
ผื่นแพ้โลหะ (Metal Allergy / Nickel Allergy): อาการ สาเหตุ และการรักษา
- 19 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา
ผื่นแพ้โลหะ (Metal Allergy) หรือแพ้นิกเกิล (Nickel Allergy) เป็นปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันของผิวหนังต่อโลหะบางชนิด โดยเฉพาะนิกเกิล ซึ่งพบได้ทั่วไปในเครื่องประดับ เข็มขัด นาฬิกา และของใช้ประจำวัน ปฏิกิริยานี้จัดเป็น Allergic Contact Dermatitis ชนิด IV Hypersensitivity ประมาณ 10-15% ของประชากรทั่วโลกมีอาการแพ้โลหะชนิดใดชนิดหนึ่ง การเข้าใจสาเหตุ อาการ และวิธีป้องกันจึงช่วยให้ผู้แพ้ใช้ชีวิตได้อย่างสบายขึ้น
ผื่นแพ้โลหะเกิดจากอะไร
Allergic Contact Dermatitis จากโลหะเกิดขึ้นเมื่อผิวหนังสัมผัสกับโลหะที่ทำให้เกิดอาการแพ้ในผู้ที่มีภูมิไวต่อโลหะนั้น
นิกเกิล: เป็นสาเหตุของอาการแพ้โลหะที่พบบ่อยที่สุด นิกเกิลเป็นโลหะสีเงินขาว และเป็นส่วนประกอบของโลหะผสมหลายชนิด เช่น Stainless steel
โคบอลต์และโครเมียม: รองลงมาจากนิกเกิล เป็นสาเหตุของอาการแพ้ที่พบได้เช่นกัน
นิกเกิลพบที่ไหนบ้าง
เครื่องประดับ: แหวน สร้อยคอ กำไล ต่างหู เป็นแหล่งสัมผัสที่พบบ่อย
หัวเข็มขัด: หัวส่วนโลหะของเข็มขัด และหัวเข็มขัด
นาฬิกา: สายนาฬิกาโลหะและตัวเรือนนาฬิกา
ของใช้ประจำวัน: โทรศัพท์มือถือบางรุ่นที่มีนิกเกิลในส่วนโลหะ กุญแจ และของใช้อื่น ๆ เช่น เข็มกลัด กรรไกร เข็มทำผม และบัตรที่มีส่วนโลหะ
อาการของผื่นแพ้โลหะ
อาการเริ่มต้น: เริ่มด้วยอาการคัน ผื่นแดง และบวมเล็กน้อยบริเวณที่สัมผัสโลหะ
ลักษณะเฉพาะ: รูปร่างของผื่นมักคล้ายกับรูปร่างของสิ่งของที่สัมผัสผิว เช่น เป็นวงกลมตรงตำแหน่งที่ใส่แหวน
อาการรุนแรง: ในกรณีรุนแรงอาจมีน้ำเหลืองซึม (Oozing) หรือเกิดแผล
ระยะเวลา: บางคนอาการปรากฏภายในวันแรก บางคนใช้เวลา 2-3 วันหลังการสัมผัส
การวินิจฉัยด้วย Patch Test
Patch test เป็นการทดสอบสำคัญในการวินิจฉัยความแพ้โลหะ ทำโดยติดแผ่นเล็ก ๆ ที่มีตัวอย่างโลหะหรือสารเคมีต่าง ๆ บนผิวหนัง (โดยปกติติดที่หลัง) ปล่อยไว้ 48 ชั่วโมง แล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงของผิว หากแพ้จะมีผื่นแดงบวมในตำแหน่งที่มีสารก่อการแพ้ ผลการทดสอบช่วยระบุว่าผู้ป่วยแพ้สารหรือโลหะชนิดใด เพื่อหลีกเลี่ยงในอนาคต
การรักษาผื่นแพ้โลหะ
หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น: หยุดการสัมผัสโลหะที่ทำให้เกิดอาการแพ้ เป็นขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุด
ยาทาสเตียรอยด์: ใช้ยา Topical Corticosteroid cream หรือ ointment เช่น Hydrocortisone cream ทาบริเวณผื่นวันละ 2-3 ครั้ง
ยาแก้แพ้: ใช้ยา Topical Antihistamine ช่วยลดอาการคัน และหากคันมากอาจใช้ยา Systemic Antihistamine เช่น Cetirizine
กรณีรุนแรง: ในกรณีรุนแรงมากขึ้น แพทย์อาจสั่งยา Systemic Corticosteroid ชนิดรับประทาน
การป้องกันและเลือกโลหะที่ปลอดภัย
โลหะที่ปลอดภัย: เลือกเครื่องประดับที่ทำจาก Stainless Steel 316L, Titanium (ไม่มีนิกเกิล), Gold 18K ขึ้นไป, Platinum หรือ Silver ที่บริสุทธิ์
หลีกเลี่ยง: หลีกเลี่ยงโลหะผสมราคาถูกที่อาจมีนิกเกิลสูง และหลีกเลี่ยงการสัมผัสเหรียญหรือวัตถุที่มีนิกเกิลโดยตรง
เกราะกั้น: ใส่ถุงมือหากจำเป็นต้องสัมผัสโลหะ หรือทาสารเคลือบ (เช่น Acrylic nail paint) บนส่วนโลหะของเครื่องประดับเพื่อเป็นเกราะกั้น
ความสัมพันธ์กับโคบอลต์และโครเมียม
ผู้ที่แพ้นิกเกิลมักแพ้โคบอลต์ (Cobalt allergy) ร่วมด้วย เพราะโลหะทั้งสองมักปรากฏในสารผสมเดียวกัน โดยพบ Cross-reactivity ระหว่างนิกเกิลและโคบอลต์ได้ 25-30% ส่วนโครเมียมชนิด Chromium III ที่บริสุทธิ์ไม่ค่อยทำให้เกิดอาการแพ้ แต่ Chromium VI (Hexavalent chromium) ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมสามารถก่อให้เกิดอาการแพ้ได้
คำถามที่พบบ่อย
แพ้นิกเกิลรักษาหายขาดได้ไหม การแพ้นิกเกิลเป็นภูมิไวที่มักคงอยู่ระยะยาว จึงเน้นการหลีกเลี่ยงการสัมผัสเป็นหลัก เมื่อเกิดผื่นสามารถรักษาให้อาการดีขึ้นได้ด้วยยาทาสเตียรอยด์และยาแก้แพ้ แต่การป้องกันไม่ให้สัมผัสโลหะที่แพ้คือกุญแจสำคัญ
จะรู้ได้อย่างไรว่าแพ้โลหะชนิดใด การทำ Patch test เป็นการทดสอบมาตรฐาน โดยติดแผ่นตัวอย่างโลหะและสารเคมีบนผิวหนังนาน 48 ชั่วโมง แล้วดูปฏิกิริยา ช่วยระบุชนิดของสารที่แพ้เพื่อหลีกเลี่ยงในอนาคต
ควรเลือกเครื่องประดับแบบไหนถ้าแพ้นิกเกิล ควรเลือกโลหะที่ปลอดภัย เช่น Stainless Steel 316L, Titanium, Gold 18K ขึ้นไป, Platinum หรือ Silver ที่บริสุทธิ์ และหลีกเลี่ยงโลหะผสมราคาถูกที่อาจมีนิกเกิลสูง
แพ้นิกเกิลจะแพ้โลหะอื่นด้วยไหม ผู้ที่แพ้นิกเกิลมักแพ้โคบอลต์ร่วมด้วย โดยพบ Cross-reactivity 25-30% เพราะโลหะทั้งสองมักอยู่ในสารผสมเดียวกัน หากสงสัยควรทำ Patch test เพื่อตรวจให้ครอบคลุม
ผื่นแพ้โลหะเป็นภาวะที่ควบคุมได้ดีเมื่อทราบชนิดของสารที่แพ้และหลีกเลี่ยงการสัมผัสอย่างเหมาะสม หากคุณมีผื่นคันเรื้อรังบริเวณที่สัมผัสเครื่องประดับหรือของใช้โลหะ การทำ Patch test จะช่วยหาสาเหตุที่แท้จริง ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569



ความคิดเห็น