top of page

หูดหงอนไก่ เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังอธิบายวิธีแยกจากติ่งเนื้อ–หูดข้าวสุก–มุกไข่ปลา ทำไม "ดึงรากหูด" ไม่มีจริง และวิธีรักษาให้ตรงชนิด

18 ส.ค.
ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 21 ส.ค.

หูดหงอนไก่ (Genital warts / Condyloma acuminata) คือติ่งเนื้อผิวขรุขระที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV บริเวณอวัยวะเพศ ขาหนีบ หรือรอบทวารหนัก เป็นโรคที่พบบ่อย รักษาได้ และในสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดหูดนั้นมีความเสี่ยงต่อมะเร็งต่ำ แต่สิ่งที่ทำให้คนไข้ทุกข์ใจที่สุดมักไม่ใช่ตัวโรค — เป็นความเข้าใจผิด: ตุ่มที่เห็นอาจไม่ใช่หูดหงอนไก่เลย, การพยายาม "ดึงรากหูด" หรือทายากัดหูดที่ซื้อเอง กลับทำให้ผิวบริเวณบอบบางเสียหาย บทความนี้แพทย์ผิวหนังจะอธิบายให้เห็นภาพตั้งแต่ต้นทาง

หูดหงอนไก่ เกิดจากอะไร

หูดหงอนไก่เกิดจากเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) โดยกว่า 90% มาจากสายพันธุ์ที่ 6 และ 11 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำ (low-risk) คือทำให้เกิดหูด แต่ไม่ใช่ตัวการหลักของมะเร็ง

ประเด็นที่ควรเข้าใจให้ถูก:

  • ติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังต่อผิวหนังโดยตรง เป็นหลัก โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก และปาก — เกิดขึ้นได้แม้ไม่มีการหลั่งและแม้ใส่ถุงยาง เพราะเชื้ออยู่บนผิวหนังนอกบริเวณที่ถุงยางคลุมได้

  • ระยะฟักตัวนานและไม่แน่นอน ตั้งแต่ไม่กี่สัปดาห์จนถึงหลายเดือนหรือเป็นปี ทำให้ "ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นหูด" มักไม่ตรงกับ "ช่วงที่เพิ่งมีความสัมพันธ์ครั้งล่าสุด" — การมีหูดจึงไม่ได้แปลว่าคู่ปัจจุบันนอกใจเสมอไป

  • หลายคนติดเชื้อโดยไม่มีอาการ ร่างกายส่วนใหญ่กำจัดเชื้อได้เองตามภูมิคุ้มกัน ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ (เช่น เบาหวานคุมไม่ได้ ตั้งครรภ์ ติดเชื้อ HIV หรือได้ยากดภูมิ) จะเป็นหูดง่ายและเป็นซ้ำง่ายกว่า

ส่วนความเชื่อเรื่องติดจาก แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว หรือฝารองนั่งชักโครก นั้น ในทางการแพทย์ถือว่าเกิดได้ยากมากและไม่ใช่ช่องทางหลัก การโทษวัตถุรอบตัวจึงมักทำให้เข้าใจโรคผิดไป

หูดหงอนไก่ ระยะแรก เป็นอย่างไร

ระยะแรกหูดหงอนไก่มักเป็น ตุ่มเล็ก ๆ สีเนื้อ สีชมพู หรือสีน้ำตาลอ่อน ผิวขรุขระ เริ่มจากจุดเดียวเล็กเท่าหัวเข็มหมุด แล้วค่อย ๆ เพิ่มจำนวนหรือรวมกันเป็นกลุ่มคล้าย ดอกกะหล่ำหรือหงอนไก่ อาจไม่เจ็บไม่คัน จึงถูกมองข้ามในช่วงแรก

ตำแหน่งที่พบบ่อย:

  • ผู้ชาย: ใต้หนังหุ้มปลาย ลำองคชาต ถุงอัณฑะ รอบทวารหนัก และในท่อปัสสาวะ

  • ผู้หญิง: แคมนอก แคมใน ปากช่องคลอด ผนังช่องคลอด ปากมดลูก และรอบทวารหนัก

  • ทั้งสองเพศพบที่ ขาหนีบ ปาก และลำคอ ได้ หากมีการสัมผัสเชื้อบริเวณนั้น

หูดหงอนไก่ในช่องคลอดหรือปากมดลูกในผู้หญิงอาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ต้องอาศัยการตรวจภายในโดยแพทย์ จึงเป็นเหตุผลที่ไม่ควรวินิจฉัยและรักษาเองจากรูปในอินเทอร์เน็ต

ไม่ใช่ทุกตุ่มที่อวัยวะเพศคือหูดหงอนไก่

นี่คือส่วนที่คนไข้กังวลที่สุดและมักหาคำตอบที่ถูกต้องไม่เจอ ตุ่มหรือติ่งหลายอย่างที่อวัยวะเพศเป็น กายวิภาคปกติหรือโรคอื่น ไม่ใช่หูดหงอนไก่ และไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การแยกให้ออกช่วยลดความตื่นตระหนกและป้องกันการรักษาผิด

  • มุกไข่ปลา (Pearly Penile Papules) ในผู้ชาย: ตุ่มเล็กสีขาวหรือสีเนื้อ เรียงเป็นแถวสม่ำเสมอรอบขอบหัวองคชาต ขนาดเท่ากันทุกตุ่ม เป็นกายวิภาคปกติ ไม่ติดต่อ ไม่ต้องรักษา ต่างจากหูดที่ขนาดไม่เท่ากันและกระจายไม่เป็นระเบียบ

  • ต่อมไขมันฟอร์ไดซ์ (Fordyce spots): จุดเหลืองนวลเล็ก ๆ ใต้ผิวหนังบริเวณลำองคชาต แคม หรือริมฝีปาก เป็นต่อมไขมันปกติ ไม่ใช่โรค

  • ตุ่มเนื้อรอบปากช่องคลอด (Vestibular papillomatosis) ในผู้หญิง: ตุ่มนิ่มปลายมนสีชมพู เรียงสมมาตรเป็นแนว ที่ปากช่องคลอด เป็นกายวิภาคปกติ มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นหูด

  • หูดข้าวสุก (Molluscum contagiosum): ตุ่มกลม ผิวเรียบเป็นมัน มีรอยบุ๋มตรงกลาง เกิดจากไวรัสคนละชนิด ไม่ใช่ HPV

  • ติ่งเนื้อ (Skin tags / Acrochordon): ติ่งนิ่มสีเนื้อมีก้านที่ขาหนีบหรือข้อพับ ผิวเรียบ ไม่ขรุขระ ไม่ติดต่อ

  • เริมที่อวัยวะเพศ (Genital herpes): เป็น ตุ่มน้ำใสเป็นกลุ่มแล้วแตกเป็นแผลตื้น เจ็บแสบ ต่างจากหูดที่เป็นติ่งเนื้อแข็งขรุขระและมักไม่เจ็บ

ถ้าตุ่มมี ผิวขรุขระ ขนาดไม่เท่ากัน เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ ให้สงสัยหูดหงอนไก่และไปพบแพทย์ แต่ถ้า เรียงเป็นระเบียบสม่ำเสมอ ขนาดเท่ากัน ไม่เปลี่ยนแปลง มักเป็นกายวิภาคปกติ อย่างไรก็ตามการวินิจฉัยที่แน่นอนต้องให้แพทย์ตรวจ เพราะบางรายต้องใช้การส่องขยายหรือตัดชิ้นเนื้อยืนยัน

"รากหูด" มีจริงไหม ทำไมรักษาแล้วกลับเป็นซ้ำ

คำถามยอดฮิตคือ "ต้องดึงรากหูดออกให้หมดไหม" หรือ "รากหูดสีอะไร" คำตอบทางการแพทย์ชัดเจน:

  • หูดไม่มี "ราก" แบบต้นไม้ ที่ต้องขุดหรือดึงออก หูดคือหนังกำพร้าที่หนาตัวขึ้นจากการติดเชื้อ HPV เชื้อไวรัสอยู่ในเซลล์ผิวหนังชั้นบน ไม่ได้มีเส้นรากหยั่งลึกลงไป

  • สาเหตุที่กลับเป็นซ้ำ ไม่ใช่เพราะ "ดึงรากไม่หมด" แต่เพราะ เชื้อ HPV ยังแฝงอยู่ในผิวหนังปกติรอบ ๆ ที่มองไม่เห็น เมื่อภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ลดลง เชื้อจึงก่อหูดขึ้นใหม่ อัตราการเป็นซ้ำสูงถึง ราว 30–70% ภายใน 6 เดือน ไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีใด

  • การพยายาม แคะ ดึง มัด หรือกัดหูดออกเอง เพื่อ "เอารากออก" จึงไม่ช่วยลดการเป็นซ้ำ แต่เพิ่มความเสี่ยงแผลติดเชื้อ เลือดออก แผลเป็น และทำให้เชื้อกระจายไปยังผิวข้างเคียง

เข้าใจจุดนี้แล้วจะไม่ตกเป็นเหยื่อผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาว่า "ถอนรากหูด" — เป้าหมายที่ถูกต้องคือกำจัดหูดที่เห็นและรอให้ภูมิคุ้มกันควบคุมเชื้อที่เหลือ ไม่ใช่การไล่ล่ารากที่ไม่มีอยู่จริง

หูดหงอนไก่ รักษาเองได้ไหม

คำแนะนำของแพทย์ผิวหนังคือ ไม่ควรรักษาหูดหงอนไก่ด้วยตนเอง โดยเฉพาะการซื้อยาหรือวิธีพื้นบ้านมาใช้กับผิวบริเวณอวัยวะเพศซึ่งบอบบางกว่าผิวทั่วไปมาก

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาด:

  • ยากัดหูด/ยาลอกหูดที่ซื้อเองตามร้าน (เช่น กรดซาลิไซลิกเข้มข้น) ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ออกแบบมาสำหรับหูดที่ฝ่ามือฝ่าเท้าหรือตาปลา ห้ามใช้กับผิวหนังอวัยวะเพศหรือเยื่อบุ เพราะทำให้เกิดแผลไหม้จากสารเคมี แสบ และแผลเป็นได้

  • สมุนไพร น้ำกรด ยาหม่อง หรือการจี้เอง เสี่ยงแผลลึก ติดเชื้อซ้ำ และวินิจฉัยพลาด

  • การมัดโคนหูดหรือตัดออกเอง เสี่ยงเลือดออกและการติดเชื้อ

ยาที่ใช้ได้ผลบางตัวเป็น ยาที่ต้องสั่งจ่ายและใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ เท่านั้น การไปพบแพทย์ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดเสมอไป หลายครั้งเป็นเพียงการยืนยันว่าใช่หูดหรือไม่ แล้ววางแผนวิธีที่เหมาะกับตำแหน่งและจำนวน

วิธีรักษาหูดหงอนไก่ มีอะไรบ้าง

แนวทางสากล (อ้างอิง CDC และ IUSTI-Europe) แบ่งการรักษาเป็นสองกลุ่ม โดย ไม่มีวิธีใดวิธีหนึ่งดีที่สุดสำหรับทุกคน แพทย์เลือกตามขนาด จำนวน ตำแหน่ง และการตอบสนองของแต่ละราย และทุกวิธีมีโอกาสเป็นซ้ำเพราะไม่มีวิธีใดกำจัดไวรัสให้หมดจากร่างกายได้

กลุ่มยาที่คนไข้ทาเองที่บ้านได้ (ภายใต้ใบสั่งแพทย์):

  • อิมิควิโมด (Imiquimod 5% หรือ 3.75%) ครีมกระตุ้นภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ ทาก่อนนอนสัปดาห์ละ 3 ครั้ง นานได้ถึง 16 สัปดาห์ อาจมีผิวแดงระคายเป็นสัญญาณว่ายาออกฤทธิ์

  • โพโดฟิลอกซ์ (Podophyllotoxin 0.5%) ทาวันละ 2 ครั้ง 3 วัน เว้น 4 วัน ทำเป็นรอบ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์

กลุ่มหัตถการที่ทำโดยแพทย์:

  • จี้เย็นด้วยไนโตรเจนเหลว (Cryotherapy) ทำเป็นรอบ ปลอดภัยและใช้ได้ในหญิงตั้งครรภ์

  • จี้ไฟฟ้า (Electrocautery) หรือเลเซอร์ CO2 เหมาะกับหูดจำนวนมากหรือขนาดใหญ่ กำจัดได้ในครั้งเดียว

  • กรดไตรคลอโรอะซิติก (TCA/BCA 80–90%) แพทย์เป็นผู้ทา ทำซ้ำได้รายสัปดาห์

  • ตัดออกด้วยการผ่าตัด สำหรับหูดขนาดใหญ่หรือดื้อต่อยา

ในหญิงตั้งครรภ์มักเลือก จี้เย็น TCA หรือผ่าตัด และหลีกเลี่ยงยาทากลุ่มโพโดฟิลอกซ์ ส่วนหูดในช่องคลอด ปากมดลูก หรือทวารหนัก ต้องให้แพทย์เฉพาะทางประเมินและทำหัตถการ ไม่ใช่การทายาเอง

หูดหงอนไก่ อันตรายไหม เกี่ยวข้องกับมะเร็งหรือไม่

ข่าวดีคือสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ (HPV 6 และ 11) เป็น สายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำ ไม่ใช่ตัวการหลักของมะเร็ง แต่มีข้อควรรู้เพื่อดูแลตัวเองให้ครบ:

  • HPV มีหลายสิบสายพันธุ์ สายพันธุ์ที่ทำให้เกิดหูด (6, 11) กับสายพันธุ์เสี่ยงสูงที่สัมพันธ์กับมะเร็ง (เช่น 16, 18) เป็นคนละกลุ่มกัน แต่ คนหนึ่งอาจติดหลายสายพันธุ์พร้อมกันได้ การมีหูดจึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ตรวจคัดกรองเพิ่ม

  • ผู้หญิงที่เป็นหูดหงอนไก่ควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap smear / HPV DNA) ตามคำแนะนำแพทย์ ไม่ใช่เพราะหูดจะกลายเป็นมะเร็ง แต่เพื่อคัดกรองสายพันธุ์เสี่ยงสูงที่อาจแฝงมาด้วย

  • สัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์ เพราะอาจไม่ใช่หูดธรรมดา ได้แก่ ก้อนที่ แข็งติดแน่น สีคล้ำผิดปกติ เป็นแผลเรื้อรัง มีเลือดออกง่าย หรือโตเร็วผิดปกติ ซึ่งต้องแยกจากรอยโรคก่อนมะเร็งหรือมะเร็งผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ

ป้องกันหูดหงอนไก่ และวัคซีน HPV

  • วัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ (Gardasil 9) ป้องกันได้ทั้งสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดหูด (6, 11) และสายพันธุ์เสี่ยงมะเร็ง (16, 18 และอื่น ๆ) ฉีดได้ทั้งชายและหญิง เริ่มได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี และได้ประโยชน์สูงสุดเมื่อฉีดก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก แต่ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์แล้วก็ยังได้ประโยชน์

  • ถุงยางอนามัย ลดความเสี่ยงได้มากแต่ไม่ 100% เพราะเชื้ออยู่บนผิวหนังนอกบริเวณที่ถุงยางคลุม

  • แจ้งและพาคู่ไปตรวจ หากพบว่าเป็นหูดหงอนไก่ เพราะอาจมีเชื้อโดยไม่มีอาการ

  • ดูแลภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง พักผ่อนเพียงพอ งดสูบบุหรี่ และคุมโรคประจำตัว ช่วยลดการเป็นซ้ำ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ผิวหนัง

ควรไปพบแพทย์เมื่อ:

  • พบตุ่มหรือติ่งเนื้อผิวขรุขระที่อวัยวะเพศ ขาหนีบ หรือรอบทวารหนัก ที่ เพิ่มจำนวนหรือขยายขนาด

  • ไม่แน่ใจว่าตุ่มที่เห็นเป็นหูด กายวิภาคปกติ หรือโรคอื่น (การตรวจให้แน่ใจดีกว่าการเดา)

  • เคยรักษาแล้วกลับเป็นซ้ำ หรือรักษาเองแล้วอาการแย่ลง มีแผล เลือดออก

  • เป็นหญิงตั้งครรภ์ ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือก้อนมีลักษณะน่าสงสัยดังที่กล่าวข้างต้น

การพบแพทย์เฉพาะทางผิวหนังช่วยให้ได้การวินิจฉัยที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงเลือกวิธีรักษาที่เหมาะกับตำแหน่งและจำนวน ลดทั้งความกังวลใจและความเสี่ยงจากการรักษาผิดวิธี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหูดหงอนไก่

หูดหงอนไก่หายเองได้ไหม

ในบางรายที่ภูมิคุ้มกันแข็งแรง หูดอาจยุบเองได้ภายในเวลาหลายเดือนถึงปี แต่เชื้อ HPV ยังคงอยู่ในร่างกายและมีโอกาสกลับเป็นซ้ำ การรักษาช่วยกำจัดหูดที่เห็นเร็วขึ้นและลดการแพร่เชื้อ จึงแนะนำให้พบแพทย์มากกว่ารอดูเอง

เป็นหูดหงอนไก่แปลว่าคู่นอกใจหรือไม่

ไม่จำเป็น เพราะเชื้อ HPV มีระยะฟักตัวนานหลายเดือนถึงปี และหลายคนมีเชื้อโดยไม่มีอาการมานาน การเพิ่งเห็นหูดจึงไม่ได้บอกเวลาที่ติดเชื้อได้แน่นอน

หูดหงอนไก่กับหูดข้าวสุกต่างกันอย่างไร

หูดหงอนไก่ผิวขรุขระคล้ายหงอนไก่ เกิดจากเชื้อ HPV ส่วนหูดข้าวสุกเป็นตุ่มกลมผิวเรียบเป็นมันมีรอยบุ๋มตรงกลาง เกิดจากไวรัสคนละชนิด การรักษาต่างกัน จึงควรให้แพทย์แยกให้ชัด

ต้องดึงรากหูดออกให้หมดไหม

หูดไม่มีรากแบบต้นไม้ การกลับเป็นซ้ำเกิดจากเชื้อ HPV ที่แฝงในผิวหนังข้างเคียง ไม่ใช่จากรากที่ดึงไม่หมด การพยายามดึงหรือแคะเองมีแต่เพิ่มความเสี่ยงแผลและการกระจายเชื้อ

ซื้อยาทาหูดจากร้านมาทาเองได้ไหม

ไม่ควร ยากัดหูดทั่วไปออกแบบมาสำหรับหูดที่มือเท้าหรือตาปลา หากใช้กับผิวอวัยวะเพศจะทำให้แผลไหม้และแผลเป็น ยาที่ใช้ได้ผลกับหูดหงอนไก่เป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายและใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์

ฉีดวัคซีน HPV ตอนเป็นหูดแล้วยังมีประโยชน์ไหม

มีประโยชน์ วัคซีนช่วยป้องกันสายพันธุ์อื่นที่ยังไม่ติด รวมถึงสายพันธุ์เสี่ยงมะเร็ง จึงยังแนะนำแม้เคยเป็นหูดมาแล้ว โดยปรึกษาแพทย์เรื่องช่วงเวลาที่เหมาะสม

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 18 สิงหาคม 2026

ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงแนวทางเวชปฏิบัติสากล (CDC STI Treatment Guidelines และ IUSTI-Europe Guideline for the Management of Anogenital Warts) มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือสั่งการรักษาเฉพาะบุคคล หากมีอาการควรพบแพทย์เพื่อการตรวจและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
กดสิว สิวแบบไหนกดได้ แบบไหนห้ามกด แพทย์ผิวหนังอธิบายขั้นตอนที่ถูกต้อง ทำไมกดเองแล้วเป็นรอย และกี่วันยุบ

กดสิว (comedone extraction) คือหัตถการที่แพทย์ใช้เครื่องมือปลอดเชื้อเปิดรูขุมขนแล้วดันก้อนไขมันและเคราตินที่อุดอยู่ออกมา เหมาะกับ สิวอุดตันหัวดำและหัวขาว (comedones) เท่านั้น ส่วนสิวอักเสบตุ่มแดง สิวห

 
 
 
ยาแก้คัน ยาแก้แพ้กินตัวไหนดี แพทย์ผิวหนังเทียบชนิดง่วงและไม่ง่วง ขนาดยา และเมื่อไรยาแก้แพ้ไม่ช่วย

ยาแก้คันชนิดกิน ส่วนใหญ่คือ ยาแก้แพ้กลุ่มต้านฮิสตามีน (oral antihistamines หรือ H1-antihistamines) ซึ่งออกฤทธิ์ยับยั้งสารฮิสตามีนที่ร่างกายหลั่งออกมาเวลาแพ้ จึงได้ผลดีกับอาการคันจากลมพิษ (urticaria) แ

 
 
 
สิวขึ้นหน้าผาก เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังแยก 7 แบบ สิวเชื้อรา สิวจากผลิตภัณฑ์ผม และวิธีรักษาให้ตรงชนิด

สิวขึ้นหน้าผาก (Forehead acne) คือตุ่มสิวหรือตุ่มคล้ายสิวที่ขึ้นบริเวณหน้าผากและแนวไรผม ซึ่งไม่ใช่โรคเดียว แพทย์ผิวหนังแยกได้อย่างน้อย 7 แบบ ที่พบบ่อยที่สุดคือ สิวอุดตันหัวปิด (closed comedones) สิวเช

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ