top of page

ก้อนไขมันใต้ผิวหนัง กับ ซีสต์ เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังอธิบายวิธีแยก ก้อนแบบไหนต้องผ่า และทำไมห้ามบีบเอง

3 ส.ค.
ยาว 1 นาที

ก้อนนูนที่คลำได้ใต้ผิวหนังเป็นสาเหตุที่คนไข้มาพบแพทย์บ่อยมาก สองกลุ่มที่พบบ่อยที่สุดคือ ก้อนไขมัน (lipoma) และ ซีสต์ใต้ผิวหนัง (cyst) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นก้อนชนิดไม่ร้ายและไม่อันตราย แต่หลายคนกังวลว่าจะเป็นมะเร็ง และจำนวนไม่น้อยพยายามบีบซีสต์เองจนอักเสบเป็นหนอง บทความนี้แพทย์เฉพาะทางผิวหนังจะอธิบายว่าก้อนสองกลุ่มนี้ต่างกันอย่างไร ซีสต์มีกี่ชนิด ก้อนแบบไหนที่ต้องรีบตรวจเพราะอาจเป็นเนื้อร้าย และทำไมการผ่าตัดเล็กเอาถุงออกให้หมดโดยแพทย์จึงได้ผลกว่าและปลอดภัยกว่าการจัดการเอง




ก้อนไขมันใต้ผิวหนัง (Lipoma) คืออะไร

ก้อนไขมันเกิดจากเซลล์ไขมันตัวเต็มวัย (mature adipocyte) ที่เจริญมารวมกันเป็นก้อนอยู่ในชั้นไขมันใต้ผิว เป็นเนื้องอกไขมันชนิดไม่ร้ายที่พบบ่อยที่สุด ลักษณะเด่นคือ

  • นุ่ม กดแล้วยืดหยุ่นคล้ายยางลบ และ ขยับเคลื่อนได้ ใต้ผิวเมื่อกด

  • ไม่เจ็บ ในภาวะปกติ โตช้ามากเป็นปี ๆ

  • พบบ่อยที่ต้นคอ หลัง ไหล่ แขน และต้นขา

ก้อนไขมันมีหลายแบบ เช่น angiolipoma ที่มักเจ็บและขึ้นหลายก้อน ก้อนไขมันที่อยู่ลึกใต้พังผืดหรือในกล้ามเนื้อ และในบางคนที่มีก้อนไขมันจำนวนมากทั่วตัวอาจสัมพันธ์กับภาวะทางพันธุกรรม เช่น familial multiple lipomatosis หรือกลุ่มที่ก้อนไขมันเจ็บร่วมกับอาการอื่น (adiposis dolorosa) ซึ่งแพทย์จะประเมินเพิ่มเติม



ซีสต์ใต้ผิวหนัง (Cyst) คืออะไร และมีชนิดใดบ้าง

ซีสต์คือถุงที่มีผนังบุและมีสารอยู่ข้างใน คนทั่วไปมักเรียกรวมว่า "ซีสต์ไขมัน" แต่จริง ๆ คำว่า sebaceous cyst เป็นคำที่ใช้ไม่ตรงนัก เพราะซีสต์ที่พบบ่อยไม่ได้มาจากต่อมไขมันโดยตรง ชนิดที่พบบ่อยได้แก่

  • ถุงน้ำใต้ผิวหนังชนิด epidermoid cyst เป็นถุงที่บุด้วยเซลล์ผิวหนังและมีสารเคราตินข้นคล้ายขี้ไคลสีขาวเหลือง มักมี รูเปิดเล็ก ๆ (punctum) ตรงกลางก้อน พบบ่อยที่ใบหน้า ลำคอ หลัง และลำตัว

  • ถุงน้ำที่หนังศีรษะชนิด pilar (trichilemmal) cyst แน่น เรียบ ไม่มีรูเปิด มักขึ้นที่หนังศีรษะและถ่ายทอดทางพันธุกรรม

  • สิวข้าวสาร (milia) ถุงเคราตินขนาดจิ๋วสีขาวตื้น ๆ ที่ผิว

  • steatocystoma multiplex ถุงหลายก้อนที่มีน้ำมันข้างใน มักขึ้นบริเวณหน้าอกและลำตัวในวัยรุ่น

จุดต่างจากก้อนไขมันคือซีสต์มักแน่นกว่า มีรูเปิด และเมื่อแตกจะมีสารข้นกลิ่นเหม็นออกมา

ก้อนแบบไหนที่ต้องรีบพบแพทย์

ก้อนใต้ผิวส่วนใหญ่ไม่ร้าย แต่ลักษณะต่อไปนี้ต้องได้รับการตรวจโดยเร็ว เพราะอาจไม่ใช่ก้อนไขมันหรือซีสต์ธรรมดา และบางกรณีต้องแยกเนื้องอกร้ายของเนื้อเยื่ออ่อน (sarcoma / liposarcoma)

  • ก้อนที่ โตเร็วผิดปกติ ในเวลาไม่กี่สัปดาห์ถึงเดือน

  • ก้อนที่ แข็ง ติดแน่นกับเนื้อข้างใต้หรืออยู่ลึกใต้พังผืด ขยับไม่ได้

  • ก้อนที่ เจ็บมากโดยไม่ได้อักเสบ

  • ก้อนขนาด ใหญ่กว่า 5 เซนติเมตร

  • ก้อนที่ มีแผล เลือดออก หรือผิวเปลี่ยนสี เหนือก้อน

ในก้อนที่สงสัย แพทย์อาจส่งอัลตราซาวนด์หรือ MRI และตัดชิ้นเนื้อตรวจก่อน แทนการผ่าเอาออกทันทีแบบก้อนธรรมดา นอกจากนี้การมี ซีสต์ผิวหนังหลายก้อนร่วมกับก้อนกระดูกและติ่งเนื้อในลำไส้ อาจเป็นสัญญาณของกลุ่มอาการ Gardner ซึ่งควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม

ทำไมห้ามบีบหรือเจาะซีสต์เอง

นี่คือสิ่งที่แพทย์พบบ่อยที่สุด คนไข้มักบีบซีสต์เหมือนบีบสิว ซึ่งอันตรายกว่าที่คิด

  • การบีบทำให้ ผนังถุงแตกใต้ผิว เกิดการอักเสบลุกลาม บวมแดงเจ็บ

  • สิ่งสำคัญที่หลายคนไม่รู้คือ ซีสต์ที่อักเสบบวมแดง ส่วนหนึ่งเป็นการอักเสบจากถุงแตก ไม่ใช่การติดเชื้อเสมอไป จึงไม่จำเป็นต้องได้ยาปฏิชีวนะทุกราย แต่ถ้ากลายเป็นหนองจริงจะต้องกรีดระบาย

  • ทำให้เกิด แผลเป็นและรอยดำ ตามมา

  • ถุงยังอยู่ จึงกลับเป็นซ้ำที่เดิมเสมอ เพราะการบีบเอาแค่สารข้างในออก ไม่ได้เอาผนังถุงออก และยังทำให้เกิดพังผืดที่ทำให้ผ่าตัดยากขึ้นภายหลัง

การรักษาและผ่าตัดเล็กโดยแพทย์

การรักษาขึ้นกับชนิด ขนาด ตำแหน่ง และการอักเสบ แนวทางที่แพทย์ผิวหนังใช้ได้แก่

  1. การเฝ้าติดตาม สำหรับก้อนเล็กที่ไม่โต ไม่เจ็บ และไม่รบกวน อาจยังไม่ต้องผ่า

  2. การผ่าตัดเอาก้อนออก (excision) ด้วยยาชาเฉพาะที่ เป็นวิธีมาตรฐาน สำหรับซีสต์หัวใจสำคัญคือ ต้องเอาผนังถุงออกให้หมด (complete excision) เพราะถ้าเหลือผนังถุงไว้จะกลับเป็นซ้ำ

  3. กรณีซีสต์อักเสบหรือเป็นหนอง แพทย์มักกรีดระบายและลดการอักเสบก่อน แล้ว นัดผ่าตัดเอาถุงออกภายหลังเมื่อการอักเสบสงบแล้วราว 4 ถึง 6 สัปดาห์ เพราะการผ่าขณะอักเสบจะเลาะถุงยากและเสี่ยงเป็นซ้ำ

  4. การส่งชิ้นเนื้อตรวจ ในกรณีที่ลักษณะไม่ชัดเจนหรือสงสัยเนื้องอกร้าย

แผลผ่าตัดเล็กเหล่านี้มักหายดีและเป็นรอยเล็ก การผ่าตัดตั้งแต่ก้อนยังเล็กและยังไม่อักเสบ จะได้แผลเล็กและผลลัพธ์ดีกว่าการรอจนก้อนโตหรืออักเสบ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ก้อนไขมันใต้ผิวหนังกับซีสต์ต่างกันอย่างไร

ก้อนไขมันนุ่ม ขยับได้ ไม่เจ็บ และไม่มีรูเปิด ส่วนซีสต์แน่นกว่า มักมีรูเปิด (punctum) ตรงกลาง อาจมีสารข้นกลิ่นเหม็นและอักเสบเป็นหนองได้ การแยกที่แน่นอนแพทย์ใช้การตรวจร่างกายหรืออัลตราซาวนด์

ก้อนไขมันอันตรายไหม เป็นมะเร็งหรือเปล่า

ก้อนไขมันส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง แต่หากก้อนโตเร็ว แข็งติดแน่น อยู่ลึก เจ็บมาก หรือใหญ่กว่า 5 เซนติเมตร ควรพบแพทย์เพื่อตรวจแยกเนื้องอกร้ายของเนื้อเยื่ออ่อน (sarcoma) ด้วยอัลตราซาวนด์หรือ MRI

ซีสต์ที่อักเสบต้องกินยาปฏิชีวนะไหม

ไม่เสมอไป เพราะซีสต์ที่บวมแดงส่วนหนึ่งเกิดจากผนังถุงแตกและอักเสบ ไม่ใช่การติดเชื้อ แพทย์จะประเมินว่าควรลดการอักเสบ กรีดระบายหนอง หรือให้ยาปฏิชีวนะตามความเหมาะสม

ก้อนไขมันหรือซีสต์หายเองได้ไหม

โดยทั่วไปไม่หายเอง ก้อนไขมันมักคงอยู่หรือค่อย ๆ โต ส่วนซีสต์อาจยุบชั่วคราวแต่กลับมาใหม่ได้ตราบที่ผนังถุงยังอยู่ การรักษาให้หายคือการผ่าตัดเอาออกทั้งถุง

บีบซีสต์เองได้ไหม

ไม่ควร เพราะเสี่ยงอักเสบลุกลาม กลายเป็นฝีหนอง เกิดแผลเป็น และซีสต์กลับเป็นซ้ำเพราะผนังถุงยังอยู่ ควรให้แพทย์ผ่าตัดเอาถุงออกทั้งหมด

ผ่าตัดก้อนไขมันเจ็บไหม เป็นแผลใหญ่ไหม

ทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่จึงไม่เจ็บระหว่างทำ แผลมักมีขนาดเล็กและหายดี โดยเฉพาะเมื่อก้อนยังเล็กและยังไม่อักเสบ

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 3 สิงหาคม 2026

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
ยาทาสะเก็ดเงิน มีอะไรบ้าง แพทย์ผิวหนังอธิบายยาทาแต่ละกลุ่ม ความแรง ระยะเวลาใช้ ตัวไหนใช้ที่หน้าและหนังศีรษะได้ และเมื่อไรที่ยาทาอย่างเดียวไม่พอ

ยาทาเป็นการรักษาแนวแรกของสะเก็ดเงินในผู้ป่วยส่วนใหญ่ เพราะราว 7 ใน 10 คนเป็นชนิดไม่รุนแรง คือมีผื่นน้อยกว่าร้อยละ 5 ของพื้นที่ผิว (ประมาณ 5 ฝ่ามือ) และคุมได้ด้วยยาทาร่วมกับการดูแลผิวเพียงพอ แต่ "ยาทาส

 
 
 
รักษาฝ้าที่ไหนดี แถวกรุงเทพ–สมุทรปราการ แพทย์ผิวหนังอธิบายวิธีเลือกคลินิก ฝ้าตื้น ฝ้าลึก ฝ้าผสม รักษาต่างกันอย่างไร และยาที่ใช้จริง

คำถามว่า "รักษาฝ้าที่ไหนดี" มักได้คำตอบเป็นรายชื่อคลินิกกับชื่อเครื่องเลเซอร์ ซึ่งเป็นการตอบผิดลำดับ เพราะสิ่งที่ตัดสินว่าฝ้าจะดีขึ้นหรือแย่ลงไม่ใช่ชื่อสถานที่ แต่เป็น สามอย่างที่เกิดขึ้นในการพบแพทย์ค

 
 
 
ผื่นภูมิแพ้ตัวเอง เป็นแบบไหน แพทย์ผิวหนังอธิบายผื่นผีเสื้อ SLE ผื่นแพ้แดด และผื่นแบบไหนที่ต้องตรวจ ANA

ผื่นภูมิแพ้ตัวเอง คือผื่นที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันหันมาทำลายเนื้อเยื่อผิวหนังของตัวเอง โรคที่คนไทยเรียกด้วยชื่อนี้บ่อยที่สุดคือ โรคลูปัส (Lupus erythematosus) ซึ่งแบ่งเป็นชนิดที่มีอาการทั่วร่างกายเรีย

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ