top of page

แผลน้ำร้อนลวก ใช้อะไรทา แพทย์ผิวหนังแยกแผล 4 ระดับ ยาทาตัวไหน กี่วันหาย และเมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล

1 วันที่ผ่านมา
ยาว 5 นาที

แผลน้ำร้อนลวก (scald burn) คือการบาดเจ็บของผิวหนังจากของเหลวร้อนหรือไอน้ำ เป็นแผลไหม้จากความร้อน (thermal burn) ชนิดที่พบบ่อยที่สุดในบ้าน ความลึกของแผลแบ่งได้ 4 ระดับ ตั้งแต่ผิวแดงแสบที่หายเองใน 3–7 วัน ไปจนถึงแผลลึกที่ต้องผ่าตัดปลูกผิว และ "ยาที่ควรทา" ขึ้นกับระดับความลึกนี้เป็นหลัก ไม่ใช่ขึ้นกับยี่ห้อ

คำถามว่า "แผลน้ำร้อนลวก ใช้อะไรทา" จึงตอบได้ถูกก็ต่อเมื่อทำสองอย่างก่อน คือ ปฐมพยาบาลด้วยน้ำประปาให้ครบ 20 นาที และดูให้ออกว่าแผลลึกระดับไหน บทความนี้อธิบายทั้งสองขั้น พร้อมชื่อยาสามัญ ความถี่ในการทา ระยะเวลาที่แผลควรหาย และเกณฑ์ที่บอกว่าไม่ควรรักษาเองที่บ้าน ถ้าแผลเป็นแผลถลอกหรือแผลขีดข่วน ไม่ใช่แผลจากความร้อน ให้อ่าน แผลถลอก ล้างยังไง ปิดแผลดีไหม กี่วันหาย แทน

แผลน้ำร้อนลวกคืออะไร ทำไมต้องแยกระดับก่อนเลือกยา

น้ำเดือดมีอุณหภูมิประมาณ 100 องศาเซลเซียส ส่วนน้ำมันทอดอาหารร้อนได้ถึง 160–190 องศา ความร้อนระดับนี้ทำลายผิวชั้นนอก (หนังกำพร้า) ภายในไม่กี่วินาที และถ้าสัมผัสนานขึ้นจะลงไปถึงหนังแท้ ซึ่งเป็นชั้นที่มีรากขน ต่อมเหงื่อ และเส้นประสาท

ระดับความลึกบอกสามเรื่องพร้อมกัน คือ แผลจะหายเองได้ไหม จะหายในกี่วัน และจะเป็นแผลเป็นหรือไม่ แผลตื้นต้องการแค่ความชุ่มชื้นและการป้องกันการเสียดสี ส่วนแผลลึกต้องการยาฆ่าเชื้อ การทำแผลโดยบุคลากรทางการแพทย์ และบางครั้งต้องผ่าตัด การทายาแรงบนแผลตื้นไม่ได้ช่วยให้หายเร็วขึ้น และการทาแค่ว่านหางจระเข้บนแผลลึกก็ทำให้เสียเวลาที่ควรได้รับการรักษา

20 นาทีแรก ปฐมพยาบาลก่อนทายาอะไรทั้งสิ้น

สิ่งที่ทำในชั่วโมงแรกมีผลต่อความลึกของแผลมากกว่ายาทาทุกชนิด ทำตามลำดับนี้

  1. หยุดต้นเหตุทันที ถอดเสื้อผ้าที่เปียกน้ำร้อนออก เพราะผ้าที่อุ้มน้ำร้อนจะลวกผิวต่อ ถ้าผ้าติดแผลแน่น อย่าดึง ให้ตัดรอบ ๆ แทน

  2. ถอดแหวน นาฬิกา กำไล ก่อนที่มือหรือแขนจะบวม ซึ่งมักเริ่มภายใน 30–60 นาที

  3. เปิดน้ำประปาอุณหภูมิห้องไหลผ่านแผล 20 นาที น้ำที่เหมาะอยู่ราว 15–25 องศา การทำให้เย็นด้วยน้ำไหลยังได้ประโยชน์แม้เริ่มช้า ภายใน 3 ชั่วโมงหลังโดนลวก

  4. ห้ามใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด น้ำแข็งทำให้หลอดเลือดหดตัว เลือดไปเลี้ยงแผลน้อยลง และอาจทำให้แผลลึกกว่าเดิม

  5. ให้ร่างกายส่วนอื่นอบอุ่น โดยเฉพาะเด็กเล็กที่แผลกว้าง เพราะตัวเย็นเกินได้ง่าย ทำให้เย็นเฉพาะแผล ไม่ใช่ทั้งตัว

  6. ปิดแผลหลวม ๆ ด้วยผ้าก๊อซสะอาดหรือพลาสติกห่ออาหาร วางทาบตามยาว ไม่พันรอบแขนขาแน่น

หลังครบ 20 นาทีแล้วจึงประเมินระดับแผลและเลือกยาตามหัวข้อถัดไป

วิธีดูว่าแผลน้ำร้อนลวกลึกระดับไหน

ใช้สี่อย่างนี้ร่วมกัน คือ สีของแผล ตุ่มน้ำ ความเจ็บ และการกดแล้วซีด (กดเบา ๆ ด้วยปลายนิ้ว 1–2 วินาที แล้วดูว่าสีแดงหายแล้วกลับมาเร็วไหม)

  • ระดับ 1 (superficial burn): แดง แห้ง ไม่มีตุ่มน้ำ เจ็บแสบ กดแล้วซีดและแดงกลับเร็ว

  • ระดับ 2 แบบตื้น (superficial partial-thickness): มีตุ่มน้ำใส พื้นแผลชมพูแดงและชื้น เจ็บมาก กดแล้วซีด

  • ระดับ 2 แบบลึก (deep partial-thickness): พื้นแผลแดงปนขาวเป็นจ้ำ ชื้นน้อยลง เจ็บน้อยกว่าที่คิด กดแล้วสีกลับช้าหรือไม่กลับ

  • ระดับ 3 (full-thickness): ขาวซีด เหลือง น้ำตาล หรือดำ แข็งเหมือนหนัง ไม่เจ็บเพราะเส้นประสาทถูกทำลาย

จุดที่คนมักเข้าใจผิด คือคิดว่า "ยิ่งเจ็บยิ่งลึก" ความจริงกลับกัน แผลที่เจ็บน้อยผิดปกติหลังโดนความร้อนแรง มักเป็นแผลที่ลึกกว่า แผลลวกในชั่วโมงแรกอาจดูตื้นกว่าความจริง เพราะความลึกจะชัดเจนขึ้นใน 24–72 ชั่วโมง จึงควรดูซ้ำในวันที่ 2–3

แผลน้ำร้อนลวกระดับ 1: ผิวแดง แสบ ไม่มีตุ่มน้ำ

ลักษณะ: ผิวแดงเรียบ แห้ง ไม่มีตุ่มน้ำ แสบร้อนมากที่สุดใน 24–72 ชั่วโมงแรก แล้วลอกเป็นขุยบาง ๆ ในวันที่ 3–5 คล้ายผิวไหม้แดด

สาเหตุ: ความร้อนทำลายเฉพาะหนังกำพร้าชั้นบน เช่น น้ำร้อนกระเซ็นสั้น ๆ หรือโดนไอน้ำจากหม้อ

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ต่ำ หายเองใน 3–7 วันโดยไม่มีแผลเป็น อาจมีสีผิวคล้ำหรือจางชั่วคราวในคนผิวสีเข้ม

เมื่อไรต้องพบแพทย์: แผลกว้างเกินราว 10 ฝ่ามือ อยู่บนใบหน้าของเด็กเล็ก หรือในวันที่ 2–3 เริ่มมีตุ่มน้ำขึ้น ซึ่งแปลว่าแผลลึกกว่าที่ประเมินไว้

แผลน้ำร้อนลวกระดับ 2 แบบตื้น: มีตุ่มน้ำใส เจ็บมาก

ลักษณะ: ตุ่มน้ำใสขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมง ใต้ตุ่มเป็นพื้นแผลสีชมพูแดง ชื้น มีน้ำเหลืองซึม และเจ็บมากเวลาโดนลมหรือเสียดสี

สาเหตุ: ความร้อนลงไปถึงหนังแท้ชั้นตื้น เช่น น้ำเดือดหกใส่ หรือแช่น้ำร้อนจัดไม่กี่วินาที

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ปานกลาง แผลขนาดเล็กดูแลที่บ้านได้ โดยปกติหายใน 10–14 วัน และไม่ควรเกิน 3 สัปดาห์ ส่วนใหญ่ไม่เป็นแผลเป็นนูน แต่มักทิ้งรอยดำหรือรอยจางที่ค่อย ๆ จางใน 3–12 เดือน

เมื่อไรต้องพบแพทย์: แผลรวมใหญ่กว่า 1 ฝ่ามือ อยู่ที่ใบหน้า มือ เท้า อวัยวะเพศ หรือข้อพับ ตุ่มน้ำใหญ่ตึงหรือแตกเป็นแผลกว้าง หรือครบ 2 สัปดาห์แล้วยังไม่มีผิวใหม่ขึ้นคลุม

แผลน้ำร้อนลวกระดับ 2 แบบลึก: พื้นแผลซีดเป็นจ้ำ เจ็บน้อยลง

ลักษณะ: ตุ่มน้ำมักแตกง่ายหรือเป็นแผ่นหนังลอก พื้นแผลแดงปนขาวเป็นจ้ำ ชื้นน้อยกว่าแบบตื้น รู้สึกเหมือนถูกกดมากกว่าแสบ และกดแล้วสีกลับช้า

สาเหตุ: ความร้อนลงลึกถึงหนังแท้ชั้นล่าง พบบ่อยกับน้ำมันร้อน ของเหลวข้น เช่น โจ๊กหรือแกงที่เกาะผิวนาน และการลวกในเด็กเล็กที่ผิวบาง

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: สูง ถ้าปล่อยให้หายเองมักใช้เวลาเกิน 3 สัปดาห์ และแผลที่ใช้เวลาหายนานขนาดนั้นมีโอกาสเป็นแผลเป็นนูนและแผลดึงรั้งสูงมาก

เมื่อไรต้องพบแพทย์: ทุกกรณี ภายใน 24 ชั่วโมง แพทย์อาจต้องทำแผลด้วยวัสดุปิดแผลชนิดพิเศษ หรือส่งต่อหน่วยแผลไหม้เพื่อพิจารณาผ่าตัดปลูกผิว

แผลน้ำร้อนลวกระดับ 3: ผิวขาวซีดหรือดำแข็ง ไม่เจ็บ

ลักษณะ: ผิวขาวขุ่น เหลือง น้ำตาล หรือดำ แห้งแข็งเหมือนหนังสัตว์ ไม่มีตุ่มน้ำ ไม่เจ็บเมื่อแตะ และกดแล้วไม่เปลี่ยนสี

สาเหตุ: ความร้อนทำลายผิวหนังทุกชั้นจนถึงไขมันใต้ผิว เช่น ตกลงในน้ำร้อนจัด น้ำมันลวกนาน หรือไฟไหม้เสื้อผ้า

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: สูงมาก ผิวส่วนนี้ไม่สามารถงอกใหม่เองได้ แผลขนาดเกินราว 2–3 ซม. มักต้องผ่าตัดตัดเนื้อตายและปลูกผิว

เมื่อไรต้องพบแพทย์: ทันที ไปโรงพยาบาลหรือห้องฉุกเฉิน ไม่ว่าแผลจะเล็กแค่ไหน และไม่ต้องทายาใด ๆ ก่อนไป ปิดแผลด้วยผ้าสะอาดหรือพลาสติกห่ออาหารพอ

แผลน้ำร้อนลวก ใช้อะไรทา แยกตามระดับความลึก

หลังทำให้แผลเย็นครบ 20 นาทีแล้ว ให้เลือกตามระดับ ดังนี้

  • ระดับ 1: ทาเจลว่านหางจระเข้ (aloe vera) ที่ไม่ผสมน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ หรือมอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยน หรือครีมเด็กซ์แพนทีนอล (dexpanthenol) 5% วันละ 2–3 ครั้ง ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ และไม่ต้องปิดแผล

  • ระดับ 2 แบบตื้น ขนาดเล็กกว่า 1 ฝ่ามือ: ล้างเบา ๆ ด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือนอร์มัล (0.9% sodium chloride) แล้วทาปิโตรเลียมเจลลี (petrolatum) หรือขี้ผึ้งที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำเป็นชั้นบาง ๆ ปิดด้วยผ้าก๊อซชนิดไม่ติดแผล (non-adherent dressing) หรือแผ่นไฮโดรคอลลอยด์

  • ระดับ 2 แบบตื้นบนใบหน้า: ยาขี้ผึ้งคลอแรมเฟนิคอล (chloramphenicol) 1% เป็นตัวที่โรงพยาบาลในไทยใช้บ่อยสำหรับแผลที่หน้า เพราะทาแบบเปิดแผลได้ ใช้วันละ 3–4 ครั้ง ตามที่แพทย์สั่ง

  • ระดับ 2 แบบลึกและระดับ 3: อย่าทาอะไรเองก่อนไปพบแพทย์ แพทย์อาจใช้ครีมซิลเวอร์ซัลฟาไดอะซีน (silver sulfadiazine) 1% วัสดุปิดแผลที่มีเงิน (silver dressing) หรือวัสดุปิดแผลชนิดอื่นตามความลึก และนัดดูแผลเป็นระยะ

สิ่งที่ไม่ควรทาบนแผลระดับ 2 คือน้ำมัน ครีมหนาที่มีน้ำหอม และยาหม่อง เพราะกักความร้อน ระคายแผลเปิด และเพิ่มโอกาสติดเชื้อ

ยาทาแผลน้ำร้อนลวกแต่ละตัว ใช้ยังไง กี่ครั้ง นานเท่าไร

ว่านหางจระเข้และเด็กซ์แพนทีนอล 5%: สำหรับระดับ 1 และผิวที่เพิ่งหายใหม่ ทาวันละ 2–3 ครั้ง จนผิวหายแสบ มักราว 5–7 วัน ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและความสบาย ไม่ได้ฆ่าเชื้อ

ปิโตรเลียมเจลลี: ทาบางพอให้แผลชุ่มตลอด วันละ 2–3 ครั้ง หรือทุกครั้งที่เปลี่ยนผ้าก๊อซ ใช้จนผิวใหม่ปิดแผลสนิท ราว 10–14 วันในระดับ 2 ตื้น ความชุ่มชื้นทำให้ผิวใหม่คลานปิดแผลได้เร็วกว่าแผลที่ปล่อยให้ตกสะเก็ดแห้ง

คลอแรมเฟนิคอล 1% ขี้ผึ้ง: ใช้กับแผลที่ใบหน้าและหู วันละ 3–4 ครั้ง ประมาณ 7–14 วันหรือจนผิวปิด ผลข้างเคียงที่พบได้คือผื่นแพ้สัมผัส ถ้าแดงคันมากขึ้นหลังทาให้หยุดและกลับไปพบแพทย์

ซิลเวอร์ซัลฟาไดอะซีน 1% ครีม: ใช้กับแผลระดับ 2 ลึกหรือแผลที่เสี่ยงติดเชื้อ ทาหนาประมาณ 1–2 มม. วันละ 1–2 ครั้ง โดยล้างครีมเก่าออกก่อนทาใหม่ทุกครั้ง ห้ามใช้ในคนที่แพ้ยากลุ่มซัลฟา หญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอด และทารกอายุน้อยกว่า 2 เดือน ไม่นิยมใช้บนใบหน้า และงานวิจัยพบว่าในแผลตื้นอาจทำให้แผลหายช้ากว่าวัสดุปิดแผลสมัยใหม่ จึงไม่ใช่ยาตัวแรกสำหรับแผลลวกเล็ก ๆ ที่บ้าน

มิวพิโรซิน (mupirocin) 2% หรือกรดฟิวซิดิก (fusidic acid) 2%: ใช้เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าแผลติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณผิว ทาวันละ 3 ครั้ง ราว 7–10 วัน ไม่ควรทาป้องกันไว้ก่อนเป็นเวลานาน เพราะเพิ่มโอกาสเชื้อดื้อยาและผื่นแพ้

ไฮโดรคอลลอยด์: สำหรับแผลระดับ 2 ตื้นขนาดเล็กที่ไม่ติดเชื้อ ปิดทิ้งไว้ 3–5 วัน เปลี่ยนเมื่อแผ่นบวมขาวจนน้ำเหลืองรั่วออกขอบ ไม่ใช้กับแผลที่มีหนองหรือแผลลึก

การเลือกยา ความถี่ และระยะเวลาสุดท้ายแล้วเป็นการตัดสินของแพทย์ที่ได้ดูแผลจริง ข้อมูลข้างต้นใช้เพื่อเข้าใจว่าแต่ละตัวใช้ทำอะไร

ตุ่มน้ำพองจากน้ำร้อนลวก เจาะได้ไหม

ไม่ควรเจาะเอง หนังของตุ่มน้ำเป็นเหมือนแผ่นปิดแผลตามธรรมชาติ กันเชื้อและลดความเจ็บ ตุ่มเล็กขนาดไม่เกินราว 1–2 ซม. ให้ปล่อยไว้และปิดผ้าก๊อซกันเสียดสี ส่วนตุ่มที่ใหญ่ ตึง อยู่บนข้อพับหรือฝ่ามือจนขยับไม่ได้ หรือตุ่มที่แตกแล้วมีหนังห้อย ควรให้แพทย์หรือพยาบาลจัดการด้วยเครื่องมือปลอดเชื้อ ถ้าตุ่มแตกเองที่บ้าน ให้ล้างด้วยน้ำสะอาด ทาปิโตรเลียมเจลลี แล้วปิดผ้าก๊อซ อย่าดึงหนังที่ยังติดอยู่ออก

ปิดแผลหรือเปิดแผล เปลี่ยนผ้าก๊อซบ่อยแค่ไหน

แผลระดับ 1 ไม่ต้องปิด ส่วนแผลระดับ 2 ที่ดูแลที่บ้านได้ ควรปิดเพื่อให้แผลชุ่มชื้นและไม่เสียดสีกับเสื้อผ้า เปลี่ยนผ้าก๊อซทุก 1–2 วัน หรือเร็วกว่านั้นเมื่อน้ำเหลืองซึมทะลุผ้า ถ้าผ้าก๊อซติดแผล ให้ราดน้ำเกลือหรือน้ำสะอาดให้ชุ่ม 2–3 นาทีก่อนลอกออก

ทุกครั้งที่เปลี่ยน ให้สังเกตสามเรื่อง คือ ขนาดแผลเล็กลงไหม มีผิวใหม่สีชมพูมันขึ้นจากขอบหรือเป็นเกาะกลางแผลไหม และมีกลิ่นหรือหนองไหม ถ้าเลยวันที่ 10–14 แล้วแผลยังไม่เล็กลง ให้พบแพทย์

ห้ามทาอะไรบนแผลน้ำร้อนลวก: ยาสีฟัน น้ำปลา ไข่ขาว ยาหม่อง น้ำแข็ง

ความเชื่อเหล่านี้ยังพบบ่อย และทุกข้อทำให้แผลแย่ลงได้

  • ยาสีฟัน: ความเย็นที่รู้สึกมาจากเมนทอล ไม่ได้ลดความร้อนในผิว แต่ชั้นครีมหนาจะกักความร้อนไว้ สารในยาสีฟันระคายแผลเปิด และแพทย์ต้องขัดล้างออกก่อนประเมินแผล

  • น้ำปลาและซีอิ๊ว: เกลือเข้มข้นดึงน้ำออกจากเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บ แสบมากขึ้น และไม่สะอาด

  • ไข่ขาว: เสี่ยงเชื้อซัลโมเนลลาและแบคทีเรียอื่นเข้าสู่แผลเปิด

  • ยาหม่อง น้ำมันมะพร้าว เนย: เป็นน้ำมันที่กักความร้อน บางชนิดมีการบูรหรือเมนทอลที่ระคายแผล

  • น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด: ทำให้หลอดเลือดหดตัว แผลลึกขึ้น และในแผลกว้างอาจทำให้ตัวเย็นเกินได้

  • ผงยาหรือยาเม็ดบดโรยแผล: จับตัวเป็นก้อนกับน้ำเหลือง ทำให้ล้างยากและติดเชื้อง่าย

ถ้าทาสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว ให้ล้างออกด้วยน้ำประปาไหลเบา ๆ แล้วเริ่มปฐมพยาบาลใหม่

ยากินแก้ปวดแสบปวดร้อนจากน้ำร้อนลวก

อาการแสบร้อนมักมากที่สุดใน 24–48 ชั่วโมงแรก ผู้ใหญ่ที่ไม่มีโรคประจำตัวใช้ยาสามัญเหล่านี้ได้

  • พาราเซตามอล (paracetamol) 500–1,000 มก. ทุก 4–6 ชั่วโมงเมื่อปวด ไม่เกิน 4,000 มก. ต่อวัน ผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำหรือมีโรคตับควรใช้น้อยกว่านี้ ในเด็กใช้ 10–15 มก./กก. ต่อครั้ง

  • ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) 200–400 มก. ทุก 6–8 ชั่วโมงหลังอาหาร เลี่ยงในผู้ที่มีโรคไต แผลในกระเพาะ หรือตั้งครรภ์ไตรมาสสุดท้าย

ช่วงแผลใกล้หาย ราววันที่ 7–14 มักมีอาการคันเพราะผิวใหม่แห้ง ให้ทามอยส์เจอไรเซอร์ไม่มีน้ำหอมวันละ 2–3 ครั้ง ถ้ายังคันจนนอนไม่หลับ ยาแก้แพ้ชนิดไม่ง่วง เช่น เซทิริซีน (cetirizine) 10 มก. วันละครั้ง ช่วยได้ อ่านรายละเอียดยาแก้แพ้แต่ละกลุ่มได้ที่ ยาแก้คัน ยาแก้แพ้กินตัวไหน ถ้าปวดมากจนยาข้างต้นไม่ช่วย ควรพบแพทย์ เพราะมักเป็นสัญญาณว่าแผลลึกหรือเริ่มติดเชื้อ

แผลน้ำร้อนลวกที่ใบหน้า

ลักษณะ: มักเกิดจากไอน้ำหรือน้ำร้อนกระเด็นตอนเปิดฝาหม้อหรือต้มน้ำ ใบหน้าบวมมากกว่าส่วนอื่นในวันที่ 1–2 โดยเฉพาะรอบตาและริมฝีปาก

สาเหตุ: ผิวหน้าบางและมีหลอดเลือดมาก จึงบวมเร็ว แต่ก็หายเร็วกว่าส่วนอื่นเช่นกัน

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ปานกลางถึงสูง รอยดำหลังแผลหายเห็นชัดและเสี่ยงคล้ำจากแดดมากกว่าส่วนอื่น

เมื่อไรต้องพบแพทย์: แผลระดับ 2 ขึ้นไปบนใบหน้าควรพบแพทย์ทุกกรณี และต้องไปโรงพยาบาลทันทีถ้ามีขนจมูกหรือคิ้วไหม้ เสียงแหบ ไอมีเขม่า หรือหายใจลำบาก เพราะอาจมีการบาดเจ็บของทางเดินหายใจ รวมถึงถ้าน้ำร้อนเข้าตาจนตาแดงหรือมองไม่ชัด

แผลน้ำร้อนลวกที่มือ นิ้ว และข้อพับ

ลักษณะ: มือเป็นตำแหน่งที่โดนลวกบ่อยที่สุดจากการยกหม้อ เทน้ำร้อน หรือชงกาแฟ ตุ่มน้ำบนหลังมือและซอกนิ้วแตกง่ายจากการใช้งาน

สาเหตุ: ผิวหลังมือบาง และข้อนิ้วงอเหยียดตลอดวัน แผลจึงถูกดึงและเสียดสีมากกว่าส่วนอื่น

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: สูงกว่าขนาดที่เห็น แผลที่หายช้าบริเวณข้อพับหรือซอกนิ้วอาจกลายเป็นแผลเป็นดึงรั้ง (contracture) จนกำมือหรือเหยียดนิ้วไม่สุด

เมื่อไรต้องพบแพทย์: แผลระดับ 2 ขึ้นไปที่มือ นิ้ว เท้า ข้อพับ หรืออวัยวะเพศ ควรพบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง แม้แผลจะเล็ก ระหว่างนั้นให้ยกมือสูงกว่าระดับหัวใจเพื่อลดบวม และขยับนิ้วเบา ๆ วันละหลายครั้งไม่ให้ข้อยึด

แผลน้ำร้อนลวกในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ

ลักษณะ: เด็กอายุ 1–4 ปีมักโดนลวกจากการดึงสายกาต้มน้ำ ปัดถ้วยน้ำร้อน หรือน้ำอาบที่ร้อนเกิน แผลมักเป็นแนวน้ำไหลจากหน้าอกลงท้องและแขน ส่วนผู้สูงอายุมักโดนลวกขณะอาบน้ำหรือประคบร้อน

สาเหตุ: ผิวเด็กและผู้สูงอายุบางกว่าผู้ใหญ่ น้ำร้อน 60 องศาทำให้ผิวเด็กเป็นแผลลึกได้ภายในราว 1 วินาที ขณะที่ผิวผู้ใหญ่ใช้เวลานานกว่า และผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยเบาหวานที่ชาปลายเท้ามักรู้ตัวช้า

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: สูง แผลขนาดเท่ากันจะลึกกว่า เสียน้ำมากกว่า และหายช้ากว่าในผู้ใหญ่วัยทำงาน

เมื่อไรต้องพบแพทย์: ทารกอายุต่ำกว่า 1 ปีที่มีแผลระดับ 2 ทุกขนาด เด็กหรือผู้สูงอายุที่แผลรวมเกิน 5% ของพื้นที่ผิวกาย (ราว 5 ฝ่ามือของผู้ป่วยเอง) ผู้ที่เป็นเบาหวานหรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ และเด็กที่ซึม ไม่ยอมดื่มน้ำ หรือปัสสาวะน้อยลง การป้องกันที่ได้ผลคือตั้งน้ำร้อนให้พ้นมือเด็ก หันด้ามกระทะเข้าด้านใน และเปิดน้ำเย็นก่อนน้ำร้อนเวลาเตรียมน้ำอาบ

น้ำมันลวก ไอน้ำ สารเคมี และไฟฟ้า ต่างจากน้ำร้อนลวกอย่างไร

น้ำมันลวก: น้ำมันทอดร้อนกว่าน้ำเดือดเกือบเท่าตัว และเกาะผิวนานกว่า แผลจึงมักลึกกว่าน้ำร้อนในขนาดเท่ากัน ปฐมพยาบาลเหมือนกัน คือเปิดน้ำประปาไหลผ่าน 20 นาที แต่ควรประเมินว่าเป็นระดับ 2 ลึกไว้ก่อนจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่

ไอน้ำ: ไอน้ำร้อนจากหม้อนึ่งหรือหม้อหุงข้าวทำให้แผลระดับ 1–2 บนหลังมือและใบหน้าได้บ่อย ถ้าสูดไอร้อนเข้าไปแล้วเสียงแหบหรือหายใจลำบาก ต้องไปห้องฉุกเฉิน

สารเคมี: เช่น น้ำยาล้างท่อ ปูนซีเมนต์เปียก หรือกรดในห้องน้ำ ให้ถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนออก แล้วล้างด้วยน้ำไหลอย่างน้อย 20–30 นาที สารด่างอย่างปูนหรือโซดาไฟอาจต้องล้างนานกว่านั้น ห้ามใช้สารอื่นไปทำให้เป็นกลาง และควรพบแพทย์ทุกกรณี

ไฟฟ้า: แผลที่ผิวอาจเล็กเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แต่กระแสไฟอาจทำลายกล้ามเนื้อและรบกวนจังหวะหัวใจ ต้องไปโรงพยาบาลทุกกรณี แม้จะรู้สึกปกติ

ประเมินขนาดแผลด้วยฝ่ามือ และเกณฑ์ที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที

ฝ่ามือรวมนิ้วของผู้ป่วยเองมีพื้นที่ประมาณ 1% ของพื้นที่ผิวทั้งร่างกาย ให้นับว่าแผลระดับ 2 ขึ้นไปกินพื้นที่กี่ฝ่ามือ ไม่ต้องนับบริเวณที่เป็นแค่ผิวแดงระดับ 1

ไปโรงพยาบาลหรือห้องฉุกเฉินทันทีเมื่อมีข้อใดข้อหนึ่ง

  • แผลระดับ 2 ขึ้นไปรวมเกิน 10% ในผู้ใหญ่ หรือเกิน 5% ในเด็กและผู้สูงอายุ

  • แผลระดับ 3 ทุกขนาด

  • แผลที่ใบหน้า มือ เท้า อวัยวะเพศ ฝีเย็บ หรือข้อใหญ่

  • แผลที่พันรอบแขน ขา นิ้ว หรือลำตัวเป็นวง เพราะเมื่อบวมจะรัดการไหลเวียนเลือด

  • แผลจากสารเคมี ไฟฟ้า หรือสูดควันและไอร้อน

  • ทารกต่ำกว่า 1 ปี หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต หรือภูมิคุ้มกันต่ำ

เรื่องวัคซีนบาดทะยัก ถ้าแผลไหม้ลึกหรือสกปรก และฉีดเข็มกระตุ้นครั้งล่าสุดเกิน 5 ปี หรือจำไม่ได้ ควรรับเข็มกระตุ้น ส่วนแผลตื้นและสะอาดใช้เกณฑ์เกิน 10 ปี

สัญญาณแผลน้ำร้อนลวกติดเชื้อ

แผลไหม้เสียผิวหนังซึ่งเป็นด่านกันเชื้อ จึงติดเชื้อได้ง่ายโดยเฉพาะวันที่ 3–7 สังเกตสิ่งเหล่านี้

  • ปวดมากขึ้นหลังผ่านไป 48 ชั่วโมง แทนที่จะค่อย ๆ ลดลง

  • รอยแดงลามออกจากขอบแผลเกินราว 2 ซม. หรือเห็นเส้นแดงลามขึ้นตามแขนขา

  • มีหนองสีเหลืองเขียว กลิ่นเหม็น หรือน้ำเหลืองมากขึ้นเรื่อย ๆ

  • มีไข้ 38 องศาขึ้นไป หนาวสั่น หรืออ่อนเพลียผิดปกติ

  • แผลที่เคยดูตื้นเปลี่ยนเป็นลึกขึ้นหรือกว้างขึ้น

ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง ให้พบแพทย์ภายในวันนั้น รอยแดงร้อนที่ลามเร็วอาจเป็นเนื้อเยื่ออักเสบติดเชื้อ ซึ่งต้องใช้ยาปฏิชีวนะชนิดกิน อ่านเพิ่มได้ที่ เนื้อเยื่ออักเสบ (Cellulitis) คืออะไร

แผลน้ำร้อนลวก กี่วันหาย

ระยะเวลาที่แผลหายบอกทั้งความลึกและความเสี่ยงแผลเป็น ใช้ตัวเลขนี้เป็นเกณฑ์ตรวจตัวเอง

  • ระดับ 1: 3–7 วัน ผิวลอกบาง ๆ แล้วหาย ไม่มีแผลเป็น

  • ระดับ 2 แบบตื้น: 10–14 วัน ไม่ควรเกิน 21 วัน ส่วนใหญ่ไม่มีแผลเป็นนูน แต่มีรอยสีผิวเปลี่ยนชั่วคราว

  • ระดับ 2 แบบลึก: มากกว่า 21 วันถ้าไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม เสี่ยงแผลเป็นนูนสูง

  • ระดับ 3: ไม่หายเองในเวลาที่เหมาะสม ต้องผ่าตัด

ตัวเลขที่สำคัญที่สุดคือ 21 วัน แผลที่ใช้เวลาปิดนานเกิน 3 สัปดาห์มีโอกาสเป็นแผลเป็นนูนมากขึ้นอย่างชัดเจน ถ้าครบ 2 สัปดาห์แล้วแผลยังเปิดเกินครึ่ง ให้พบแพทย์ก่อนถึงจุดนั้น

หลังแผลน้ำร้อนลวกหาย: รอยดำ รอยแดง และแผลเป็นนูน

ส่วนนี้เป็นงานของแพทย์ผิวหนังโดยตรง และเป็นส่วนที่คนมักละเลยหลังแผลปิดแล้ว

รอยดำหรือรอยคล้ำ (post-inflammatory hyperpigmentation): พบบ่อยในผิวคนไทยหลังแผลระดับ 1–2 มักจางเองใน 3–12 เดือน สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือกันแดด SPF 30 ขึ้นไป ทาทุกวันอย่างน้อย 6–12 เดือน และใช้ร่มหรือเสื้อผ้าปิด ถ้ารอยไม่จางหลัง 3 เดือน แพทย์อาจพิจารณายาทาลดรอยดำ เช่น ไฮโดรควิโนน (hydroquinone) 2–4% หรือกรดอะซีลาอิก (azelaic acid) 15–20% เป็นช่วงสั้นตามการประเมิน อ่านเพิ่มที่ รอยดำหลังอักเสบ (PIH): สาเหตุ วิธีลดรอย

รอยจางหรือรอยขาว: เกิดเมื่อเซลล์สร้างเม็ดสีบาดเจ็บ ส่วนใหญ่ค่อย ๆ กลับมาใน 6–12 เดือน ถ้าแผลลึกอาจจางถาวร

แผลเป็นนูน (hypertrophic scar): เริ่มนูนแดงคันในเดือนที่ 1–3 หลังแผลปิด โดยเฉพาะแผลที่ใช้เวลาหายเกิน 21 วัน การป้องกันคือเริ่มซิลิโคนเจลหรือแผ่นซิลิโคนทันทีที่ผิวปิดสนิท ใช้วันละ 12–24 ชั่วโมงต่อเนื่องอย่างน้อย 2–3 เดือน ร่วมกับนวดแผลเบา ๆ วันละ 2–3 ครั้ง ถ้าแผลนูนหนาแล้ว แพทย์อาจฉีดยาสเตียรอยด์ไตรแอมซิโนโลน (triamcinolone) เข้าแผลเป็นทุก 4–6 สัปดาห์ และในบางรายพิจารณาเลเซอร์แบบแฟรกชันหรือเลเซอร์หลอดเลือดร่วมด้วยเพื่อลดความหนาและความแดง ผลการรักษาแตกต่างกันในแต่ละคนและมักต้องทำหลายครั้ง ต้องได้รับการประเมินและทำโดยแพทย์ อ่านเรื่องการเลือกยาทาแผลเป็นที่ ยาทาแผลเป็น เลือกตัวไหน ทานานแค่ไหน และการแยกแผลเป็นนูนกับคีลอยด์ที่ คีลอยด์ กับ แผลเป็นนูน ต่างกันอย่างไร

แผลไหม้จากแดด: อาการคล้ายระดับ 1–2 แต่สาเหตุและการดูแลต่างกันบางส่วน ดูที่ ผิวไหม้แดด: สาเหตุ อาการ และวิธีดูแล

สรุปสั้น ๆ

  • ปฐมพยาบาลก่อนทุกอย่าง: น้ำประปาอุณหภูมิห้องไหลผ่านแผล 20 นาที ห้ามน้ำแข็ง ถอดแหวนและเสื้อผ้าที่เปียก

  • แยกระดับให้ออก: แดงไม่มีตุ่ม (ระดับ 1) · ตุ่มน้ำใสเจ็บมาก (ระดับ 2 ตื้น) · ซีดเป็นจ้ำเจ็บน้อย (ระดับ 2 ลึก) · ขาวหรือดำแข็งไม่เจ็บ (ระดับ 3)

  • ระดับ 1 ทาว่านหางจระเข้หรือเด็กซ์แพนทีนอล ระดับ 2 ตื้นขนาดเล็กใช้ปิโตรเลียมเจลลีและปิดผ้าก๊อซไม่ติดแผล บนหน้าแพทย์มักใช้คลอแรมเฟนิคอล 1% ส่วนซิลเวอร์ซัลฟาไดอะซีนใช้ตามแพทย์สั่ง

  • ห้ามทายาสีฟัน น้ำปลา ไข่ขาว ยาหม่อง และห้ามเจาะตุ่มน้ำเอง

  • ไปโรงพยาบาลทันทีถ้าแผลเกิน 10% ในผู้ใหญ่หรือ 5% ในเด็กและผู้สูงอายุ อยู่ที่หน้า มือ เท้า อวัยวะเพศ หรือเป็นระดับ 3

  • แผลที่ยังไม่ปิดใน 14 วันควรพบแพทย์ ก่อนเลย 21 วันซึ่งเสี่ยงแผลเป็นนูน และหลังหายต้องกันแดดอย่างน้อย 6 เดือน

คำถามที่พบบ่อยเรื่องแผลน้ำร้อนลวก

ยาอะไรทาแผลโดนน้ำร้อนลวก

ขึ้นกับความลึกของแผล แผลแดงไม่มีตุ่มน้ำ (ระดับ 1) ทาเจลว่านหางจระเข้ที่ไม่มีน้ำหอมหรือครีมเด็กซ์แพนทีนอล 5% วันละ 2–3 ครั้งก็พอ แผลมีตุ่มน้ำขนาดเล็กกว่า 1 ฝ่ามือ ให้ล้างด้วยน้ำสะอาด ทาปิโตรเลียมเจลลีบาง ๆ แล้วปิดผ้าก๊อซชนิดไม่ติดแผล เปลี่ยนทุก 1–2 วัน ส่วนแผลบนใบหน้า แผลลึก หรือแผลกว้าง ควรให้แพทย์เลือกยา เช่น คลอแรมเฟนิคอล 1% สำหรับใบหน้า หรือซิลเวอร์ซัลฟาไดอะซีน 1% สำหรับแผลลึก ก่อนทายาใด ๆ ต้องเปิดน้ำประปาไหลผ่านแผล 20 นาทีก่อนเสมอ

แผลน้ำร้อนลวกอาบน้ำได้ไหม

อาบได้ และควรอาบเพื่อให้แผลสะอาด ใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรืออุ่นเล็กน้อย ไม่ใช้น้ำร้อน ให้น้ำไหลผ่านแผลเบา ๆ ใช้สบู่อ่อนไม่มีน้ำหอมล้างผิวรอบแผล ห้ามขัดถูบริเวณแผล แล้วซับให้แห้งด้วยผ้าสะอาดโดยไม่ถู จากนั้นทายาและปิดผ้าก๊อซใหม่ทันที สิ่งที่ควรเลี่ยงคือการแช่น้ำในอ่าง สระว่ายน้ำ หรือทะเล จนกว่าแผลจะปิดสนิท ซึ่งในแผลระดับ 2 ตื้นมักใช้เวลาประมาณ 10–14 วัน ถ้าใช้แผ่นไฮโดรคอลลอยด์อยู่ อาบน้ำทับแผ่นได้โดยไม่ต้องลอกออก

แผลน้ำร้อนลวก ระดับ 1 กี่วันหาย

แผลระดับ 1 ซึ่งเป็นแค่ผิวแดงแสบและไม่มีตุ่มน้ำ มักหายใน 3–7 วัน โดยอาการแสบร้อนมากที่สุดใน 24–72 ชั่วโมงแรก จากนั้นผิวจะลอกเป็นขุยบาง ๆ ในวันที่ 3–5 และไม่ทิ้งแผลเป็น ระหว่างนี้ทาว่านหางจระเข้หรือมอยส์เจอไรเซอร์วันละ 2–3 ครั้ง และกินพาราเซตามอลเมื่อปวดได้ ถ้าวันที่ 2–3 เริ่มมีตุ่มน้ำขึ้น แปลว่าแผลลึกเป็นระดับ 2 ซึ่งใช้เวลาหายราว 10–14 วันและต้องดูแลแบบแผลเปิด ส่วนรอยคล้ำที่เหลือหลังหายมักจางใน 3–6 เดือนถ้ากันแดดสม่ำเสมอ

น้ำร้อนลวกมือควรทำอย่างไร

ถอดแหวน นาฬิกา และกำไลทันทีก่อนมือบวม แล้วเปิดน้ำประปาอุณหภูมิห้องให้ไหลผ่านมือ 20 นาที ห้ามใช้น้ำแข็ง จากนั้นดูระดับแผล ถ้าแค่แดงไม่มีตุ่มน้ำ ทาว่านหางจระเข้หรือมอยส์เจอไรเซอร์ได้ ถ้ามีตุ่มน้ำบนหลังมือ นิ้ว หรือฝ่ามือ ควรพบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมงแม้แผลจะเล็ก เพราะแผลที่มือหายช้าแล้วอาจเป็นแผลเป็นดึงรั้งจนกำมือไม่สุด ระหว่างรอพบแพทย์ให้ยกมือสูงกว่าระดับหัวใจเพื่อลดบวม และขยับนิ้วเบา ๆ วันละหลายครั้ง

แผลน้ำมันลวก ใช้อะไรทา

ปฐมพยาบาลเหมือนน้ำร้อนลวก คือเปิดน้ำประปาไหลผ่าน 20 นาที ห้ามน้ำแข็ง ห้ามทาน้ำปลาหรือยาสีฟัน แต่น้ำมันทอดร้อนราว 160–190 องศา ร้อนกว่าน้ำเดือดเกือบเท่าตัว แผลจึงมักลึกกว่าที่เห็น ถ้าเป็นแค่จุดแดงเล็ก ๆ ไม่มีตุ่มน้ำ ทาว่านหางจระเข้หรือปิโตรเลียมเจลลีได้ ถ้ามีตุ่มน้ำ ทาปิโตรเลียมเจลลีและปิดผ้าก๊อซไม่ติดแผล แล้วดูซ้ำในวันที่ 2–3 ถ้าพื้นแผลซีดเป็นจ้ำ เจ็บน้อยลงผิดปกติ หรือแผลกว้างกว่า 1 ฝ่ามือ ควรพบแพทย์ เพราะอาจเป็นระดับ 2 ลึกที่ต้องทำแผลโดยแพทย์

น้ำร้อนลวก ปวดแสบปวดร้อน ประคบอะไรได้บ้าง

ใช้น้ำประปาอุณหภูมิห้องไหลผ่านแผล 20 นาทีเป็นอันดับแรก ซึ่งได้ประโยชน์แม้เริ่มช้าภายใน 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นถ้ายังแสบ ประคบด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นธรรมดาเป็นครั้งคราวได้ ห้ามประคบน้ำแข็งหรือเจลแช่แข็งโดยตรง เพราะทำให้แผลลึกขึ้น ยากินที่ช่วยได้คือพาราเซตามอล 500–1,000 มก. ทุก 4–6 ชั่วโมง ไม่เกิน 4,000 มก. ต่อวัน หรือไอบูโพรเฟน 200–400 มก. หลังอาหาร ถ้าเลย 48 ชั่วโมงแล้วกลับปวดมากขึ้น แดงลาม หรือมีไข้ ให้สงสัยว่าแผลติดเชื้อและควรพบแพทย์

อ่านบทความโรคผิวหนังเรื่องอื่น ๆ ได้ที่ รวมบทความโรคผิวหนัง

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 24 ตุลาคม 2026

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการสั่งยาเฉพาะบุคคล แผลไหม้ที่ลึก กว้าง หรืออยู่ในตำแหน่งสำคัญต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์ การเลือกยา ขนาดยา และระยะเวลาการรักษาเป็นการตัดสินของแพทย์ ผลการรักษาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และยาทุกชนิดอาจมีผลข้างเคียงได้

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
ตุ่มที่อวัยวะเพศ เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังแยก 10 แบบ ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แบบไหนเป็นโรคติดต่อ และเมื่อไรต้องพบแพทย์

ตุ่มที่อวัยวะเพศ (genital bumps / genital lesions) คือตุ่ม ก้อน หรือตุ่มน้ำที่ขึ้นบนแคม ปากช่องคลอด องคชาต ถุงอัณฑะ หรือขาหนีบ สาเหตุมีตั้งแต่ภาวะปกติของผิวที่ไม่ต้องรักษาเลย เช่น ตุ่มไขมันฟอร์ไดซ์ (F

 
 
 
โฟมล้างหน้าลดสิว เลือกยังไง แพทย์ผิวหนังอธิบายส่วนผสม ซาลิไซลิก เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ ให้ตรงชนิดสิว

โฟมล้างหน้าลดสิว (acne cleanser หรือ medicated cleanser) คือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่ใส่ตัวยาหรือสารออกฤทธิ์ต่อสิว เช่น ซาลิไซลิก แอซิด (salicylic acid) 0.5–2% หรือ เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (benzoyl

 
 
 
สิวที่คอ เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังแยก 8 แบบ สิวเชื้อรา ตุ่มจากโกนหนวด และวิธีรักษาให้ตรงชนิด

สิวที่คอ (neck acne) คือตุ่มอุดตัน ตุ่มแดง หรือตุ่มหนองที่ขึ้นบริเวณลำคอ ใต้กราม และท้ายทอย ส่วนใหญ่เป็น สิวจริง (acne vulgaris) ที่สัมพันธ์กับฮอร์โมนและการเสียดสี แต่ตุ่มที่คอจำนวนไม่น้อยไม่ใช่สิว เช

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ