื่องดนตรี มักเป็นข้างเดียวตามด้านที่ใช้

สาเหตุ: แรงกด ความร้อน และเหงื่อที่ถูกขังไว้ใต้ผ้า ทำให้ผนังรูขุมขนบาดเจ็บและอุดตันง่าย คนที่มีแนวโน้มเป็นสิวอยู่แล้วจะเห็นชัดที่สุด

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ต่ำ ส่วนใหญ่ดีขึ้นใน 2–4 สัปดาห์หลังลดการเสียดสี

เมื่อไรต้องพบแพทย์: ลดการเสียดสีแล้วยังไม่ดีขึ้นใน 4–6 สัปดาห์ หรือตุ่มเริ่มเป็นหนองและเจ็บ ซึ่งอาจมีการติดเชื้อร่วม

3. สิวจากผลิตภัณฑ์ผมและครีม (Acne cosmetica / pomade acne)

ลักษณะ: สิวอุดตันเล็ก ๆ หัวปิดสีผิวหรือหัวขาว ขึ้นหนาแน่นตามแนวไรผมท้ายทอย หลังหู และด้านข้างคอ มักไม่ค่อยแดงและไม่คัน คนผมยาวที่ปล่อยผมเปียกแนบคอจะเห็นชัด

สาเหตุ: น้ำมันและซิลิโคนจากครีมนวดผม ทรีตเมนต์ น้ำมันใส่ผม เจลหรือแว็กซ์แต่งผม รวมถึงครีมกันแดดเนื้อหนักที่ทาคอ ไหลลงมาค้างบนผิวและอุดรูขุมขน

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ต่ำ เปลี่ยนวิธีใช้ผลิตภัณฑ์แล้วมักดีขึ้นใน 4–8 สัปดาห์

เมื่อไรต้องพบแพทย์: หยุดหรือเปลี่ยนผลิตภัณฑ์แล้ว 8 สัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น หรือเริ่มมีตุ่มอักเสบมากขึ้น

4. สิวเชื้อราที่คอ (Malassezia folliculitis)

ลักษณะ: ตุ่มแดงหรือตุ่มหนองเล็ก ขนาดเท่ากันเกือบทุกเม็ด 1–2 มม. ขึ้นพร้อมกันเป็นกลุ่ม มักคัน ไม่ค่อยมีหัวดำหัวขาวปน ขึ้นที่คอ อกส่วนบน หลังส่วนบน และหน้าผาก เห่อหลังออกกำลังกาย ช่วงหน้าร้อน หรือหลังกินยาปฏิชีวนะ

สาเหตุ: ยีสต์มาลาสซีเซีย (Malassezia) ซึ่งอาศัยอยู่บนผิวทุกคน เติบโตมากเกินไปในรูขุมขนเมื่อผิวร้อนชื้นนาน ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือได้ยาปฏิชีวนะที่ไปฆ่าแบคทีเรียซึ่งปกติคอยคุมยีสต์ไว้

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่อันตราย แต่ ใช้ยาสิวทั่วไปแล้วไม่หาย และยาปฏิชีวนะทำให้แย่ลง จึงต้องแยกให้ได้ก่อนรักษา

เมื่อไรต้องพบแพทย์: ตุ่มคัน ขนาดเท่ากัน ไม่ตอบสนองต่อยาสิวนาน 4 สัปดาห์ หรือเป็นซ้ำทุกหน้าร้อน แพทย์ยืนยันได้ด้วยการขูดตุ่มส่องกล้องดูยีสต์ อ่านรายละเอียดเพิ่มที่ สิวที่หลัง แยกสิวจริงจากสิวเชื้อรา

5. รูขุมขนอักเสบจากแบคทีเรีย และฝีที่คอ (Bacterial folliculitis / furuncle)

ลักษณะ: ตุ่มหนองหัวเหลืองบนฐานแดง มีเส้นขนอยู่ตรงกลางตุ่ม เจ็บ ขึ้นเร็วภายใน 1–3 วัน ถ้าการติดเชื้อลงลึกจะกลายเป็นก้อนแดงร้อนขนาด 1–2 ซม. ขึ้นไป ปวดตุบ ๆ และมีหนองอยู่ข้างใน ซึ่งคือฝี มักพบที่ท้ายทอยและด้านหลังคอ

สาเหตุ: เชื้อสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) เข้าทางรูขุมขนที่บาดเจ็บจากการเกา การโกน หรือการเสียดสี พบบ่อยในคนที่เป็นเบาหวานหรือมีเชื้อนี้ในโพรงจมูก

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ปานกลาง ตุ่มเดี่ยว ๆ ดูแลได้ แต่ฝีที่ใหญ่ขึ้นเร็ว มีไข้ หรือผิวแดงลามรอบ ๆ ต้องพบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง

เมื่อไรต้องพบแพทย์: ก้อนใหญ่กว่า 1 ซม. ปวดมาก มีไข้ เป็นซ้ำหลายครั้งต่อปี หรือเป็นผู้ป่วยเบาหวาน ห้ามบีบฝีเอง โดยเฉพาะบริเวณคอและใบหน้า อ่านต่อที่ รูขุมขนอักเสบ เกิดจากอะไร

6. ตุ่มจากการโกนหนวด (Pseudofolliculitis barbae)

ลักษณะ: ตุ่มแดงหรือตุ่มหนองเล็ก 2–4 มม. ขึ้นเฉพาะบริเวณที่โกน คือใต้คาง ลำคอด้านหน้า และแนวกราม บางเม็ดเห็นปลายเส้นขนม้วนจมอยู่ใต้ผิว แย่ลงภายใน 1–2 วันหลังโกนทุกครั้ง พบมากในผู้ชายที่มีขนหยิกหรือขนแข็ง และพบได้ในผู้หญิงที่โกนหรือถอนขนบริเวณนี้

สาเหตุ: การโกนชิดผิวหรือโกนย้อนแนวขนทำให้ปลายขนที่ถูกตัดเป็นมุมแหลม เมื่อขนงอกจะม้วนกลับแทงเข้าผิวข้าง ๆ ร่างกายมองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมจึงเกิดการอักเสบ

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่อันตราย แต่ถ้าเป็นนานจะทิ้งรอยดำ ผิวขรุขระ และบางรายเกิดแผลเป็นนูน

เมื่อไรต้องพบแพทย์: ปรับวิธีโกนแล้ว 4–6 สัปดาห์ยังเป็น มีตุ่มหนองจำนวนมาก หรือเริ่มมีรอยดำและแผลเป็น

วิธีโกนที่ช่วยลดตุ่ม: ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นหรือประคบอุ่น 2–3 นาทีก่อนโกน ใช้เจลหรือครีมโกนหนวด โกน ตามแนวขน ไม่ดึงผิวให้ตึง ใช้มีดใบเดียวที่คม หรือใช้เครื่องตัดแต่งหนวดที่เหลือตอขนยาว 0.5–1 มม. ถ้าทำได้ให้เว้นการโกน 3–4 สัปดาห์เพื่อให้ขนที่ม้วนอยู่หลุดออกมาเอง

7. สิวคีลอยด์ที่ท้ายทอย (Acne keloidalis nuchae)

ลักษณะ: ตุ่มแข็งสีผิวหรือสีน้ำตาลขนาด 2–5 มม. ขึ้นตามแนวไรผมท้ายทอย บางเม็ดมีหนอง เมื่อเป็นนานตุ่มจะรวมกันเป็นแผ่นนูนแข็งคล้ายแผลเป็นนูน และผมบริเวณนั้นอาจไม่ขึ้น พบมากในผู้ชายอายุ 14–25 ปีที่ตัดผมสั้นชิดท้ายทอย

สาเหตุ: การอักเสบเรื้อรังของรูขุมขนที่ท้ายทอย ซึ่งถูกกระตุ้นจากการตัดผมสั้นชิด การเสียดสีกับคอปกเสื้อและหมวก ร่วมกับลักษณะผิวที่มีแนวโน้มเกิดแผลเป็นนูน

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ปานกลาง ไม่อันตรายต่อชีวิต แต่ ยิ่งรักษาช้า แผ่นนูนยิ่งใหญ่และรักษายาก

เมื่อไรต้องพบแพทย์: ทันทีที่เริ่มเห็นตุ่มแข็งเรียงตามไรผมท้ายทอยหลายเม็ด หรือตุ่มเริ่มรวมกันเป็นแผ่น การรักษาระยะแรกได้ผลดีกว่าระยะที่เป็นแผ่นนูนแล้ว อ่านเรื่องแผลเป็นนูนเพิ่มที่ คีลอยด์และแผลเป็นนูน

8. ตุ่มที่คอที่ไม่ใช่สิว: ผดร้อน และผื่นแพ้สัมผัส

ลักษณะ: ผดร้อน (miliaria) เป็นตุ่มแดงหรือตุ่มใสเล็กมาก 1 มม. ขึ้นหนาแน่นตามรอยพับคอหลังเหงื่อออกมาก คันยิบ ๆ และยุบเองใน 1–3 วันเมื่ออยู่ในที่เย็น ส่วน ผื่นแพ้สัมผัส (contact dermatitis) เป็นผื่นแดงคันหรือแสบ ขอบเขตตรงกับสิ่งที่สัมผัส เช่น เป็นเส้นรอบคอตามแนวสร้อยหรือจี้โลหะ หรือเป็นจุดตรงที่ฉีดน้ำหอม

สาเหตุ: ผดร้อนเกิดจากท่อต่อมเหงื่ออุดตัน ผื่นแพ้สัมผัสเกิดจากการแพ้นิกเกิลในเครื่องประดับ น้ำหอม สารกันเสีย หรือสีย้อมผมที่ไหลลงคอ น้ำหอมบางชนิดเมื่อโดนแดดยังทิ้งรอยสีน้ำตาลเป็นทางยาวที่คอได้

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ต่ำ แต่การทายาสิวลงบนผื่นแพ้จะทำให้แสบและลามมากขึ้น

เมื่อไรต้องพบแพทย์: ผื่นไม่ดีขึ้นใน 1–2 สัปดาห์หลังเลี่ยงสิ่งที่สงสัย เป็นซ้ำบ่อยโดยหาสาเหตุไม่เจอ ซึ่งอาจต้องทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง (patch test) อ่านต่อที่ ผดร้อน 4 ชนิด และ ผื่นแพ้โลหะ นิกเกิล

สิวที่คอ ผู้หญิง กับผู้ชาย ต่างกันอย่างไร

ผู้หญิง สิวที่คอมักเป็นสิวจริงที่สัมพันธ์กับฮอร์โมน ขึ้นแนวกราม ใต้คาง และด้านข้างคอ เห่อก่อนมีประจำเดือน และพบมากขึ้นหลังอายุ 25 ปี สิ่งที่แพทย์จะถามเพิ่มคือรอบประจำเดือน ขนดก ผมบาง น้ำหนักขึ้น และผิวคอดำหนาคล้ายคราบสกปรก ซึ่งเป็นภาวะ ผิวหนังคล้ำหนา (acanthosis nigricans) ที่สัมพันธ์กับภาวะดื้ออินซูลิน ถ้ามีหลายข้อร่วมกันควรตรวจเรื่อง PCOS อ่านเพิ่มที่ ผิวหนังคล้ำที่คอ สัญญาณภาวะดื้ออินซูลิน

ผู้ชาย นอกจากสิวจริงแล้ว ตุ่มที่คอด้านหน้ามักเป็น ตุ่มจากการโกนหนวด และตุ่มที่ท้ายทอยมักเป็น รูขุมขนอักเสบหรือสิวคีลอยด์ จากการตัดผมสั้นชิด ผู้ชายที่ออกกำลังกายหนักหรือทำงานกลางแจ้งยังเป็นสิวเชื้อราที่คอและอกได้บ่อย

แพทย์วินิจฉัยสิวที่คออย่างไร

ส่วนใหญ่แพทย์แยกชนิดได้จากการดูตุ่มและซักประวัติ โดยดูจาก 6 ข้อนี้

  1. รูปแบบของตุ่ม: มีสิวอุดตันปนหรือไม่ ตุ่มขนาดเท่ากันหรือหลายขนาด มีเส้นขนตรงกลางหรือไม่

  2. อาการคัน: สิวจริงมักเจ็บมากกว่าคัน สิวเชื้อราและผื่นแพ้มักคัน

  3. ตำแหน่ง: แนวกราม ลำคอด้านหน้า ท้ายทอย หรือเป็นเส้นตามสร้อยหรือคอปก

  4. สิ่งกระตุ้น: การโกน การตัดผม เหงื่อ ผลิตภัณฑ์ผม ยาที่เพิ่งเริ่มใช้ เช่น ยาสเตียรอยด์หรือยาปฏิชีวนะ

  5. การตรวจเพิ่มเติมเมื่อจำเป็น: ขูดตุ่มส่องกล้องหายีสต์ (KOH) เพาะเชื้อหนองเมื่อเป็นฝีซ้ำ และ patch test เมื่อสงสัยผื่นแพ้สัมผัส

  6. การตรวจฮอร์โมนในผู้หญิง: เมื่อมีอาการของ PCOS เช่น ประจำเดือนมาห่างกว่า 35 วัน หรือขนดก

ยาทารักษาสิวที่คอ ใช้ตัวไหน นานแค่ไหน

ผิวคอบางและระคายเคืองง่ายกว่าผิวหน้า จึงควรเริ่มยาความแรงต่ำ ทาวันเว้นวันในสัปดาห์แรก แล้วค่อยเพิ่มเป็นทุกวันเมื่อผิวชิน ยาที่ใช้แตกต่างตามชนิดของตุ่ม

สำหรับสิวจริง สิวจากการเสียดสี และสิวจากผลิตภัณฑ์

  • อะดาพาลีน (adapalene) 0.1% เจล: ทาบาง ๆ ทั่วบริเวณที่เป็นสิว วันละครั้งก่อนนอน เป็นยาหลักที่ลดการอุดตัน ต้องใช้ต่อเนื่อง 8–12 สัปดาห์จึงเห็นผลเต็มที่ ช่วง 2–4 สัปดาห์แรกอาจแห้งลอกหรือเห่อเล็กน้อย

  • เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (benzoyl peroxide) 2.5–5%: ใช้ได้ทั้งแบบเจลแต้มและแบบล้าง ถ้าใช้แบบล้างให้ทิ้งไว้บนผิว 2–3 นาทีก่อนล้างออก ลดเชื้อแบคทีเรียและลดการดื้อยา ระวังสารนี้ฟอกสีปกเสื้อและผ้าเช็ดตัว

  • คลินดามัยซิน (clindamycin) 1% เจล: ใช้กับสิวอักเสบ ต้องใช้คู่กับเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์เสมอ ไม่ควรใช้เดี่ยว ๆ เกิน 12 สัปดาห์ เพราะเชื้อดื้อยาได้

  • กรดอะซีลาอิก (azelaic acid) 15–20%: ทาวันละ 2 ครั้ง ช่วยทั้งสิวและรอยดำ เหมาะกับผิวที่แพ้ง่ายหรือใช้ในหญิงตั้งครรภ์ตามคำแนะนำแพทย์

  • กรดซาลิไซลิก (salicylic acid) 0.5–2%: ในรูปเจลอาบน้ำหรือโลชั่น ช่วยลดการอุดตันระดับเบา เหมาะกับสิวจากผลิตภัณฑ์ผม

สำหรับสิวเชื้อรา

  • คีโตโคนาโซล (ketoconazole) 2% แชมพู ใช้เป็นสบู่: ฟอกบริเวณคอ อก และหลังขณะผิวเปียก ทิ้งไว้ 3–5 นาที แล้วล้างออก สัปดาห์ละ 3 ครั้ง นาน 2–4 สัปดาห์ จากนั้นใช้สัปดาห์ละครั้งเพื่อป้องกันการกลับมา

  • ซีลีเนียมซัลไฟด์ (selenium sulfide) 1–2.5%: ใช้แบบเดียวกัน เป็นทางเลือกเมื่อคีโตโคนาโซลระคายเคือง

  • ยาทาฆ่าเชื้อรากลุ่มอะโซล เช่น โคลไตรมาโซล (clotrimazole) 1% ทาวันละ 2 ครั้ง ใช้ได้เมื่อเป็นบริเวณเล็ก

สำหรับรูขุมขนอักเสบจากแบคทีเรีย

  • มิวพิโรซิน (mupirocin) 2% หรือกรดฟูซิดิก (fusidic acid) 2%: ทาวันละ 2–3 ครั้ง นาน 7–10 วัน สำหรับตุ่มหนองจำนวนไม่มาก

  • คลอร์เฮกซิดีน (chlorhexidine) 4% ใช้ฟอกบริเวณที่เป็น วันละครั้ง ช่วยลดเชื้อบนผิวในรายที่เป็นซ้ำ

สำหรับตุ่มจากการโกนหนวดและสิวคีลอยด์ที่ท้ายทอย

  • ตุ่มจากการโกน: เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ร่วมกับคลินดามัยซินตอนเช้า และอะดาพาลีนก่อนนอน ช่วยลดการอักเสบและทำให้ขนที่ม้วนหลุดง่ายขึ้น ถ้าอักเสบมาก แพทย์อาจให้ ไฮโดรคอร์ติโซน (hydrocortisone) 1% ทาไม่เกิน 7 วัน

  • สิวคีลอยด์ท้ายทอย: แพทย์มักให้ยาทาสเตียรอยด์แรงสูง เช่น โคลเบตาซอล โพรพิโอเนต (clobetasol propionate) 0.05% วันละ 2 ครั้ง ทาเป็นรอบ 2 สัปดาห์สลับหยุด ร่วมกับฉีด ไตรแอมซิโนโลน อะเซโทไนด์ (triamcinolone acetonide) 10 มก./มล. เข้าตุ่มที่แข็งทุก 3–4 สัปดาห์

อะไรบอกว่ายาทาได้ผล: สิวจริงควรมีตุ่มใหม่ลดลงชัดเจนในสัปดาห์ที่ 6–8 สิวเชื้อราอาการคันควรลดใน 1 สัปดาห์และตุ่มยุบใน 2–4 สัปดาห์ รูขุมขนอักเสบควรยุบใน 7–10 วัน ถ้าไม่เป็นไปตามนี้แปลว่าอาจวินิจฉัยผิดชนิดหรือต้องใช้ยากิน ยาสเตียรอยด์ทั้งแบบทาและแบบฉีดต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ ห้ามทาสเตียรอยด์บนสิวจริงหรือสิวเชื้อราเอง เพราะทำให้เห่อมากขึ้น อ่านเรื่องตัวยาแต้มสิวเพิ่มที่ ยาแต้มสิว เลือกตัวยาและความเข้มข้น

ยากินสำหรับสิวที่คอ เมื่อไรต้องใช้

ยากินใช้เมื่อเป็นมาก เป็นไตหลายเม็ด เริ่มเป็นแผลเป็น หรือยาทาไม่ได้ผลตามระยะเวลาที่ควร ทุกตัวต้องให้แพทย์ประเมินและสั่งจ่าย

  • ด็อกซีไซคลิน (doxycycline) 100 มก. วันละครั้ง: สำหรับสิวอักเสบปานกลางถึงมาก ใช้ร่วมกับยาทาเสมอ นาน 6–12 สัปดาห์ และไม่ควรเกิน 3–4 เดือน ควรกินพร้อมน้ำเต็มแก้วและไม่นอนทันทีหลังกิน ไม่ใช้ในหญิงตั้งครรภ์และเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี

  • ไอโซเตรติโนอิน (isotretinoin): สำหรับสิวไตสิวหัวช้างที่เสี่ยงเป็นแผลเป็น หรือสิวที่ไม่ตอบสนองต่อยาอื่น ขนาดที่ใช้บ่อยคือ 0.25–0.5 มก./กก./วัน นานหลายเดือน ห้ามตั้งครรภ์ระหว่างใช้และหลังหยุดยาอย่างน้อย 1 เดือน และต้องตรวจเลือดเป็นระยะ อ่านเพิ่มที่ ไอโซเตรติโนอิน ผลข้างเคียงและการติดตาม

  • ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม และสไปโรโนแลกโทน (spironolactone) 50–100 มก./วัน: สำหรับผู้หญิงที่มีสิวฮอร์โมนแนวกราม–คอ ใช้เวลา 3 เดือนขึ้นไปจึงเห็นผล แพทย์จะประเมินความดัน ประวัติลิ่มเลือด และระดับโพแทสเซียมก่อนใช้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์

  • ไอทราโคนาโซล (itraconazole) 200 มก. วันละครั้ง นาน 7 วัน หรือฟลูโคนาโซล (fluconazole): สำหรับสิวเชื้อราที่เป็นบริเวณกว้างหรือยาทาไม่ได้ผล ต้องให้แพทย์ตรวจยาที่กินร่วมเพราะมีปฏิกิริยากับยาหลายชนิด

  • เซฟาเล็กซิน (cephalexin) หรือยาปฏิชีวนะตามผลเพาะเชื้อ: สำหรับฝีหรือรูขุมขนอักเสบที่เป็นบริเวณกว้าง ฝีที่มีหนองมักต้องเจาะระบายหนองร่วมด้วย

วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นสิวที่คอ

  • ล้างคอวันละ 2 ครั้ง และหลังเหงื่อออก ด้วยสบู่หรือเจลอาบน้ำอ่อนโยน ไม่ขัดแรง ไม่ใช้สครับเม็ด

  • สระผมก่อน แล้วค่อยล้างคอและหลังทีหลัง เพื่อล้างครีมนวดและทรีตเมนต์ที่ไหลลงมาออกให้หมด

  • มัดผมขึ้นเมื่อผมเปียกหรือช่วงออกกำลังกาย และเลือกผลิตภัณฑ์ผมที่ไม่มีน้ำมันหนัก

  • ลดการเสียดสี: เลือกเสื้อคอกว้างผ้าระบายอากาศ ซักผ้าพันคอและปลอกหมอนสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง เช็ดสายรัดคางหมวกกันน็อกเป็นประจำ

  • ถอดสร้อยคอเวลานอนและออกกำลังกาย และเลี่ยงการฉีดน้ำหอมลงผิวคอโดยตรง

  • เลือกครีมกันแดดและโลชั่นที่ระบุว่าไม่อุดตัน (non-comedogenic) สำหรับคอ

  • ไม่บีบแกะ สิวที่คอทิ้งรอยดำง่ายกว่าที่หน้า ถ้าเป็นสิวอุดตันจำนวนมาก ดูวิธีที่ถูกต้องได้ที่ กดสิว สิวแบบไหนกดได้ แบบไหนห้ามกด

ทำไมสิวที่คอไม่หายสักที

ถ้ารักษามาเกิน 2–3 เดือนแล้วยังเป็นซ้ำ สาเหตุที่พบบ่อยมี 6 ข้อ

  1. วินิจฉัยผิดชนิด: ทายาสิวหรือกินยาปฏิชีวนะรักษาสิวเชื้อรา ซึ่งทำให้ยีสต์เติบโตมากขึ้น

  2. ใช้ยาไม่ต่อเนื่องพอ: หยุดอะดาพาลีนก่อนครบ 8–12 สัปดาห์ เพราะช่วงแรกเห่อหรือแห้ง

  3. ต้นเหตุยังอยู่: ยังใช้ครีมนวดผมเดิม ยังโกนหนวดย้อนแนวขน หรือยังใส่คอปกรัดทั้งวัน

  4. ฮอร์โมน: ผู้หญิงที่มี PCOS มักเป็นซ้ำจนกว่าจะคุมฮอร์โมนได้

  5. ทาสเตียรอยด์เอง: ครีมสเตียรอยด์ทำให้ตุ่มยุบชั่วคราว แต่กระตุ้นให้เกิดสิวสเตียรอยด์และสิวเชื้อราตามมา

  6. ไม่มียาป้องกันระยะยาว: สิวจริงต้องทายาลดการอุดตันต่อเพื่อคุมไม่ให้กลับมา สิวเชื้อราต้องใช้แชมพูยาป้องกันสัปดาห์ละครั้ง

สิวที่คอทิ้งรอยดำ หลุม หรือแผลเป็นนูนได้ไหม

ได้ และพบบ่อยกว่าที่หลายคนคิด

  • รอยดำหลังการอักเสบ (post-inflammatory hyperpigmentation): พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะคนผิวสองสีถึงผิวคล้ำ มักจางเองใน 3–6 เดือนถ้าไม่บีบแกะซ้ำ การทาครีมกันแดดและยาทาอย่างกรดอะซีลาอิกช่วยให้จางเร็วขึ้น อ่านต่อที่ รอยดำหลังอักเสบ (PIH)

  • แผลเป็นนูนและคีลอยด์: บริเวณแนวกราม คอ และหน้าอกเป็นจุดที่เกิดแผลเป็นนูนได้ง่าย โดยเฉพาะหลังสิวไตหรือหลังบีบ ควรรักษาตั้งแต่เริ่มนูนเพราะตอบสนองต่อยาฉีดได้ดีกว่า

  • หลุมสิว: พบได้น้อยกว่าที่ใบหน้า แต่เกิดได้หลังสิวไตลึก

สัญญาณที่ควรพบแพทย์ทันที

  • ก้อนแดงร้อนที่คอใหญ่ขึ้นเร็ว ปวดมาก หรือมีไข้ร่วม

  • ผิวแดงลามออกจากตุ่มเป็นวงกว้างภายใน 24–48 ชั่วโมง ซึ่งอาจเป็นการติดเชื้อชั้นใต้ผิวหนัง

  • ก้อนที่คอที่ ไม่ใช่ตุ่มบนผิว แต่คลำได้ลึกอยู่ใต้ผิว แข็ง ไม่เจ็บ และอยู่นานเกิน 2–3 สัปดาห์ เพราะอาจเป็นต่อมน้ำเหลืองโตหรือก้อนชนิดอื่นที่ต้องตรวจเพิ่ม

  • สิวไตหลายเม็ดที่เริ่มทิ้งหลุมหรือแผลเป็นนูน

  • ตุ่มแข็งที่ท้ายทอยเริ่มรวมกันเป็นแผ่น

  • ผู้หญิงที่มีสิวร่วมกับประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ขนดก หรือผิวคอดำหนา

ความเชื่อผิด ๆ เรื่องสิวที่คอ

  • "สิวที่คอแปลว่าลำไส้หรือมดลูกมีปัญหา" ไม่มีหลักฐานว่าตำแหน่งสิวบอกโรคของอวัยวะภายใน ที่มีจริงคือความสัมพันธ์ระหว่างสิวแนวกราม–คอกับฮอร์โมนแอนโดรเจนและ PCOS

  • "สิวที่คอเกิดจากความสกปรก" ความสะอาดช่วยได้บ้าง แต่การขัดหรือล้างบ่อยเกินไปทำให้ผิวระคายเคืองและสิวแย่ลง

  • "ทายาสิวตัวไหนก็ได้ เพราะสิวเหมือนกันหมด" สิวเชื้อรา รูขุมขนอักเสบ และตุ่มจากการโกนหนวด ต้องใช้ยาต่างกัน

  • "ทาครีมสเตียรอยด์แล้วตุ่มยุบเร็ว" ยุบชั่วคราว แต่เมื่อหยุดมักเห่อหนักกว่าเดิม

  • "โกนหนวดบ่อย ๆ ทำให้ตุ่มหายเร็ว" ตรงกันข้าม การโกนชิดและถี่เป็นต้นเหตุหลักของตุ่มจากการโกนหนวด

สรุปสั้น ๆ

  • สิวที่คอส่วนใหญ่เป็น สิวจริง ที่สัมพันธ์กับฮอร์โมน การเสียดสี และผลิตภัณฑ์ผม

  • ตุ่มเล็กขนาดเท่ากัน คัน ขึ้นพร้อมกันที่คอ อก หลัง ให้นึกถึง สิวเชื้อรา ซึ่งรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อรา ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะ

  • ตุ่มเฉพาะบริเวณที่โกนหนวดคือ ตุ่มจากการโกน ต้องแก้ที่วิธีโกนก่อน

  • ยาทาหลักของสิวจริงคือ อะดาพาลีน 0.1% ร่วมกับ เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ 2.5–5% ใช้ต่อเนื่อง 8–12 สัปดาห์

  • ตุ่มแข็งที่ท้ายทอยหลังตัดผมสั้น หรือสิวไตที่เริ่มนูนเป็นแผลเป็น ควรพบแพทย์เร็ว

  • ไม่บีบแกะ ไม่ทาสเตียรอยด์เอง และให้แพทย์ช่วยแยกชนิดเมื่อรักษาเองแล้ว 4–8 สัปดาห์ไม่ดีขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเรื่องสิวที่คอ

สิวที่คอเกิดจากอะไร

สิวที่คอเกิดได้จากหลายสาเหตุ ที่พบบ่อยที่สุดคือสิวจริงที่สัมพันธ์กับฮอร์โมน เพราะต่อมไขมันแนวกรามและคอไวต่อฮอร์โมนแอนโดรเจน ร่วมกับการเสียดสีจากคอปกเสื้อ สายกระเป๋า หรือสร้อยคอ เหงื่อที่อับชื้น และครีมนวดผมหรือน้ำมันใส่ผมที่ไหลลงมาอุดรูขุมขน นอกจากนี้ตุ่มที่คอบางส่วนไม่ใช่สิว เช่น สิวเชื้อรา รูขุมขนอักเสบจากแบคทีเรีย และตุ่มจากการโกนหนวด ซึ่งต้องรักษาคนละวิธี จึงควรแยกชนิดก่อนเลือกยา

สิวผื่นขึ้นที่คอเกิดจากอะไร

ถ้าเป็นตุ่มเล็ก ๆ ขึ้นเป็นผื่นหนาแน่น มักไม่ใช่สิวจริง สาเหตุที่พบบ่อยคือสิวเชื้อรา ซึ่งเป็นตุ่มขนาดเท่ากัน 1–2 มม. คัน และขึ้นพร้อมกันที่คอ อก และหลัง ผดร้อน ซึ่งเป็นตุ่มเล็กมากตามรอยพับคอหลังเหงื่อออกมากและยุบใน 1–3 วัน และผื่นแพ้สัมผัสจากสร้อยโลหะ น้ำหอม หรือสีย้อมผม ซึ่งมักคันหรือแสบตามแนวที่สัมผัส ทั้งสามแบบไม่ตอบสนองต่อยาสิวทั่วไป และการทายาสิวลงบนผื่นแพ้อาจทำให้แสบมากขึ้น

สิวขึ้นที่คอ ผู้หญิง เกี่ยวกับฮอร์โมนหรือ PCOS ไหม

เกี่ยวได้ สิวที่ขึ้นแนวกราม ใต้คาง และลำคอในผู้หญิงอายุ 25 ปีขึ้นไป มักสัมพันธ์กับฮอร์โมนแอนโดรเจน และเห่อก่อนมีประจำเดือน 7–10 วัน ถ้ามีอาการร่วม เช่น ประจำเดือนมาห่างกว่า 35 วัน ขนดก ผมบาง หรือผิวคอดำหนา ควรให้แพทย์ประเมินภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) เพราะการรักษาอาจต้องใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมหรือสไปโรโนแลกโทนร่วมกับยาทา ซึ่งต้องให้แพทย์สั่งและติดตามผล

สิวที่คอ ผู้ชาย โกนหนวดแล้วเป็นตุ่ม ทำยังไงดี

ตุ่มที่ขึ้นเฉพาะบริเวณที่โกนและแย่ลงหลังโกนทุกครั้ง มักเป็นตุ่มจากการโกนหนวด ซึ่งเกิดจากเส้นขนที่ถูกตัดคมม้วนกลับเข้าผิว ให้เริ่มจากเปลี่ยนวิธีโกน คือประคบอุ่นก่อนโกน ใช้เจลโกนหนวด โกนตามแนวขน ใช้มีดใบเดียวที่คม หรือใช้เครื่องตัดแต่งที่เหลือตอขน 0.5–1 มม. ถ้าทำได้ให้เว้นการโกน 3–4 สัปดาห์ ร่วมกับยาทาที่แพทย์แนะนำ เช่น เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์และอะดาพาลีน ถ้าเป็นหนองมากหรือเริ่มมีรอยดำ ควรพบแพทย์

ทำไมอยู่ดีๆ สิวขึ้นที่คอเยอะ

สาเหตุที่ทำให้สิวที่คอเห่อขึ้นในเวลาไม่กี่วันมักเป็นสิ่งที่เปลี่ยนไปเร็ว ๆ นี้ เช่น เปลี่ยนครีมนวดผมหรือครีมกันแดด เริ่มออกกำลังกายหนักหรือเหงื่อออกมากช่วงหน้าร้อน เริ่มใส่หมวกกันน็อกหรือเสื้อคอปกทุกวัน ความเครียดและนอนดึก หรือเพิ่งกินยาปฏิชีวนะหรือยาสเตียรอยด์ ถ้าเป็นตุ่มเล็กขนาดเท่ากันและคัน ให้นึกถึงสิวเชื้อรามากกว่าสิวจริง ลองหาและตัดสิ่งกระตุ้นออกก่อน ถ้า 2–4 สัปดาห์ยังไม่ดีขึ้นควรให้แพทย์ตรวจ

สิวอักเสบที่คอ หายเองได้ไหม

สิวอักเสบเม็ดเล็กมักยุบเองใน 5–10 วันถ้าไม่บีบ แต่ถ้าต้นเหตุยังอยู่จะมีเม็ดใหม่ขึ้นมาแทนเรื่อย ๆ ส่วนสิวไตขนาด 5 มม. ขึ้นไปอาจอยู่นาน 2–4 สัปดาห์และทิ้งรอยดำหรือแผลเป็นนูนได้ การรักษาที่ช่วยคุมไม่ให้กลับมาคือยาทาลดการอุดตันอย่างอะดาพาลีนร่วมกับเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ ใช้ต่อเนื่อง 8–12 สัปดาห์ ถ้าเป็นไตเจ็บหลายเม็ดหรือเริ่มเป็นแผลเป็น ควรพบแพทย์เพื่อพิจารณายากินหรือฉีดยาเข้าตุ่ม

อ่านบทความโรคผิวหนังเรื่องอื่น ๆ ได้ที่ รวมบทความโรคผิวหนัง และถ้าสิวของคุณขึ้นที่หน้าผากร่วมด้วย ดู สิวขึ้นหน้าผาก เกิดจากอะไร แยก 7 แบบ หรือถ้าเป็นสิวอักเสบตุ่มแดงทั่วไป ดู สิวอักเสบ เกิดจากอะไร ทายาตัวไหน

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 21 ตุลาคม 2026

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการสั่งยาเฉพาะบุคคล การเลือกยา ขนาดยา และระยะเวลาการรักษาต้องได้รับการประเมินและสั่งจ่ายโดยแพทย์ ผลการรักษาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และยาทุกชนิดอาจมีผลข้างเคียงได้

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
ตุ่มที่อวัยวะเพศ เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังแยก 10 แบบ ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แบบไหนเป็นโรคติดต่อ และเมื่อไรต้องพบแพทย์

ตุ่มที่อวัยวะเพศ (genital bumps / genital lesions) คือตุ่ม ก้อน หรือตุ่มน้ำที่ขึ้นบนแคม ปากช่องคลอด องคชาต ถุงอัณฑะ หรือขาหนีบ สาเหตุมีตั้งแต่ภาวะปกติของผิวที่ไม่ต้องรักษาเลย เช่น ตุ่มไขมันฟอร์ไดซ์ (F

 
 
 
แผลน้ำร้อนลวก ใช้อะไรทา แพทย์ผิวหนังแยกแผล 4 ระดับ ยาทาตัวไหน กี่วันหาย และเมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล

แผลน้ำร้อนลวก (scald burn) คือการบาดเจ็บของผิวหนังจากของเหลวร้อนหรือไอน้ำ เป็นแผลไหม้จากความร้อน (thermal burn) ชนิดที่พบบ่อยที่สุดในบ้าน ความลึกของแผลแบ่งได้ 4 ระดับ ตั้งแต่ผิวแดงแสบที่หายเองใน 3–7 ว

 
 
 
โฟมล้างหน้าลดสิว เลือกยังไง แพทย์ผิวหนังอธิบายส่วนผสม ซาลิไซลิก เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ ให้ตรงชนิดสิว

โฟมล้างหน้าลดสิว (acne cleanser หรือ medicated cleanser) คือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่ใส่ตัวยาหรือสารออกฤทธิ์ต่อสิว เช่น ซาลิไซลิก แอซิด (salicylic acid) 0.5–2% หรือ เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (benzoyl

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ