
โรค Cutaneous Lupus Erythematosus (CLE): ลูปัสที่ผิวหนัง สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา
- 19 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา
Cutaneous Lupus Erythematosus (CLE) หรือโรคลูปัสที่ผิวหนัง เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (autoimmune) ที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้าโจมตีเซลล์ผิวหนังของตัวเอง ทำให้เกิดผื่นแดง สะเก็ด และบางชนิดอาจทิ้งรอยแผลเป็น โรคนี้อาจเกิดขึ้นเฉพาะที่ผิวหนังอย่างเดียว หรือเป็นส่วนหนึ่งของโรคลูปัสชนิดที่กระทบอวัยวะภายใน (Systemic Lupus Erythematosus หรือ SLE) การวินิจฉัยและดูแลโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางจึงมีความสำคัญ
สาเหตุและปัจจัยกระตุ้น
CLE เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่โจมตีผิวหนังของตัวเอง โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องและกระตุ้นให้อาการกำเริบ ได้แก่:
พันธุกรรม: มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของโรค แม้ไม่ได้ถ่ายทอดโดยตรงเสมอไป
แสงแดด: รังสี UV เป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญที่สุด ทำให้ผื่นกำเริบและลุกลาม
ฮอร์โมนเพศหญิง: พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายอย่างชัดเจน
ยาบางชนิด: ยาบางชนิดสามารถกระตุ้นให้เกิดผื่นลูปัสได้
การสูบบุหรี่: ทำให้โรครุนแรงขึ้นและตอบสนองต่อการรักษาลดลง
ชนิดและอาการของ Cutaneous Lupus
CLE แบ่งได้เป็น 3 ชนิดหลัก ซึ่งมีลักษณะผื่นและความเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นต่างกัน:
Discoid Lupus (DLE): ชนิดที่พบบ่อยที่สุด ผื่นกลมสีแดงมีสะเก็ด มักพบที่ใบหน้า ใบหู และหนังศีรษะ อาจทำให้ผมร่วงเป็นหย่อมและเกิดแผลเป็นถาวรได้
Subacute CLE (SCLE): ผื่นวงแหวนหรือผื่นเป็นปื้นสีแดงในบริเวณที่โดนแสงแดด เช่น คอ แขน และหลัง มักไม่ทิ้งแผลเป็น
Acute CLE: ผื่นรูปผีเสื้อ (Butterfly Rash) บนโหนกแก้มและสันจมูก มักสัมพันธ์กับโรคลูปัสชนิด SLE
วิธีรักษา Cutaneous Lupus
การรักษามีเป้าหมายเพื่อควบคุมผื่น ลดการอักเสบ และป้องกันแผลเป็น โดยแนวทางหลัก ได้แก่:
ป้องกันแสงแดดอย่างเข้มงวด: หัวใจของการรักษา ใช้ครีมกันแดด SPF 50+ ทุกวัน สวมหมวกปีกกว้างและเสื้อแขนยาว หลีกเลี่ยงแดดจัด
ยาทา: ยาทาสเตียรอยด์และยาทากลุ่ม Calcineurin inhibitors (เช่น Tacrolimus) ช่วยควบคุมผื่นเฉพาะที่
ยารับประทานหลัก: Hydroxychloroquine เป็นยารับประทานหลักที่มีประสิทธิภาพดีมากสำหรับ CLE
กรณีรุนแรง: กรณีรุนแรงหรือดื้อยา แพทย์อาจพิจารณายากดภูมิคุ้มกัน เช่น Mycophenolate mofetil หรือ Methotrexate
เลิกบุหรี่: การเลิกสูบบุหรี่ช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้นอย่างชัดเจน
การดูแลตัวเอง
กันแดดสม่ำเสมอ: หลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างเคร่งครัด ทาครีมกันแดดทุกวันแม้อยู่ในร่ม
ปรับพฤติกรรม: เลิกบุหรี่ พักผ่อนเพียงพอ จัดการความเครียด รับประทานอาหารสมดุล
ดูแลผิวและติดตามอาการ: ทาครีมบำรุงเพื่อลดผิวแห้ง และตรวจติดตามกับแพทย์สม่ำเสมอ เพราะผู้ป่วย CLE บางรายอาจพัฒนาเป็น SLE ได้
คำถามที่พบบ่อย
Cutaneous Lupus ต่างจาก Systemic Lupus (SLE) อย่างไร? CLE จำกัดอยู่ที่ผิวหนัง ไม่กระทบอวัยวะภายใน ส่วน SLE ส่งผลต่อหลายอวัยวะรวมถึงไต หัวใจ และข้อ ทั้งนี้ผู้ป่วย CLE ประมาณ 5-25% อาจพัฒนาไปเป็น SLE ได้ จึงควรติดตามกับแพทย์
CLE รักษาหายขาดได้หรือไม่? ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่สามารถควบคุมอาการได้ดีด้วยยาและการป้องกันแสงแดดอย่างเคร่งครัด
ผื่นลูปัสทิ้งรอยแผลเป็นหรือไม่? ขึ้นกับชนิด ชนิด DLE อาจทิ้งรอยแผลเป็นและรอยสีผิวเปลี่ยนแปลง ส่วนชนิด SCLE มักไม่ทิ้งแผลเป็น การรักษาเร็วช่วยลดโอกาสเกิดแผลเป็น
ทำไมแสงแดดจึงสำคัญกับโรคนี้มาก? รังสี UV เป็นตัวกระตุ้นผื่นลูปัสที่สำคัญที่สุด การกันแดดอย่างเคร่งครัดจึงเป็นทั้งการรักษาและการป้องกันไม่ให้อาการกำเริบ
หากคุณมีผื่นที่สงสัยว่าเป็นลูปัส หรือผื่นเรื้อรังที่ไวต่อแสงแดด แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อวินิจฉัยและวางแผนการรักษา ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569



ความคิดเห็น