สิวอักเสบ เกิดจากอะไร และรักษาอย่างไรไม่ให้เป็นแผลเป็น
- 24 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
สิวอักเสบคือสิวที่แดง บวม เจ็บ และมักทิ้งรอยไว้หลังหาย เป็นชนิดของสิวที่สร้างความกังวลมากที่สุด เพราะถ้าจัดการไม่ถูกหรือไปบีบแกะ มักจบลงด้วยรอยดำและแผลเป็นที่แก้ยากกว่าตัวสิวเอง
ในฐานะแพทย์ผิวหนัง ผมอยากให้เข้าใจว่าสิวอักเสบเกิดจากอะไร มีกี่ชนิด แต่ละชนิดรุนแรงต่างกันอย่างไร และทำไมการรักษาที่ถูกตั้งแต่แรกจึงสำคัญต่อการลดแผลเป็นในระยะยาว
สิวอักเสบ เกิดจากอะไร
สิวทุกชนิดเริ่มจากการอุดตันของรูขุมขน แต่สิวอักเสบเกิดเมื่อมีปัจจัยเพิ่มเข้ามาจนเกิดการอักเสบ โดยมีสี่ปัจจัยหลักที่ทำงานร่วมกัน
ความมันจากต่อมไขมันที่ผลิตมากขึ้น มักสัมพันธ์กับฮอร์โมน
เซลล์ผิวที่ผลัดผิดปกติจนอุดตันรูขุมขน เกิดเป็นสิวอุดตันก่อน
เชื้อแบคทีเรีย C. acnes ที่เพิ่มจำนวนในรูขุมขนที่อุดตัน
การอักเสบของร่างกายที่ตอบสนองต่อเชื้อและการอุดตัน ทำให้เกิดอาการแดง บวม เจ็บ
เมื่อสิวอุดตันที่ยังไม่อักเสบถูกปัจจัยเหล่านี้กระตุ้น มันจะกลายเป็นสิวอักเสบ ปัจจัยที่ทำให้แย่ลงได้แก่ ฮอร์โมนช่วงมีประจำเดือน ความเครียด การนอนน้อย การบีบแกะ และผลิตภัณฑ์ที่อุดตันผิว
สิวอักเสบมีกี่ชนิด
การแยกชนิดช่วยบอกความรุนแรงและแนวทางการรักษา สิวอักเสบแบ่งตามลักษณะได้ดังนี้
ตุ่มแดง เป็นตุ่มนูนแดงเล็ก ไม่มีหัวหนอง เจ็บเล็กน้อย เป็นสิวอักเสบระยะเริ่ม
ตุ่มหนอง เป็นตุ่มแดงที่มีหัวหนองสีขาวหรือเหลืองตรงกลาง
สิวไตหรือก้อนใต้ผิว เป็นก้อนแข็งแดงลึก เจ็บมาก ไม่มีหัว
สิวซีสต์หรือสิวหัวช้าง เป็นถุงใต้ผิวที่มีหนองและของเหลว ก้อนใหญ่ เจ็บ และเสี่ยงเป็นแผลเป็นมากที่สุด
ยิ่งสิวอยู่ลึกและเป็นก้อนใหญ่ ความเสี่ยงที่จะทิ้งรอยแผลเป็นยิ่งสูง กลุ่มสิวไตและสิวซีสต์จึงไม่ควรรอให้หายเอง
ทำไมห้ามบีบสิวอักเสบ
คำถามที่ผมย้ำกับคนไข้เสมอคือ อย่าบีบสิวอักเสบ เพราะการบีบดันให้หนองและการอักเสบแตกลึกลงไปในผิวแทนที่จะออกมา ผลคือการอักเสบลามกว้างขึ้น เกิดรอยดำเข้มขึ้น และเพิ่มโอกาสเป็นแผลเป็นชนิดหลุมอย่างมาก
รอยดำหลังสิวที่หลายคนกังวล ส่วนใหญ่เกิดจากการอักเสบและการบีบแกะ ไม่ใช่จากตัวสิวโดยตรง การควบคุมการอักเสบให้เร็วและไม่ไปยุ่งกับสิว จึงเป็นวิธีลดรอยที่ดีที่สุด
วิธีรักษาสิวอักเสบ
การรักษาขึ้นกับความรุนแรง แพทย์จะเลือกให้เหมาะกับแต่ละคน
ยาทา กลุ่ม retinoid ช่วยลดการอุดตันและการอักเสบ กลุ่ม benzoyl peroxide ลดเชื้อแบคทีเรีย และยาทาปฏิชีวนะในบางกรณี ใช้สำหรับสิวอักเสบไม่รุนแรงถึงปานกลาง
ยากิน กลุ่มยาปฏิชีวนะสำหรับสิวอักเสบปานกลางถึงรุนแรง และยากลุ่ม isotretinoin สำหรับสิวรุนแรง สิวซีสต์ หรือสิวที่ดื้อต่อการรักษาอื่น ยากินทั้งหมดต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์
หัตถการเสริม เช่น การฉีดยาลดการอักเสบเข้าสิวซีสต์ก้อนใหญ่ ช่วยให้ยุบเร็วและลดความเสี่ยงแผลเป็น
สิ่งสำคัญคือ สิวอักเสบมักต้องใช้เวลาและความต่อเนื่องในการรักษา ไม่ใช่ทายาไม่กี่วันแล้วหาย การหยุดยาเองเร็วเกินไปเป็นสาเหตุที่ทำให้สิวกลับมา
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ผิวหนัง
ควรพบแพทย์เมื่อเป็นสิวอักเสบจำนวนมาก สิวเป็นไตหรือก้อนเจ็บลึก สิวที่ทิ้งรอยดำหรือรอยแผลเป็นทุกครั้ง หรือสิวที่ดูแลเองด้วยยาทาทั่วไปแล้วไม่ดีขึ้นใน 6 ถึง 8 สัปดาห์ การรักษาตั้งแต่ระยะที่ยังไม่เป็นแผลเป็น ให้ผลดีและคุ้มค่ากว่าการมาแก้รอยแผลเป็นในภายหลังมาก
คำถามที่พบบ่อย
สิวอักเสบเกิดจากอะไร เกิดจากการอุดตันของรูขุมขนร่วมกับความมัน เชื้อแบคทีเรีย C. acnes และการอักเสบของร่างกาย ทำให้สิวแดง บวม เจ็บ ปัจจัยกระตุ้นได้แก่ ฮอร์โมน ความเครียด และการบีบแกะ
สิวอักเสบกับสิวอุดตันต่างกันอย่างไร สิวอุดตันเป็นหัวดำหัวขาวที่ยังไม่อักเสบ ไม่แดงไม่เจ็บ ส่วนสิวอักเสบเป็นตุ่มแดง บวม เจ็บ หรือเป็นก้อน เกิดเมื่อสิวอุดตันถูกกระตุ้นจนอักเสบ
สิวอักเสบบีบได้ไหม ไม่ควรบีบ การบีบดันการอักเสบลึกลงไปในผิว ทำให้ลามกว้าง เกิดรอยดำเข้ม และเพิ่มความเสี่ยงแผลเป็นชนิดหลุมอย่างมาก
สิวอักเสบหายแล้วทำไมมีรอยดำ รอยดำหลังสิวเกิดจากการอักเสบและการบีบแกะ ไม่ใช่จากตัวสิวโดยตรง การคุมการอักเสบให้เร็วและไม่ไปยุ่งกับสิวช่วยลดรอยดำได้ดีที่สุด
ถ้าคุณเป็นสิวอักเสบเรื้อรัง สิวเป็นไตลึก หรือสิวที่ทิ้งรอยทุกครั้ง การให้แพทย์ผิวหนังประเมินและวางแผนรักษาที่ต้นเหตุตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้สิวหายและลดความเสี่ยงแผลเป็นได้จริง ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @dr.patskinclinic
เขียนและตรวจทานโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง


ความคิดเห็น