
โรคผิวหนังแพ้แสงแดด (Polymorphic Light Eruption): ผื่นแพ้แสงแดดและวิธีป้องกัน
- 19 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.
โรคผิวหนังแพ้แสงแดด (Polymorphic Light Eruption หรือ PMLE) คือปฏิกิริยาของผิวหนังที่ไวเกินต่อแสงอาทิตย์ มักปรากฏเป็นผื่นแดงคันหลังสัมผัสแสงแดดครั้งแรก ๆ ในช่วงต้นฤดูร้อน ถือเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะผิวหนังแพ้แสง (photodermatosis) พบได้ประมาณ 10–20% ของประชากร และพบบ่อยเป็นพิเศษในผู้หญิงวัยทำงาน แม้จะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ผื่นที่คันและกลับเป็นซ้ำทุกปีสามารถรบกวนคุณภาพชีวิตได้มาก การเข้าใจกลไก อาการ และวิธีป้องกันอย่างถูกต้องจึงช่วยให้รับมือกับโรคนี้ได้ดีขึ้น
โรคผิวหนังแพ้แสงแดดเกิดจากอะไร
PMLE เกิดจากปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันไวเกินของผิวหนังเมื่อสัมผัสรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) หลังจากช่วงที่ผิวไม่ได้รับแสงแดดมานาน ร่างกายจึงตอบสนองต่อแสงที่กลับมาสัมผัสอย่างรุนแรงกว่าปกติ ทำให้เกิดผื่นตามมา ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด PMLE ได้แก่
เพศและอายุ: โดยพบมากในผู้หญิงวัย 18–35 ปี
สีผิว: ผู้ที่มีผิวขาวหรือผิวสีอ่อนมีความเสี่ยงสูงกว่า
ความคุ้นเคยกับแสงแดด: ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการสัมผัสแสงแดดต่อเนื่องเป็นเวลานาน ผิวจึงยังไม่ปรับตัวต่อแสง
ประวัติโรคและกรรมพันธุ์: ผู้ที่มีประวัติโรคลูปัส (SLE) หรือมีคนในครอบครัวเป็นโรคแพ้แสง
โดยทั่วไปอาการมักเริ่มปรากฏภายใน 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมงหลังสัมผัสแสงแดด
อาการและลักษณะของผื่นแพ้แสงแดด
ผื่น PMLE มักเกิดขึ้นเฉพาะบริเวณผิวหนังที่สัมผัสแสงแดดโดยตรงและไม่มีเสื้อผ้าปกป้อง เช่น หน้าอก ไหล่ ปลายแขน และหลังมือ จุดเด่นของโรคนี้คือผื่นมีได้หลายรูปแบบ (Polymorphic) ในผู้ป่วยแต่ละคน แต่ในคนเดียวกันมักเป็นรูปแบบเดิมทุกครั้ง ลักษณะที่พบได้ ได้แก่
ตุ่มนูนแดง: ตุ่มเล็ก ๆ นูนแดงกระจายบนผิวที่โดนแดด
ผื่นคล้ายเอกซีมา: ผื่นแดงนูนเป็นปื้น มีลักษณะคล้ายผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Eczema)
คันรุนแรง: อาการคันมักเป็นอาการเด่นที่รบกวนผู้ป่วยมากที่สุด
ตุ่มพอง: บางรายอาจมีตุ่มพองขนาดเล็กบนผื่น
แสบร้อน: รู้สึกแสบร้อนหรือระคายเคืองบริเวณผิวหนังที่เป็นผื่น
โดยทั่วไปผื่นจะค่อย ๆ ทุเลาและหายได้เองภายใน 2–3 สัปดาห์หลังหยุดสัมผัสแสงแดด และมักไม่ทิ้งรอยแผลเป็น
วิธีแยกจากโรคที่คล้ายกัน
เนื่องจากผื่น PMLE มีได้หลายรูปแบบ จึงอาจมีลักษณะคล้ายกับโรคผิวหนังอื่น การแยกโรคจึงสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นต่อไปนี้
ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Eczema): ผื่น PMLE คล้ายผื่นเอกซีมาได้ แต่ PMLE จะสัมพันธ์ชัดเจนกับการสัมผัสแสงแดดและขึ้นเฉพาะบริเวณที่โดนแดด
โรคลูปัส (SLE): ผู้ที่มีประวัติโรคลูปัส (SLE) เป็นกลุ่มเสี่ยงและควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม เพราะโรคลูปัสก็ทำให้เกิดผื่นแพ้แสงได้เช่นกัน หากสงสัยควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยแยกโรค
หากผื่นไม่หายภายในไม่กี่สัปดาห์ เป็นซ้ำรุนแรง หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น ปวดข้อหรืออ่อนเพลีย ควรพบแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อตรวจวินิจฉัยที่แน่ชัด
วิธีป้องกันและรักษาโรคผิวหนังแพ้แสงแดด
หัวใจสำคัญของการดูแล PMLE คือการป้องกันแสงแดด ซึ่งช่วยลดโอกาสเกิดผื่นได้มากที่สุด แนวทางการป้องกัน ได้แก่
ครีมกันแดดสเปกตรัมกว้าง: ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ และ PA++++ ซึ่งป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB
เสื้อผ้าป้องกันแสง: สวมเสื้อผ้าที่ปกปิดผิวและช่วยป้องกันแสงเมื่อต้องออกแดด
เลี่ยงแดดช่วงกลางวัน: หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดในช่วงที่แสงแดดแรงที่สุด คือเวลา 10.00–14.00 น.
ให้ผิวปรับตัวกับแสง: ค่อย ๆ เพิ่มการสัมผัสแสงแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้าช่วงต้นฤดูร้อน เพื่อให้ผิวค่อย ๆ ปรับตัวและชินกับแสง
เมื่อเกิดผื่นขึ้นแล้ว แพทย์อาจพิจารณาการรักษาตามความรุนแรงของอาการ ดังนี้
ยาทาลดการอักเสบ: ยาทากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid) เพื่อลดการอักเสบและช่วยให้ผื่นยุบเร็วขึ้น
ยาแก้แพ้: ยาแก้แพ้กลุ่มแอนติฮิสตามีน (Antihistamine) เพื่อบรรเทาอาการคัน
การฉายแสงรักษา: การฉายแสงอาทิตย์เทียม Narrowband UVB (Narrowband UVB Phototherapy) ในกรณีที่เป็นรุนแรง เพื่อช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของผิวทนต่อแสง UV ได้ดีขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
โรคผิวหนังแพ้แสงแดด (PMLE) คืออะไร และใครเสี่ยงเป็น? PMLE คือปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันไวเกินของผิวเมื่อสัมผัสแสง UV หลังจากช่วงที่ไม่ได้รับแสงแดดนาน พบได้ประมาณ 10–20% ของประชากร กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้หญิงวัย 18–35 ปี ผู้ที่มีผิวขาว ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับแสงแดด และผู้ที่มีประวัติโรคลูปัส (SLE) หรือกรรมพันธุ์
ผื่นแพ้แสงแดดมีอาการอย่างไร? อาการมักเกิดภายใน 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมงหลังสัมผัสแสง บริเวณที่โดนแดด เช่น หน้าอก ไหล่ ปลายแขน และหลังมือ เป็นได้หลายรูปแบบ ทั้งตุ่มนูนแดง ผื่นคล้ายเอกซีมา คันรุนแรง ตุ่มพองเล็ก ๆ และแสบร้อน
ผื่นแพ้แสงแดดหายเองได้ไหม? ผื่น PMLE มักทุเลาและหายได้เองภายใน 2–3 สัปดาห์หลังหยุดสัมผัสแสงแดด และมักไม่ทิ้งรอยแผลเป็น แต่หากผื่นเป็นซ้ำรุนแรงหรือรบกวนชีวิตประจำวัน ควรพบแพทย์เพื่อรับการดูแลที่เหมาะสม
ป้องกันโรคผิวหนังแพ้แสงแดดได้อย่างไร? ป้องกันได้ด้วยการทาครีมกันแดด SPF 50+ PA++++ สวมเสื้อผ้าป้องกันแสง หลีกเลี่ยงแดดช่วง 10.00–14.00 น. และค่อย ๆ เพิ่มการสัมผัสแสงอ่อน ๆ ในตอนเช้าช่วงต้นฤดูร้อนเพื่อให้ผิวปรับตัว
หากคุณมีผื่นคันที่ขึ้นหลังโดนแดดเป็นประจำ หรือไม่แน่ใจว่าผื่นที่เป็นใช่โรคแพ้แสงแดดหรือไม่ สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแผนป้องกันอย่างเหมาะสมได้ที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569




ความคิดเห็น