Molluscum Contagiosum (หูดข้าวสุก): รักษาอย่างไรในเด็ก — Cantharidin, Cryotherapy, รอหายเอง | Siam Derm IOD
อัปเดตเมื่อ 28 ก.ย.
หูดข้าวสุก (Molluscum contagiosum) คือโรคติดเชื้อไวรัสที่ผิวหนังชั้นบนสุด เกิดจากไวรัสกลุ่มพ็อกซ์ชื่อ Molluscum contagiosum virus (MCV) ทำให้เกิดตุ่มนูนสีเนื้อหรือสีขาวมุก ผิวเรียบเป็นมัน ขนาด 2–5 มม. และมีรอยบุ๋มเล็ก ๆ ตรงกลางตุ่ม โรคนี้ไม่ใช่มะเร็ง ไม่ใช่เชื้อ HPV แบบหูดทั่วไป และในคนที่ภูมิคุ้มกันปกติส่วนใหญ่หายเองได้ภายใน 6–18 เดือน แต่ติดต่อได้ทั้งจากการสัมผัสผิว การใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน และในผู้ใหญ่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
บทความนี้แยกให้ชัดว่า หูดข้าวสุกในเด็ก หูดข้าวสุกในผู้ใหญ่ หูดข้าวสุกที่อวัยวะเพศ และหูดข้าวสุกในคนภูมิคุ้มกันต่ำ ต่างกันอย่างไร แบบไหนรอได้ แบบไหนควรมาพบแพทย์ และแพทย์ใช้ยาหรือหัตถการอะไรจริง ๆ พร้อมระยะเวลาที่ควรเห็นผล
หูดข้าวสุก คืออะไร ต่างจากหูดทั่วไปอย่างไร
หลายคนได้ยินคำว่า "หูด" แล้วคิดว่าเป็นโรคเดียวกับหูดที่มือหรือหูดหงอนไก่ ความจริงคือคนละเชื้อ คนละลักษณะ และคนละแนวทางรักษา
เชื้อก่อโรค: หูดข้าวสุกเกิดจากไวรัสกลุ่มพ็อกซ์ (poxvirus) ส่วนหูดทั่วไปและหูดหงอนไก่เกิดจากไวรัส HPV (human papillomavirus)
หน้าตาตุ่ม: หูดข้าวสุกผิวเรียบ เป็นมันแวววาว มีรอยบุ๋มตรงกลาง (central umbilication) ส่วนหูดจาก HPV ผิวขรุขระ แข็ง หรือเป็นติ่งคล้ายดอกกะหล่ำ
ความเสี่ยงมะเร็ง: หูดข้าวสุกไม่เปลี่ยนเป็นมะเร็ง และไม่เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูก ต่างจาก HPV บางสายพันธุ์
ข้างในตุ่ม: ถ้าตุ่มแตก จะเห็นเนื้อสีขาวคล้ายข้าวสุกหรือเนยแข็ง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อภาษาไทย เนื้อส่วนนี้มีไวรัสจำนวนมาก จึงเป็นส่วนที่แพร่เชื้อได้มากที่สุด
วัคซีน: ไม่มีวัคซีนป้องกันหูดข้าวสุก และวัคซีน HPV ไม่ช่วยป้องกันโรคนี้
อ่านเปรียบเทียบหูดแต่ละชนิดเพิ่มได้ที่ หูดเกิดจากอะไร และวิธีแยกหูด 5 ชนิด
หูดข้าวสุก เกิดจากอะไร ติดต่อทางไหนได้บ้าง
หูดข้าวสุกติดต่อเมื่อเชื้อไวรัสจากตุ่มไปสัมผัสกับผิวอีกคน หรือผิวอีกบริเวณของคนเดิม ช่องทางที่พบบ่อยมีดังนี้
สัมผัสผิวโดยตรง เช่น เด็กเล่นกันใกล้ชิด กอดกัน นอนด้วยกัน หรือผู้ใหญ่ที่มีเพศสัมพันธ์
ใช้ของร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว ฟองน้ำอาบน้ำ เสื้อผ้า ของเล่น โฟมว่ายน้ำ
แพร่ไปที่อื่นบนตัวเอง (autoinoculation) จากการเกา แกะ บีบ หรือโกนขน เป็นเหตุผลหลักที่ตุ่มเพิ่มจำนวนจาก 2–3 ตุ่มเป็น 20–30 ตุ่ม
สระว่ายน้ำ ข้อมูลหลายการศึกษาพบว่าเด็กที่ว่ายน้ำเป็นประจำเป็นหูดข้าวสุกมากกว่า แต่เชื่อว่าเกิดจากการใช้ผ้าเช็ดตัวและอุปกรณ์ร่วมกันมากกว่าตัวน้ำในสระ
ระยะฟักตัว หลังรับเชื้อจนเห็นตุ่มแรกโดยทั่วไปประมาณ 2–7 สัปดาห์ แต่บางรายนานได้ถึง 6 เดือน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนรักษาตุ่มที่เห็นหมดแล้ว แต่ยังมีตุ่มใหม่โผล่ตามมาอีกหลายสัปดาห์
ปัจจัยที่ทำให้เป็นมากหรือเป็นนาน
เด็กอายุประมาณ 1–10 ปี
เด็กที่มีผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) ผิวแห้ง คัน เกาบ่อย ตุ่มจึงกระจายเร็วและอยู่นานกว่า
ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ติดเชื้อ HIV ที่ยังไม่ได้รักษา ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน หรือได้รับยาเคมีบำบัด
ผู้ใหญ่ที่โกนหรือแว็กซ์ขนบริเวณหัวหน่าวขณะมีตุ่ม
หูดข้าวสุก ลักษณะเป็นอย่างไร ดูด้วยตาเองได้ไหม
ลักษณะที่ใช้จำหูดข้าวสุกได้ค่อนข้างแม่นมีดังนี้
ขนาด: ส่วนใหญ่ 2–5 มม. ตุ่มเล็กมากอาจขนาดหัวเข็มหมุด ในคนภูมิคุ้มกันต่ำอาจใหญ่ถึง 1 ซม. ขึ้นไป (giant molluscum)
สี: สีเนื้อ สีชมพูอ่อน หรือขาวขุ่นคล้ายไข่มุก ผิวเป็นมันวาว
รูปทรง: ทรงโดม กลม ขอบเรียบ มีรอยบุ๋มตรงกลาง ซึ่งจะเห็นชัดขึ้นเมื่อตุ่มโตหรือเมื่อส่องด้วยแว่นขยาย
การเรียงตัว: มักขึ้นเป็นกลุ่ม หรือเรียงเป็นแนวตามรอยเกา (Koebner phenomenon)
อาการ: ส่วนใหญ่ไม่เจ็บ บางคนคันเล็กน้อย โดยเฉพาะถ้ามีผื่นแดงรอบตุ่ม
ถ้าเห็นตุ่มที่เข้าเกณฑ์ครบข้างต้น โอกาสเป็นหูดข้าวสุกสูง แต่มีหลายโรคที่หน้าตาคล้ายกัน ในผู้ใหญ่โดยเฉพาะตุ่มเดี่ยวที่ใบหน้า ควรให้แพทย์ผิวหนังตรวจยืนยัน เพราะมะเร็งผิวหนังชนิดเบซัลเซลล์ระยะแรกก็เป็นตุ่มมันวาวได้เช่นกัน แพทย์ผิวหนังมักวินิจฉัยได้จากการดูด้วยตาและกล้องส่องผิวหนัง (dermoscopy) ส่วนการตัดชิ้นเนื้อตรวจใช้เฉพาะกรณีที่ไม่ชัดเจน
หูดข้าวสุกในเด็ก
ลักษณะ: ตุ่มนูนสีเนื้อ มีรอยบุ๋มตรงกลาง จำนวนตั้งแต่ไม่กี่ตุ่มจนหลายสิบตุ่ม พบบ่อยที่ลำตัว รักแร้ ข้อพับแขน ข้อพับขา ต้นขาด้านใน และก้น บางครั้งพบรอบอวัยวะเพศของเด็ก ซึ่งในเด็กส่วนใหญ่เกิดจากการเกาแล้วลามมา ไม่ได้แปลว่ามีการล่วงละเมิดทางเพศเสมอไป แต่แพทย์จะประเมินร่วมกับบริบทอื่นเสมอ
สาเหตุ: ติดจากเพื่อนที่โรงเรียนหรือพี่น้องในบ้าน ผ่านการสัมผัสใกล้ชิด ผ้าเช็ดตัว และของเล่น แล้วกระจายบนตัวเองจากการเกา
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ต่ำ เป็นโรคที่ไม่อันตรายและหายเองได้ในเด็กที่แข็งแรงดี ปัญหาหลักคือระยะเวลาที่นาน ความรำคาญ และความกังวลของผู้ปกครอง
เมื่อไรต้องพบแพทย์: มาพบแพทย์เมื่อมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
ตุ่มขึ้นที่เปลือกตาหรือขอบตา
ตุ่มเพิ่มจำนวนเร็วมากในเวลาไม่กี่สัปดาห์ หรือเกิน 50 ตุ่ม
มีผื่นแดงคันรอบตุ่มจนเด็กเกาจนนอนไม่หลับ
ตุ่มแดง ปวด มีหนอง หรือเด็กมีไข้
ไม่แน่ใจว่าเป็นหูดข้าวสุกหรือโรคอื่น
หูดข้าวสุกในผู้ใหญ่
ลักษณะ: ในผู้ใหญ่ที่ภูมิคุ้มกันปกติ ตุ่มมักมีจำนวนไม่มาก 1–20 ตุ่ม และอยู่บริเวณท้องน้อย หัวหน่าว ต้นขาด้านใน และอวัยวะเพศ ถ้าขึ้นที่ใบหน้าหรือลำตัวในผู้ใหญ่ มักเกิดจากการสัมผัสใกล้ชิดกับเด็กที่เป็นอยู่ หรือจากกีฬาที่มีการสัมผัสตัว
สาเหตุ: ในผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ติดจากเพศสัมพันธ์หรือการสัมผัสผิวแนบชิด และแพร่ต่อบนตัวจากการโกนหรือแว็กซ์ขน
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ตัวโรคไม่อันตราย แต่ในผู้ใหญ่ที่มีหูดข้าวสุกบริเวณอวัยวะเพศ แพทย์มักแนะนำให้ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นร่วมด้วย เช่น HIV และซิฟิลิส เพราะช่องทางการติดต่อเดียวกัน
เมื่อไรต้องพบแพทย์: มาพบแพทย์เมื่อมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
เป็นผู้ใหญ่และมีตุ่มที่อวัยวะเพศ ควรตรวจยืนยันทุกราย
ตุ่มขึ้นที่ใบหน้าจำนวนมากหรือตุ่มใหญ่กว่า 1 ซม.
มีตุ่มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นานกว่า 3–6 เดือน
ตุ่มเดี่ยวที่หน้าในผู้สูงอายุ ซึ่งต้องแยกจากมะเร็งผิวหนัง
หูดข้าวสุกที่อวัยวะเพศ ผู้หญิงและผู้ชาย
คำค้น "หูดข้าวสุก ผู้หญิง" และ "หูดข้าวสุก อวัยวะเพศหญิง" มีคนค้นมากกว่าเรื่องหูดข้าวสุกในเด็กหลายเท่า เพราะเป็นเรื่องที่คนไม่กล้าถาม ส่วนนี้จึงแยกไว้ชัด ๆ
ลักษณะ: ตุ่มกลมมันวาว มีรอยบุ๋ม ขึ้นที่หัวหน่าว แคมนอก ขาหนีบ ต้นขาด้านใน โคนองคชาต หรือถุงอัณฑะ มักไม่ขึ้นบนเยื่อบุด้านใน เช่น ในช่องคลอด ต่างจากหูดหงอนไก่ที่ขึ้นในเยื่อบุได้
สาเหตุ: ติดจากการสัมผัสผิวระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ถุงยางอนามัยช่วยลดความเสี่ยงได้บางส่วน แต่ป้องกันไม่ได้ทั้งหมด เพราะตุ่มอยู่บนผิวหนังรอบ ๆ ที่ถุงยางไม่ได้คลุม การโกนหรือแว็กซ์ขนทำให้ตุ่มกระจายเป็นแนวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่อันตรายต่อการตั้งครรภ์หรือการมีบุตร ไม่ทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูก แต่ควรพบแพทย์เพื่อแยกจากหูดหงอนไก่และเริม ซึ่งมีการรักษาและการดูแลคู่นอนต่างกัน
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ควรพบแพทย์ทุกครั้งที่มีตุ่มใหม่ที่อวัยวะเพศ โดยเฉพาะถ้ามีแผล เจ็บ ตุ่มน้ำใส หรือมีตกขาวผิดปกติร่วมด้วย
ข้อควรทำระหว่างเป็น
หยุดโกนหรือแว็กซ์ขนบริเวณนั้น ใช้กรรไกรเล็มขนแทน
งดเพศสัมพันธ์จนกว่าตุ่มจะหายหมด หรือใช้ถุงยางและหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่มีตุ่ม
แจ้งคู่นอนให้สังเกตตัวเอง และตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นตามคำแนะนำของแพทย์
ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นหูดข้าวสุก หูดหงอนไก่ หรือมุกไข่ปลา อ่านวิธีแยกเพิ่มเติมได้ที่ หูดหงอนไก่ เกิดจากอะไร และวิธีแยกจากหูดข้าวสุก และถ้าเป็นตุ่มน้ำใสที่แตกเป็นแผลเจ็บ ให้ดู เริมที่อวัยวะเพศ เป็นแบบไหน กี่วันหาย
หูดข้าวสุกในคนภูมิคุ้มกันต่ำ
ลักษณะ: ตุ่มจำนวนมาก หลายสิบถึงหลายร้อยตุ่ม ขนาดใหญ่เกิน 1 ซม. ได้ ขึ้นที่ใบหน้า เปลือกตา และลำคอ รักษาแล้วกลับมาใหม่เร็ว
สาเหตุ: ร่างกายกำจัดไวรัสไม่ได้ พบในผู้ติดเชื้อ HIV ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมาก (โดยเฉพาะ CD4 ต่ำกว่า 100–200 เซลล์/ลบ.มม.) ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกันหรือสเตียรอยด์ชนิดกินขนาดสูงเป็นเวลานาน
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ปานกลางถึงสูง ตัวหูดไม่อันตรายเอง แต่เป็นสัญญาณว่าภูมิคุ้มกันมีปัญหา และตุ่มในคนกลุ่มนี้อาจหน้าตาคล้ายการติดเชื้อราที่รุนแรงกว่า เช่น cryptococcosis หรือ talaromycosis ซึ่งต้องรักษาเร่งด่วน
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ทันที ถ้าเป็นผู้ใหญ่ที่มีตุ่มกระจายทั่วหน้าหรือตุ่มใหญ่ผิดปกติ โดยเฉพาะถ้ามีน้ำหนักลด ไข้เรื้อรัง หรือท้องเสียเรื้อรังร่วมด้วย แพทย์อาจแนะนำตรวจเลือดหา HIV และตรวจชิ้นเนื้อยืนยัน การรักษาที่ได้ผลที่สุดในกลุ่มนี้คือการฟื้นภูมิคุ้มกัน เช่น การเริ่มยาต้านไวรัส HIV ซึ่งทำให้ตุ่มยุบลงเองได้
หูดข้าวสุกที่ใบหน้าและเปลือกตา
ลักษณะ: ตุ่มเล็กมันวาวที่ขอบเปลือกตา หัวตา หรือแก้ม ถ้าอยู่ติดขอบตา อาจมีตาแดง เคืองตา มีขี้ตาเรื้อรังข้างเดียวกัน
สาเหตุ: เชื้อจากตุ่มหลุดเข้าไปในเยื่อบุตาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดเยื่อบุตาอักเสบชนิด follicular conjunctivitis ที่รักษาด้วยยาหยอดตาทั่วไปแล้วไม่หาย
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ปานกลาง ตัวตุ่มไม่อันตราย แต่ถ้าปล่อยให้ตาอักเสบนาน อาจเกิดผลต่อกระจกตาได้
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ควรพบแพทย์ผิวหนังร่วมกับจักษุแพทย์ ห้ามใช้ยาที่ระคายเคืองรุนแรงอย่างโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์หรือแคนทาริดินใกล้ตาเอง ตุ่มที่ขอบตามักต้องให้แพทย์ขูดออกอย่างระมัดระวัง
ผื่นแดงรอบตุ่มหูดข้าวสุก และ BOTE sign แปลว่าอะไร
ผู้ปกครองหลายคนตกใจเมื่อจู่ ๆ ตุ่มหูดข้าวสุกที่เคยนิ่ง ๆ กลับแดง บวม บางตุ่มเป็นหนองขาว และคิดว่าติดเชื้อแบคทีเรีย แท้จริงแล้วส่วนใหญ่ไม่ใช่
ลักษณะ: มีสองแบบที่พบบ่อย แบบแรกคือตุ่มหนึ่งหรือหลายตุ่มแดง บวม นูนขึ้น คล้ายฝี (เรียกว่า BOTE sign ย่อจาก beginning of the end) แบบที่สองคือผื่นแดง แห้ง คันรอบ ๆ กลุ่มตุ่ม (molluscum dermatitis) ซึ่งพบได้ราว 1 ใน 3 ของเด็กที่เป็นหูดข้าวสุก
สาเหตุ: ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มรู้จักและเข้าโจมตีไวรัส ตุ่มที่แดงอักเสบแบบนี้มักยุบหายภายใน 2–4 สัปดาห์ และบ่อยครั้งเป็นสัญญาณว่าตุ่มอื่น ๆ จะเริ่มหายตามมา
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ส่วนใหญ่ต่ำ ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ถ้าแดงลามกว้างออกไปเกิน 1–2 ซม. รอบตุ่ม ปวดมาก มีไข้ มีหนองไหล หรือมีสะเก็ดสีเหลืองคล้ายน้ำผึ้ง ซึ่งอาจเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนจริง
การดูแลผื่นแดงรอบตุ่ม: ทาครีมให้ความชุ่มชื้นวันละ 2 ครั้ง ถ้าคันมาก แพทย์อาจสั่งยาทาสเตียรอยด์อ่อน เช่น ไฮโดรคอร์ติโซน (hydrocortisone) 1% ทาเฉพาะผื่นแดงรอบตุ่ม วันละ 1–2 ครั้ง ไม่เกิน 1–2 สัปดาห์ เพื่อลดการเกาซึ่งเป็นตัวทำให้ตุ่มกระจาย ถ้าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียจริง แพทย์อาจใช้ยาทาปฏิชีวนะ เช่น มูพิโรซิน (mupirocin) 2% วันละ 3 ครั้ง 5–7 วัน
หูดข้าวสุก อันตรายไหม ร้ายแรงไหม
คำตอบสั้น ๆ คือ ในคนที่ภูมิคุ้มกันปกติ หูดข้าวสุกไม่ร้ายแรง ไม่ลามเข้าอวัยวะภายใน ไม่กลายเป็นมะเร็ง และหายเองได้ ปัญหาที่พบได้จริงมีเพียง
เป็นนาน หลายเดือนถึงเกินหนึ่งปี
แผลเป็นหลุมเล็ก ๆ พบได้ในบางราย โดยเฉพาะตุ่มที่ถูกแกะ บีบ หรืออักเสบมาก
รอยด่างขาวหรือรอยดำชั่วคราว หลังตุ่มหายหรือหลังจี้เย็น
ติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน จากการแกะเกา
เยื่อบุตาอักเสบ ถ้าตุ่มอยู่ที่ขอบตา
ความกังวลและผลต่อชีวิตประจำวัน เช่น เด็กโดนล้อ ผู้ใหญ่กังวลเรื่องเพศสัมพันธ์
สิ่งที่ควรระวังจริงคือ หูดข้าวสุกที่มากผิดปกติในผู้ใหญ่ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภูมิคุ้มกันบกพร่อง ตามหัวข้อด้านบน
หูดข้าวสุก หายเองได้ไหม ใช้เวลากี่เดือน
หายเองได้ เพราะในที่สุดภูมิคุ้มกันจะกำจัดไวรัสได้ ตัวเลขที่ใช้คุยกับผู้ป่วยในห้องตรวจคือ
ตุ่มแต่ละตุ่ม อยู่ประมาณ 2–3 เดือนแล้วยุบเอง
ทั้งรอบของโรค ในเด็กเฉลี่ยประมาณ 13 เดือน การศึกษาติดตามเด็กในสหราชอาณาจักรพบว่าประมาณครึ่งหนึ่งหายภายใน 12 เดือน และราว 2 ใน 3 หายภายใน 18 เดือน มีส่วนน้อยที่ยังเป็นอยู่หลัง 2 ปี
เด็กที่มีผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง มักเป็นนานกว่าและมีจำนวนตุ่มมากกว่า
หลังตุ่มหาย ผิวส่วนใหญ่กลับเป็นปกติ ตุ่มที่ไม่ถูกแกะมักไม่ทิ้งรอย
เหตุผลที่ยังควรรู้ทางเลือกการรักษา แม้โรคจะหายเอง คือ บางครอบครัวรอ 12–18 เดือนไม่ไหว ตุ่มอยู่ในตำแหน่งที่ถูกเสียดสีบ่อย เด็กเกาจนลามไม่หยุด หรือผู้ใหญ่ต้องการลดการแพร่เชื้อสู่คู่นอน
หูดข้าวสุก รักษาอย่างไร เมื่อไรควรรอ เมื่อไรควรรักษา
แนวทางของสมาคมแพทย์ผิวหนังและกุมารแพทย์ในหลายประเทศตรงกันว่า ในเด็กที่แข็งแรง การรอให้หายเอง (watchful waiting) เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล และการรักษาไม่ได้ทำให้หายเร็วกว่ามากนักในภาพรวม เพราะตุ่มใหม่ยังขึ้นได้จากเชื้อที่ฟักตัวอยู่
มักแนะนำให้รักษาเมื่อ
เป็นผู้ใหญ่ โดยเฉพาะที่อวัยวะเพศ เพื่อลดการแพร่เชื้อ
ตุ่มที่ขอบตา หรือมีเยื่อบุตาอักเสบร่วม
ตุ่มจำนวนมากและเพิ่มเร็ว มีผื่นคันร่วมจนเกาไม่หยุด
ตุ่มอยู่ในตำแหน่งเสียดสี เจ็บ หรือแตกบ่อย
ผู้ป่วยหรือผู้ปกครองกังวลมาก หรือผลกระทบทางใจชัดเจน
ภูมิคุ้มกันต่ำ
การเลือกวิธีขึ้นกับอายุ จำนวนตุ่ม ตำแหน่ง ความทนเจ็บของเด็ก และความต้องการของครอบครัว การเลือกยาและหัตถการเป็นการตัดสินใจของแพทย์หลังตรวจร่างกาย ข้อมูลด้านล่างมีไว้ให้เข้าใจว่าแต่ละวิธีทำงานอย่างไร
วิธีรักษาหูดข้าวสุกที่คลินิก: ขูด จี้เย็น และแคนทาริดิน
การขูดตุ่มออก (curettage)
แพทย์ใช้เครื่องมือขูดขนาดเล็กเขี่ยเนื้อสีขาวในตุ่มออกทีละตุ่ม เป็นวิธีที่เห็นผลเร็วที่สุด ตุ่มที่ขูดแล้วมักไม่กลับมาที่จุดเดิม
เตรียมตัว: ในเด็ก แพทย์อาจให้ทาครีมยาชาเฉพาะที่ที่มีลิโดเคน 2.5% และไพรโลเคน 2.5% (lidocaine/prilocaine) ปิดทับไว้ประมาณ 60 นาทีก่อนทำ ต้องจำกัดปริมาณตามน้ำหนักตัวเด็ก และไม่ทาบริเวณกว้างเกินกำหนด
เหมาะกับ: ตุ่มจำนวนไม่มาก ผู้ใหญ่ ตุ่มที่อวัยวะเพศ และตุ่มที่ขอบตาโดยแพทย์ที่ชำนาญ
ข้อจำกัด: เจ็บเล็กน้อย มีเลือดซึมจุด ๆ อาจทิ้งรอยหลุมเล็กในบางราย เด็กเล็กที่มีหลายสิบตุ่มอาจทนไม่ไหว
การจี้เย็นด้วยไนโตรเจนเหลว (cryotherapy)
แพทย์พ่นไนโตรเจนเหลวที่ตุ่มประมาณ 5–10 วินาทีต่อตุ่ม ให้ตุ่มแข็งตัวเป็นวงขาวแคบ ๆ รอบตุ่ม
ความถี่: ทำซ้ำทุก 2–4 สัปดาห์ จนตุ่มหมด ส่วนใหญ่ 1–3 ครั้ง
เหมาะกับ: ผู้ใหญ่และเด็กโตที่ทนความเย็นเจ็บแสบได้
ข้อจำกัด: แสบ ตุ่มพองใสได้ภายใน 24–48 ชม. อาจเหลือรอยด่างขาวหรือรอยดำ โดยเฉพาะคนผิวคล้ำ ไม่เหมาะกับตุ่มที่ใบหน้าเด็กเล็ก
แคนทาริดิน (cantharidin)
แคนทาริดินเป็นสารที่ทำให้ผิวชั้นบนพองเป็นตุ่มน้ำ เมื่อตุ่มน้ำแห้งหลุด ตุ่มหูดก็หลุดไปด้วย ในหลายประเทศมีสูตรมาตรฐานความเข้มข้น 0.7% ที่รับรองให้ใช้ในเด็กอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป
วิธีทำ: แพทย์แต้มยาเฉพาะบนตุ่มปริมาณเล็กน้อย (ไม่ให้ผู้ป่วยนำไปทาเอง) แล้วให้ล้างออกด้วยสบู่และน้ำหลัง 2–6 ชั่วโมงตามที่แพทย์กำหนด ครั้งแรกมักเริ่มจากระยะเวลาสั้นเพื่อดูการตอบสนอง
สิ่งที่จะเกิด: ตุ่มน้ำพองขึ้นภายใน 24–48 ชั่วโมง แห้งตกสะเก็ดภายในประมาณ 1 สัปดาห์
ความถี่: ซ้ำทุก 2–4 สัปดาห์ จนตุ่มหมด
ข้อดี: ไม่เจ็บตอนทำ เหมาะกับเด็กที่กลัวเข็มหรือความเย็น
ข้อควรระวัง: ห้ามใช้ที่ใบหน้า รอบตา อวัยวะเพศ และบริเวณที่ผิวบาง ตุ่มน้ำอาจพองใหญ่หรือเจ็บได้ ไม่ใช้ในหญิงตั้งครรภ์
ยาทาหูดข้าวสุก มีอะไรบ้าง ใช้ได้ผลแค่ไหน
คำถาม "หูดข้าวสุก ใช้ยาอะไรทา" มีคนถามบ่อยมาก คำตอบตรง ๆ คือ ยาทาทุกตัวได้ผลแบบค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลาหลายสัปดาห์ และหลักฐานยังไม่แข็งแรงเท่าการขูดหรือแคนทาริดิน ยาที่แพทย์ผิวหนังใช้จริงมีดังนี้
โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (potassium hydroxide, KOH) 5–10% ชนิดน้ำ: แต้มเฉพาะบนตุ่มวันละ 1–2 ครั้ง ด้วยไม้พันสำลีขนาดเล็ก หยุดแต้มตุ่มนั้นเมื่อตุ่มเริ่มแดงอักเสบ ส่วนใหญ่ใช้ 2–4 สัปดาห์ บางรายนานถึง 8–12 สัปดาห์ การศึกษาเปรียบเทียบพบว่าได้ผลดีกว่ายาหลอก ผลข้างเคียงคือแสบ ระคายเคือง และรอยดำหรือรอยด่างชั่วคราว ห้ามใช้ใกล้ตาและเยื่อบุ
เตรติโนอิน (tretinoin) 0.025–0.05% ครีม: ทาบาง ๆ บนตุ่มก่อนนอน กระตุ้นการอักเสบเล็กน้อยเพื่อให้ร่างกายกำจัดไวรัส หลักฐานมีจำกัด ใช้เป็นทางเลือกเสริม ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์
โพโดฟิลโลท็อกซิน (podophyllotoxin) 0.5%: ใช้ในผู้ใหญ่บางรายที่มีตุ่มบริเวณอวัยวะเพศ ทาวันละ 2 ครั้ง 3 วันติด หยุด 4 วัน ทำเป็นรอบได้ไม่เกิน 4 รอบ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์และเด็ก
ยาทาต้านไวรัสซิโดโฟเวียร์ (cidofovir) 1–3%: สงวนไว้สำหรับผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำที่ตุ่มรุนแรงและดื้อต่อวิธีอื่น ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เฉพาะทาง
ยาที่ไม่แนะนำในเด็ก: อิมิควิโมด (imiquimod) 5% ครีม ซึ่งเป็นยากระตุ้นภูมิคุ้มกันที่ใช้รักษาหูดหงอนไก่ การศึกษาแบบสุ่มขนาดใหญ่ในเด็กพบว่า ไม่ได้ผลดีกว่ายาหลอก แต่มีผลข้างเคียงแดงแสบมากกว่า จึงไม่แนะนำให้ใช้รักษาหูดข้าวสุกในเด็ก
สิ่งที่ชี้ว่ายาทาได้ผล: ตุ่มเริ่มแดง อักเสบ แล้วแห้งยุบภายใน 2–6 สัปดาห์ และไม่มีตุ่มใหม่เพิ่ม สิ่งที่ชี้ว่าควรกลับมาพบแพทย์: ใช้ครบ 4–6 สัปดาห์แล้วตุ่มยังเท่าเดิม ผิวรอบตุ่มแสบพองเป็นวงกว้าง หรือตุ่มยังเพิ่มจำนวน
วิธีรักษาหูดข้าวสุกด้วยตัวเอง ทำอะไรได้ อะไรไม่ควรทำ
คำค้น "วิธีรักษาหูดข้าวสุกด้วยตัวเอง" มีมาก สิ่งที่ทำเองที่บ้านได้อย่างปลอดภัยคือการ ป้องกันไม่ให้ลามและดูแลผิวให้แข็งแรง ไม่ใช่การกำจัดตุ่มเอง
ทำได้
ตัดเล็บเด็กให้สั้น ลดการเกา
ทาครีมให้ความชุ่มชื้นทั่วตัววันละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะเด็กที่ผิวแห้งหรือมีผื่นภูมิแพ้
ปิดตุ่มที่อยู่ในตำแหน่งที่ถูกเกาหรือเสียดสีบ่อยด้วยพลาสเตอร์หรือเสื้อผ้า
ใช้ผ้าเช็ดตัว ฟองน้ำ และของใช้ส่วนตัวแยกกัน
อาบน้ำเด็กที่เป็นแยกจากพี่น้อง หรืออาบคนที่เป็นเป็นคนสุดท้าย
ไม่ควรทำ
บีบ แกะ หรือเขี่ยตุ่มเอง ทำให้เชื้อกระจาย ตุ่มเพิ่ม ติดเชื้อแบคทีเรีย และเป็นแผลเป็น
ใช้ยากัดหูดที่มีกรดซาลิไซลิกความเข้มข้นสูงจากร้านขายยาโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะที่ใบหน้าและอวัยวะเพศ
ใช้น้ำมันทีทรี น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิ้ล กระเทียม หรือสมุนไพรทาเอง ยังไม่มีหลักฐานที่ดีพอ และทำให้ผิวไหม้ระคายเคืองได้
ใช้ยาทาอิมิควิโมดที่เหลือจากคนอื่น
หูดข้าวสุก ไปโรงเรียนได้ไหม ว่ายน้ำได้ไหม
ไปโรงเรียนหรือเนอร์สเซอรีได้ แนวทางของสถาบันกุมารเวชศาสตร์หลายประเทศไม่แนะนำให้หยุดเรียนเพราะหูดข้าวสุก เพียงปิดตุ่มที่อยู่ในบริเวณที่มองเห็นหรือสัมผัสได้ง่ายด้วยเสื้อผ้าหรือพลาสเตอร์
ว่ายน้ำได้ ถ้าปิดตุ่มด้วยพลาสเตอร์กันน้ำหรือใส่ชุดว่ายน้ำแขนยาว และไม่ใช้ผ้าเช็ดตัว โฟมเกาะ หรือแว่นร่วมกับคนอื่น
กีฬาที่สัมผัสตัวใกล้ชิด เช่น มวยปล้ำ ยูโด ควรปิดตุ่มทั้งหมดให้มิดชิด หากปิดไม่ได้ควรงดชั่วคราว
ในบ้าน แยกผ้าเช็ดตัวและชุดนอน ซักด้วยน้ำอุ่นและผงซักฟอกตามปกติ ไม่ต้องฆ่าเชื้อทั้งบ้าน
หูดข้าวสุกกับโรคที่หน้าตาคล้ายกัน แยกอย่างไร
หูดหงอนไก่ (genital warts): ติ่งเนื้อผิวขรุขระคล้ายดอกกะหล่ำ ขึ้นในเยื่อบุได้ — ไม่มีรอยบุ๋มตรงกลาง เกิดจาก HPV
หูดทั่วไป (common warts): ผิวหยาบแข็ง มีจุดดำเล็ก ๆ — ไม่มันวาว ไม่มีรอยบุ๋ม
สิวหรือสิวผด: มีหัวสิว เปลี่ยนแปลงเร็วใน 3–7 วัน — ไม่มีรอยบุ๋มแบบเรียบ ขึ้นตามรูขุมขน
สิวข้าวสาร (milia): ตุ่มขาวแข็งเล็ก 1–2 มม. ใต้ผิว — ไม่มีรอยบุ๋ม ไม่ติดต่อ
ต่อมไขมันโต (sebaceous hyperplasia): ตุ่มเหลืองที่หน้าผู้ใหญ่ มีรอยบุ๋มได้ — สีเหลือง มีหลอดเลือดรอบ ๆ ไม่ติดต่อ
อีสุกอีใส: ตุ่มน้ำใสบนฐานแดง ไข้ ขึ้นหลายระยะพร้อมกัน — เป็นตุ่มน้ำ ไม่ใช่ตุ่มเนื้อแน่น หายใน 1–2 สัปดาห์
มะเร็งผิวหนังชนิดเบซัลเซลล์: ตุ่มเดี่ยวมันวาวที่หน้าผู้สูงอายุ มีเส้นเลือดฝอย — โตช้าต่อเนื่อง แตกเป็นแผลได้ ไม่หายเอง
ติ่งเนื้อ (skin tags): ติ่งนิ่มห้อย มีก้าน ที่คอและรักแร้ — ไม่มีรอยบุ๋ม ไม่เป็นกลุ่มลาม
อ่านเรื่องติ่งเนื้อเพิ่มได้ที่ ติ่งเนื้อ เกิดจากอะไร และวิธีแยกจากหูดและไฝ และภาพรวมโรคผิวหนังอื่น ๆ ที่ ศูนย์รวมบทความโรคผิวหนัง
หูดข้าวสุกในหญิงตั้งครรภ์
หญิงตั้งครรภ์เป็นหูดข้าวสุกได้เหมือนคนทั่วไป และภูมิคุ้มกันที่เปลี่ยนไปช่วงตั้งครรภ์อาจทำให้ตุ่มเพิ่มจำนวนได้บ้าง ข้อควรรู้คือ
ไวรัสไม่ผ่านรกและไม่ทำให้ทารกพิการ
ยาที่ห้ามใช้ระหว่างตั้งครรภ์ ได้แก่ โพโดฟิลโลท็อกซิน เตรติโนอิน และแคนทาริดิน
วิธีที่ใช้ได้คือการขูดตุ่มออกหรือจี้เย็นโดยแพทย์ หรือรอให้หายเองหลังคลอด
ถ้ามีตุ่มที่อวัยวะเพศใกล้กำหนดคลอด ให้แจ้งสูติแพทย์ แต่โดยทั่วไปไม่ใช่ข้อบ่งชี้ในการผ่าคลอด
หูดข้าวสุก เป็นซ้ำได้ไหม ป้องกันอย่างไร
เป็นซ้ำได้ ด้วยสองเหตุผล หนึ่ง ตุ่มใหม่ที่ขึ้นหลังรักษาส่วนใหญ่มาจากเชื้อที่ฟักตัวอยู่แล้วก่อนหน้านั้น 2–7 สัปดาห์ ไม่ใช่การรักษาล้มเหลว สอง ภูมิคุ้มกันต่อไวรัสไม่ได้ถาวร จึงติดใหม่ได้เมื่อสัมผัสเชื้ออีก
วิธีลดโอกาสติดและเป็นซ้ำ
ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัว มีดโกน ฟองน้ำ และเสื้อผ้าร่วมกัน
ดูแลผิวแห้งและผื่นภูมิแพ้ให้สงบ เพราะผิวที่อักเสบคือทางเข้าของเชื้อ
ผู้ใหญ่ ใช้ถุงยางอนามัย และงดโกนขนบริเวณหัวหน่าวระหว่างที่ยังมีตุ่ม
ตรวจคนในบ้านหรือคู่นอน ถ้ามีตุ่มลักษณะเดียวกันควรดูแลไปพร้อมกัน
เมื่อไรควรพบแพทย์ผิวหนัง
ไม่แน่ใจว่าเป็นหูดข้าวสุกหรือโรคอื่น
ผู้ใหญ่ที่มีตุ่มที่อวัยวะเพศ
ตุ่มที่เปลือกตาหรือมีตาแดงเรื้อรังข้างเดียว
ตุ่มใหญ่กว่า 1 ซม. หรือขึ้นทั่วใบหน้าในผู้ใหญ่
ตุ่มเพิ่มจำนวนเร็ว หรือเป็นนานเกิน 12–18 เดือน
ผื่นแดงคันรอบตุ่มจนนอนไม่หลับ หรือมีไข้ ปวด มีหนองลาม
ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำหรือหญิงตั้งครรภ์
สิ่งที่ควรเตรียมก่อนพบแพทย์: จดว่าตุ่มแรกขึ้นเมื่อไร จำนวนตุ่มโดยประมาณ ถ่ายรูปไว้เป็นระยะเพื่อเทียบ ยาที่เคยทามาแล้ว และประวัติผื่นภูมิแพ้หรือโรคประจำตัว
สรุปสั้น ๆ
หูดข้าวสุกเกิดจากไวรัสกลุ่มพ็อกซ์ ไม่ใช่ HPV ตุ่มมันวาวขนาด 2–5 มม. มีรอยบุ๋มตรงกลาง
ในเด็กที่แข็งแรง ไม่อันตราย หายเองได้ ตุ่มละ 2–3 เดือน ทั้งรอบเฉลี่ยราว 13 เดือน
ผู้ใหญ่ที่มีตุ่มที่อวัยวะเพศควรพบแพทย์ และตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นร่วมด้วย
ตุ่มแดงอักเสบ (BOTE sign) ส่วนใหญ่เป็นสัญญาณว่ากำลังจะหาย ไม่ใช่ติดเชื้อ
วิธีที่แพทย์ใช้คือขูดออก จี้เย็น แคนทาริดิน หรือยาทา KOH 5–10% ส่วนอิมิควิโมดไม่แนะนำในเด็ก
อย่าบีบหรือแกะเอง ตัดเล็บ ทาครีมบำรุง และแยกผ้าเช็ดตัว
คำถามที่พบบ่อยเรื่องหูดข้าวสุก
โรคหูดข้าวสุกคืออะไร?
หูดข้าวสุก (Molluscum contagiosum) คือโรคติดเชื้อไวรัสที่ผิวหนังจากไวรัสกลุ่มพ็อกซ์ ทำให้เกิดตุ่มนูนสีเนื้อหรือขาวมุก ผิวเรียบเป็นมัน ขนาด 2–5 มม. มีรอยบุ๋มตรงกลาง ข้างในเป็นเนื้อขาวคล้ายข้าวสุก พบบ่อยในเด็กอายุ 1–10 ปี และในผู้ใหญ่ที่ติดทางเพศสัมพันธ์ ติดต่อผ่านการสัมผัสผิวและของใช้ร่วมกัน ในคนภูมิคุ้มกันปกติไม่อันตรายและหายเองได้ภายใน 6–18 เดือน แต่ควรพบแพทย์ถ้าตุ่มอยู่ที่ตา อวัยวะเพศ หรือมีจำนวนมากผิดปกติ
หูด ข้าวสุก คือ HPV ไหม
ไม่ใช่ หูดข้าวสุกเกิดจากไวรัส Molluscum contagiosum virus ซึ่งอยู่ในกลุ่มพ็อกซ์ ส่วน HPV เป็นเชื้อที่ทำให้เกิดหูดทั่วไปและหูดหงอนไก่ ความต่างสำคัญคือหูดข้าวสุกไม่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกหรือมะเร็งอื่น วัคซีน HPV ไม่ป้องกันหูดข้าวสุก และหน้าตาก็ต่างกัน หูดข้าวสุกผิวเรียบมันและมีรอยบุ๋มตรงกลาง ส่วนหูดหงอนไก่ผิวขรุขระคล้ายดอกกะหล่ำ ถ้ามีตุ่มที่อวัยวะเพศแล้วไม่แน่ใจว่าเป็นแบบไหน ควรให้แพทย์ตรวจ เพราะการรักษาและการดูแลคู่นอนต่างกัน
หูด ข้าวสุก ใช้ ยา อะไร ทา
ยาทาที่แพทย์ผิวหนังใช้บ่อยคือโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH) 5–10% แต้มเฉพาะบนตุ่มวันละ 1–2 ครั้ง หยุดเมื่อตุ่มเริ่มแดงอักเสบ มักใช้ 2–4 สัปดาห์ ทางเลือกอื่นคือเตรติโนอิน 0.025–0.05% ทาก่อนนอน และในผู้ใหญ่ที่มีตุ่มที่อวัยวะเพศอาจใช้โพโดฟิลโลท็อกซิน 0.5% ส่วนแคนทาริดินต้องให้แพทย์แต้มที่คลินิกเท่านั้น อิมิควิโมดไม่แนะนำในเด็กเพราะการศึกษาพบว่าไม่ต่างจากยาหลอก ยาทุกตัวทำให้แสบระคายได้ ห้ามใช้ใกล้ตา และการเลือกยาควรให้แพทย์เป็นผู้กำหนด
หูดข้าวสุกยุบเองได้ไหม
ยุบเองได้ ตุ่มแต่ละตุ่มมักอยู่ประมาณ 2–3 เดือนแล้วยุบไป แต่ทั้งรอบของโรคในเด็กเฉลี่ยราว 13 เดือน เพราะมีตุ่มใหม่ขึ้นทดแทนเรื่อย ๆ จากการเกาและเชื้อที่ฟักตัวอยู่ ราวครึ่งหนึ่งหายภายใน 12 เดือน และประมาณ 2 ใน 3 หายภายใน 18 เดือน ถ้าเห็นตุ่มเริ่มแดงบวมคล้ายอักเสบ มักเป็นสัญญาณว่าภูมิคุ้มกันเริ่มกำจัดเชื้อ และจะยุบภายใน 2–4 สัปดาห์ ถ้าเป็นผู้ใหญ่ที่ตุ่มไม่ยุบเลยนานหลายเดือนหรือเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ควรพบแพทย์
หูดข้าวสุก อันตรายไหม
ในคนที่ภูมิคุ้มกันปกติ หูดข้าวสุกไม่อันตราย ไม่ลามเข้าอวัยวะภายใน และไม่กลายเป็นมะเร็ง ผลเสียที่พบได้คือเป็นนานหลายเดือน รอยหลุมเล็ก ๆ ถ้าแกะหรือบีบ รอยด่างหลังรักษา ติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนจากการเกา และเยื่อบุตาอักเสบถ้าตุ่มอยู่ที่ขอบตา สิ่งที่ต้องระวังคือผู้ใหญ่ที่มีตุ่มจำนวนมาก ตุ่มใหญ่กว่า 1 ซม. หรือขึ้นทั่วหน้า ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น การติดเชื้อ HIV ที่ยังไม่ได้รับการรักษา กรณีนี้ควรพบแพทย์โดยเร็ว
หูด ข้าวสุก ที่ อวัยวะเพศ หญิง เกิดจากอะไร ต้องทำยังไง
ในผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ หูดข้าวสุกที่หัวหน่าว แคม หรือขาหนีบส่วนใหญ่ติดจากการสัมผัสผิวระหว่างมีเพศสัมพันธ์ และมักลามเพิ่มจากการโกนหรือแว็กซ์ขน ตุ่มไม่อันตรายต่อการมีบุตรและไม่เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูก สิ่งที่ควรทำคือพบแพทย์เพื่อยืนยันว่าไม่ใช่หูดหงอนไก่หรือเริม หยุดโกนขนบริเวณนั้น งดเพศสัมพันธ์หรือใช้ถุงยางจนกว่าตุ่มจะหาย และตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นตามคำแนะนำของแพทย์ การรักษาที่ใช้บ่อยคือการขูดหรือจี้เย็นโดยแพทย์ ซึ่งช่วยลดการแพร่เชื้อสู่คู่นอนได้เร็วกว่ารอให้หายเอง
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 28 กันยายน 2569

ความคิดเห็น