โปรแกรม DermaV คืออะไร ไว้ทำอะไร แพทย์ผิวหนังอธิบายเลเซอร์รักษารอยแดง เส้นเลือดฝอย ปานแดง และวิธีดูว่าเหมาะกับใคร
- 31 ก.ค.
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 1 ส.ค.
DermaV คือเครื่องเลเซอร์สำหรับรักษาปัญหาผิวที่เกี่ยวกับ เส้นเลือดและเม็ดสี โดยเฉพาะ ทำงานด้วยแสงเลเซอร์สองความยาวคลื่นในเครื่องเดียว คือ 532 นาโนเมตร (แสงสีเขียว) และ 1064 นาโนเมตร (Nd:YAG) จุดเด่นคือใช้จัดการรอยแดง เส้นเลือดฝอยที่ผิว ปานแดง และจุดด่างดำจากแดดได้ในเครื่องเดียว

แต่สิ่งที่แพทย์ผิวหนังอยากให้เข้าใจก่อนคือ DermaV เป็น "เครื่องมือ" ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป หัวใจของการรักษาที่ได้ผลจริงและปลอดภัยอยู่ที่ การวินิจฉัยให้ถูกก่อนว่ารอยแดงหรือจุดที่เป็นนั้นคืออะไร แล้วจึงเลือกความยาวคลื่นและค่าพลังงานให้เหมาะ ไม่ใช่ยิงเลเซอร์แบบเดียวกับทุกคน บทความนี้จะอธิบายว่า DermaV ทำงานอย่างไร รักษาอะไรได้บ้าง เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร และต่างจากเลเซอร์ตัวอื่นอย่างไร
DermaV ทำงานอย่างไร
DermaV อาศัยหลักการทางการแพทย์ที่ชื่อว่า Selective Photothermolysis หรือการเลือกทำลายเป้าหมายด้วยความร้อนอย่างจำเพาะ พูดง่าย ๆ คือแสงเลเซอร์ถูกออกแบบให้ถูกดูดซับโดย "เป้าหมาย" ในผิว (เช่น ฮีโมโกลบินในเส้นเลือด หรือเม็ดสีเมลานิน) มากกว่าผิวข้างเคียง จึงทำลายเฉพาะจุดที่ต้องการโดยลดการบาดเจ็บของผิวรอบ ๆ
ความต่างของสองความยาวคลื่นเป็นดังนี้:
532 นาโนเมตร (แสงสีเขียว) — ถูกดูดซับดีโดยฮีโมโกลบินและเม็ดสีที่อยู่ตื้น เหมาะกับ รอยแดง เส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ ที่ผิวหน้า และจุดด่างดำจากแดด (กระแดด)
1064 นาโนเมตร (Nd:YAG) — ทะลุลึกกว่า เหมาะกับ เส้นเลือดที่อยู่ลึกหรือขนาดใหญ่ขึ้น เช่น เส้นเลือดขอดเล็ก ๆ ที่ขา และรอยโรคหลอดเลือดที่ลึก
การมีทั้งสองความยาวคลื่นในเครื่องเดียว ทำให้แพทย์ปรับการรักษาให้ตรงกับ "ความลึกและชนิด" ของรอยโรคได้ในครั้งเดียวโดยไม่ต้องสลับเครื่อง พร้อมระบบทำความเย็นที่ผิวเพื่อลดความรู้สึกร้อนและปกป้องผิวชั้นบน
DermaV รักษาอะไรได้บ้าง
DermaV ครอบคลุมปัญหาผิว 2 กลุ่มหลัก คือกลุ่มเส้นเลือด (vascular) และกลุ่มเม็ดสี (pigment):
กลุ่มเส้นเลือดและรอยแดง
หน้าแดงเรื้อรัง / โรซาเซีย (Rosacea) — ผิวหน้าแดงง่าย มีเส้นเลือดฝอยกระจาย
เส้นเลือดฝอยที่ผิวหน้า (Telangiectasia) — เส้นแดงหรือม่วงเล็ก ๆ โดยเฉพาะข้างจมูกและแก้ม
ปานแดงแต่กำเนิด (Port-wine stain) และ ปานเส้นเลือด (Hemangioma) บางชนิด
จุดแดงเชอร์รี (Cherry angioma) และ ตุ่มเส้นเลือดที่ริมฝีปาก (Venous lake)
เส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ ที่ขา (Leg veins)
รอยแดงหลังเป็นสิว (Post-acne erythema) — รอยแดงที่ค้างหลังสิวยุบ
กลุ่มเม็ดสี
กระแดด / จุดด่างดำจากแดด (Lentigines, solar lentigines)
ปานน้ำตาลบางชนิด (Café-au-lait) และ กระเนื้อ (Seborrheic keratosis) ที่เหมาะกับการรักษาด้วยเลเซอร์
ผิวหมองแดงไม่สม่ำเสมอ และการปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น (skin rejuvenation)
ข้อสำคัญคือ รอยแดงหรือจุดที่เห็นด้วยตาแต่ละแบบ "หน้าตาคล้ายกันแต่คนละโรค" ได้ เช่น หน้าแดงอาจเป็นโรซาเซีย ผื่นผิวหนังอักเสบ (เซ็บเดิร์ม) หรือสัญญาณของโรคทางระบบบางอย่าง การให้แพทย์ผิวหนังตรวจแยกก่อนจึงสำคัญกว่าการรีบเลือกเครื่อง
DermaV เหมาะกับใคร
DermaV เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้และได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์แล้วว่าเป็นรอยโรคที่ตอบสนองต่อเลเซอร์กลุ่มนี้:
มี รอยแดง เส้นเลือดฝอย หรือหน้าแดงเรื้อรัง ที่รบกวนความมั่นใจ
มี ปานแดง จุดแดงเส้นเลือด หรือรอยแดงหลังสิว ที่อยากให้จางลง
มี กระแดดหรือจุดด่างดำจากแดด ที่ต้องการรักษาร่วมกับปัญหาเส้นเลือด
ต้องการการรักษาที่ค่อนข้าง แม่นยำและมี downtime น้อย เมื่อเทียบกับหัตถการบางชนิด
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ขึ้นกับชนิดและความลึกของรอยโรค บางภาวะเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก บางภาวะ (เช่น ปานแดงแต่กำเนิด) ต้องทำหลายครั้งต่อเนื่อง แพทย์จะประเมินและวางแผนจำนวนครั้งให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
ใครที่ควรระวังหรือยังไม่เหมาะ
เพื่อความปลอดภัย มีบางกลุ่มที่ควรแจ้งแพทย์และประเมินเป็นพิเศษก่อนทำ:
ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือมีภาวะสุขภาพที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
ผู้ที่เพิ่งโดนแดดจัดหรือผิวกำลังแทนสีเข้ม — เพิ่มความเสี่ยงต่อรอยดำหลังทำ (โดยเฉพาะผิวคนเอเชียที่ไวต่อการเกิดรอยดำ PIH)
ผู้ที่มีประวัติแผลเป็นคีลอยด์ หรือกำลังใช้ยาบางชนิด เช่น ยาที่ทำให้ไวต่อแสง
ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือผื่นอักเสบบริเวณที่จะรักษา ควรรักษาให้สงบก่อน
ผู้ที่คาดหวังว่าจะ "หายขาดในครั้งเดียว" — เลเซอร์ช่วยให้ดีขึ้นชัดเจน แต่บางภาวะเป็นเรื้อรัง (เช่น โรซาเซีย) ที่ต้องดูแลต่อเนื่อง
การตรวจประเมินโดยแพทย์ผิวหนังก่อนทำ ช่วยคัดกรองความเสี่ยงเหล่านี้และปรับค่าพลังงานให้เหมาะกับสีผิวและชนิดของรอยโรค ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดต่อทั้งผลลัพธ์และความปลอดภัย
ทำ DermaV เจ็บไหม พักฟื้นนานไหม
ระหว่างทำ ผู้รับบริการมักรู้สึกเหมือน ลมเย็นเป่าที่ผิวสลับกับความรู้สึกอุ่น ๆ หรือสะดุ้งเล็กน้อย คล้ายหนังยางดีดเบา ๆ ระดับความรู้สึกขึ้นกับบริเวณและค่าพลังงานที่ใช้ โดยทั่วไปทนได้และไม่ต้องดมยา
หลังทำ:
อาจมี รอยแดงหรือบวมเล็กน้อย ในช่วงแรก ซึ่งมักดีขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน
บางรายที่รักษาเส้นเลือดหรือรอยที่เข้ม อาจมี รอยจ้ำเลือด (purpura) ชั่วคราว ซึ่งจะค่อย ๆ จางไป
ควร หลีกเลี่ยงแดด ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ และงดการขัดถูผิว ตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อลดโอกาสเกิดรอยดำหลังทำ
โดยรวม DermaV จัดเป็นหัตถการที่ downtime ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเลเซอร์บางชนิด แต่การดูแลผิวหลังทำตามคำแนะนำแพทย์ยังสำคัญเสมอ
DermaV กี่วันเห็นผล ต้องทำกี่ครั้ง
ขึ้นกับชนิดของรอยโรค:
รอยแดง เส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ กระแดด — หลายรายเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรก และดีขึ้นชัดขึ้นเมื่อทำเป็นคอร์ส
ปานแดงแต่กำเนิด หรือรอยโรคหลอดเลือดที่ลึก/กว้าง — มักต้องทำ หลายครั้ง ห่างกันตามที่แพทย์กำหนด จึงจะเห็นผลเต็มที่
โรซาเซีย — เลเซอร์ช่วยลดรอยแดงและเส้นเลือดได้ดี แต่เนื่องจากเป็นภาวะเรื้อรัง จึงมักต้องดูแลต่อเนื่องและหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นควบคู่กัน
แพทย์จะประเมินและบอกจำนวนครั้งโดยประมาณหลังตรวจจริง เพราะแต่ละคนมีชนิดและความลึกของรอยโรคต่างกัน
DermaV ต่างจาก VBeam และ IPL อย่างไร
เป็นคำถามที่พบบ่อย และคำตอบสั้น ๆ คือ "ทั้งหมดใช้แสงจัดการรอยแดง แต่กลไกและความเหมาะสมต่างกัน":
DermaV (Nd:YAG 532/1064 nm) — เลเซอร์สองความยาวคลื่น ปรับได้ทั้งรอยตื้นและลึก ครอบคลุมทั้งเส้นเลือดและเม็ดสี
VBeam (Pulsed Dye Laser 595 nm) — เลเซอร์สำหรับรอยแดงและเส้นเลือดโดยเฉพาะ เป็นมาตรฐานที่ใช้กันมานานสำหรับปานแดงและโรซาเซีย
IPL (Intense Pulsed Light) — ไม่ใช่เลเซอร์แท้ แต่เป็นแสงหลายความยาวคลื่น เหมาะกับรอยแดงและกระตื้น ๆ แบบกระจาย ครอบคลุมกว้างแต่จำเพาะน้อยกว่าเลเซอร์
ไม่มีเครื่องใด "ดีที่สุด" สำหรับทุกคน เครื่องที่เหมาะที่สุดคือเครื่องที่ตรงกับ ชนิดรอยโรค ความลึก และสีผิวของคุณ ซึ่งเป็นเหตุผลที่การเลือกควรมาจากการวินิจฉัยของแพทย์ ไม่ใช่จากชื่อเครื่องที่กำลังเป็นกระแส
DermaV รักษารอยสิวได้ไหม
ได้ในความหมายของ รอยแดงหลังสิว (post-acne erythema) ซึ่งเป็นรอยแดงที่ค้างหลังสิวยุบ DermaV ช่วยให้รอยแดงเหล่านี้จางลงได้ แต่ต้องเข้าใจว่า:
DermaV ไม่ได้รักษาสิวที่กำลังอักเสบโดยตรง และไม่ได้ทดแทนการรักษาสิวด้วยยา
หลุมสิว (atrophic scar) เป็นปัญหาเรื่องพื้นผิว ต้องใช้หัตถการคนละกลุ่ม (เช่น เลเซอร์ปรับผิวหรือหัตถการกระตุ้นคอลลาเจน)
ดังนั้นถ้าเป้าหมายคือรอยแดงหลังสิว DermaV เป็นทางเลือกที่ดี แต่ถ้ามีทั้งสิวอักเสบและหลุมสิวร่วมด้วย แพทย์อาจวางแผนการรักษาแบบผสมผสานให้เหมาะ
DermaV ราคาเท่าไหร่
ราคาขึ้นกับ ขนาดพื้นที่ที่รักษา ชนิดของรอยโรค และจำนวนครั้ง ที่จำเป็น จึงไม่มีราคาตายตัวราคาเดียว วิธีที่เหมาะสมที่สุดคือเข้าปรึกษาเพื่อให้แพทย์ประเมินรอยโรคจริงก่อน แล้วจึงวางแผนการรักษาและแจ้งค่าใช้จ่ายที่ตรงกับกรณีของคุณ ทางคลินิกเน้นการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมกับปัญหา มากกว่าการแข่งกันที่ราคา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ DermaV
DermaV คือเครื่องอะไร?
DermaV คือเครื่องเลเซอร์สองความยาวคลื่น (532 และ 1064 นาโนเมตร) สำหรับรักษาปัญหาผิวกลุ่มเส้นเลือดและเม็ดสี เช่น รอยแดง เส้นเลือดฝอย โรซาเซีย ปานแดง และจุดด่างดำจากแดด ในเครื่องเดียว
DermaV รักษาอะไรได้บ้าง?
ครอบคลุมรอยแดงและเส้นเลือดฝอยที่หน้า โรซาเซีย ปานแดง จุดแดงเส้นเลือด รอยแดงหลังสิว รวมถึงกระแดดและจุดด่างดำจากแดด โดยแพทย์จะเลือกความยาวคลื่นและค่าพลังงานให้ตรงกับชนิดของรอยโรค
ทำ DermaV เจ็บไหม พักฟื้นนานไหม?
ระหว่างทำรู้สึกเหมือนลมเย็นสลับกับความอุ่นและสะดุ้งเล็กน้อย ส่วนใหญ่ทนได้ หลังทำอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยที่มักดีขึ้นในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน จัดเป็นหัตถการที่ downtime ค่อนข้างน้อย
DermaV ต่างจาก VBeam และ IPL อย่างไร?
DermaV เป็นเลเซอร์ Nd:YAG สองความยาวคลื่นปรับได้ทั้งรอยตื้นและลึก VBeam เป็นเลเซอร์สีย้อม 595 nm เน้นรอยแดงและเส้นเลือด ส่วน IPL เป็นแสงหลายความยาวคลื่นที่จำเพาะน้อยกว่า เครื่องที่เหมาะที่สุดขึ้นกับชนิดรอยโรคและสีผิว ควรให้แพทย์ประเมิน
DermaV ทำกี่ครั้งถึงเห็นผล?
รอยแดงและกระแดดหลายรายเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกและดีขึ้นเมื่อทำเป็นคอร์ส ส่วนปานแดงแต่กำเนิดหรือรอยโรคที่ลึกมักต้องทำหลายครั้งต่อเนื่อง แพทย์จะประเมินจำนวนครั้งหลังตรวจจริง
DermaV รักษาสิวได้ไหม?
ช่วยให้รอยแดงหลังสิวจางลงได้ แต่ไม่ได้รักษาสิวอักเสบโดยตรงและไม่ช่วยเรื่องหลุมสิว หากมีหลายปัญหาร่วมกันแพทย์อาจวางแผนการรักษาแบบผสมผสาน
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 31 กรกฎาคม 2569
ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ทดแทนการตรวจวินิจฉัยและการวางแผนการรักษาโดยแพทย์ ผลลัพธ์ของการรักษาด้วยเลเซอร์ขึ้นกับชนิดของรอยโรคและเป็นเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อประเมินก่อนเข้ารับการรักษา

ความคิดเห็น