top of page

ครีมกันแดด: เลือกอย่างไรให้เหมาะสมและใช้อย่างถูกต้อง

  • 19 มิ.ย.
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา

การทาครีมกันแดดป้องกันรังสี UV

ครีมกันแดด (Sunscreen) เป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็นที่สุดของการดูแลผิวหนังในทุก ๆ วัน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ได้รับแสงแดดเข้มข้นตลอดทั้งปี ในฐานะอาจารย์แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เราเน้นย้ำเสมอว่าการทาครีมกันแดดอย่างถูกวิธีคือการลงทุนป้องกันผิวที่คุ้มค่าที่สุด บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมครีมกันแดดจึงสำคัญ ความหมายของ SPF และ PA ชนิดของครีมกันแดด และวิธีเลือกกับวิธีใช้ให้ถูกต้อง

ทำไมครีมกันแดดจึงสำคัญ

แสงแดดมีทั้งรังสี UVB ที่ทำให้ผิวไหม้แดง และรังสี UVA ที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพ การทาครีมกันแดดสม่ำเสมอจึงมีประโยชน์หลายด้าน:

  • ป้องกันมะเร็งผิวหนัง: ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งผิวหนังทุกชนิด

  • ชะลอริ้วรอย: รังสี UVA เป็นสาเหตุหลักของริ้วรอยและผิวเสื่อมสภาพก่อนวัย

  • ลดจุดด่างดำ: ช่วยลดการเกิดจุดด่างดำและรอยคล้ำจากแสงแดด

  • ป้องกันผิวไหม้: ป้องกันผิวไหม้แดงจากรังสี UVB

ความหมายของ SPF และ PA

ค่าบนฉลากครีมกันแดดบอกระดับการป้องกันรังสีแต่ละชนิด:

  • SPF: Sun Protection Factor แสดงประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVB ที่ทำให้ผิวไหม้แดง เช่น SPF 30 ป้องกัน UVB ได้ 97% และ SPF 50 ป้องกัน UVB ได้ 98%

  • PA: Protection Grade of UVA มีสัญลักษณ์ PA+, PA++, PA+++, PA++++ แสดงระดับการป้องกันรังสี UVA ที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพและเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งผิวหนัง ยิ่งเครื่องหมาย + มาก ยิ่งป้องกัน UVA ได้มาก

ชนิดของครีมกันแดด

ครีมกันแดดแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก:

  • Chemical Sunscreen (สารเคมี): ใช้สารเคมีดูดซับรังสี UV แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อน เนื้อบางเบา แต่บางชนิดอาจระคายเคืองหรือก่อให้เกิดอาการแพ้ได้

  • Physical Sunscreen (Mineral): ใช้ Zinc Oxide หรือ Titanium Dioxide สะท้อนรังสี UV ออกไป เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายและทารกมากกว่า

วิธีเลือกครีมกันแดดตามสภาพผิว

  • ผิวแพ้ง่าย: เลือก Physical Sunscreen ที่มี Zinc Oxide หรือ Titanium Dioxide และหลีกเลี่ยงสาร Oxybenzone และ Octinoxate

  • ผิวมัน: เลือกชนิดที่เป็นเจลหรือน้ำ ช่วยควบคุมความมันบนผิว

  • ผิวแห้ง: เลือก Moisturizing Sunscreen ที่มีส่วนผสม Hyaluronic Acid หรือ Glycerin เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น

วิธีใช้ครีมกันแดดอย่างถูกต้อง

  1. ปริมาณที่พอเหมาะ: ทาครีมกันแดดในปริมาณที่เพียงพอ ประมาณ 2 มิลลิลิตรต่อเนื้อที่ (ราว 1/4 ช้อนชา) สำหรับใบหน้าและคอ

  2. ทาล่วงหน้า: ทาก่อนออกแดดประมาณ 15-30 นาที เพื่อให้ครีมกันแดดทำงานเต็มที่

  3. ทาซ้ำ: ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงหากอยู่กลางแดดหรือหลังมีเหงื่อออกมาก

  4. ป้องกันร่วม: ควรใช้คู่กับการป้องกันแสงแดดเชิงกายภาพ เช่น สวมหมวก แว่นตากันแดด และเสื้อแขนยาว

คำถามที่พบบ่อย

SPF 30 กับ SPF 50 ต่างกันมากไหม? SPF 30 ป้องกัน UVB ได้ 97% ส่วน SPF 50 ป้องกัน UVB ได้ 98% ต่างกันเพียงเล็กน้อย สิ่งสำคัญกว่าคือการทาในปริมาณที่พอเหมาะและทาซ้ำสม่ำเสมอ

ครีมกันแดดชนิดไหนเหมาะกับผิวแพ้ง่าย? ผิวแพ้ง่ายควรเลือก Physical Sunscreen (Mineral) ที่มี Zinc Oxide หรือ Titanium Dioxide ซึ่งสะท้อนรังสี UV และหลีกเลี่ยงสาร Oxybenzone และ Octinoxate ที่อาจก่อการระคายเคือง

ควรทาครีมกันแดดปริมาณเท่าไรและบ่อยแค่ไหน? ทาประมาณ 2 มิลลิลิตรต่อเนื้อที่ (ราว 1/4 ช้อนชา) สำหรับใบหน้าและคอ ทาก่อนออกแดด 15-30 นาที และทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงหากอยู่กลางแดดหรือเหงื่อออกมาก

PA+ กับ PA++++ ต่างกันอย่างไร? PA แสดงระดับการป้องกันรังสี UVA ที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพ ยิ่งมีเครื่องหมาย + มาก (PA+ ถึง PA++++) ยิ่งป้องกัน UVA ได้มากขึ้น จึงควรเลือกครีมกันแดดที่มีทั้งค่า SPF และ PA สูงเพียงพอ

หากคุณมีผิวแพ้ง่าย เป็นฝ้า จุดด่างดำ หรือไม่แน่ใจว่าครีมกันแดดชนิดใดเหมาะกับผิว สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm เพื่อรับคำแนะนำการดูแลและป้องกันผิวที่เหมาะกับคุณ

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
รังแคเกิดจากอะไร? แพทย์ผิวหนังแยก 5 โรคที่คนไทยเรียกรวมกันว่า "รังแค"

รังแค (Dandruff) คือภาวะที่หนังศีรษะผลัดเซลล์เร็วผิดปกติจนเห็นเป็นขุยหรือสะเก็ดสีขาว-เหลือง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายต่อเชื้อรา Malassezia ที่อาศัยอยู่บนหนังศีรษะตามปกติ แต่ในห้องตรวจ คำว

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ