ผื่นซิฟิลิสระยะที่ 2 เป็นแบบไหน ทำไมไม่คัน ขึ้นฝ่ามือฝ่าเท้า และตรวจรักษาอย่างไร
- 8 นาทีที่ผ่านมา
- ยาว 3 นาที
มีผื่นอยู่ไม่กี่ชนิดในวิชาโรคผิวหนังที่แพทย์เห็นแล้ว "ต้องนึกถึงไว้ก่อนเสมอ" และผื่นซิฟิลิสระยะที่สองคือหนึ่งในนั้น
เหตุผลไม่ใช่เพราะมันร้ายแรงเฉียบพลัน แต่เพราะมัน หายไปเองได้แม้ไม่รักษา คนไข้จำนวนมากจึงคิดว่าเรื่องจบแล้ว ทั้งที่เชื้อยังอยู่ในร่างกายและกำลังเดินหน้าไปสู่ระยะที่ทำลายอวัยวะอย่างเงียบ ๆ
ขอพูดตรง ๆ ตั้งแต่ต้นสองข้อ ข้อแรก ซิฟิลิสเป็นโรคที่รักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะ ที่ใช้กันมานานและราคาไม่แพง ข้อสอง การมาตรวจไม่มีอะไรน่าอาย มันคือการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ไม่ต่างจากการติดเชื้ออื่น ๆ และแพทย์มองมันแบบนั้นจริง ๆ
บทความนี้เน้นที่ ผื่นและการแยกโรค ซึ่งเป็นมุมของหมอผิวหนัง ถ้าต้องการภาพรวมของโรคทั้งสามระยะพร้อมรายละเอียดการตรวจทางห้องปฏิบัติการ อ่านต่อได้ที่ ซิฟิลิส (Syphilis): ระยะ Primary, Secondary, Tertiary
ผื่นซิฟิลิสระยะที่ 2 หน้าตาเป็นอย่างไร
ผื่นนี้ได้ชื่อว่าเป็น "นักเลียนแบบ" เพราะหน้าตาได้หลายแบบ แต่มีชุดลักษณะที่พบร่วมกันบ่อยจนใช้เป็นกรอบได้
สีแดงอมน้ำตาล หรือสีทองแดง ซึ่งเป็นสีที่ค่อนข้างเฉพาะ ไม่ใช่แดงสดแบบผื่นแพ้
แบนราบหรือนูนขึ้นเล็กน้อย ขนาดประมาณ 0.5 ถึง 2 เซนติเมตร
กระจายทั่วตัวและค่อนข้างสมมาตรสองข้าง โดยเฉพาะที่ลำตัว
อาจมี ขุยละเอียดบาง ๆ ที่ขอบรอยโรค มองเห็นชัดขึ้นเมื่อขูดเบา ๆ
ไม่คัน ในผู้ป่วยส่วนใหญ่
ไม่เจ็บ ไม่มีตุ่มน้ำ และไม่เป็นแผล
ผื่นมักขึ้นอยู่ประมาณ 2 ถึง 12 สัปดาห์แล้วจางหายไปเอง ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าหายแล้ว
ทำไมผื่นนี้ถึงไม่คัน และทำไมความไม่คันคือเบาะแสสำคัญ
อาการคันเกิดจากการอักเสบที่ปล่อยสารอย่างฮิสตามีนออกมากระตุ้นปลายประสาทรับความคัน ซึ่งเป็นรูปแบบของโรคภูมิแพ้และผื่นอักเสบทั่วไป
แต่ผื่นซิฟิลิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่กระจายไปทั่วร่างกายทางกระแสเลือดแล้วไปอยู่รอบหลอดเลือดฝอยในผิวหนัง ปฏิกิริยาที่ตามมาเป็นการอักเสบชนิดที่มีเซลล์ลิมโฟไซต์และพลาสมาเซลล์เป็นหลัก ซึ่ง ไม่ได้ปล่อยสารก่อความคันออกมามากพอ ผู้ป่วยจึงไม่รู้สึกอะไร
ในทางปฏิบัติ ผื่นที่ขึ้นทั่วตัวแล้ว ไม่คันเลย เป็นสิ่งที่ผิดปกติพอสมควร เพราะผื่นที่พบบ่อยกว่าอย่างผื่นแพ้ ลมพิษ และผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ล้วนคันเด่น ความไม่คันจึงเป็นตัวกรองที่ดี แม้ผู้ป่วยส่วนน้อยจะมีอาการคันได้บ้างก็ตาม
ฝ่ามือและฝ่าเท้า สัญญาณที่แทบไม่มีโรคผิวหนังอื่นทำ
นี่คือลักษณะที่มีค่าที่สุดในการวินิจฉัย และเป็นสิ่งที่ควรตรวจดูด้วยตัวเองตอนนี้เลย
ผิวฝ่ามือฝ่าเท้าต่างจากผิวที่อื่นอย่างสิ้นเชิง คือหนากว่ามาก และ ไม่มีรูขุมขนกับต่อมไขมัน โรคผิวหนังส่วนใหญ่จึงไม่ขึ้นที่นี่ เมื่อผื่นทั่วตัวมาพร้อมรอยโรคที่ฝ่ามือฝ่าเท้า รายการโรคที่เป็นไปได้จะแคบลงทันทีเหลือไม่กี่โรค
ลักษณะของรอยโรคที่ฝ่ามือฝ่าเท้าในซิฟิลิสระยะที่สอง
จุดหรือตุ่มสีแดงอมน้ำตาลถึงสีทองแดง ขอบค่อนข้างชัด
มักมีขุยเป็นวงล้อมรอบรอยโรค ซึ่งเป็นภาพที่ค่อนข้างจำเพาะ
ขึ้นทั้งสองข้าง ไม่คัน ไม่เจ็บ
อาจขึ้นเฉพาะฝ่ามือ เฉพาะฝ่าเท้า หรือทั้งสองที่
ถ้าคุณมีผื่นทั่วตัวที่ไม่คัน และพบรอยโรคที่ฝ่ามือหรือฝ่าเท้าด้วย ควรไปตรวจเลือดโดยไม่ต้องประเมินความเสี่ยงของตัวเองก่อน เพราะการตรวจง่ายมากและผลของการวินิจฉัยช้ามีราคาสูงกว่ามาก
เรื่องราวที่คนไข้มักเล่าเหมือนกันโดยไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกัน
นี่คือส่วนที่บทความทั่วไปมักข้าม แต่เป็นสิ่งที่ทำให้วินิจฉัยได้เร็วที่สุด
ก่อนผื่นจะขึ้นราวสามสัปดาห์ถึงสามเดือน ผู้ป่วยจำนวนมากเคยมี แผลเล็ก ๆ ที่ไม่เจ็บเลย ซึ่ง
ขึ้นที่อวัยวะเพศ ปาก ริมฝีปาก ลิ้น หรือทวารหนัก
ขอบแข็งเรียบ ก้นแผลสะอาด ไม่มีหนอง
ไม่เจ็บ ไม่คัน จึงมักถูกมองข้ามหรือคิดว่าเป็นแผลถลอกธรรมดา
หายไปเองภายในไม่กี่สัปดาห์โดยไม่ต้องรักษา
เพราะแผลไม่เจ็บและหายเอง คนไข้เกือบทั้งหมดจึงไม่เชื่อมโยงมันกับผื่นที่ขึ้นหลายสัปดาห์ต่อมา และมักไม่ได้เล่าให้แพทย์ฟังถ้าไม่ถูกถามตรง ๆ
ถ้าคุณเคยมีแผลลักษณะนี้ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา ให้บอกแพทย์เสมอ แม้จะหายไปนานแล้วก็ตาม ข้อมูลนี้เปลี่ยนแนวทางการตรวจได้ทันที
ลำดับเวลาของโรค จากระยะที่หนึ่งสู่ระยะที่สอง
การเห็นภาพรวมช่วยให้เข้าใจว่าทำไมผื่นถึงมาช้าและทำไมการหายเองไม่ได้แปลว่าหาย
ระยะที่ 1 เกิดแผลไม่เจ็บที่ตำแหน่งที่เชื้อเข้า ประมาณ 3 สัปดาห์หลังรับเชื้อ โดยอาจเร็วหรือช้ากว่านั้นได้ แผลหายเองใน 3 ถึง 6 สัปดาห์
ช่วงว่าง ไม่มีอาการอะไรเลยระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงที่เชื้อกระจายเข้าสู่กระแสเลือด
ระยะที่ 2 ผื่นขึ้นทั่วตัวประมาณ 4 สัปดาห์ถึง 3 เดือนหลังแผลแรก พร้อมอาการทางระบบอื่น ผื่นอยู่ 2 ถึง 12 สัปดาห์แล้วหายเอง
ระยะแฝง ไม่มีอาการใด ๆ อาจกินเวลาหลายปี แต่ตรวจเลือดยังพบเชื้อ และในช่วงต้นยังแพร่เชื้อได้
ระยะที่ 3 เกิดในผู้ที่ไม่ได้รับการรักษาบางส่วน อาจกินเวลาหลายปีถึงหลายสิบปี และทำลายระบบประสาท หัวใจ และหลอดเลือดใหญ่
จุดที่ต้องเน้นคือ ระหว่างระยะที่ 2 กับระยะแฝง ไม่มีอะไรบอกว่าเชื้อหายไปแล้ว มีแต่การตรวจเลือดเท่านั้นที่บอกได้
อาการอื่นที่มักมาพร้อมผื่น
ผื่นระยะที่สองไม่ค่อยมาเดี่ยว ๆ อาการร่วมเหล่านี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการวินิจฉัย
ต่อมน้ำเหลืองโตทั่วตัว โดยเฉพาะที่คอ รักแร้ ขาหนีบ คลำได้เป็นเม็ดแข็งแต่ไม่เจ็บ
อ่อนเพลีย ครั่นเนื้อครั่นตัว คล้ายเป็นไข้หวัดที่ไม่หายสักที
ไข้ต่ำ ๆ และปวดเมื่อยตามตัว
เจ็บคอ โดยที่คอไม่แดงมากเท่าที่ควร
ปวดศีรษะ และบางรายปวดกระดูกหรือข้อ โดยเฉพาะตอนกลางคืน
น้ำหนักลดเล็กน้อย
หลายคนจึงไปรักษาอาการคล้ายไข้หวัดมาก่อน แล้วค่อยมาพบแพทย์ผิวหนังเมื่อผื่นไม่หาย
ผมร่วงเป็นหย่อมคล้ายรอยแทะ
เป็นอาการที่จำเพาะพอสมควรและมักทำให้คนไข้มาพบแพทย์
ผมร่วงเป็นหย่อมเล็ก ๆ หลายจุดกระจาย ขอบไม่เรียบ ดูเหมือนถูกแมลงแทะ
ต่างจากโรคผมร่วงเป็นหย่อมทั่วไปซึ่งขอบเรียบเป็นวงกลมชัดเจนและหนังศีรษะเกลี้ยง
อาจร่วงที่คิ้วโดยเฉพาะส่วนปลายคิ้วด้านนอก และที่หนวดเคราด้วย
ผมขึ้นกลับมาได้ตามปกติหลังรักษา ซึ่งเป็นข้อมูลที่ช่วยคลายกังวลได้มาก
รอยโรคในปากและบริเวณอวัยวะเพศ
สองอย่างนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษเพราะ มีเชื้อจำนวนมากและแพร่ได้ง่ายที่สุด
แผ่นสีขาวเทาในปาก ที่ลิ้น กระพุ้งแก้ม หรือริมฝีปากด้านใน ไม่เจ็บ ขูดออกยาก มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเชื้อราในปากหรือแผลร้อนใน
ตุ่มนูนแฉะสีเทาขาว บริเวณอวัยวะเพศ ขาหนีบ ทวารหนัก หรือใต้ราวนม พบในที่อับชื้น ผิวเรียบแฉะ ไม่ใช่ขรุขระแบบหูดหงอนไก่ ซึ่งเป็นจุดที่ใช้แยกจากกัน
รอยโรคทั้งสองแบบนี้ติดต่อได้จากการสัมผัสโดยตรง ไม่จำเป็นต้องเป็นเพศสัมพันธ์เสมอไป
แยกจากผื่นกุหลาบ
เป็นคู่ที่สับสนกันบ่อยที่สุด เพราะทั้งคู่เป็นผื่นทั่วตัวที่ไม่คันมาก มีขุย และหายเองได้
จุดที่แยกได้ชัดที่สุด
แผ่นนำขนาดใหญ่ ผื่นกุหลาบมักมีแผ่นเดี่ยวขนาดใหญ่ขึ้นนำมาก่อนผื่นอื่นประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ส่วนซิฟิลิสไม่มี
ฝ่ามือฝ่าเท้า ผื่นกุหลาบไม่ขึ้น ส่วนซิฟิลิสขึ้นได้และเป็นเบาะแสสำคัญที่สุด
การเรียงตัว ผื่นกุหลาบเรียงตามแนวซี่โครงคล้ายกิ่งต้นคริสต์มาส ส่วนซิฟิลิสกระจายทั่วโดยไม่มีแนวเฉพาะ
สี ผื่นกุหลาบออกชมพูอมแดง ส่วนซิฟิลิสออกแดงอมน้ำตาลถึงสีทองแดง
ต่อมน้ำเหลืองโตทั่วตัว ผื่นกุหลาบไม่ค่อยมี ส่วนซิฟิลิสพบบ่อย
รอยโรคในปาก ผื่นกุหลาบไม่มี ส่วนซิฟิลิสมีได้
ผลเลือด ผื่นกุหลาบปกติ ส่วนซิฟิลิสผิดปกติ ซึ่งเป็นตัวชี้ขาด
เมื่อภาพยังก้ำกึ่ง แนวทางที่ปลอดภัยคือเจาะเลือดตรวจ เพราะการพลาดซิฟิลิสมีราคาสูงกว่าการตรวจเพิ่มหนึ่งครั้งมาก
แยกจากผื่นแพ้ยา สะเก็ดเงิน และผื่นจากไวรัส
ผื่นแพ้ยา มักมีประวัติเริ่มยาใหม่ชัดเจนภายใน 4 ถึง 14 วัน มักคันร่วมด้วย สีแดงสดกว่า และไม่ค่อยขึ้นฝ่ามือฝ่าเท้า
สะเก็ดเงิน ขุยหนาสีเงินและลอกเป็นแผ่น ชอบขึ้นที่ข้อศอก เข่า หนังศีรษะ และร่องก้น มักเป็นเรื้อรังเป็นปีและมีประวัติในครอบครัว รอยโรคที่ฝ่ามือฝ่าเท้าเป็นแบบหนาแตกและมักเจ็บ ต่างจากซิฟิลิสที่บาง ไม่เจ็บ และมีขุยเป็นวง
ผื่นจากไวรัส มักมีไข้นำมาก่อนชัดเจน ขึ้นเร็วและหายเร็วภายในไม่กี่วันถึงหนึ่งสัปดาห์ ต่างจากซิฟิลิสที่ผื่นอยู่นานเป็นสัปดาห์ถึงเป็นเดือน
เกลื้อนและเชื้อรา มีขุยละเอียดและมักเปลี่ยนสีผิวเป็นด่าง ขูดตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์แยกได้ทันที
ความจริงที่ควรรู้คือ ซิฟิลิสเลียนแบบได้เกือบทุกโรคผิวหนัง ตำราจึงสอนให้ "นึกถึงไว้เสมอ" เมื่อเจอผื่นที่อธิบายไม่ได้ ไม่คัน หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาตามปกติ
ถ้าไม่รักษาจะเป็นอย่างไร
ผื่นหายเองก็จริง แต่เชื้อไม่ได้หายไปด้วย
เข้าสู่ ระยะแฝง ซึ่งไม่มีอาการใด ๆ อาจนานหลายปี และผื่นอาจกลับมาซ้ำได้ในช่วงปีแรก
ผู้ที่ไม่ได้รับการรักษาส่วนหนึ่งจะเข้าสู่ ระยะที่ 3 ซึ่งเกิดก้อนอักเสบทำลายเนื้อเยื่อ กระดูก และผิวหนัง
ระบบหัวใจและหลอดเลือด อาจเกิดหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองและลิ้นหัวใจรั่ว
ระบบประสาท อาจเกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง สูญเสียการทรงตัว ความจำและบุคลิกภาพเปลี่ยน และปัญหาการมองเห็นหรือการได้ยิน ซึ่งความเสียหายบางส่วนแก้กลับไม่ได้แม้รักษาเชื้อหมดแล้ว
ในหญิงตั้งครรภ์ เชื้อผ่านรกไปสู่ทารกได้ ทำให้แท้ง คลอดก่อนกำหนด ทารกเสียชีวิตในครรภ์ หรือเกิดซิฟิลิสแต่กำเนิดซึ่งมีความพิการตามมา
ทั้งหมดนี้ ป้องกันได้ทั้งหมดด้วยการรักษาตั้งแต่ระยะแรก ซึ่งเป็นเหตุผลที่การตรวจตอนที่ยังมีผื่นอยู่มีค่ามาก
การตรวจ ซึ่งใช้แค่การเจาะเลือด
หลายคนกังวลว่าจะต้องตรวจอะไรที่ยุ่งยากหรือน่าอาย ความจริงคือใช้การเจาะเลือดธรรมดา
การตรวจแบ่งเป็นสองกลุ่มที่ทำหน้าที่ต่างกัน และมักต้องใช้ทั้งคู่
กลุ่มคัดกรองที่วัดระดับได้ เช่น VDRL และ RPR ตรวจภูมิที่ร่างกายสร้างต่อสารที่หลั่งจากเซลล์ที่ถูกทำลาย ข้อดีคือ บอกเป็นตัวเลขระดับได้ จึงใช้ติดตามผลการรักษา ข้อจำกัดคือให้ผลบวกลวงได้จากภาวะอื่น เช่น การตั้งครรภ์ โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง และการติดเชื้อบางชนิด
กลุ่มยืนยันที่จำเพาะต่อเชื้อ เช่น TPHA และ FTA-ABS ตรวจภูมิที่จำเพาะต่อตัวเชื้อโดยตรง ใช้ยืนยันว่าติดเชื้อจริง ข้อจำกัดคือ มักให้ผลบวกไปตลอดชีวิตแม้รักษาหายแล้ว จึงใช้ติดตามผลการรักษาไม่ได้
ระยะฟักตัวของการตรวจ ภูมิคุ้มกันต้องใช้เวลาสร้าง การตรวจเร็วเกินไปหลังสัมผัสเชื้ออาจให้ผลลบทั้งที่ติดเชื้อแล้ว ในระยะที่สองซึ่งมีผื่นขึ้นแล้ว การตรวจมักให้ผลบวกชัดเจน แต่ถ้าตรวจในช่วงแรกสุดหลังมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์เรื่องระยะเวลาที่เหมาะสมและการตรวจซ้ำ
ค่าที่วัดได้บอกอะไร และติดตามอย่างไร
ตัวเลขจากการตรวจกลุ่มแรกคือเครื่องมือที่ใช้ตอบคำถามว่า "รักษาได้ผลหรือยัง"
ค่าที่วัดได้จะ ลดลงหลังการรักษาที่ได้ผล โดยแพทย์จะนัดเจาะเลือดซ้ำเป็นระยะเพื่อดูแนวโน้ม
การที่ค่าลดลงตามที่คาดคือหลักฐานว่าการรักษาได้ผล ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้ผลได้แน่นอน ไม่ต้องเดา
ถ้าค่าไม่ลดลงหรือกลับสูงขึ้น อาจหมายถึงการรักษาไม่ได้ผล หรือมีการติดเชื้อซ้ำ ซึ่งต้องประเมินใหม่
การติดตามหลังรักษาสำคัญพอ ๆ กับการรักษาเอง อย่าหยุดกลางคัน แม้ผื่นจะหายไปนานแล้ว
การรักษา
ซิฟิลิสเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ ยังตอบสนองดีต่อยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนิซิลลิน ซึ่งใช้รักษาโรคนี้มาหลายสิบปีและยังไม่พบปัญหาการดื้อยา
สิ่งที่ควรรู้
ยาหลักคือเพนิซิลลินชนิดออกฤทธิ์ยาว โดยรูปแบบและจำนวนครั้งขึ้นกับระยะของโรค ซึ่งแพทย์เป็นผู้กำหนด
ผู้ที่แพ้เพนิซิลลินมีทางเลือกอื่น แต่ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์และอาจต้องติดตามใกล้ชิดกว่า
หลังฉีดยาครั้งแรกอาจมีไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อย และผื่นแดงขึ้นชั่วคราวภายในไม่กี่ชั่วโมง เป็นปฏิกิริยาที่เกิดจากเชื้อตายพร้อมกันจำนวนมาก ไม่ใช่การแพ้ยา มักดีขึ้นเองใน 24 ชั่วโมง แต่ควรได้รับคำอธิบายจากแพทย์ล่วงหน้าและแจ้งแพทย์เมื่อเกิดขึ้น
ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง เพราะขนาดและระยะเวลาต้องตรงกับระยะของโรค การใช้ไม่ครบทำให้เชื้อไม่หมดแต่ผลเลือดเปลี่ยนไปจนแปลผลยากขึ้น
การประเมินและการรักษาต้องทำโดยแพทย์ทุกครั้ง และผลสำเร็จยืนยันด้วยการตรวจเลือดติดตาม ไม่ใช่ด้วยการที่ผื่นหายไป
ทำไมต้องตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นร่วมด้วย
เมื่อพบซิฟิลิส แพทย์จะแนะนำให้ตรวจโรคอื่นร่วมเสมอ โดยเฉพาะ เอชไอวี ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ที่ชัดเจน
โรคทั้งสองติดต่อทางเดียวกัน จึงพบร่วมกันได้บ่อย
แผลของซิฟิลิสทำให้ติดเชื้อเอชไอวีได้ง่ายขึ้น เพราะเป็นทางเข้าโดยตรง
ในผู้ที่มีเอชไอวีร่วมด้วย ซิฟิลิสอาจดำเนินโรคเร็วกว่าปกติและมีโอกาสลามเข้าระบบประสาทเร็วขึ้น จึงต้องใช้แนวทางการรักษาและติดตามที่ต่างออกไป
มักตรวจไวรัสตับอักเสบบีและซี หนองในและหนองในเทียมร่วมด้วย
การตรวจชุดนี้เป็นเรื่องปกติของกระบวนการ ไม่ใช่การตัดสินใคร และผลตรวจเป็นข้อมูลสุขภาพที่ได้รับการคุ้มครองตามมาตรฐานทางการแพทย์
การแจ้งคู่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา
เรื่องนี้มักเป็นส่วนที่ยากที่สุดในทางความรู้สึก แต่จำเป็นในทางการแพทย์
คู่ควรได้รับการตรวจและรักษา แม้จะไม่มีอาการใด ๆ เลย เพราะระยะแฝงไม่มีอาการแต่มีเชื้อ
ถ้าคู่ไม่ได้รับการรักษา จะเกิดการติดเชื้อกลับไปกลับมา ทำให้การรักษาฝ่ายเดียวไม่มีความหมาย
ช่วงเวลาที่ต้องย้อนกลับไปแจ้งขึ้นกับระยะของโรค ซึ่งแพทย์จะช่วยกำหนดให้
หญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์ควรได้รับการตรวจโดยเร็วที่สุด เพราะการรักษาระหว่างตั้งครรภ์ป้องกันการติดเชื้อสู่ทารกได้
ถ้าไม่สะดวกแจ้งด้วยตัวเอง สามารถปรึกษาแพทย์หรือหน่วยงานสาธารณสุขเรื่องแนวทางการแจ้งคู่ ซึ่งมีวิธีที่รักษาความเป็นส่วนตัวได้
ติดต่อได้แค่ไหน และใช้ชีวิตร่วมบ้านได้ไหม
ความเข้าใจผิดเรื่องนี้ทำให้หลายคนกลัวเกินจริงและบางคนประมาทเกินไป
ติดต่อได้ ผ่านการสัมผัสโดยตรงกับรอยโรคที่มีเชื้อ ซึ่งได้แก่แผลของระยะที่หนึ่ง รอยโรคในปาก และตุ่มแฉะบริเวณอับชื้น การติดต่อจึงเกิดจากเพศสัมพันธ์ทุกรูปแบบรวมทั้งทางปาก และจากการสัมผัสรอยโรคโดยตรง นอกจากนี้ยังติดจากแม่สู่ทารกในครรภ์ได้
ไม่ติดต่อ จากการใช้ชีวิตร่วมบ้านตามปกติ ได้แก่ การใช้ห้องน้ำร่วมกัน จาน ช้อน แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว สระว่ายน้ำ การกอด หรือการจับมือ เพราะเชื้อชนิดนี้อ่อนแอมากเมื่ออยู่นอกร่างกายและตายเร็ว
ในทางปฏิบัติ ควรงดเพศสัมพันธ์จนกว่าจะรักษาครบและแพทย์ยืนยันว่าปลอดภัยแล้ว ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้บอกระยะเวลาที่เหมาะสมในแต่ละราย
คำถามที่พบบ่อย
ผื่นซิฟิลิสระยะที่ 2 เป็นแบบไหน
เป็นผื่นสีแดงอมน้ำตาลหรือสีทองแดง แบนราบหรือนูนขึ้นเล็กน้อย ขนาดประมาณ 0.5 ถึง 2 เซนติเมตร กระจายทั่วตัวและค่อนข้างสมมาตรสองข้าง มักมีขุยละเอียดที่ขอบ ลักษณะที่สำคัญที่สุดคือ ผื่นนี้มักไม่คัน และ ขึ้นที่ฝ่ามือฝ่าเท้าได้ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่โรคผิวหนังทั่วไปแทบไม่ขึ้น ผื่นมักอยู่ประมาณ 2 ถึง 12 สัปดาห์แล้วหายไปเองแม้ไม่รักษา ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้คนเข้าใจผิดว่าโรคหายแล้ว ทั้งที่เชื้อยังอยู่และเข้าสู่ระยะแฝงต่อไป
ผื่นซิฟิลิสคันไหม
ส่วนใหญ่ไม่คัน และความไม่คันนี่เองที่เป็นเบาะแสสำคัญ เพราะผื่นทั่วตัวที่พบบ่อยกว่าอย่างผื่นแพ้ ลมพิษ และผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ล้วนมีอาการคันเด่น สาเหตุที่ไม่คันเพราะผื่นซิฟิลิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่กระจายมาอยู่รอบหลอดเลือดฝอยในผิวหนัง ปฏิกิริยาการอักเสบที่เกิดขึ้นเป็นชนิดที่ไม่ปล่อยสารก่อความคันออกมามากพอ อย่างไรก็ตามผู้ป่วยส่วนน้อยมีอาการคันได้ ดังนั้นการที่คันจึงไม่ตัดโรคนี้ออก ถ้ามีผื่นทั่วตัวร่วมกับรอยโรคที่ฝ่ามือฝ่าเท้าก็ควรตรวจอยู่ดี
ผื่นที่ฝ่ามือฝ่าเท้าเป็นซิฟิลิสเสมอไหม
ไม่เสมอไป แต่เป็นตำแหน่งที่ทำให้รายการโรคแคบลงมาก เพราะผิวฝ่ามือฝ่าเท้าหนาและไม่มีรูขุมขน โรคผิวหนังส่วนใหญ่จึงไม่ขึ้นที่นี่ โรคอื่นที่ขึ้นได้เช่น สะเก็ดเงินซึ่งรอยโรคหนาแตกและมักเจ็บ ผื่นแพ้ยาบางชนิด ผื่นแพ้สัมผัสซึ่งมักคันและมีประวัติสัมผัสสารชัดเจน และโรคจากไวรัสบางกลุ่ม ส่วนซิฟิลิสจะเป็นจุดหรือตุ่มสีแดงอมน้ำตาลที่มีขุยเป็นวงล้อมรอบ ไม่คัน ไม่เจ็บ และมาพร้อมผื่นทั่วตัว การเจาะเลือดเป็นวิธีที่ตอบได้ชัดเจนที่สุด
ซิฟิลิสรักษาหายไหม
เป็นโรคที่รักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนิซิลลิน ซึ่งใช้มาหลายสิบปีและยังไม่พบปัญหาการดื้อยา รูปแบบและจำนวนครั้งของยาขึ้นกับระยะของโรคซึ่งแพทย์เป็นผู้กำหนด ผู้ที่แพ้เพนิซิลลินมีทางเลือกอื่นแต่ต้องอยู่ในการดูแลใกล้ชิด สิ่งสำคัญคือ ผลสำเร็จยืนยันด้วยการตรวจเลือดติดตามว่าค่าลดลงตามที่คาด ไม่ใช่ด้วยการที่ผื่นหายไป จึงต้องมาตามนัดให้ครบ ทั้งนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วในระยะที่สาม โดยเฉพาะต่อระบบประสาทและหัวใจ อาจแก้กลับไม่ได้แม้กำจัดเชื้อหมดแล้ว การรักษาเร็วจึงสำคัญ
เคยมีแผลที่อวัยวะเพศแต่หายเองไปแล้ว ยังต้องตรวจไหม
ต้องตรวจ และนี่คือสถานการณ์ที่ต้องตรวจมากที่สุดสถานการณ์หนึ่ง แผลของซิฟิลิสระยะที่หนึ่งมีลักษณะเฉพาะคือไม่เจ็บ ขอบแข็ง ก้นแผลสะอาด และ หายไปเองภายในไม่กี่สัปดาห์โดยไม่ต้องรักษา การหายเองไม่ได้แปลว่าโรคหาย แต่แปลว่าโรคกำลังเข้าสู่ระยะถัดไป ผู้ป่วยจำนวนมากจึงไม่เชื่อมโยงแผลเดิมกับผื่นที่ขึ้นหลายสัปดาห์ต่อมา ถ้าเคยมีแผลลักษณะนี้ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา ควรบอกแพทย์เสมอแม้จะหายไปนานแล้ว เพราะข้อมูลนี้เปลี่ยนแนวทางการตรวจทันที
เป็นซิฟิลิสแล้วจะติดคนในบ้านไหม ใช้ห้องน้ำร่วมกันได้ไหม
ใช้ชีวิตร่วมบ้านได้ตามปกติ เชื้อซิฟิลิสอ่อนแอมากเมื่ออยู่นอกร่างกายและตายเร็ว จึง ไม่ติดต่อ จากการใช้ห้องน้ำร่วมกัน จาน ช้อน แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว สระว่ายน้ำ การกอด หรือการจับมือ การติดต่อเกิดจากการสัมผัสโดยตรงกับรอยโรคที่มีเชื้อ ได้แก่แผลของระยะที่หนึ่ง รอยโรคในปาก และตุ่มแฉะบริเวณอับชื้น จึงติดผ่านเพศสัมพันธ์ทุกรูปแบบรวมทั้งทางปาก และจากแม่สู่ทารกในครรภ์ ในทางปฏิบัติควรงดเพศสัมพันธ์จนกว่าจะรักษาครบและแพทย์ยืนยันว่าปลอดภัย และคู่ควรได้รับการตรวจและรักษาพร้อมกันแม้ไม่มีอาการ
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 3 กันยายน 2569

ความคิดเห็น