ตุ่มแดงนูน ไม่คัน เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังแยก 10 สาเหตุ ตำแหน่งที่ขึ้นบอกอะไร และแบบไหนต้องตรวจเลือด
- 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 3 นาที
คนไข้กลุ่มนี้มักมาช้ากว่าที่ควร เพราะเหตุผลเดียวกันเสมอ คือ "มันไม่คัน ไม่เจ็บ ก็เลยคิดว่าไม่เป็นไร"
ในทางผิวหนัง ความไม่คันไม่ได้แปลว่าไม่สำคัญ มันแค่ตัดกลุ่มโรคภูมิแพ้ออกไป และที่เหลือคือกลุ่มที่กว้างกว่าเดิมมาก ตั้งแต่เรื่องที่ไม่ต้องรักษาเลย ไปจนถึงตุ่มที่เป็นสัญญาณแรกของไขมันในเลือดสูงมากหรือการติดเชื้อทั้งระบบ
บทความนี้เจาะเฉพาะตุ่มที่ คลำแล้วนูนขึ้นมาจากผิว ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับจุดแดงแบนราบ ถ้ารอยของคุณเรียบไปกับผิวและไม่ได้นูน ให้อ่าน ผิวหนังเป็นจุดแดง ไม่คัน เกิดจากอะไร อันตรายไหม แทน จะตรงกว่า
ตุ่มแดงนูน ไม่คัน ต่างจากจุดแดงแบนอย่างไร และทำไมต้องแยก
ความต่างระหว่าง "นูน" กับ "แบน" ไม่ใช่เรื่องรูปลักษณ์ แต่บอกว่าความผิดปกติอยู่ชั้นไหนของผิว
รอยแบนราบ (macule) คลำแล้วไม่รู้สึกว่ามีอะไร แปลว่าเป็นการเปลี่ยนสีล้วน ๆ ไม่มีเนื้อเยื่อเพิ่มขึ้น มักมาจากหลอดเลือดขยายตัวหรือเลือดออกใต้ผิวหนัง
ตุ่มนูน (papule) คลำแล้วสะดุดนิ้ว แปลว่ามีอะไรบางอย่างเพิ่มขึ้นมาจริง ๆ ในผิว ไม่ว่าจะเป็นเซลล์อักเสบ เคราติน ไขมัน หลอดเลือด หรือเชื้อโรค
การแยกด้วยการคลำจึงมีค่าทางการวินิจฉัยมากกว่าการดูด้วยตา และเป็นสิ่งแรกที่แพทย์ผิวหนังทำเสมอ ให้ใช้หลังนิ้วลูบเบา ๆ ผ่านรอย ไม่ใช่ปลายนิ้วกด เพราะหลังนิ้วไวต่อความไม่เรียบมากกว่า
คำถาม 3 ข้อที่แยกได้ด้วยตัวเองภายในหนึ่งนาที
ก่อนจะไล่สาเหตุทีละข้อ ให้ตอบสามคำถามนี้ก่อน มันจะตัดตัวเลือกออกไปได้เกินครึ่ง
นูนหรือแบน ลูบด้วยหลังนิ้ว ถ้าไม่สะดุดเลย บทความนี้ไม่ใช่กลุ่มของคุณ
กดแล้วจางหรือไม่จาง ใช้แก้วใสหรือนิ้วกดค้างแล้วดูขณะที่ยังกดอยู่ ถ้าจางแล้วกลับมาแดง แสดงว่าเป็นการอักเสบหรือหลอดเลือด ถ้าไม่จางเลยแปลว่ามีเลือดออกร่วมด้วย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องประเมินเร็วกว่า
มีไข้ หรือเพิ่งเริ่มยาใหม่ภายใน 6 สัปดาห์หรือไม่ ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นกลุ่มที่ต้องพบแพทย์ ไม่ใช่กลุ่มที่รอดูได้
ตุ่มนูน กดแล้วจาง ไม่มีไข้ ไม่มียาใหม่ คือกลุ่มที่ปลอดภัยที่สุดและกินสัดส่วนมากที่สุด ส่วนอีกสามชุดที่เหลือควรให้แพทย์ดู
สาเหตุที่ 1 รูขุมขนอักเสบ
พบบ่อยที่สุดในกลุ่มตุ่มแดงนูนทั้งหมด เกิดจากแบคทีเรียเข้าไปอักเสบในรูขุมขน
ตุ่มแดงเล็ก ๆ มีขนงอกอยู่ตรงกลางตุ่ม ซึ่งเป็นจุดสังเกตที่ชี้ขาด
ขึ้นที่หลัง หน้าอก ต้นขา ก้น และบริเวณที่เสียดสีกับเสื้อผ้าหรือมีเหงื่อหมัก
อาจไม่คันเลย หรือรู้สึกตึง ๆ เจ็บเล็กน้อยเมื่อกด
มักตามหลังการโกนขน แว็กซ์ การใส่ชุดออกกำลังกายเปียกเหงื่อนาน หรือแช่น้ำอุ่นสาธารณะ
ส่วนใหญ่ดีขึ้นเองเมื่อลดปัจจัยกระตุ้น ถ้าเป็นซ้ำเรื้อรังหรือมีหนอง ควรให้แพทย์ประเมินว่าต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือไม่ และเพาะเชื้อในรายที่ดื้อ
สาเหตุที่ 2 เชื้อรารูขุมขน ซึ่งมักถูกรักษาผิดเป็นสิว
กลุ่มนี้สำคัญเพราะรักษาผิดกันบ่อยมาก หน้าตาคล้ายสิวที่หลังและหน้าอก แต่เกิดจากยีสต์ที่อยู่บนผิวปกติเจริญมากเกินไปในรูขุมขน
จุดที่แยกจากสิวได้
ตุ่มมีขนาด เท่า ๆ กันแทบทุกเม็ด ต่างจากสิวที่มีหลายขนาดปนกัน
ไม่มีสิวหัวดำหรือหัวขาว ปนอยู่ในกลุ่มเดียวกัน
กระจุกตัวที่หลังส่วนบน หน้าอก และไหล่ มากกว่าที่ใบหน้า
อาการแย่ลงหลังใช้ยาปฏิชีวนะรักษาสิว ซึ่งเป็นเบาะแสที่ชัดที่สุด
มักคันเล็กน้อยหรือไม่คันเลย และแย่ลงในอากาศร้อนชื้น
การรักษาใช้ยาต้านเชื้อรา ไม่ใช่ยาแก้สิว การขูดตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ในคลินิกใช้เวลาไม่กี่นาทีและตอบได้ทันที
สาเหตุที่ 3 ขนคุด
เป็นสาเหตุที่พบบ่อยมากแต่แทบไม่มีใครนึกถึง เพราะคนไข้คุ้นชินจนคิดว่าเป็นเนื้อผิวปกติของตัวเอง
ตุ่มเล็ก ๆ แข็ง สากมือคล้ายหนังไก่ ลูบแล้วรู้สึกก่อนมองเห็น
ขึ้นที่ ต้นแขนด้านนอก ต้นขาด้านหน้า และแก้ม เป็นหลัก ทั้งสองข้างสมมาตร
อาจมีขอบแดงรอบตุ่มทำให้ดูเป็นตุ่มแดง แต่ไม่คันและไม่เจ็บ
แย่ลงในอากาศแห้ง ดีขึ้นในหน้าร้อนชื้น
มักเป็นมาตั้งแต่วัยรุ่นและมีคนในครอบครัวเป็นด้วย
ไม่อันตรายและไม่ติดต่อ การดูแลเน้นสารให้ความชุ่มชื้นที่มีส่วนผสมช่วยผลัดเซลล์ ใช้ต่อเนื่อง และ ห้ามขัดถูแรง เพราะจะทำให้อักเสบและทิ้งรอยคล้ำแทน
สาเหตุที่ 4 ไฝแดง
ตุ่มแดงสดกลมเกลี้ยงนูนเล็กน้อย ขนาดเท่าหัวเข็มหมุดถึงเม็ดถั่วเขียว เกิดจากกลุ่มหลอดเลือดฝอยที่ขยายตัวเป็นก้อนเล็ก ๆ
พบมากที่ ลำตัวและต้นแขน ในคนอายุ 30 ปีขึ้นไป และเพิ่มจำนวนช้า ๆ ตามอายุ
สีแดงสดหรือแดงอมม่วง ผิวเรียบเป็นมัน ขอบคมชัด
ไม่คัน ไม่เจ็บ ไม่หายเอง และไม่กลายเป็นมะเร็ง
ถ้าโดนเกี่ยวหรือกระแทกอาจเลือดออกได้พอสมควร ซึ่งทำให้คนตกใจแต่ไม่อันตราย
ไม่ต้องรักษา นอกจากรบกวนความสวยงามหรืออยู่ในตำแหน่งที่ถูกเกี่ยวบ่อย จึงพิจารณากำจัดโดยแพทย์
สาเหตุที่ 5 หูดข้าวสุก
เกิดจากไวรัสและ ติดต่อได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ต้องแยกให้ออก
ตุ่มนูนกลม ผิวมันวาวคล้ายไข่มุก มีรอยบุ๋มตรงกลาง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะ
สีเนื้อ ขาวขุ่น หรือแดงเมื่ออักเสบ
พบมากในเด็ก และในผู้ใหญ่มักอยู่บริเวณอวัยวะเพศและขาหนีบซึ่งติดจากการสัมผัสใกล้ชิด
มักไม่คัน ยกเว้นเมื่อเริ่มอักเสบก่อนหายเอง
แพร่ไปตำแหน่งอื่นบนตัวเองได้จากการเกาหรือโกนขนผ่านรอยโรค
หายเองได้แต่ใช้เวลาหลายเดือนถึงเป็นปี การรักษาโดยแพทย์ช่วยลดการแพร่กระจาย ที่สำคัญคือ ห้ามบีบหรือแคะเอง เพราะทำให้ลามและทิ้งแผลเป็น
สาเหตุที่ 6 ต่อมไขมันโต
พบบ่อยในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป และมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสิวอุดตันที่ไม่ยอมหาย
ตุ่มนูนสีเหลืองอมชมพูหรือสีเนื้อ มีรอยบุ๋มตรงกลางและมีขอบนูนเป็นวงรอบ คล้ายโดนัทเล็ก ๆ
ขึ้นที่ หน้าผาก จมูก และแก้ม ซึ่งเป็นบริเวณที่ต่อมไขมันหนาแน่น
ไม่คัน ไม่เจ็บ ไม่โตขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ขนาดเดิมได้เป็นปี
บีบแล้วไม่มีอะไรออกมา ต่างจากสิวอุดตันชัดเจน
ไม่อันตราย แต่หน้าตาใกล้เคียงกับมะเร็งผิวหนังชนิดเบซัลเซลล์ในระยะแรกพอสมควร ตุ่มที่ โตขึ้นเรื่อย ๆ มีเส้นเลือดฝอยบนผิว หรือเลือดออกซ้ำที่เดิม จึงควรได้รับการตรวจด้วยเดอร์โมสโคปเสมอ
สาเหตุที่ 7 ผื่นแพ้ยาชนิดตุ่มนูน
ผื่นแพ้ยาไม่ได้คันเสมอไป โดยเฉพาะในระยะแรก
ตุ่มแดงนูนเล็ก ๆ ขึ้น พร้อมกันจำนวนมากและสมมาตรสองข้าง เริ่มจากลำตัวแล้วลามออกแขนขา
เกิดหลังเริ่มยาใหม่ โดยผื่นทั่วไปมักเกิดใน 4 ถึง 14 วัน ส่วนกลุ่มที่รุนแรงอาจมาช้าถึง 2 ถึง 6 สัปดาห์
ยาที่เป็นสาเหตุบ่อยได้แก่ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม ยากันชัก ยาลดกรดยูริก และยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด
สัญญาณที่ทำให้กลายเป็นเรื่องเร่งด่วน คือมีไข้ ใบหน้าบวม ต่อมน้ำเหลืองโต ผื่นเจ็บแสบมากกว่าคัน มีตุ่มน้ำ ผิวลอกเป็นแผ่น หรือมีแผลในปาก ตา หรืออวัยวะเพศ กรณีเหล่านี้ต้องไปโรงพยาบาลทันทีและนำซองยาทั้งหมดไปด้วย
สาเหตุที่ 8 ตุ่มไขมันจากไขมันในเลือดสูงมาก
หัวข้อนี้แทบไม่ปรากฏในบทความภาษาไทย ทั้งที่เป็นกรณีที่ตุ่มผิวหนังช่วยจับโรคทางกายได้ตรงที่สุด
ตุ่มนูนสีเหลืองมีขอบแดงรอบ ๆ ขนาดเท่าหัวเข็มหมุดถึงเมล็ดถั่ว
ขึ้น เป็นกลุ่มอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์ ที่ก้น ต้นขาด้านหลัง ข้อศอก และเข่า
ไม่คันหรือคันเล็กน้อย
สัมพันธ์กับระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดที่สูงมาก ซึ่งพบร่วมกับเบาหวานที่ยังคุมไม่ได้หรือยังไม่รู้ตัว
ความสำคัญคือระดับไตรกลีเซอไรด์ที่สูงถึงขั้นนี้ทำให้เสี่ยงต่อ ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งเป็นภาวะที่อันตราย ตุ่มกลุ่มนี้จึงเป็นข้อบ่งชี้ให้ตรวจไขมันในเลือดและน้ำตาลทันที ไม่ใช่เรื่องความสวยงาม
สาเหตุที่ 9 ผื่นซิฟิลิสระยะที่สอง
เป็นสาเหตุที่ถูกมองข้ามบ่อยที่สุดในกลุ่มตุ่มแดงไม่คัน และเป็นกลุ่มที่การวินิจฉัยช้ามีผลเสียชัดเจน
ตุ่มแดงหรือแดงอมน้ำตาลนูนเล็กน้อย กระจายทั่วตัวและไม่คัน ซึ่งความไม่คันนี่เองที่เป็นเบาะแส
ลักษณะที่ช่วยชี้ขาดคือ มีตุ่มที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าด้วย ซึ่งโรคผิวหนังทั่วไปแทบไม่ขึ้นตำแหน่งนี้
อาจมีอาการนำมาก่อนคือแผลที่ไม่เจ็บบริเวณอวัยวะเพศ ปาก หรือทวารหนัก ซึ่งหายเองไปแล้วหลายสัปดาห์ก่อนผื่นขึ้น หลายคนจึงไม่ได้เชื่อมโยงกัน
อาจมีผมร่วงเป็นหย่อมคล้ายรอยแทะ ต่อมน้ำเหลืองโตทั่วตัว เจ็บคอ หรืออ่อนเพลีย
การตรวจใช้เพียงการเจาะเลือด และเมื่อวินิจฉัยได้ก็รักษาหายได้ด้วยยาที่มีมานาน แต่ถ้าปล่อยไว้จะเข้าสู่ระยะที่ทำลายระบบประสาทและหัวใจ ตุ่มไม่คันที่ขึ้นทั่วตัวพร้อมฝ่ามือฝ่าเท้าจึงควรตรวจเลือดเสมอ ไม่ว่าจะประเมินความเสี่ยงตัวเองว่าอย่างไร
สาเหตุที่ 10 กลุ่มที่พบน้อยแต่เจอได้
ตุ่มจากแมลงกัดที่ไม่คัน พบในคนที่ถูกกัดซ้ำจนร่างกายชิน ตุ่มยังอยู่แต่อาการคันหายไป มักเรียงเป็นกลุ่มหรือเป็นแนว
ผื่นตุ่มนูนของผู้สูงอายุที่สัมพันธ์กับความร้อนและเหงื่อ ขึ้นที่ลำตัวส่วนกลาง เป็น ๆ หาย ๆ ตามอากาศ
ไลเคน ไนทิดัส ตุ่มเล็กมากสีเนื้อเรียบเป็นมัน ขึ้นเป็นกลุ่มแน่นที่ท้องแขน ลำตัว หรืออวัยวะเพศ ไม่คันและหายเองได้
ตุ่มจากไวรัสในผู้ใหญ่ ซึ่งมักมาพร้อมอาการไข้หวัดนำมาก่อน
ก้อนเนื้อผิวหนังชนิดต่าง ๆ ที่ในระยะแรกดูเหมือนตุ่มธรรมดา จุดแยกคือมันเป็นตุ่มเดียว โตขึ้นเรื่อย ๆ และไม่มีเพื่อน
ตำแหน่งที่ขึ้นบอกอะไร ต้นแขนและต้นขา
ตำแหน่งเป็นข้อมูลที่ทรงพลังกว่าที่คนไข้คิด เพราะแต่ละโรคมีที่อยู่ประจำของมัน
ตุ่มนูนสากที่ ต้นแขนด้านนอกและต้นขาด้านหน้า สองข้างเท่ากัน เป็นมานาน เกือบทั้งหมดคือขนคุด โดยเฉพาะถ้ามีคนในครอบครัวเป็นด้วยและอาการเปลี่ยนตามฤดูกาล
สิ่งที่ทำให้ต้องคิดใหม่คือ ตุ่มที่ตำแหน่งเดียวกันแต่ เพิ่งเกิดใหม่ภายในไม่กี่สัปดาห์ เพราะขนคุดไม่เกิดขึ้นเฉียบพลัน
ตำแหน่งที่ขึ้นบอกอะไร หลังและหน้าอก
บริเวณนี้แข่งกันอยู่สามโรคหลัก และแยกได้ด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ
มีขนตรงกลางตุ่ม เจ็บเมื่อกด ขนาดไม่เท่ากัน ให้นึกถึงรูขุมขนอักเสบจากแบคทีเรีย
ขนาดเท่ากันเกือบทุกเม็ด ไม่มีสิวหัวดำปน แย่ลงหลังกินยาแก้สิว ให้นึกถึงเชื้อรารูขุมขน
มีสิวหัวดำหัวขาวปนอยู่ หลายขนาด คือสิวที่ลำตัวจริง ๆ
ทั้งสามแบบมีวิธีรักษาต่างกันโดยสิ้นเชิง และการเดาผิดคือสาเหตุที่คนไข้จำนวนมากรักษาแล้วไม่ดีขึ้นสักที
ตำแหน่งที่ขึ้นบอกอะไร ขาทั้งสองข้าง
ขาเป็นตำแหน่งที่ต้องระวังมากที่สุด เพราะแรงดันในหลอดเลือดส่วนล่างสูงกว่าที่อื่น โรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดจึงแสดงตัวที่นี่ก่อน
ตุ่มนูนที่กดแล้วไม่จาง ขึ้นสองข้างที่หน้าแข้งและข้อเท้า เป็นลักษณะของหลอดเลือดอักเสบ ซึ่งควรพบแพทย์ภายในไม่กี่วัน โดยเฉพาะถ้ามีปวดข้อ ปวดท้อง หรือปัสสาวะสีเข้มร่วม
ตุ่มนูนสีเหลืองขึ้นเร็วที่ต้นขาด้านหลังและก้น ให้นึกถึงตุ่มไขมันจากไขมันในเลือดสูง
ตุ่มแดงเจ็บ ก้อนลึก คลำได้ใต้ผิว ที่หน้าแข้งสองข้าง เป็นอีกกลุ่มที่ต้องหาสาเหตุทางกายเสมอ
ตุ่มนูนที่มีขนตรงกลาง หลังโกนขนขา คือรูขุมขนอักเสบธรรมดา
ตำแหน่งที่ขึ้นบอกอะไร ฝ่ามือและฝ่าเท้า
นี่คือตำแหน่งที่เปลี่ยนการประเมินทั้งหมด
โรคผิวหนังทั่วไปแทบไม่ขึ้นที่ฝ่ามือฝ่าเท้า เพราะบริเวณนี้ไม่มีรูขุมขนและผิวหนาต่างจากที่อื่น ดังนั้น ตุ่มแดงไม่คันที่ขึ้นทั่วตัวและมีที่ฝ่ามือฝ่าเท้าด้วย ให้ถือว่าต้องตรวจเลือดจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ โดยสาเหตุที่ต้องแยกออกก่อนคือซิฟิลิสระยะที่สอง
กลุ่มอื่นที่ขึ้นตำแหน่งนี้ได้คือผื่นแพ้ยาบางชนิดและโรคจากไวรัสบางกลุ่ม ซึ่งก็ล้วนเป็นกลุ่มที่ต้องให้แพทย์ประเมินอยู่ดี
ตำแหน่งที่ขึ้นบอกอะไร ใบหน้า
ตุ่มสีเหลืองอมชมพู มีรอยบุ๋มกลาง ที่หน้าผากและแก้ม ในคนวัยกลางคน มักเป็นต่อมไขมันโต
ตุ่มมันวาวคล้ายไข่มุก มีรอยบุ๋มกลาง โดยเฉพาะในเด็ก มักเป็นหูดข้าวสุก
ตุ่มสากเล็ก ๆ ที่แก้มในเด็กและวัยรุ่น ร่วมกับที่ต้นแขน มักเป็นขนคุด
ตุ่มเดียวที่โตขึ้นเรื่อย ๆ มีเส้นเลือดฝอยบนผิว ขอบม้วนเป็นมัน หรือเป็นแผลตกสะเก็ดแล้วหลุดซ้ำที่เดิม เป็นลักษณะที่ต้องตรวจด้วยเดอร์โมสโคปหรือตัดชิ้นเนื้อ เพราะเป็นภาพของมะเร็งผิวหนังชนิดที่พบบ่อยที่สุด
สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์
ตุ่มที่ฝ่ามือฝ่าเท้าร่วมกับตุ่มทั่วตัว โดยเฉพาะถ้าเคยมีแผลไม่เจ็บที่อวัยวะเพศหรือปากมาก่อน
ไข้ร่วมกับตุ่มที่ขึ้นเร็ว หรือมีอาการทั่วตัวเช่น อ่อนเพลียมาก น้ำหนักลด เหงื่อออกกลางคืน
เพิ่งเริ่มยาใหม่ภายใน 6 สัปดาห์ โดยเฉพาะถ้ามีใบหน้าบวม ต่อมน้ำเหลืองโต ผิวลอก ตุ่มน้ำ หรือแผลในปากหรือตา
ตุ่มสีเหลืองขึ้นเป็นกลุ่มเร็วที่ก้น ต้นขา ข้อศอก เข่า
ตุ่มกดแล้วไม่จาง ขึ้นที่ขาสองข้าง ร่วมกับปวดข้อ ปวดท้อง หรือปัสสาวะสีเข้ม
ตุ่มเดียวที่โตขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีช่วงยุบ หรือมีเลือดออกซ้ำที่ตำแหน่งเดิม
ตุ่มในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือกำลังได้รับยาเคมีบำบัด
แพทย์จะตรวจอะไรบ้าง
ส่วนใหญ่วินิจฉัยได้จากการดูและคลำร่วมกับประวัติ โดยไม่ต้องเจาะอะไรเลย แต่รู้ไว้ก่อนจะช่วยให้ตัดสินใจมาง่ายขึ้น
ในห้องตรวจ แพทย์จะคลำว่านูนจริงหรือไม่ ทดสอบการกดจาง ดูว่ามีขนตรงกลางตุ่มไหม ตรวจฝ่ามือฝ่าเท้าและในปากเสมอ คลำต่อมน้ำเหลือง และ ส่องด้วยเดอร์โมสโคป ซึ่งไม่เจ็บและใช้เวลาไม่กี่นาที แต่แยกไฝแดง หูดข้าวสุก ต่อมไขมันโต และรอยโรคที่น่าสงสัยออกจากกันได้ค่อนข้างชัด
การตรวจเพิ่มเติมที่อาจส่งตามข้อบ่งชี้
การขูดผิวตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ เมื่อสงสัยเชื้อรารูขุมขน ทราบผลในวันเดียวกัน
การเพาะเชื้อ ในรูขุมขนอักเสบที่เป็นซ้ำหรือรักษาไม่ตอบสนอง
การเจาะเลือดตรวจซิฟิลิส เมื่อมีตุ่มไม่คันทั่วตัว โดยเฉพาะเมื่อมีที่ฝ่ามือฝ่าเท้า
ไขมันในเลือดและน้ำตาล เมื่อตุ่มมีลักษณะเป็นตุ่มไขมัน
ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การทำงานของตับไต และการตรวจปัสสาวะ เมื่อสงสัยผื่นแพ้ยาชนิดรุนแรงหรือหลอดเลือดอักเสบ
การตัดชิ้นเนื้อผิวหนัง ในรายที่เป็นเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีลักษณะน่าสงสัย
ดูแลตัวเองอย่างไร และสิ่งที่ไม่ควรทำ
ควรทำ
ถ่ายรูปทุก 3 ถึง 7 วันในแสงเดียวกัน พร้อมวางเหรียญเทียบขนาด เพื่อดูว่าจำนวนและขนาดเปลี่ยนไปทางไหน
จดยาและอาหารเสริมทุกตัวรวมถึงที่เพิ่งเริ่มภายในสามเดือน
อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีหลังออกกำลังกาย เลี่ยงชุดเปียกเหงื่อรัดตัวนาน ๆ
ใช้สารให้ความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ ซึ่งปลอดภัยกับทุกสาเหตุในบทความนี้
ไม่ควรทำ
ห้ามบีบ แคะ หรือใช้เข็มสะกิด ซึ่งทำให้ติดเชื้อซ้อน แพร่กระจาย และทิ้งแผลเป็น
ห้ามขัดถูแรงหรือใช้สครับหยาบ โดยเฉพาะกับขนคุด เพราะจะกลายเป็นรอยคล้ำแทน
ห้ามซื้อครีมสูตรผสมสเตียรอยด์แรงมาทาเอง เพราะทำให้ผื่นเปลี่ยนหน้าตาจนวินิจฉัยยากขึ้น และทำให้เชื้อราหรือการติดเชื้อลุกลาม
ห้ามหยุดยาประจำที่แพทย์สั่งเอง แม้สงสัยว่าเป็นสาเหตุ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
ห้ามรอดูจนกว่าจะคัน เพราะกลุ่มที่อันตรายที่สุดในบทความนี้คือกลุ่มที่ไม่คันตั้งแต่ต้น
คำถามที่พบบ่อย
ตุ่มแดงนูนแต่ไม่คัน เกิดจากอะไร
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือรูขุมขนอักเสบซึ่งจะมีขนงอกตรงกลางตุ่ม เชื้อรารูขุมขนซึ่งตุ่มขนาดเท่ากันทุกเม็ดและไม่มีสิวหัวดำปน ขนคุดซึ่งสากมือและขึ้นต้นแขนต้นขาสองข้างมานาน ไฝแดงซึ่งแดงสดกลมเกลี้ยงในคนอายุ 30 ปีขึ้นไป หูดข้าวสุกซึ่งมันวาวและมีรอยบุ๋มกลาง และต่อมไขมันโตซึ่งสีเหลืองอมชมพูที่ใบหน้า ส่วนกลุ่มที่ต้องรีบตรวจคือผื่นแพ้ยา ตุ่มไขมันจากไขมันในเลือดสูง และซิฟิลิสระยะที่สอง การแยกอาศัยสามอย่างคือ ตำแหน่งที่ขึ้น ความเร็วที่เกิด และมีไข้หรือยาใหม่ร่วมหรือไม่
ตุ่มแดงนูนไม่คัน อันตรายไหม
ส่วนใหญ่ไม่อันตรายและไม่ต้องรักษา แต่จะกลายเป็นเรื่องที่ต้องรีบเมื่อมีข้อใดข้อหนึ่งร่วมด้วย ได้แก่ มีตุ่มที่ฝ่ามือฝ่าเท้าพร้อมตุ่มทั่วตัว มีไข้หรือน้ำหนักลดหรือเหงื่อออกกลางคืน เพิ่งเริ่มยาใหม่ภายในหกสัปดาห์โดยเฉพาะถ้ามีใบหน้าบวมหรือแผลในปาก ตุ่มสีเหลืองขึ้นเป็นกลุ่มอย่างรวดเร็วที่ก้นและต้นขา ตุ่มกดแล้วไม่จางที่ขาสองข้างร่วมกับปวดข้อหรือปวดท้อง หรือมีตุ่มเดียวที่โตขึ้นเรื่อย ๆ และเลือดออกซ้ำที่เดิม กรณีเหล่านี้ควรพบแพทย์โดยไม่รอดูอาการ
ตุ่มแดงนูนไม่คันที่หลังและหน้าอก ใช่สิวไหม
อาจใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ และการแยกมีผลต่อการรักษาโดยตรง ถ้าตุ่มมีขนาดเท่ากันเกือบทุกเม็ด ไม่มีสิวหัวดำหรือหัวขาวปนอยู่เลย และอาการแย่ลงหลังใช้ยาปฏิชีวนะรักษาสิว มักเป็นเชื้อรารูขุมขนซึ่งต้องใช้ยาต้านเชื้อรา ถ้ามีขนงอกตรงกลางตุ่มและเจ็บเมื่อกด มักเป็นรูขุมขนอักเสบจากแบคทีเรีย ส่วนสิวที่ลำตัวจริง ๆ จะมีหลายขนาดปนกันและมีสิวหัวดำหัวขาวร่วมด้วย การขูดตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ในคลินิกใช้เวลาไม่กี่นาทีและแยกได้ทันที
ตุ่มแดงนูนไม่คันที่ขา เกิดจากอะไร
ขาเป็นตำแหน่งที่ต้องประเมินละเอียดกว่าที่อื่นเพราะแรงดันในหลอดเลือดส่วนล่างสูงกว่า ถ้าตุ่มกดแล้วไม่จางและขึ้นสองข้างที่หน้าแข้งกับข้อเท้า ให้นึกถึงหลอดเลือดอักเสบ ควรพบแพทย์ภายในไม่กี่วันโดยเฉพาะถ้ามีปวดข้อ ปวดท้อง หรือปัสสาวะสีเข้ม ถ้าเป็นตุ่มสีเหลืองขึ้นเร็วที่ต้นขาด้านหลัง ให้นึกถึงตุ่มไขมันจากไขมันในเลือดสูงซึ่งต้องตรวจเลือด ถ้าเป็นตุ่มแดงเจ็บคลำได้เป็นก้อนลึกที่หน้าแข้ง ต้องหาสาเหตุทางกายเสมอ ส่วนตุ่มที่มีขนตรงกลางหลังโกนขนคือรูขุมขนอักเสบธรรมดา
ตุ่มแดงนูนไม่คัน ติดต่อคนอื่นได้ไหม
ขึ้นกับสาเหตุ กลุ่มที่ไม่ติดต่อคือขนคุด ไฝแดง ต่อมไขมันโต ผื่นแพ้ยา และตุ่มไขมันจากไขมันในเลือดสูง ส่วนกลุ่มที่ติดต่อได้คือหูดข้าวสุกซึ่งติดจากการสัมผัสผิวโดยตรงและแพร่ไปตำแหน่งอื่นบนตัวเองได้จากการเกาหรือโกนขนผ่านรอยโรค รูขุมขนอักเสบจากแบคทีเรียซึ่งติดได้ผ่านการใช้ผ้าเช็ดตัวหรือมีดโกนร่วมกัน และซิฟิลิสระยะที่สองซึ่งติดต่อทางเพศสัมพันธ์และผู้ที่เป็นควรแจ้งคู่ให้มาตรวจด้วย จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกันจนกว่าจะทราบสาเหตุ
ตุ่มแดงนูนไม่คัน ใช้ยาอะไรทา
ไม่มียาทาตัวเดียวที่ใช้ได้กับทุกสาเหตุ เพราะกลุ่มโรคในบทความนี้ใช้ยาคนละกลุ่มกันโดยสิ้นเชิง รูขุมขนอักเสบจากแบคทีเรียใช้ยาต้านแบคทีเรีย เชื้อรารูขุมขนใช้ยาต้านเชื้อรา ขนคุดใช้สารให้ความชุ่มชื้นที่ช่วยผลัดเซลล์ ไฝแดงและต่อมไขมันโตไม่ตอบสนองต่อยาทาใด ๆ เลยเพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิว ส่วนซิฟิลิสและตุ่มไขมันต้องรักษาที่ต้นเหตุในร่างกาย ไม่ใช่ที่ผิวหนัง การซื้อครีมสูตรผสมสเตียรอยด์มาทาเองเป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด เพราะทำให้ผื่นเปลี่ยนหน้าตาจนวินิจฉัยยากขึ้นและทำให้การติดเชื้อลุกลาม
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 3 กันยายน 2569

ความคิดเห็น