top of page

เท้าลอก เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังแยกเชื้อรา น้ำกัดเท้า ผิวแห้ง และเท้าลอกไม่คันที่ไม่ใช่เชื้อรา

6 ก.ย.
ยาว 5 นาที

อัปเดตเมื่อ 16 ก.ย.

ผิวหนังเท้าลอก (peeling feet) คืออาการที่ผิวหนังชั้นนอกสุดของฝ่าเท้า ง่ามนิ้วเท้า หรือส้นเท้าหลุดออกมาเป็นขุยหรือเป็นแผ่น อาจคันหรือไม่คันก็ได้ และเป็น "อาการ" ที่เกิดได้จากหลายโรค ไม่ใช่โรคเดียว สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด 5 อย่างคือ เชื้อราที่เท้า (tinea pedis) น้ำกัดเท้า (irritant foot dermatitis) ผิวแห้ง (xerosis) ผื่นแพ้สัมผัสจากรองเท้า (shoe contact dermatitis) และภาวะผิวลอกไม่คันที่ชื่อ keratolysis exfoliativa ซึ่งเป็นสาเหตุของเท้าลอกแบบไม่คันที่พบบ่อยที่สุดในวัยรุ่นและวัยทำงาน แต่แทบไม่มีใครเคยได้ยินชื่อ

สิ่งที่คนไข้เกือบทุกรายทำก่อนมาพบแพทย์คือซื้อยาฆ่าเชื้อรามาทาเอง บางคนทาต่อเนื่องหลายเดือน ทั้งที่เท้าที่ลอกอยู่นั้นอาจไม่มีเชื้อราเลย บทความนี้จะสอนวิธีอ่านสัญญาณ 4 อย่างที่แพทย์ผิวหนังใช้แยกสาเหตุตั้งแต่ยังไม่ได้ขูดตรวจ คือ ตำแหน่งที่ลอก คัน กลิ่น และลักษณะขุย แล้วอธิบายว่าแต่ละสาเหตุใช้ยาคนละกลุ่มอย่างไร และเมื่อไรที่เท้าลอกไม่ใช่เรื่องเล็ก

เท้าลอก 5 สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด

  • เชื้อราที่เท้า (tinea pedis หรือที่เรียกกันว่าฮ่องกงฟุต) พบบ่อยที่สุดในบรรดาสาเหตุทั้งหมด ประมาณ 10–15% ของประชากรเป็นอยู่ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง และคนส่วนใหญ่จะเคยเป็นอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต ชอบขึ้นที่ง่ามนิ้ว คัน มีกลิ่น หรือลามทั้งฝ่าเท้าเป็นขุยแห้ง

  • น้ำกัดเท้า (irritant foot dermatitis) ผิวเปื่อยลอกหลังเท้าเปียกหรือแช่น้ำนาน แสบมากกว่าคัน ระยะแรกไม่ใช่เชื้อรา

  • ผิวแห้งและส้นเท้าแตก (xerosis) ลอกเป็นขุยหนาที่ส้นและขอบเท้า ไม่คันหรือคันเล็กน้อย ง่ามนิ้วปกติ

  • ผื่นแพ้สัมผัสจากรองเท้า (shoe contact dermatitis) ผื่นแดงคันลอกตรงตำแหน่งที่รองเท้าแนบผิว มักเป็นหลังเท้าและตามสายรองเท้า สองข้างเท่า ๆ กัน

  • keratolysis exfoliativa ผิวฝ่ามือฝ่าเท้าลอกเป็นวงเล็ก ๆ ขอบขุยบาง ไม่คัน ไม่แดง หายเองแล้วเป็นซ้ำ พบมากในวัยรุ่นถึงวัยทำงานที่เหงื่อออกมือเท้ามาก

สาเหตุที่พบน้อยกว่าแต่ต้องนึกถึงเสมอ ได้แก่ สะเก็ดเงิน ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง pompholyx (ตุ่มน้ำใสที่ฝ่ามือฝ่าเท้า) erythrasma (แบคทีเรียที่ง่ามนิ้วซึ่งดูเหมือนเชื้อรา) และผิวลอกหลังไข้ในเด็ก เช่น หลังโรคมือเท้าปาก ไข้อีดำอีแดง หรือโรคคาวาซากิ

ดูตำแหน่งที่ลอก คัน กลิ่น และขุย บอกสาเหตุได้เกือบหมด

แพทย์ผิวหนังใช้สัญญาณ 4 อย่างนี้ตัดสาเหตุออกได้เกือบหมดตั้งแต่ยังไม่แตะเท้าคนไข้ ลองไล่ดูว่าเท้าของคุณตรงกับข้อไหน

  • ลอกที่ง่ามนิ้วเท้า โดยเฉพาะซอกระหว่างนิ้วก้อยกับนิ้วนาง คันมาก มีกลิ่นอับ ขุยเปื่อยขาวยุ่ยและแตกเป็นร่อง = เชื้อราที่เท้าแบบง่ามนิ้ว หรือ erythrasma

  • ลอกทั้งฝ่าเท้า ส้น และขอบเท้า เป็นขุยละเอียดแห้งเหมือนแป้ง คันน้อยหรือไม่คัน ไม่มีกลิ่น ผิวหนาออกชมพูจาง = เชื้อราแบบโมคาซิน

  • ลอกเฉพาะส้นเท้าและขอบส้น ไม่คัน ไม่มีกลิ่น ขุยหนาสีเหลืองและแตกเป็นร่อง = ผิวแห้ง ส้นเท้าแตก

  • ลอกที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าพร้อมกัน เป็นวงกลมขอบขุยบางเหมือนกระดาษทิชชู ไม่คัน ไม่มีกลิ่น ผิวใต้ขุยปกติ = keratolysis exfoliativa

  • ลอกหลังลุยน้ำหรือเท้าเปียกในรองเท้านานหลายวัน แสบมากกว่าคัน ผิวเปื่อยขาวซีด มีกลิ่นได้ถ้าติดเชื้อซ้ำ = น้ำกัดเท้า

  • ลอกที่หลังเท้า นิ้วโป้ง หรือเป็นรอยตามสายรองเท้าแตะ สองข้างเท่ากัน คันมาก แดง มีตุ่มน้ำเล็ก ง่ามนิ้วไม่เป็น = ผื่นแพ้สัมผัสจากรองเท้า

  • ลอกเป็นปื้นหนา ขอบชัด ขุยสีเงินหรือเหลือง คันน้อย มีรอยแบบเดียวกันที่ข้อศอก เข่า หนังศีรษะ หรือเล็บเป็นหลุม = สะเก็ดเงิน

  • ลอกเป็นแผ่นใหญ่ที่ปลายนิ้วมือนิ้วเท้าและฝ่ามือฝ่าเท้า 1–3 สัปดาห์หลังมีไข้หรือมีตุ่มในปาก ไม่คัน ไม่เจ็บ = ผิวลอกหลังไข้ เช่น หลังโรคมือเท้าปาก

  • ตุ่มน้ำใสลึกเล็ก ๆ คล้ายเม็ดสาคูที่ด้านข้างนิ้ว ฝ่ามือ ฝ่าเท้า คันรุนแรง แล้วลอกตามมา = pompholyx

  • ฝ่าเท้าเป็นหลุมเล็ก ๆ ยุ่ย ๆ เหม็นมาก โดยไม่ลอกเป็นแผ่น = pitted keratolysis จากแบคทีเรียในคนที่เหงื่อเท้ามาก ไม่ใช่เชื้อรา

กฎง่าย ๆ ที่ใช้ได้จริงคือ ง่ามนิ้ว + คัน + กลิ่น ให้นึกถึงเชื้อราก่อน ส่วน ฝ่ามือกับฝ่าเท้าลอกพร้อมกัน + ไม่คัน แทบไม่เคยเป็นเชื้อรา

ลอกที่ง่ามนิ้วเท้า มักเป็นเชื้อราที่เท้า (tinea pedis) หรือ erythrasma

ลักษณะ เริ่มที่ซอกนิ้วที่ 4 คือระหว่างนิ้วก้อยกับนิ้วนาง ซึ่งเป็นซอกที่แคบและอับที่สุด ผิวเปื่อยขาว ยุ่ย ลอกเป็นแผ่นบาง ก้นซอกแตกเป็นร่องเจ็บ คันชัดเจนโดยเฉพาะตอนถอดรองเท้า มีกลิ่นอับ ถ้าปล่อยไว้จะลามใต้นิ้วเท้าและฝ่าเท้าส่วนหน้า บางรายมีตุ่มน้ำใสเล็ก ๆ ขึ้นที่อุ้งเท้าร่วมด้วยเป็นระยะ

สาเหตุ เชื้อรากลุ่ม dermatophyte โดยเฉพาะ Trichophyton rubrum และ Trichophyton interdigitale ซึ่งกินเคราตินในผิวชั้นนอกและเติบโตดีในที่ชื้นอับ ปัจจัยเสี่ยงคือถุงเท้าเปียก รองเท้าหุ้มส้นที่ใส่ทั้งวัน เหงื่อเท้ามาก เดินเท้าเปล่าในห้องน้ำรวม สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และการใช้รองเท้าร่วมกับคนที่เป็นอยู่ ที่สำคัญคือ ง่ามนิ้วที่ลอกเปื่อยแบบเดียวกันอาจไม่ใช่เชื้อรา แต่เป็น erythrasma ซึ่งเกิดจากแบคทีเรีย Corynebacterium minutissimum ให้ภาพเหมือนกันแต่คันน้อยกว่า ทายาฆ่าเชื้อราแล้วไม่หาย และแยกได้ในห้องตรวจด้วยการส่องแสง Wood's lamp ที่จะเรืองเป็นสีแดงปะการัง ทั้งสองอย่างพบร่วมกันในซอกเดียวกันได้

ความเร่งด่วน ตัวโรคไม่เร่งด่วน แต่ร่องที่แตกในซอกนิ้วคือประตูให้แบคทีเรียเข้าสู่ผิวชั้นลึก ในผู้ป่วยเบาหวาน ขาบวม เส้นเลือดขอด หรือเคยเป็นไฟลามทุ่งมาก่อน เชื้อราที่ง่ามนิ้วเป็นจุดเริ่มต้นของการติดเชื้อที่ขาที่พบบ่อยที่สุดจุดหนึ่ง

เมื่อไรต้องพบแพทย์ ทายาต้านเชื้อราถูกวิธีครบ 2–4 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น เป็นซ้ำหลังหยุดยาทุกครั้ง ซอกนิ้วเปื่อยเหม็นมากหรือมีหนอง ขาแดงบวมร้อนหรือมีไข้ และผู้ป่วยเบาหวานทุกรายที่ง่ามนิ้วแตก ถ้าเท้าเหม็นเป็นอาการเด่นมากกว่าลอก อ่านต่อที่ โรคเท้าเหม็นและเหงื่อเท้ามาก

ลอกทั้งฝ่าเท้าเป็นขุยแห้ง ๆ เหมือนใส่รองเท้าโมคาซิน (moccasin tinea pedis)

ลักษณะ ขุยละเอียดสีขาวคล้ายแป้งกระจายทั่วฝ่าเท้า ส้น และขอบเท้าขึ้นมาถึงด้านข้าง เป็นรูปเหมือนสวมรองเท้าโมคาซิน ผิวหนา แห้ง ออกชมพูจาง ๆ คันน้อยมากหรือไม่คันเลย คนส่วนใหญ่จึงคิดว่าเป็นแค่ผิวแห้งและทามอยเจอไรเซอร์อยู่หลายปี จุดที่ช่วยจับได้คือมักเป็น สองเท้าและมือหนึ่งข้าง (two feet–one hand syndrome) และเล็บเท้าบางเล็บหนา เหลือง ขุ่นร่วมด้วย

สาเหตุ Trichophyton rubrum ชนิดเรื้อรัง เชื้อฝังตัวในผิวหนาและในเล็บซึ่งเป็นแหล่งป้อนเชื้อกลับมาที่ผิวตลอดเวลา ผู้ที่มีภูมิแพ้ผิวหนัง (atopy) ผู้สูงอายุ และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำเป็นได้ง่ายและหายยากกว่า

ความเร่งด่วน ไม่เร่งด่วน แต่เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของคำว่า "ทายาแล้วไม่หาย" เพราะยาทาซึมผ่านผิวที่หนาไม่พอ และตราบใดที่เล็บยังติดเชื้ออยู่ ผิวจะกลับมาลอกซ้ำทุกครั้งที่หยุดยา

เมื่อไรต้องพบแพทย์ ลอกทั้งฝ่าเท้านานเกิน 4 สัปดาห์ทั้งที่ทามอยเจอไรเซอร์สม่ำเสมอ มือลอกข้างเดียวร่วมด้วย หรือเล็บหนาผิดปกติ กลุ่มนี้ต้องขูดผิวตรวจเชื้อราด้วย KOH ซึ่งทราบผลในห้องตรวจภายในประมาณ 10–15 นาที และส่วนใหญ่ต้องใช้ยาต้านเชื้อราชนิดรับประทานตามที่แพทย์กำหนด

ลอกที่ส้นเท้าและขอบเท้า ส่วนใหญ่คือผิวแห้ง (xerosis) และส้นเท้าแตก

ลักษณะ ขุยหนาสีขาวอมเหลืองที่ขอบส้นซึ่งรับน้ำหนักเวลายืน ผิวด้าน แข็ง ลอกเป็นสะเก็ดหยาบ และแตกเป็นร่องตามแนวขอบส้น ร่องลึกจะเจ็บเวลาเดินและอาจมีเลือดซึม ไม่คันหรือคันเล็กน้อย ง่ามนิ้วเท้าและอุ้งเท้าเป็นปกติ ซึ่งเป็นจุดแยกจากเชื้อรา

สาเหตุ ผิวส้นเท้าไม่มีต่อมไขมันจึงแห้งง่ายกว่าที่อื่น เมื่อร่างกายกดน้ำหนักลงบนขอบส้น ผิวที่แห้งและหนาจะยืดไม่ทันจึงแตก ปัจจัยเสริมคือรองเท้าเปิดส้นและรองเท้าแตะที่ปล่อยให้ขอบส้นบานออก การยืนนาน น้ำหนักตัวมาก อายุที่มากขึ้น อากาศเย็นแห้งหรือห้องแอร์ การอาบน้ำอุ่นจัด และโรคที่ทำให้ผิวแห้ง เช่น ภาวะไทรอยด์ต่ำ เบาหวาน สะเก็ดเงิน หรือผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ถ้าขุยหนาลามจากส้นไปทั่วฝ่าเท้าและมีเล็บหนาร่วมด้วย ต้องขูดตรวจเพื่อแยกจากเชื้อราแบบโมคาซินก่อนเสมอ

ความเร่งด่วน ต่ำในคนทั่วไป แต่ร่องแตกลึกในผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ที่ชาปลายเท้าอาจกลายเป็นแผลติดเชื้อโดยไม่รู้สึกเจ็บ

เมื่อไรต้องพบแพทย์ ร่องแตกลึกมีเลือดออก ขอบร่องแดงบวมหรือมีหนอง เป็นเบาหวานหรือชาปลายเท้า หรือทามอยเจอไรเซอร์ทุกวันครบ 4 สัปดาห์แล้วยังแตกซ้ำ วิธีดูแลอย่างละเอียดอ่านได้ที่ ส้นเท้าแตกเกิดจากอะไร รักษาให้หายและบอกโรคอะไรได้บ้าง และ ผิวแห้งแตก (xerosis) สาเหตุและวิธีดูแล

ลอกฝ่ามือ ฝ่าเท้า และนิ้วลอกพร้อมกันแบบไม่คัน ไม่แดง คือ keratolysis exfoliativa

นี่คือสาเหตุที่ถูกมองข้ามมากที่สุดของคำถาม "เท้าลอก เกิดจากอะไร ไม่คัน" และเป็นสาเหตุที่ทำให้คนจำนวนมากทายาฆ่าเชื้อราโดยไม่จำเป็น

ลักษณะ เริ่มจากจุดพองลมเล็ก ๆ ขนาด 1–2 มิลลิเมตรใต้ผิวชั้นบนสุดของฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือปลายนิ้ว มองคล้ายตุ่มน้ำแต่ข้างในไม่มีน้ำ จากนั้นผิวตรงนั้นแตกออกและลอกขยายวงออกไปรอบ ๆ จนเป็นวงกลมที่มีขอบเป็นขุยบางใสเหมือนกระดาษทิชชูเปียก (collarette) หลายวงมาต่อกันเป็นลายแผนที่ ผิวใต้ขุยเป็นปกติหรือแดงระเรื่อเล็กน้อย บางรายรู้สึกแห้งตึงหรือแตกเป็นร่องเล็ก ๆ ที่ปลายนิ้วเวลาสัมผัสน้ำ ไม่คัน ไม่เจ็บ ไม่มีกลิ่น ไม่มีตุ่มหนอง พบที่นิ้วมือและนิ้วเท้าพร้อมกันได้ หรือสลับกันไปคนละช่วง

สาเหตุ ยังไม่ทราบกลไกแน่ชัด เข้าใจว่าเป็นการหลุดลอกของผิวหนังชั้นขี้ไคลที่ผิดจังหวะ (superficial exfoliation) ถูกกระตุ้นโดยเหงื่อ ความร้อน ความชื้น การล้างมือบ่อย สบู่ ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน และแรงเสียดสีจากรองเท้า พบมากในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น โดยเฉพาะผู้ที่เหงื่อออกมือเท้ามาก และเป็นหนักช่วงฤดูร้อน ไม่ติดต่อ ไม่ใช่เชื้อรา ขูดตรวจ KOH จะไม่พบเชื้อ

ความเร่งด่วน ไม่เร่งด่วนเลย ผิวจะลอกจนหมดแล้วกลับเป็นปกติเองภายใน 1–3 สัปดาห์ แต่กลับมาเป็นซ้ำได้หลายรอบต่อปี ปัญหาที่แท้จริงของภาวะนี้คือการถูกวินิจฉัยผิดว่าเป็นเชื้อรา ผื่นแพ้ หรือโรคขาดวิตามิน แล้วทายาที่ไม่จำเป็นต่อเนื่องเป็นเดือน

เมื่อไรต้องพบแพทย์ ลอกแล้วคันมากหรือมีตุ่มน้ำใสจริง ๆ ซึ่งชี้ไปทาง pompholyx มากกว่า แตกลึกเจ็บจนใช้งานลำบาก มีจุดแดงหรือน้ำตาลแดงไม่คันที่ฝ่ามือฝ่าเท้าร่วมด้วยซึ่งต้องแยกจาก ผื่นซิฟิลิสระยะที่ 2 ที่ขึ้นฝ่ามือฝ่าเท้า ไม่หายภายใน 4–6 สัปดาห์ หรือมีผื่นที่อื่นและเล็บผิดปกติร่วม ถ้าอาการเด่นอยู่ที่มือ อ่านเพิ่มได้ที่ มือลอกเกิดจากอะไร แบบไหนแค่แห้ง แบบไหนคือโรค

น้ำกัดเท้า ลอกหลังลุยน้ำ แฉะ และแสบมากกว่าคัน

ลักษณะ ผิวที่ง่ามนิ้ว ฝ่าเท้า และขอบเท้าเปื่อย ยุ่ย ขาวซีด แสบ เจ็บ ต่อมาเมื่อผิวแห้งจะลอกออกเป็นแผ่น เกิดหลังเดินลุยน้ำท่วม ทำงานเท้าเปียก หรือใส่ถุงเท้ารองเท้าที่เปียกติดต่อกันหลายชั่วโมงเป็นเวลาหลายวัน ระยะหลังถ้าเชื้อราหรือแบคทีเรียซ้ำจะเริ่มคันและมีกลิ่น

สาเหตุ ระยะแรกเป็นการระคายเคืองล้วน ๆ ผิวที่แช่น้ำนานจะบวมน้ำ ชั้นปกป้องเสียหน้าที่ และสิ่งสกปรกในน้ำซ้ำเติม ไม่ใช่เชื้อรา ระยะต่อมาจึงมีเชื้อราหรือแบคทีเรียเข้ามาแทรก การใช้ยาจึงต้องเปลี่ยนตามระยะ

ความเร่งด่วน ปานกลาง แผลเปื่อยเป็นทางเข้าของแบคทีเรียหลายชนิดที่อยู่ในน้ำท่วม ผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่มีแผลที่เท้าอยู่แล้วเสี่ยงติดเชื้อรุนแรง

เมื่อไรต้องพบแพทย์ เท้าแดง บวม ปวด มีหนอง หรือมีไข้ แผลลึก เป็นเบาหวาน หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 3–5 วันหลังรักษาเท้าให้แห้งแล้ว รายละเอียดการแยก 5 แบบและวิธีรักษาตามระยะอยู่ที่ น้ำกัดเท้า เกิดจากอะไร ทำไมทาผิดยิ่งลาม

ผื่นแพ้สัมผัสจากรองเท้า กาว ยาง และสีย้อม

ลักษณะ ผื่นแดง คัน ลอกเป็นขุย และมีตุ่มน้ำเล็ก ๆ ในระยะกำเริบ ตำแหน่งตรงกับส่วนของรองเท้าที่แนบผิว ที่พบบ่อยคือหลังเท้า โคนนิ้วโป้ง แนวสายรองเท้าแตะ หรือฝ่าเท้าส่วนที่วางบนพื้นรองเท้า เป็น สองข้างเท่า ๆ กัน ง่ามนิ้วและอุ้งเท้ามักไม่เป็น ซึ่งตรงข้ามกับเชื้อรา อาการแย่ลงในหน้าร้อนเพราะเหงื่อละลายสารเคมีออกจากรองเท้ามาสัมผัสผิวมากขึ้น

สาเหตุ สารเคมีในรองเท้าที่พบบ่อยคือโครเมียมที่ใช้ฟอกหนัง สารเร่งปฏิกิริยาในยาง (rubber accelerators) ในพื้นรองเท้าและรองเท้าแตะยาง กาวเรซินที่ใช้ประกอบรองเท้า สีย้อม และนิกเกิลในหัวเข็มขัดหรือตาไก่ ส่วนถุงเท้าใยสังเคราะห์ที่อับชื้นเป็นตัวเสริม การยืนยันทำได้ด้วยการทดสอบภูมิแพ้สัมผัสแบบแปะแผ่นทดสอบ (patch test) ที่หลัง ซึ่งอ่านผลที่ 48 และ 96 ชั่วโมง

ความเร่งด่วน ต่ำ แต่การเกาซ้ำ ๆ ทำให้ผิวหนาขึ้น ติดเชื้อ และคันเรื้อรัง

เมื่อไรต้องพบแพทย์ ผื่นสองข้างตรงตำแหน่งรองเท้าที่ไม่หายแม้เปลี่ยนรองเท้าแล้ว มีตุ่มน้ำมาก ลามเกินขอบรองเท้า หรือต้องการหาสารก่อแพ้ให้ชัดเพื่อเลือกรองเท้าให้ถูก อ่านหลักการทั่วไปได้ที่ ผื่นภูมิแพ้สัมผัส (contact dermatitis)

สะเก็ดเงินและผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่เท้า รวมถึง pompholyx

ลักษณะ สะเก็ดเงินที่ฝ่าเท้าเป็นปื้นหนาสีแดง ขอบชัด ขุยหนาสีเงินหรือเหลือง แตกเป็นร่องเจ็บ บางชนิดมีตุ่มหนองปลอดเชื้อสีเหลืองแล้วกลายเป็นสีน้ำตาลกระจายทั่วฝ่าเท้า (palmoplantar pustulosis) คันน้อยหรือไม่คัน ให้ดูข้อศอก เข่า หนังศีรษะ และเล็บที่มีหลุมเล็ก ๆ ร่วมด้วย ส่วนผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (eczema) ที่เท้าจะคันมาก ผิวแดง แห้ง หนา ลอกเป็นขุย ในคนที่มีประวัติภูมิแพ้ pompholyx เป็นตุ่มน้ำใสลึกเล็ก ๆ คล้ายเม็ดสาคูขึ้นที่ด้านข้างนิ้ว ฝ่ามือ และฝ่าเท้า คันรุนแรง ตุ่มยุบใน 2–3 สัปดาห์แล้วผิวลอกออกเป็นแผ่น และในเด็กอายุ 3–14 ปีมีภาวะที่พบบ่อยชื่อ juvenile plantar dermatosis ฝ่าเท้าส่วนหน้าและนิ้วโป้งเป็นมันวาว แดง แห้ง แตก ลอก จากรองเท้าปิดและถุงเท้าใยสังเคราะห์ ง่ามนิ้วเป็นปกติ มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเชื้อรา

สาเหตุ สะเก็ดเงินเกิดจากภูมิคุ้มกันที่สั่งให้ผิวแบ่งตัวเร็วผิดปกติร่วมกับพันธุกรรม กระตุ้นด้วยความเครียด การติดเชื้อ การสูบบุหรี่ และยาบางชนิด ส่วนผื่นภูมิแพ้ผิวหนังและ pompholyx เกิดจากผิวที่มีเกราะปกป้องบกพร่อง ร่วมกับเหงื่อ ความร้อน ความเครียด และสารระคายเคือง

ความเร่งด่วน ไม่เร่งด่วน แต่เป็นโรคเรื้อรังที่ต้องมีแผนควบคุมระยะยาว การซื้อสเตียรอยด์ทาต่อเนื่องเองทำให้ผิวบางและโรคดื้อ

เมื่อไรต้องพบแพทย์ ปื้นหนาที่ไม่หายด้วยมอยเจอไรเซอร์และยาฆ่าเชื้อรา ตุ่มน้ำคันที่กลับมาเป็นซ้ำ มีอาการที่เล็บ ข้อ หรือหนังศีรษะร่วม รายละเอียดอ่านได้ที่ ตุ่มใสๆ ที่มือ เกิดจากอะไร แยก 8 สาเหตุ pompholyx ตุ่มน้ำใสฝ่ามือฝ่าเท้าที่คันรุนแรง และ สะเก็ดเงิน เกิดจากอะไร อาการเริ่มแรกและการรักษา

เท้าลอกหลังไข้ มือเท้าปาก และคาวาซากิในเด็ก

ลักษณะ ผิวลอกออกเป็นแผ่นใหญ่ที่ปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า ฝ่ามือ และฝ่าเท้า มักเริ่มรอบเล็บก่อน เกิดขึ้น 1–3 สัปดาห์หลังไข้ลดหรือหลังผื่นยุบ ไม่คัน ไม่เจ็บ ผิวใต้แผ่นที่ลอกเป็นปกติ หลังโรคมือเท้าปากบางรายเล็บมือเล็บเท้าหลุดตามมาในอีก 3–8 สัปดาห์ (onychomadesis) แล้วงอกใหม่ได้เอง ส่วนไข้อีดำอีแดงจากเชื้อสเตร็ปโตค็อกคัสจะลอกที่ปลายนิ้ว 1–2 สัปดาห์หลังผื่นที่สากเหมือนกระดาษทรายจางลง

สาเหตุ ผิวหนังชั้นบนที่ถูกทำลายจากการอักเสบ ไวรัส หรือสารพิษของแบคทีเรียในช่วงที่ป่วย จะหลุดออกทั้งชุดเมื่อผิวใหม่ด้านล่างสร้างเสร็จ จึงมาลอกหลังหายป่วยแล้ว ไม่ใช่การติดเชื้อใหม่ และไม่ติดต่อ

ความเร่งด่วน หลังโรคมือเท้าปากหรือไข้หวัดทั่วไป ไม่เร่งด่วน หายเองใน 1–2 สัปดาห์โดยไม่ต้องใช้ยา ยกเว้นกรณีเดียวที่ต้องระวังคือ โรคคาวาซากิ ซึ่งเป็นภาวะหลอดเลือดอักเสบในเด็กเล็กที่มีไข้สูงติดต่อกันตั้งแต่ 5 วัน ตาแดงไม่มีขี้ตา ริมฝีปากแดงแตก ลิ้นแดงเป็นตุ่มคล้ายสตรอว์เบอร์รี ผื่นตามตัว มือเท้าบวมแดง และต่อมน้ำเหลืองที่คอโต การลอกรอบเล็บจะปรากฏในสัปดาห์ที่ 2–3 ซึ่งเป็น สัญญาณช้า โรคนี้ต้องได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะไข้เพื่อลดความเสี่ยงต่อหลอดเลือดหัวใจ

เมื่อไรต้องพบแพทย์ เด็กไข้สูงตั้งแต่ 5 วันร่วมกับตาแดง ปากแดง ผื่น หรือมือเท้าบวม ให้พบกุมารแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ลอก ผิวลอกร่วมกับไข้ที่ยังไม่หาย ลอกทั่วตัว หรือลอกร่วมกับตุ่มน้ำและผิวหลุดเป็นแผ่นเหมือนถูกน้ำร้อนลวก อ่านเรื่องตุ่มและการดูแลได้ที่ โรคมือเท้าปาก (HFMD) เกิดจากอะไร อาการ กี่วันหาย

ทำไมทายาฆ่าเชื้อราแล้วเท้ายังลอก

คำถามนี้คือเหตุผลที่คนไข้เท้าลอกส่วนใหญ่ตัดสินใจมาพบแพทย์ในที่สุด สาเหตุที่พบบ่อยมี 6 ข้อ

  1. ไม่ใช่เชื้อราตั้งแต่แรก keratolysis exfoliativa ผิวแห้ง ผื่นแพ้สัมผัส สะเก็ดเงิน และผิวลอกหลังไข้ ไม่มีเชื้อราให้ฆ่า ยาต้านเชื้อราจึงไม่ช่วย และตัวยาบางชนิดยังระคายผิวที่ลอกอยู่ให้แสบและลอกมากขึ้น

  2. เป็นเชื้อราจริงแต่ทาสั้นเกินไป ยาทากลุ่มเอโซลต้องทาต่อเนื่องประมาณ 4 สัปดาห์ กลุ่มอัลลิลามีนประมาณ 1–2 สัปดาห์ และควรทาต่ออีก 1–2 สัปดาห์หลังผิวดูปกติแล้ว รวมทั้งทาเลยขอบรอยโรคออกไปราว 2 เซนติเมตร คนส่วนใหญ่หยุดทันทีที่หายคัน

  3. เป็นเชื้อราแบบโมคาซินหรือมีเชื้อราที่เล็บ ยาทาซึมผ่านผิวหนาและเล็บไม่พอ ต้องใช้ยาชนิดรับประทานตามแพทย์กำหนด และรักษาเล็บควบคู่กัน

  4. ใช้ครีมผสมสเตียรอยด์ ครีมสูตรผสมที่มีสเตียรอยด์ทำให้ผื่นเชื้อราจางลงชั่วคราวใน 1–2 สัปดาห์แรก แล้วลามกว้างขึ้นและขอบไม่ชัดจนวินิจฉัยยาก เรียกว่า tinea incognito

  5. ติดเชื้อซ้ำจากรองเท้า ถุงเท้า พื้นห้องน้ำ หรือคนในบ้าน สปอร์ของเชื้อราอยู่ในรองเท้าได้นานหลายเดือน ทาเท้าหายแล้วใส่รองเท้าคู่เดิมก็กลับมาเป็นอีก

  6. เป็น erythrasma แบคทีเรียที่ง่ามนิ้วซึ่งดูเหมือนเชื้อราทุกประการ ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ไม่ใช่ยาต้านเชื้อรา

ทางลัดที่ประหยัดเวลาคือหยุดยาทาทุกชนิด 1–2 สัปดาห์ (ถ้าอาการไม่รุนแรง) แล้วมาขูดผิวตรวจ KOH และส่อง Wood's lamp การรู้ว่ามีหรือไม่มีเชื้อราเปลี่ยนแผนการรักษาทั้งหมด

ยาทาที่ใช้ตามสาเหตุ

ชื่อในที่นี้เป็นกลุ่มยา ไม่ใช่ยี่ห้อ และชนิด ความแรง กับระยะเวลาต้องกำหนดโดยแพทย์หรือเภสัชกรหลังทราบสาเหตุแล้ว

  • เชื้อราที่ง่ามนิ้ว ยาทาต้านเชื้อรากลุ่มอัลลิลามีนหรือกลุ่มเอโซล ทาบาง ๆ วันละ 1–2 ครั้งเลยขอบรอยโรค ครบคอร์สและต่ออีก 1–2 สัปดาห์หลังหาย ร่วมกับทำซอกนิ้วให้แห้ง ถ้าซอกนิ้วเปื่อยแฉะมาก แพทย์อาจให้ประคบให้แห้งหรือใช้ผงโรยก่อนแล้วจึงทาครีม

  • เชื้อราแบบโมคาซินหรือมีเล็บติดเชื้อ ยาต้านเชื้อราชนิดรับประทานตามแพทย์กำหนด ระยะเวลาโดยทั่วไป 2–6 สัปดาห์สำหรับผิวหนัง และนานกว่านั้นมากสำหรับเล็บ ร่วมกับยาทาและครีมที่มียูเรียช่วยให้ผิวหนาบางลง

  • erythrasma ยาปฏิชีวนะชนิดทาที่ง่ามนิ้ว หรือชนิดรับประทานในรายที่เป็นกว้าง ยาต้านเชื้อรากลุ่มเอโซลบางชนิดออกฤทธิ์ต่อแบคทีเรียชนิดนี้ได้บางส่วน

  • ผิวแห้งและส้นเท้าแตก มอยเจอไรเซอร์ที่มียูเรียความเข้มข้น 10–25% หรือกรดแลกติก หรือกรดซาลิไซลิกความเข้มข้นต่ำ ทาหลังอาบน้ำทันทีขณะผิวยังชื้นและก่อนนอน สวมถุงเท้าทับ ร่องแตกลึกอาจต้องปิดด้วยแผ่นปิดแผลชนิดไฮโดรคอลลอยด์

  • keratolysis exfoliativa ไม่มียาเฉพาะและไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ ให้เลี่ยงสารระคายเคือง ลดเหงื่อ ทามอยเจอไรเซอร์ธรรมดาหรือชนิดที่มียูเรียความเข้มข้นต่ำวันละ 2–3 ครั้ง ห้ามดึงหรือแกะขุย

  • น้ำกัดเท้าระยะแรก ทำเท้าให้แห้ง ครีมปกป้องผิวหรือมอยเจอไรเซอร์บาง ๆ และยาทาสเตียรอยด์ความแรงต่ำระยะสั้นในรายที่แดงอักเสบมาก ยาต้านเชื้อราหรือยาปฏิชีวนะเฉพาะเมื่อมีการติดเชื้อซ้ำ

  • ผื่นแพ้สัมผัส ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง และ pompholyx ยาทาคอร์ติโคสเตียรอยด์ตามความแรงที่แพทย์กำหนด (ฝ่าเท้าหนาจึงมักต้องใช้ความแรงสูงกว่าผิวที่อื่น) ทาระยะสั้นในช่วงกำเริบ ร่วมกับมอยเจอไรเซอร์และการเลี่ยงสารก่อแพ้ ในรายที่เป็นบ่อยแพทย์อาจใช้ยาทากลุ่มกดภูมิเฉพาะที่ที่ไม่ใช่สเตียรอยด์

  • สะเก็ดเงินที่ฝ่าเท้า ยาทาสเตียรอยด์ อนุพันธ์วิตามินดี และกรดซาลิไซลิกช่วยลอกขุยหนา ในรายที่ดื้อยาอาจใช้การฉายแสงหรือยารับประทานภายใต้การดูแลของแพทย์

  • ผิวลอกหลังไข้ ไม่ต้องใช้ยา ทามอยเจอไรเซอร์และรอให้ลอกจนหมดเอง

ทาผิดยิ่งลอก ยิ่งลาม 4 กรณีที่พบบ่อยในห้องตรวจ

  • ทาสเตียรอยด์บนเชื้อรา อาการคันและแดงหายภายในไม่กี่วันจนคิดว่าถูกยา แต่เชื้อราไม่ถูกฆ่าและยังลามใต้ผิวที่ถูกกดภูมิ พอหยุดยาผื่นจะกลับมากว้างกว่าเดิม ขอบเลือน และดื้อการรักษามากขึ้น

  • ทายาต้านเชื้อราหรือครีมที่มีแอลกอฮอล์บนผิวที่เปื่อยจากน้ำกัดเท้าหรือผื่นภูมิแพ้ แสบ ระคายเคือง และผิวยิ่งลอกเพราะเกราะผิวยังไม่ซ่อม

  • ใช้ยาลอกขุยความเข้มข้นสูง ขัดส้นแรง ๆ หรือใช้ใบมีดเฉือนส้นเอง ผิวที่ถูกกระตุ้นซ้ำจะสร้างชั้นหนาขึ้นเพื่อป้องกันตัวเอง ทำให้ส้นยิ่งหนา ยิ่งแตก และเสี่ยงเป็นแผลในผู้ป่วยเบาหวาน

  • แช่เท้าในน้ำร้อน น้ำเกลือเข้มข้น ด่างทับทิม น้ำส้มสายชู หรือสมุนไพรเป็นเวลานาน ผิวที่แช่นานจะบวมน้ำและเปื่อยเพิ่ม บางชนิดยังก่อผื่นแพ้สัมผัสซ้อนขึ้นมาอีกชั้น

ดูแลเท้าประจำวันให้หยุดลอกและไม่กลับมาเป็นซ้ำ

  • เช็ดง่ามนิ้วเท้าให้แห้งทุกครั้งหลังอาบน้ำ ใช้ผ้าแยกจากส่วนอื่นของร่างกายและซักบ่อย

  • เปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน และเปลี่ยนทันทีเมื่อเปียก เลือกผ้าฝ้ายหรือผ้าที่ระบายเหงื่อได้ดี เลี่ยงถุงเท้าไนลอนรัดแน่น

  • สลับรองเท้า ไม่ใส่คู่เดิมสองวันติดกัน ให้แต่ละคู่แห้งสนิทอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ตากในที่อากาศถ่ายเท และใช้ผงโรยลดความชื้นในรองเท้าถ้าเหงื่อเท้ามาก

  • ใส่รองเท้าแตะในห้องน้ำรวม สระว่ายน้ำ และฟิตเนส และไม่ใช้รองเท้า ถุงเท้า หรือกรรไกรตัดเล็บร่วมกับผู้อื่น

  • ทามอยเจอไรเซอร์ที่ส้นและฝ่าเท้าทุกคืน แต่ไม่ทาระหว่างง่ามนิ้ว เพราะความชื้นในซอกนิ้วเป็นสิ่งที่เชื้อราต้องการ

  • ไม่ดึง ไม่แกะ ไม่ตัดผิวที่ลอก ให้หลุดเอง การดึงทำให้ผิวใหม่ด้านล่างที่ยังบางถูกเปิดออกและแตก

  • ล้างเท้าด้วยสบู่อ่อน น้ำอุณหภูมิห้อง ไม่แช่นาน ไม่ขัดแรง

  • ถ้าเดินลุยน้ำ ล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันทีที่ถึงบ้าน เช็ดให้แห้ง แล้วปล่อยเท้าโล่ง ๆ อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง

  • ผู้ป่วยเบาหวาน ตรวจเท้าทุกวันด้วยกระจกส่องฝ่าเท้าและซอกนิ้ว

เท้าลอกในผู้ป่วยเบาหวาน ทำไมต้องระวังเป็นพิเศษ

ในคนทั่วไปเท้าลอกมักเป็นเรื่องความสวยงามและความรำคาญ แต่ในผู้ป่วยเบาหวานสัญญาณเดียวกันมีน้ำหนักต่างออกไปด้วยเหตุผลสามข้อ

  • ประสาทปลายเท้าชา ร่องแตกที่ส้นหรือง่ามนิ้วอาจลึกจนถึงชั้นหนังแท้โดยไม่รู้สึกเจ็บ กว่าจะสังเกตก็เมื่อมีหนองหรือกลิ่น

  • ภูมิคุ้มกันเฉพาะที่และการไหลเวียนเลือดลดลง แบคทีเรียที่เข้าทางร่องแตกจากเชื้อราง่ามนิ้วหรือน้ำกัดเท้าจึงลุกลามเป็นไฟลามทุ่งหรือแผลติดเชื้อลึกได้เร็วกว่าคนทั่วไปมาก

  • ผิวแห้งมากกว่าปกติ เพราะเส้นประสาทที่ควบคุมต่อมเหงื่อเสียหาย ทำให้ส้นแตกซ้ำง่ายแม้ทาครีมแล้ว

ผู้ป่วยเบาหวานที่มีเท้าลอก แตก หรือง่ามนิ้วเปื่อย ควรพบแพทย์ตั้งแต่แรกแทนการซื้อยาทาเอง ไม่ควรตัดหนังหนาหรือแช่เท้าในน้ำร้อนเด็ดขาด และควรตรวจเท้าทุกวัน

เมื่อไรควรพบแพทย์ผิวหนัง

  • เท้าลอกนานเกิน 2–4 สัปดาห์ หรือทายาที่ซื้อเองครบคอร์สแล้วไม่ดีขึ้น

  • ลอกร่วมกับคันมาก แสบ แดง มีตุ่มน้ำ ตุ่มหนอง หรือมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ

  • ร่องแตกลึก เจ็บจนเดินลำบาก หรือมีเลือดออก

  • เท้าหรือขาบวม แดง ร้อน กดเจ็บ ลามขึ้นหลังเท้าหรือข้อเท้า หรือมีไข้ ซึ่งเป็นสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรีย

  • เป็นเบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ โรคหลอดเลือดส่วนปลาย หรือชาปลายเท้า

  • มีเล็บหนา เหลือง หรือขุ่นร่วมด้วย ซึ่งบ่งว่าเชื้อราลงเล็บแล้ว

  • ลอกทั้งฝ่ามือและฝ่าเท้าพร้อมผื่นตามตัว ไข้ เจ็บคอ หรือมีจุดแดงไม่คันที่ฝ่ามือฝ่าเท้า

  • เด็กที่มีไข้สูงติดต่อกันตั้งแต่ 5 วันแล้วต่อมามือเท้าลอก

  • เท้าลอกซ้ำ ๆ หลายรอบต่อปีจนกระทบการทำงาน แม้จะไม่คันก็ตาม เพราะการยืนยันว่าเป็น keratolysis exfoliativa ช่วยให้เลิกใช้ยาที่ไม่จำเป็นได้

การขูดผิวตรวจเชื้อราใช้เวลาไม่กี่นาทีในห้องตรวจ และเป็นขั้นตอนเดียวที่แยก "ลอกจากเชื้อรา" ออกจาก "ลอกที่ไม่ใช่เชื้อรา" ได้แน่นอน ทุกอย่างหลังจากนั้นง่ายขึ้นมาก โรคผิวหนังที่เท้าชนิดอื่น ๆ รวมอยู่ที่ โรคผิวหนัง รวมทุกอาการและวิธีรักษา

สรุปสั้น ๆ

  • เท้าลอกเป็นอาการ ไม่ใช่โรค สาเหตุหลัก 5 อย่างคือเชื้อราที่เท้า น้ำกัดเท้า ผิวแห้ง ผื่นแพ้สัมผัสจากรองเท้า และ keratolysis exfoliativa

  • อ่านตำแหน่งก่อน ง่ามนิ้ว = เชื้อราหรือ erythrasma · ทั้งฝ่าเท้าเป็นขุยแป้ง = เชื้อราแบบโมคาซิน · ส้น = ผิวแห้ง · ฝ่ามือกับฝ่าเท้าพร้อมกัน = keratolysis exfoliativa · หลังเท้าตามสายรองเท้า = แพ้สัมผัส

  • คันกับกลิ่นชี้ไปทางเชื้อรา ไม่คัน ไม่มีกลิ่น ผิวใต้ขุยปกติ มักไม่ใช่เชื้อรา

  • ทายาฆ่าเชื้อราแล้วไม่หายมี 6 เหตุผล ที่พบบ่อยที่สุดคือไม่ใช่เชื้อราตั้งแต่แรก รองลงมาคือทาสั้นไป และเชื้อราซ่อนในเล็บ

  • ผิวลอกหลังไข้ในเด็กหายเอง ยกเว้นไข้สูงตั้งแต่ 5 วันร่วมกับตาแดงปากแดง ให้นึกถึงโรคคาวาซากิและพบแพทย์ทันที

  • สิ่งเดียวที่ควรทำถ้าไม่แน่ใจ คือหยุดยาทาทุกชนิดแล้วมาขูดตรวจ KOH ใช้เวลาไม่กี่นาทีและเปลี่ยนแผนการรักษาทั้งหมด

คำถามที่พบบ่อย

ทำยังไงให้เท้าหายลอก

ขั้นแรกคือหาสาเหตุจากตำแหน่งที่ลอก ถ้าลอกที่ง่ามนิ้ว คัน มีกลิ่น ให้ทายาต้านเชื้อราครบคอร์ส 2–4 สัปดาห์และทาต่ออีก 1–2 สัปดาห์หลังหาย พร้อมทำซอกนิ้วให้แห้งและสลับรองเท้า ถ้าลอกที่ส้นเป็นขุยหนาไม่คัน ให้ทามอยเจอไรเซอร์ที่มียูเรียหลังอาบน้ำทันทีทุกวัน เลี่ยงรองเท้าเปิดส้น ถ้าลอกที่ฝ่ามือฝ่าเท้าพร้อมกันเป็นวงไม่คัน มักเป็น keratolysis exfoliativa ซึ่งหายเองใน 1–3 สัปดาห์ เพียงเลี่ยงสารระคายเคืองและทามอยเจอไรเซอร์ สิ่งที่ห้ามทำทุกกรณีคือดึงขุย ขัดแรง แช่น้ำร้อน และซื้อครีมผสมสเตียรอยด์มาทาเอง ถ้าทำถูกวิธี 4 สัปดาห์แล้วยังลอก ควรขูดตรวจเชื้อรากับแพทย์

เท้าลอก อันตรายไหม

ส่วนใหญ่ไม่อันตราย เชื้อราที่เท้า ผิวแห้ง keratolysis exfoliativa และผิวลอกหลังไข้ล้วนรักษาหรือหายเองได้โดยไม่ทิ้งร่องรอย ความเสี่ยงจริงอยู่ที่ร่องแตกซึ่งเป็นทางเข้าของแบคทีเรีย โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่ขาบวม เส้นเลือดขอด หรือภูมิคุ้มกันต่ำ ที่เชื้อราง่ามนิ้วอาจนำไปสู่ไฟลามทุ่งได้ สัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์คือเท้าหรือขาบวมแดงร้อน มีหนอง มีไข้ หรือแผลแตกลึกไม่หาย และในเด็กที่มือเท้าลอกหลังไข้สูงติดต่อกันตั้งแต่ 5 วันร่วมกับตาแดงปากแดง ต้องนึกถึงโรคคาวาซากิซึ่งต้องรักษาเร็ว

อาการเท้าลอกเกิดจากอะไรได้บ้าง

สาเหตุที่พบบ่อย 5 อย่างคือเชื้อราที่เท้า (ง่ามนิ้วหรือทั้งฝ่าเท้า) น้ำกัดเท้าจากเท้าเปียกนาน ผิวแห้งและส้นเท้าแตก ผื่นแพ้สัมผัสจากสารเคมีในรองเท้า และ keratolysis exfoliativa ที่ทำให้ฝ่ามือฝ่าเท้าลอกเป็นวงโดยไม่คัน สาเหตุที่พบน้อยกว่าได้แก่ สะเก็ดเงิน ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง pompholyx erythrasma ผิวลอกหลังไข้หรือหลังโรคมือเท้าปากในเด็ก และในผู้ใหญ่ที่มีจุดแดงไม่คันที่ฝ่ามือฝ่าเท้าร่วมด้วยต้องแยกจากซิฟิลิสระยะที่ 2 การแยกใช้ตำแหน่งที่ลอก อาการคัน กลิ่น ลักษณะขุย และการขูดตรวจเชื้อราเป็นตัวตัดสิน

เท้าเป็นเชื้อราดูยังไง

จุดสังเกต 5 ข้อคือ หนึ่ง ตำแหน่งเริ่มที่ซอกนิ้วระหว่างนิ้วก้อยกับนิ้วนางแล้วลามไปซอกอื่น สอง ผิวเปื่อยขาว ยุ่ย แตกเป็นร่อง หรือลอกเป็นขุยละเอียดทั่วฝ่าเท้าเหมือนใส่รองเท้าโมคาซิน สาม คันโดยเฉพาะตอนถอดรองเท้าและมีกลิ่นอับ สี่ มักเป็นสองเท้าไม่เท่ากันหรือเป็นสองเท้ากับมือหนึ่งข้าง และห้า มีเล็บเท้าหนา เหลือง ขุ่นร่วมด้วย ถ้าลอกที่ฝ่ามือกับฝ่าเท้าพร้อมกัน ไม่คัน ไม่มีกลิ่น หรือลอกเฉพาะส้นโดยง่ามนิ้วปกติ โอกาสเป็นเชื้อราต่ำ การยืนยันที่แน่นอนคือขูดผิวตรวจ KOH ในห้องตรวจซึ่งทราบผลภายใน 10–15 นาที

เท้าลอก เกิดจากอะไร ไม่คัน

เท้าลอกที่ไม่คันส่วนใหญ่ไม่ใช่เชื้อรา สาเหตุอันดับหนึ่งในวัยรุ่นและวัยทำงานคือ keratolysis exfoliativa ผิวฝ่ามือฝ่าเท้าลอกเป็นวงเล็ก ๆ ขอบขุยบาง ผิวใต้ขุยปกติ กระตุ้นด้วยเหงื่อ ความร้อน และสบู่ หายเองใน 1–3 สัปดาห์แล้วเป็นซ้ำได้ อันดับสองคือผิวแห้งและส้นเท้าแตกที่ลอกเป็นขุยหนาเฉพาะส้น อันดับสามคือเชื้อราแบบโมคาซินซึ่งลอกทั้งฝ่าเท้าเป็นขุยแป้งและคันน้อยมาก จึงเป็นข้อยกเว้นที่ต้องขูดตรวจ นอกจากนี้ยังมีผิวลอกหลังไข้หรือหลังโรคมือเท้าปาก และสะเก็ดเงินที่ฝ่าเท้า ถ้าลอกไม่คันร่วมกับจุดแดงหรือน้ำตาลแดงที่ฝ่ามือฝ่าเท้าและเคยมีแผลที่อวัยวะเพศ ควรตรวจเลือดแยกซิฟิลิส

เท้าลอก ใช้ยาอะไร

ไม่มียาตัวเดียวสำหรับเท้าลอกทุกแบบ เชื้อราที่ง่ามนิ้วใช้ยาทาต้านเชื้อรากลุ่มอัลลิลามีนหรือเอโซลจนครบคอร์ส เชื้อราแบบโมคาซินหรือลงเล็บมักต้องยารับประทานตามแพทย์กำหนด erythrasma ใช้ยาปฏิชีวนะ ผิวแห้งและส้นเท้าแตกใช้มอยเจอไรเซอร์ที่มียูเรีย 10–25% keratolysis exfoliativa ไม่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ ให้เลี่ยงสารระคายเคืองและทามอยเจอไรเซอร์ ผื่นแพ้สัมผัส ผื่นภูมิแพ้ และ pompholyx ใช้ยาทาสเตียรอยด์ระยะสั้นตามความแรงที่แพทย์กำหนด ส่วนผิวลอกหลังไข้ไม่ต้องใช้ยา สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือครีมสูตรผสมสเตียรอยด์กับยาฆ่าเชื้อที่ซื้อเองเพราะทำให้เชื้อราลามและวินิจฉัยยากขึ้น

ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะบุคคล การประเมินรอยโรคผิวหนังและการเลือกใช้ยาควรทำโดยแพทย์

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 7 กันยายน 2569

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
ตุ่มที่อวัยวะเพศ เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังแยก 10 แบบ ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แบบไหนเป็นโรคติดต่อ และเมื่อไรต้องพบแพทย์

ตุ่มที่อวัยวะเพศ (genital bumps / genital lesions) คือตุ่ม ก้อน หรือตุ่มน้ำที่ขึ้นบนแคม ปากช่องคลอด องคชาต ถุงอัณฑะ หรือขาหนีบ สาเหตุมีตั้งแต่ภาวะปกติของผิวที่ไม่ต้องรักษาเลย เช่น ตุ่มไขมันฟอร์ไดซ์ (F

 
 
 
แผลน้ำร้อนลวก ใช้อะไรทา แพทย์ผิวหนังแยกแผล 4 ระดับ ยาทาตัวไหน กี่วันหาย และเมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล

แผลน้ำร้อนลวก (scald burn) คือการบาดเจ็บของผิวหนังจากของเหลวร้อนหรือไอน้ำ เป็นแผลไหม้จากความร้อน (thermal burn) ชนิดที่พบบ่อยที่สุดในบ้าน ความลึกของแผลแบ่งได้ 4 ระดับ ตั้งแต่ผิวแดงแสบที่หายเองใน 3–7 ว

 
 
 
โฟมล้างหน้าลดสิว เลือกยังไง แพทย์ผิวหนังอธิบายส่วนผสม ซาลิไซลิก เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ ให้ตรงชนิดสิว

โฟมล้างหน้าลดสิว (acne cleanser หรือ medicated cleanser) คือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่ใส่ตัวยาหรือสารออกฤทธิ์ต่อสิว เช่น ซาลิไซลิก แอซิด (salicylic acid) 0.5–2% หรือ เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (benzoyl

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ