top of page

ติ่งเนื้อ เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังอธิบายทำไมขึ้นที่คอและรักแร้ วิธีแยกจากหูดและไฝ และวิธีกำจัดที่ปลอดภัยไม่ให้ติดเชื้อ

3 ส.ค.
ยาว 5 นาที

อัปเดตเมื่อ 3 ต.ค.

ติ่งเนื้อ (skin tag หรือ acrochordon) คือติ่งเนื้อนิ่มขนาดเล็กสีเนื้อถึงน้ำตาลที่ยื่นออกจากผิวหนังโดยมีก้านเล็ก ๆ เกิดจากผิวหนังชั้นบนและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันใต้ผิวงอกยื่นออกมาตรงจุดที่ผิวเสียดสีกันบ่อย เช่น คอ รักแร้ ขาหนีบ และหนังตา ติ่งเนื้อเป็นเนื้องอกธรรมดาที่ไม่ใช่มะเร็ง ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค และไม่ติดต่อ

ติ่งเนื้อพบได้ราว 25–46% ของผู้ใหญ่ และพบมากขึ้นหลังอายุ 40 ปี ส่วนใหญ่มีขนาด 1–5 มม. คำถามที่คนไข้ถามแพทย์ผิวหนังบ่อยที่สุดคือ ติ่งเนื้อเกิดจากอะไร แบบไหนเป็นมะเร็ง หลุดเองได้ไหม มียาทาให้หลุดไหม และตัดเองได้หรือเปล่า บทความนี้ตอบทีละข้อ แยกตามตำแหน่งที่ติ่งเนื้อขึ้น เพราะติ่งที่คอ ที่หนังตา และที่อวัยวะเพศ ต้องดูแลไม่เหมือนกัน พร้อมเปรียบเทียบวิธีกำจัดแต่ละแบบด้านความเจ็บ ระยะพักฟื้น และโอกาสเกิดรอย

ติ่งเนื้อ เกิดจากอะไร

ติ่งเนื้อเกิดจากการที่ผิวหนังชั้นหนังกำพร้าและเนื้อเยื่อคอลลาเจนหลวม ๆ ใต้ผิว รวมทั้งเส้นเลือดเล็ก ๆ งอกยื่นออกมาเป็นติ่ง ยังไม่ทราบกลไกทั้งหมด แต่ปัจจัยที่มีหลักฐานชัดเจนมีดังนี้

  • การเสียดสี เป็นปัจจัยหลัก ติ่งเนื้อจึงขึ้นตามข้อพับที่ผิวถูกกันเองหรือถูกกับเสื้อผ้าและสร้อยคอทุกวัน

  • น้ำหนักเกินและภาวะอ้วน ทำให้มีข้อพับมากขึ้นและเสียดสีมากขึ้น

  • ภาวะดื้ออินซูลินและเบาหวานชนิดที่ 2 ระดับอินซูลินที่สูงกระตุ้นการเจริญของเซลล์ผิวและเนื้อเยื่อใต้ผิว คนที่มีติ่งเนื้อจำนวนมากจึงพบภาวะน้ำตาลในเลือดผิดปกติบ่อยกว่าคนทั่วไป

  • ฮอร์โมน ติ่งเนื้อมักขึ้นใหม่ระหว่างตั้งครรภ์ช่วงไตรมาสที่ 2–3 และในผู้ที่มีฮอร์โมนการเจริญเติบโตเกิน (acromegaly)

  • อายุและพันธุกรรม พบมากขึ้นตามอายุ และบางครอบครัวมีติ่งเนื้อกันหลายคน

  • กลุ่มอาการทางพันธุกรรมที่พบน้อย เช่น Birt–Hogg–Dubé syndrome ซึ่งมีติ่งเนื้อและตุ่มเล็ก ๆ ที่หน้าจำนวนมาก ร่วมกับก้อนที่ไตหรือถุงลมในปอด

ข้อที่ควรรู้คือ ติ่งเนื้อไม่ได้เกิดจากความสกปรก ไม่ได้เกิดจากการแพ้อาหาร และไม่ได้ติดต่อจากการสัมผัสหรือใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน ต่างจากหูดซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส

ติ่งเนื้อมีลักษณะอย่างไร

ติ่งเนื้อธรรมดามีลักษณะที่จำได้ง่าย คือ

  • นิ่ม ยุบตามแรงกด จับโยกไปมาได้ เพราะส่วนใหญ่มีก้านเล็ก ๆ ยึดกับผิว

  • สีเดียวกับผิวหรือน้ำตาลอ่อน ผิวเรียบหรือย่นเล็กน้อย

  • ขนาดเริ่มจากจุดเล็กเท่าหัวเข็ม 1 มม. ไปจนถึง 5 มม. บางติ่งโตได้มากกว่า 1 ซม.

  • ไม่เจ็บ ไม่คัน ยกเว้นถูกเสื้อผ้าหรือสร้อยเกี่ยว หรือบิดขั้วจนขาดเลือด

  • มักมีหลายติ่งในบริเวณเดียวกัน และค่อย ๆ เพิ่มจำนวนช้า ๆ เป็นปี

ถ้าตุ่มที่เห็นแข็ง ผิวขรุขระ มีสีหลายสี มีแผล หรือโตเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์ นั่นไม่ใช่ลักษณะของติ่งเนื้อธรรมดา ควรให้แพทย์ผิวหนังตรวจก่อนคิดเรื่องกำจัด

ใครเสี่ยงมีติ่งเนื้อ และติ่งเนื้อเยอะบอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพ

กลุ่มที่มีติ่งเนื้อบ่อย ได้แก่ ผู้ที่อายุเกิน 40 ปี ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่เป็นเบาหวานหรือก่อนเบาหวาน และผู้ที่มีญาติสายตรงมีติ่งเนื้อมาก

ติ่งเนื้อจำนวนมากเป็น "สัญญาณที่ผิวหนัง" อย่างหนึ่งของภาวะดื้ออินซูลิน โดยเฉพาะเมื่อมีร่วมกับผิวคอหรือรักแร้คล้ำหนาเป็นกำมะหยี่ (acanthosis nigricans) การศึกษาหลายชิ้นพบว่ายิ่งมีติ่งเนื้อมาก โอกาสพบน้ำตาลในเลือดสูงและไขมันในเลือดผิดปกติยิ่งสูงขึ้น

ถ้ามีติ่งเนื้อหลายสิบติ่ง หรือติ่งขึ้นใหม่เร็วผิดปกติ แพทย์มักแนะนำให้ตรวจเลือดดังนี้

  • น้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร (fasting plasma glucose): ปกติต่ำกว่า 100 มก./ดล. ภาวะก่อนเบาหวาน 100–125 มก./ดล. และเบาหวานตั้งแต่ 126 มก./ดล. ขึ้นไป

  • น้ำตาลสะสม (HbA1c): ปกติต่ำกว่า 5.7% ภาวะก่อนเบาหวาน 5.7–6.4% และเบาหวานตั้งแต่ 6.5% ขึ้นไป

  • ไขมันในเลือด และวัดรอบเอว ความดันโลหิต ตามความเหมาะสม

การกำจัดติ่งเนื้อออกไม่ได้แก้ภาวะดื้ออินซูลิน แต่การพบติ่งเนื้อเยอะเป็นโอกาสดีที่จะตรวจสุขภาพก่อนเกิดเบาหวานจริง ผลตรวจที่ผิดปกติควรปรึกษาแพทย์อายุรกรรมต่อ

ติ่งเนื้อที่คอ

ลักษณะ: ติ่งเล็ก 1–3 มม. สีเนื้อหรือน้ำตาล ขึ้นรอบคอด้านข้างและด้านหลังเป็นกลุ่ม บางคนมีหลายสิบติ่ง มักเห็นชัดเวลาใส่เสื้อคอกว้าง

สาเหตุ: การเสียดสีกับปกเสื้อและสร้อยคอ ร่วมกับข้อพับที่คอในผู้ที่น้ำหนักเกิน คอเป็นตำแหน่งที่พบติ่งเนื้อบ่อยที่สุดตำแหน่งหนึ่ง

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่อันตราย ไม่ต้องรีบ กำจัดเมื่อรำคาญ เกี่ยวสร้อย หรือต้องการความเรียบร้อย ถ้ามีผิวคอคล้ำหนาร่วมด้วยควรตรวจน้ำตาลในเลือด

เมื่อไรต้องพบแพทย์: เมื่ออยากกำจัด เมื่อติ่งอักเสบหรือมีเลือดออกจากการเกี่ยว หรือเมื่อมีติ่งขึ้นใหม่จำนวนมากในเวลาไม่กี่เดือน อ่านรายละเอียดเฉพาะตำแหน่งนี้เพิ่มเติมได้ที่ ติ่งเนื้อที่คอ เกิดจากอะไร และกำจัดอย่างไรให้ปลอดภัย

ติ่งเนื้อที่รักแร้และใต้ราวนม

ลักษณะ: ติ่งนิ่มขนาดเล็กถึงกลาง มักมีก้านชัด อยู่ในรอยพับรักแร้และใต้ราวนม ผิวรอบ ๆ อาจคล้ำจากการเสียดสี

สาเหตุ: ความอับชื้นและการเสียดสีของผิวกับผิว และกับสายเสื้อชั้นใน ร่วมกับน้ำหนักตัว

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่อันตราย แต่ติ่งในรอยพับมักถูกเกี่ยวตอนโกนขนหรือถอดเสื้อ ทำให้เลือดออกหรืออักเสบเป็นครั้งคราว

เมื่อไรต้องพบแพทย์: ติ่งถูกโกนจนเลือดออกซ้ำ ติ่งบวมแดงเจ็บ หรือผิวรักแร้คล้ำหนาผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะดื้ออินซูลิน อ่านต่อได้ที่ รักแร้ดำ เกิดจากอะไร และแบบไหนเป็นสัญญาณของเบาหวาน

ติ่งเนื้อที่ขาหนีบและอวัยวะเพศ

ลักษณะ: ติ่งนิ่มสีเนื้อหรือคล้ำ ขึ้นที่ขาหนีบ โคนขาด้านใน และบริเวณอวัยวะเพศภายนอก บางติ่งมีก้านยาวห้อยลง

สาเหตุ: การเสียดสีของต้นขาและชุดชั้นใน ความอับชื้น และฮอร์โมน โดยเฉพาะช่วงตั้งครรภ์

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ติ่งเนื้อธรรมดาไม่อันตราย แต่ตำแหน่งนี้มีโรคที่หน้าตาคล้ายกันหลายโรค โดยเฉพาะ หูดหงอนไก่ (genital warts) ซึ่งติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ผิวขรุขระคล้ายดอกกะหล่ำ และมักขึ้นเป็นกลุ่ม การรักษาและการดูแลคู่นอนจึงต่างกันมาก

เมื่อไรต้องพบแพทย์: ควรให้แพทย์ตรวจทุกครั้งที่มีติ่งขึ้นที่อวัยวะเพศ ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นติ่งเนื้อธรรมดา และไม่ควรใช้ยากัดหรือตัดเอง อ่านวิธีแยกเพิ่มเติมได้ที่ หูดหงอนไก่ เกิดจากอะไร วิธีแยกจากติ่งเนื้อและมุกไข่ปลา

ติ่งเนื้อที่ทวารหนัก

ลักษณะ: ติ่งผิวหนังนิ่มสีเนื้อที่ขอบรูทวาร มักมี 1–2 ติ่ง ไม่เจ็บ แต่ทำให้ทำความสะอาดหลังขับถ่ายยาก

สาเหตุ: ต่างจากติ่งเนื้อตามข้อพับ ติ่งที่ทวารหนักส่วนใหญ่เป็นผิวหนังที่เหลือค้างหลังริดสีดวงทวารภายนอกยุบ หรือเกิดคู่กับแผลปริที่ขอบทวาร (anal fissure) บางรายสัมพันธ์กับโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง เช่น โรคโครห์น (Crohn's disease)

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ตัวติ่งไม่อันตราย แต่ต้องแยกจากริดสีดวง หูดหงอนไก่ และก้อนผิดปกติอื่น ๆ

เมื่อไรต้องพบแพทย์: มีเลือดออกทางทวารหนัก ปวดเวลาขับถ่าย ท้องเสียเรื้อรัง น้ำหนักลด หรือติ่งโตขึ้นเรื่อย ๆ ควรพบแพทย์ศัลยกรรมหรือแพทย์ระบบทางเดินอาหารเพื่อตรวจหาสาเหตุร่วมด้วย

ติ่งเนื้อที่หนังตาและรอบดวงตา

ลักษณะ: ติ่งเล็กมาก 1–2 มม. ขึ้นที่ขอบหนังตาบนหรือล่าง และผิวรอบดวงตา บางรายมีหลายติ่งเรียงกัน

สาเหตุ: ผิวหนังตาบางและขยับตลอดเวลา ร่วมกับอายุและปัจจัยทางเมตาบอลิก

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่อันตราย แต่การกำจัดต้องระวังเป็นพิเศษเพราะอยู่ใกล้ลูกตา ห้ามใช้ยากัด สเปรย์เย็น หรือผูกด้ายเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้กระจกตาบาดเจ็บหรือหนังตาเป็นแผลดึงรั้ง

เมื่อไรต้องพบแพทย์: เมื่ออยากกำจัด หรือติ่งที่ขอบตาทำให้ระคายเคืองตา ตุ่มที่ขอบหนังตาซึ่งทำให้ขนตาร่วงหรือมีแผลไม่ใช่ติ่งเนื้อธรรมดา ต้องให้แพทย์ตรวจโดยเร็ว

ติ่งเนื้อขนาดใหญ่ที่ห้อยยาน

ลักษณะ: ติ่งนิ่มขนาดตั้งแต่ 1 ซม. ไปจนถึงหลายเซนติเมตร มีก้านยาวคล้ายถุงห้อย พบที่ขาหนีบ ต้นขา หลัง และใต้ราวนม ชื่อทางการแพทย์คือ fibroepithelial polyp

สาเหตุ: เหมือนติ่งเนื้อทั่วไป แต่ปล่อยไว้นานจนโต

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่ติ่งใหญ่มักบิดขั้วจนบวมคล้ำ เจ็บ หรือเป็นแผลจากการเสียดสี และมีเส้นเลือดใหญ่กว่าติ่งเล็ก จึงเลือดออกมากกว่าถ้าไปดึงหรือตัดเอง

เมื่อไรต้องพบแพทย์: ติ่งที่ใหญ่กว่า 1 ซม. ควรให้แพทย์ตัดออกในห้องหัตถการ ฉีดยาชา และพิจารณาส่งชิ้นเนื้อตรวจ เพราะโอกาสเป็นเนื้องอกชนิดอื่นสูงกว่าติ่งเล็ก

ติ่งเนื้อระหว่างตั้งครรภ์ และติ่งเนื้อในเด็ก

ระหว่างตั้งครรภ์: ติ่งเนื้อมักขึ้นใหม่ที่คอ รักแร้ และใต้ราวนมในไตรมาสที่ 2–3 จากฮอร์โมนและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น บางติ่งยุบเล็กลงเองหลังคลอดหลายเดือน ส่วนใหญ่จึงรอกำจัดหลังคลอดได้ ยกเว้นติ่งที่เลือดออกซ้ำหรือบิดขั้วเจ็บ ซึ่งแพทย์ตัดออกได้ภายใต้ยาชาเฉพาะที่ ยาชาลิโดเคน (lidocaine) ที่ใช้ในปริมาณน้อยสำหรับหัตถการผิวหนังถือว่าใช้ได้ในหญิงตั้งครรภ์

ในเด็ก: ติ่งเนื้อแบบผู้ใหญ่พบน้อยในเด็ก ถ้าเด็กมีติ่งเนื้อหลายติ่งร่วมกับคอดำ ควรตรวจภาวะน้ำหนักเกินและดื้ออินซูลิน ส่วน ติ่งเนื้อหน้าหูที่มีตั้งแต่แรกเกิด (accessory tragus หรือ preauricular tag) เป็นคนละโรคกับติ่งเนื้อ มักมีกระดูกอ่อนอยู่ข้างใน ห้ามผูกด้ายหรือตัดเอง และควรให้กุมารแพทย์ตรวจการได้ยินร่วมด้วย

ติ่งเนื้อ กับ กระเนื้อ หูด ไฝ ต่างกันอย่างไร

คนไทยจำนวนมากเรียกตุ่มนูนที่ผิวทุกแบบว่า "ติ่งเนื้อ" แต่ตุ่มที่หน้าตาคล้ายกันมีอย่างน้อย 6 โรค และแต่ละโรคกำจัดไม่เหมือนกัน

แพทย์ผิวหนังแยกโรคเหล่านี้ได้ด้วยการดูด้วยตาร่วมกับกล้องส่องผิวหนัง (dermoscopy) ในเวลาไม่กี่นาที การแยกถูกตั้งแต่แรกสำคัญ เพราะการจี้หูดแบบจี้ติ่งเนื้อทำให้หูดลามได้ และการตัดไฝผิดปกติแบบตัดติ่งทำให้เสียโอกาสตรวจชิ้นเนื้อ

ติ่งเนื้อแบบไหนอันตราย แบบไหนเป็นมะเร็ง

ติ่งเนื้อธรรมดาไม่กลายเป็นมะเร็ง ในรายงานการตรวจชิ้นเนื้อติ่งผิวหนังหลายพันชิ้น พบมะเร็งน้อยกว่าครึ่งเปอร์เซ็นต์ และกรณีเหล่านั้นแทบทั้งหมดเป็นก้อนมะเร็งที่หน้าตาคล้ายติ่งตั้งแต่แรก ไม่ใช่ติ่งเนื้อที่เปลี่ยนไป

สัญญาณที่บอกว่าตุ่มนั้น อาจไม่ใช่ติ่งเนื้อธรรมดา และควรพบแพทย์เพื่อพิจารณาตัดชิ้นเนื้อตรวจ มีดังนี้

  • โตเร็วผิดปกติภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน

  • แข็ง ฐานกว้าง ไม่มีก้าน หรือยึดติดกับเนื้อข้างใต้

  • สีไม่สม่ำเสมอ มีหลายสี ดำสนิท หรือมีขอบไม่ชัด

  • มีแผล สะเก็ด หรือเลือดออกเองโดยไม่ได้ถูกเกี่ยว

  • มีผิวมันวาวคล้ายมุกและเห็นเส้นเลือดฝอยบนผิว ซึ่งเป็นลักษณะของมะเร็งผิวหนังชนิดเบซัลเซลล์

  • ขึ้นในตำแหน่งที่ไม่ใช่ข้อพับ เช่น กลางหลัง หนังศีรษะ หรือฝ่ามือฝ่าเท้า

  • ขึ้นที่อวัยวะเพศหรือทวารหนัก

ถ้ามีสัญญาณข้อใดข้อหนึ่ง ควรตรวจกับแพทย์ผิวหนังก่อนกำจัด อ่านสัญญาณเตือนมะเร็งผิวหนังทั้งหมดได้ที่ มะเร็งผิวหนัง สัญญาณเตือนหลัก ABCDE และวิธีรักษา

ติ่งเนื้อหลุดเองได้ไหม

ติ่งเนื้อส่วนใหญ่ ไม่หลุดเอง และอยู่ไปได้หลายปี แต่มีกรณีที่ติ่งหลุดเองได้ คือเมื่อก้านบิดหมุนจนเลือดไปเลี้ยงไม่ได้ (torsion) หรือเส้นเลือดในติ่งอุดตัน

  • ระยะแรก: ติ่งบวม แดงคล้ำ และเจ็บ ภายใน 24–48 ชั่วโมง

  • ระยะต่อมา: ติ่งเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มจนดำ แห้ง และแข็งขึ้น

  • หลุด: ส่วนใหญ่หลุดเองภายในไม่กี่วันถึงราว 1–2 สัปดาห์ เหลือแผลเล็ก ๆ ที่หายใน 5–7 วัน

ระหว่างรอ ให้ล้างด้วยน้ำเกลือหรือน้ำสะอาด ซับให้แห้ง และทาปิโตรเลียมเจลลีบาง ๆ ห้ามดึงหรือตัดเองแม้ติ่งจะดำแล้ว ควรพบแพทย์ถ้าเจ็บมาก บวมแดงลามออกรอบ ๆ มีหนอง มีไข้ หรือเลือดออกไม่หยุดหลังกดนาน 10–15 นาที

ติ่งที่เปลี่ยนเป็นสีดำโดยไม่มีอาการบวมเจ็บนำมาก่อน หรือดำค้างอยู่หลายสัปดาห์โดยไม่หลุด ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นติ่งบิดขั้ว เพราะก้อนที่มีเม็ดสีอาจเป็นไฝผิดปกติได้

หมอตรวจติ่งเนื้ออย่างไร

การตรวจติ่งเนื้อใช้เวลาไม่นาน ส่วนใหญ่ไม่ต้องเจาะเลือดหรือตรวจพิเศษ

  1. ซักประวัติ: ติ่งขึ้นมานานเท่าไร โตเร็วไหม เคยเลือดออกหรือเจ็บหรือเปล่า มีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ หรือมีญาติที่มีติ่งเนื้อมากหรือไม่

  2. ดูด้วยตาและกล้องส่องผิวหนัง: ดูก้าน สี เส้นเลือด และลวดลายผิว เพื่อแยกจากกระเนื้อ หูด ไฝ และมะเร็งผิวหนัง

  3. ตรวจหาสัญญาณร่วม: เช่น ผิวคอและรักแร้คล้ำหนา ซึ่งบ่งถึงภาวะดื้ออินซูลิน

  4. พิจารณาตรวจชิ้นเนื้อ: เฉพาะติ่งที่ใหญ่ ผิดลักษณะ หรืออยู่ในตำแหน่งที่มีโรคคล้ายกันมาก เช่น อวัยวะเพศ

  5. วางแผนกำจัด: เลือกวิธีตามขนาด จำนวน ตำแหน่ง และสีผิว

การเตรียมตัวก่อนพบแพทย์: แจ้งยาที่ใช้ประจำ โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน (aspirin) วาร์ฟาริน (warfarin) และโคลพิโดเกรล (clopidogrel) ห้ามหยุดยาเองก่อนปรึกษาแพทย์ที่สั่งยา แจ้งประวัติแพ้ยาชา และถ้ามีติ่งที่คอ ควรใส่เสื้อคอกว้างและไม่ใส่สร้อยในวันที่มา

ติ่งเนื้อทำยังไงให้หาย: ภาพรวมวิธีกำจัดโดยแพทย์

ติ่งเนื้อไม่ได้ต้องรักษาทุกติ่ง ถ้าไม่รำคาญและไม่มีสัญญาณผิดปกติ ปล่อยไว้ได้ การกำจัดทำเมื่อติ่งเกี่ยวเสื้อผ้า เลือดออกซ้ำ อักเสบ หรือรบกวนความมั่นใจ ยังไม่มียากินหรือยาทาที่มีหลักฐานว่าทำให้ติ่งเนื้อหลุดได้ วิธีที่ได้ผลคือการเอาติ่งออกโดยแพทย์ ซึ่งมี 4 วิธีหลัก

  • ตัดด้วยกรรไกรหรือมีดผ่าตัด: เจ็บน้อยมากเมื่อฉีดยาชา แผลหายใน 5–7 วัน เหมาะกับติ่งที่มีก้านทุกขนาด และได้ชิ้นเนื้อไว้ส่งตรวจ

  • จี้ไฟฟ้า: เหมาะกับติ่งเล็ก 1–3 มม. จำนวนมาก สะเก็ดหลุดใน 7–10 วัน เสี่ยงรอยดำชั่วคราวในผิวคนเอเชีย

  • จี้เย็นด้วยไนโตรเจนเหลว: ไม่ต้องฉีดยาชาสำหรับติ่งเล็ก ติ่งหลุดใน 7–14 วัน เสี่ยงรอยด่างขาวในคนผิวสีเข้ม ไม่เหมาะกับหนังตา

  • เลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์: เหมาะกับติ่งจิ๋วจำนวนมากบนผิวบาง สะเก็ดหลุดใน 5–7 วัน แต่ผิวยังแดงต่อได้ 2–6 สัปดาห์

ในทางปฏิบัติ แพทย์มักใช้หลายวิธีร่วมกันในครั้งเดียว เช่น ตัดติ่งที่มีก้านใหญ่ และจี้ติ่งจิ๋วรอบ ๆ ติ่งเล็กหลายสิบติ่งในบริเวณเดียวกันทำได้ในการนัดครั้งเดียว ขึ้นกับตำแหน่ง สีผิว และความทนของผู้ป่วย การเลือกวิธีเป็นการตัดสินของแพทย์ที่ตรวจ

ตัดติ่งเนื้อด้วยกรรไกรหรือมีดผ่าตัด

การตัดด้วยกรรไกรปลายแหลมหรือมีดผ่าตัดที่ปลอดเชื้อ (snip excision หรือ shave excision) เป็นวิธีพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุด

  • ยาชา: ฉีดยาชาลิโดเคน (lidocaine) 1% ปริมาณเล็กน้อยที่โคนติ่ง เจ็บแค่ตอนเข็มแทงไม่กี่วินาที ติ่งจิ๋วที่ก้านเล็กกว่า 1–2 มม. บางครั้งตัดได้โดยไม่ต้องฉีดยาชา หรือใช้ครีมยาชาลิโดเคนผสมไพรโลเคน (lidocaine/prilocaine 2.5%/2.5%) ทาก่อน 45–60 นาที

  • การห้ามเลือด: กดผ้าก๊อซ แตะยาห้ามเลือดอะลูมิเนียมคลอไรด์ (aluminium chloride) หรือจี้ไฟฟ้าเบา ๆ ที่ฐาน ติ่งใหญ่ที่ฐานกว้างกว่า 5 มม. อาจต้องเย็บ 1–2 เข็ม และตัดไหมใน 7–10 วัน

  • การหาย: แผลเล็กตกสะเก็ดและหายใน 5–7 วัน

  • ข้อดี: หลุดหมดในครั้งเดียว และได้ชิ้นเนื้อไว้ส่งตรวจถ้าติ่งดูผิดปกติ

  • ข้อจำกัด: ถ้าติ่งจิ๋วจำนวนมากจะใช้เวลานาน มักใช้คู่กับการจี้

จี้ติ่งเนื้อด้วยไฟฟ้า

การจี้ไฟฟ้า (electrodesiccation หรือ electrocautery) ใช้ความร้อนจากกระแสไฟฟ้าความถี่สูงทำให้ติ่งแห้งและหลุด พร้อมปิดเส้นเลือดไปในตัว

  • เหมาะกับ: ติ่งเล็ก 1–3 มม. ที่ขึ้นหลายสิบติ่งที่คอและรักแร้

  • ยาชา: ทาครีมยาชาก่อน หรือฉีดยาชาเฉพาะจุดสำหรับติ่งที่ใหญ่กว่า

  • การหาย: เป็นสะเก็ดสีน้ำตาลเล็ก ๆ หลุดใน 7–10 วัน ติ่งที่ใหญ่กว่าอาจใช้ 10–14 วัน

  • ผลข้างเคียงที่พบบ่อย: รอยดำหลังการอักเสบ (post-inflammatory hyperpigmentation) ในผิวคนเอเชีย มักจางเองใน 1–3 เดือน บางรายนานถึง 6 เดือน ถ้าจี้ลึกเกินไปอาจเป็นรอยบุ๋มหรือแผลเป็น

  • อะไรทำให้ผลดีหรือไม่ดี: การจี้ตื้นและพอดีกับขนาดติ่ง การไม่แกะสะเก็ด และการกันแดดหลังทำ เป็นตัวตัดสินว่าจะเหลือรอยหรือไม่

ข้อห้ามที่ต้องแจ้งแพทย์ก่อน คือการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจหรือเครื่องมือฝังในร่างกายที่ใช้ไฟฟ้า แพทย์จะเลือกวิธีอื่นแทน

จี้เย็นติ่งเนื้อด้วยไนโตรเจนเหลว

การจี้เย็น (cryotherapy) ใช้ไนโตรเจนเหลวอุณหภูมิประมาณ −196 องศาเซลเซียส พ่นหรือแตะที่ติ่ง หรือใช้คีมที่จุ่มไนโตรเจนเหลวหนีบก้านติ่งไว้ 5–10 วินาที

  • เหมาะกับ: ติ่งเล็กที่มีก้านบาง บนผิวที่ไม่ใช่หนังตา

  • ความรู้สึก: แสบเย็นจี๊ดช่วงสั้น ๆ ส่วนใหญ่ไม่ต้องฉีดยาชา

  • การหาย: 24–48 ชั่วโมงแรกอาจพองเป็นตุ่มน้ำ จากนั้นติ่งแห้งและหลุดใน 7–14 วัน

  • ผลข้างเคียง: รอยด่างขาว (hypopigmentation) หรือรอยดำในผิวคนเอเชียและผิวสีเข้ม บางครั้งติ่งไม่หลุดหมดในครั้งเดียว ต้องจี้ซ้ำ

  • ไม่เหมาะ: ติ่งที่หนังตาและติ่งใหญ่ที่ก้านหนา

เลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์สำหรับติ่งเนื้อ

เลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 laser) ใช้พลังงานแสงทำให้น้ำในเนื้อเยื่อระเหย จึงเอาติ่งออกทีละชั้นได้อย่างแม่นยำ

  • เหมาะกับ: ติ่งจิ๋วจำนวนมากบนผิวบาง เช่น รอบดวงตาด้านนอกและคอ และตุ่มที่อยู่ใกล้กันมาก

  • ยาชา: ทาครีมยาชาก่อนทำ 45–60 นาที

  • การหาย: สะเก็ดหลุดใน 5–7 วัน ผิวตรงนั้นเป็นสีชมพูต่ออีก 2–6 สัปดาห์

  • ผลข้างเคียง: รอยดำชั่วคราว รอยแดงนานกว่าวิธีอื่น และแผลเป็นถ้าเลเซอร์ลึกเกินไป

  • ข้อจำกัด: ไม่ได้ชิ้นเนื้อไว้ตรวจ จึงใช้เฉพาะกับติ่งที่แพทย์มั่นใจว่าเป็นติ่งเนื้อธรรมดา

ผลการกำจัดติ่งเนื้อด้วยทุกวิธีขึ้นกับแต่ละบุคคล การประเมินและการทำหัตถการต้องทำโดยแพทย์

ยาทาติ่งเนื้อ ครีม แผ่นแปะ และสเปรย์จี้เย็น ได้ผลไหม

คำถามที่พบบ่อยมากคือ มียาทาหรือครีมที่ทำให้ติ่งเนื้อหลุดได้ไหม คำตอบตามหลักฐานทางการแพทย์ในปัจจุบันคือ ยังไม่มียาทาที่พิสูจน์แล้วว่ากำจัดติ่งเนื้อได้อย่างปลอดภัย

  • ยากัดหูดกรดซาลิไซลิก (salicylic acid): ออกแบบมาสำหรับหูดที่ผิวหนา ไม่ใช่ติ่งเนื้อ ทาบนผิวบางที่คอหรือข้อพับมักทำให้ผิวรอบ ๆ ไหม้ เป็นแผล และเป็นรอยดำ

  • ครีมและเซรั่มกำจัดติ่งเนื้อที่ขายออนไลน์: หลายผลิตภัณฑ์มีสารกัดผิว เช่น กรดเข้มข้นหรือสารสกัดที่ทำให้ผิวไหม้ องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) เคยออกคำเตือนผู้บริโภคว่าผลิตภัณฑ์กำจัดไฝและติ่งเนื้อที่ซื้อใช้เองไม่ได้รับการรับรอง และมีรายงานแผลไหม้และแผลเป็น

  • น้ำมันทีทรี น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิล และกระเทียม: ไม่มีงานวิจัยที่ดีรองรับ และน้ำส้มสายชูหรือกระเทียมที่ปิดทิ้งไว้บนผิวทำให้ผิวไหม้จากสารเคมีได้

  • สเปรย์จี้เย็นแบบซื้อใช้เอง: ให้ความเย็นราว −55 องศาเซลเซียส เทียบกับไนโตรเจนเหลวที่แพทย์ใช้ประมาณ −196 องศาเซลเซียส จึงมักไม่พอให้ติ่งหลุด แต่พอทำให้ผิวรอบ ๆ พองและเป็นรอย

  • แผ่นแปะหรือยางรัดติ่งเนื้อ: หลักการเหมือนการผูกด้าย มีความเสี่ยงเดียวกัน คือเจ็บ ติดเชื้อ และใช้กับติ่งที่ไม่ใช่ติ่งเนื้อจะทำให้วินิจฉัยช้า

ปัญหาสำคัญที่สุดของการรักษาเองไม่ใช่แค่แผลไหม้ แต่คือการใช้ยากับตุ่มที่ไม่ใช่ติ่งเนื้อ เช่น ไฝผิดปกติหรือมะเร็งผิวหนังระยะแรก ซึ่งทำให้เสียโอกาสวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ

ผูกด้าย ตัดเอง ดึงเอง ทำไมไม่ควรทำ

การใช้ด้าย เส้นผม หรือไหมขัดฟันผูกโคนติ่งให้ขาดเลือดเป็นวิธีที่คนไทยใช้กันมาก บางครั้งติ่งเล็กก็หลุดได้จริง แต่ความเสี่ยงมากกว่าประโยชน์

  • เจ็บและอักเสบ: ติ่งที่ถูกรัดจะบวมคล้ำและเจ็บหลายวันก่อนหลุด

  • ติดเชื้อ: ด้ายและผิวรอบ ๆ ไม่สะอาด แผลที่โคนติ่งจึงติดเชื้อแบคทีเรียได้ บางรายลุกลามเป็นผิวหนังอักเสบ

  • เลือดออก: ติ่งใหญ่มีเส้นเลือดที่ก้าน การตัดหรือดึงเองอาจเลือดออกนานกว่าที่คิด โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด

  • ติ่งหลุดไม่หมด: เหลือโคนติ่งที่กลายเป็นตุ่มแข็ง หรือแผลเป็นนูน

  • วินิจฉัยพลาด: ถ้าตุ่มนั้นเป็นหูด การตัดเองทำให้เชื้อลาม ถ้าเป็นไฝผิดปกติหรือมะเร็ง ชิ้นเนื้อจะหายไปโดยไม่ได้ตรวจ

ผู้ที่เป็นเบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือใช้ยาละลายลิ่มเลือด ไม่ควรผูก ตัด หรือดึงติ่งเนื้อเองเลย และห้ามทำกับติ่งที่หนังตา อวัยวะเพศ และทวารหนัก

ดูแลแผลหลังกำจัดติ่งเนื้อ กี่วันหาย

การดูแลหลังทำหัตถการมีผลโดยตรงต่อการเกิดรอย

  • 24 ชั่วโมงแรก: รักษาแผลให้แห้ง ถ้ามีเลือดซึมให้กดด้วยผ้าก๊อซสะอาด 10 นาที

  • หลังจากนั้น: ล้างแผลวันละ 1–2 ครั้งด้วยน้ำเกลือหรือน้ำสะอาดกับสบู่อ่อน ซับให้แห้ง แล้วทาปิโตรเลียมเจลลีบาง ๆ จนสะเก็ดหลุด งานวิจัยพบว่าปิโตรเลียมเจลลีช่วยแผลหายได้ใกล้เคียงกับยาทาปฏิชีวนะ โดยเสี่ยงแพ้น้อยกว่า

  • ห้ามแกะสะเก็ด: ปล่อยให้หลุดเอง ส่วนใหญ่ 5–14 วันตามวิธีที่ใช้

  • กันแดด: แผลที่หน้าและคอควรทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป หลังสะเก็ดหลุดต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อลดรอยดำ

  • หลีกเลี่ยงการเสียดสี: งดสร้อยคอและเสื้อคอแน่น 1 สัปดาห์ งดโกนขนรักแร้บริเวณแผลจนแผลหาย

  • ถ้าแผลติดเชื้อ: แดงร้อนลามออก ปวดมากขึ้น หรือมีหนอง ควรกลับมาพบแพทย์ แพทย์อาจสั่งยาทาปฏิชีวนะ เช่น มิวพิโรซิน (mupirocin) 2% หรือกรดฟิวซิดิก (fusidic acid) 2% วันละ 3 ครั้ง 5–7 วัน ตามที่ประเมิน

รอยดำหลังจี้ส่วนใหญ่จางเองใน 1–3 เดือน ถ้ายังไม่จางหลัง 3 เดือน แพทย์อาจพิจารณายาทาลดรอยดำต่อ

ติ่งเนื้อกลับมาขึ้นใหม่ไหม ป้องกันอย่างไร

ติ่งที่ถูกตัดออกหมดถึงโคนมักไม่กลับมาที่จุดเดิม แต่เพราะปัจจัยที่ทำให้เกิดติ่งเนื้อยังอยู่ ติ่งใหม่จึงขึ้นที่จุดอื่นได้เรื่อย ๆ หลายคนจึงต้องกำจัดติ่งใหม่ทุก 1–2 ปี

สิ่งที่ช่วยลดการเกิดติ่งใหม่ได้

  • ลดน้ำหนักถ้าน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักเพียง 5–10% ของน้ำหนักตัวช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินดีขึ้น

  • คุมน้ำตาลและไขมันในเลือดถ้ามีภาวะก่อนเบาหวานหรือเบาหวาน ตามคำแนะนำของแพทย์อายุรกรรม

  • ลดการเสียดสี เช่น ใส่เสื้อคอหลวม เลี่ยงสร้อยคอที่ถูผิวทั้งวัน เลือกเสื้อชั้นในที่สายไม่ถูข้อพับ

  • รักษาข้อพับให้แห้ง ซับเหงื่อหลังออกกำลังกาย

การลดน้ำหนักไม่ได้ทำให้ติ่งที่มีอยู่แล้วหลุดไป แต่ช่วยชะลอการเกิดติ่งใหม่และดีต่อสุขภาพโดยรวม

เมื่อไรควรพบแพทย์ผิวหนัง

  • ไม่แน่ใจว่าตุ่มที่เห็นเป็นติ่งเนื้อ กระเนื้อ หูด หรือไฝ

  • ติ่งโตเร็ว แข็ง สีเปลี่ยน มีหลายสี มีแผล หรือเลือดออกเอง

  • ติ่งขึ้นที่อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือขอบหนังตา

  • ติ่งบิดขั้วจนบวมเจ็บ มีหนอง มีไข้ หรือเลือดออกไม่หยุดหลังกด 10–15 นาที

  • มีติ่งเนื้อหลายสิบติ่ง หรือขึ้นใหม่เร็ว โดยเฉพาะร่วมกับคอหรือรักแร้คล้ำหนา

  • ติ่งเกี่ยวเสื้อผ้า เลือดออกซ้ำ หรือรบกวนชีวิตประจำวัน และต้องการกำจัดอย่างปลอดภัย

สรุปสั้น ๆ

  • ติ่งเนื้อ (skin tag) เป็นติ่งนิ่มมีก้านที่ไม่ใช่มะเร็งและไม่ติดต่อ เกิดจากการเสียดสี น้ำหนักเกิน ภาวะดื้ออินซูลิน ฮอร์โมน และอายุ

  • ติ่งเนื้อจำนวนมากเป็นสัญญาณให้ตรวจน้ำตาลในเลือด เบาหวานคือน้ำตาลหลังอดอาหารตั้งแต่ 126 มก./ดล. หรือ HbA1c ตั้งแต่ 6.5%

  • ตุ่มที่แข็ง โตเร็ว สีไม่สม่ำเสมอ มีแผล หรือขึ้นที่อวัยวะเพศ อาจไม่ใช่ติ่งเนื้อ ต้องให้แพทย์ตรวจ

  • ติ่งเนื้อหลุดเองได้เฉพาะเมื่อบิดขั้วจนขาดเลือด ติ่งจะคล้ำดำแล้วหลุดในไม่กี่วันถึง 1–2 สัปดาห์

  • ยังไม่มียาทาที่พิสูจน์แล้วว่ากำจัดติ่งเนื้อได้ วิธีที่ได้ผลคือแพทย์ตัด จี้ไฟฟ้า จี้เย็น หรือใช้เลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์ แผลหายใน 5–14 วัน

  • อย่าผูกด้าย ตัด หรือดึงติ่งเนื้อเอง โดยเฉพาะที่หนังตา อวัยวะเพศ และทวารหนัก

คำถามที่พบบ่อยเรื่องติ่งเนื้อ

ติ่งเนื้อทำยังไงให้หาย

ติ่งเนื้อไม่หายเองด้วยการทายาหรือกินยา วิธีที่ได้ผลคือให้แพทย์ผิวหนังเอาออก ติ่งที่มีก้านใช้การตัดด้วยกรรไกรปลอดเชื้อหลังฉีดยาชา ติ่งเล็กจำนวนมากใช้การจี้ไฟฟ้าหรือเลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนติ่งเล็กบนผิวที่ไม่ใช่หนังตาอาจใช้การจี้เย็นด้วยไนโตรเจนเหลว แผลส่วนใหญ่หายใน 5–14 วัน ติ่งที่เอาออกหมดมักไม่กลับมาที่เดิม แต่ติ่งใหม่ขึ้นที่อื่นได้ถ้ายังมีการเสียดสีหรือภาวะดื้ออินซูลิน

ติ่งเนื้อแบบไหนที่เป็นมะเร็ง

ติ่งเนื้อธรรมดาไม่กลายเป็นมะเร็ง ในรายงานการตรวจชิ้นเนื้อพบมะเร็งน้อยกว่าครึ่งเปอร์เซ็นต์ และมักเป็นก้อนมะเร็งที่หน้าตาคล้ายติ่งตั้งแต่แรก สัญญาณที่ต้องให้แพทย์ตรวจ คือ ตุ่มโตเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์ แข็งหรือฐานกว้าง สีไม่สม่ำเสมอหรือดำสนิท มีแผลหรือเลือดออกเอง ผิวมันวาวคล้ายมุกมีเส้นเลือดฝอย หรือขึ้นที่อวัยวะเพศ แพทย์อาจตัดตุ่มนั้นออกทั้งหมดแล้วส่งชิ้นเนื้อตรวจทางพยาธิวิทยา

ยาอะไรใช้ทาติ่งเนื้อที่หลุดได้ง่าย?

ปัจจุบันยังไม่มียาทาที่มีหลักฐานว่าทำให้ติ่งเนื้อหลุดได้อย่างปลอดภัย ยากัดหูดกรดซาลิไซลิกทำมาสำหรับหูดที่ผิวหนา ถ้าทาบนติ่งที่คอหรือข้อพับมักทำให้ผิวรอบ ๆ ไหม้และเป็นรอยดำ ครีมกำจัดติ่งที่ขายออนไลน์ น้ำส้มสายชู และกระเทียม ก็เสี่ยงแผลไหม้เช่นกัน ถ้าต้องการให้ติ่งหลุด ควรให้แพทย์ตัดหรือจี้ ซึ่งใช้เวลาไม่กี่นาทีและแผลหายใน 1–2 สัปดาห์

ครีมกำจัดติ่งเนื้อยี่ห้อไหนดี

แพทย์ผิวหนังไม่แนะนำครีมกำจัดติ่งเนื้อยี่ห้อใด เพราะยังไม่มีผลิตภัณฑ์ที่พิสูจน์ว่าได้ผลและปลอดภัย องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาเคยเตือนว่าผลิตภัณฑ์กำจัดไฝและติ่งเนื้อที่ซื้อใช้เองไม่ได้รับการรับรอง และมีรายงานแผลไหม้กับแผลเป็น อีกปัญหาคือถ้าตุ่มนั้นไม่ใช่ติ่งเนื้อ เช่น เป็นไฝผิดปกติ การทาครีมจะทำให้วินิจฉัยช้า วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือให้แพทย์ตรวจและกำจัดด้วยเครื่องมือปลอดเชื้อ

มีติ่งเนื้อที่อวัยวะเพศหญิง เกิดจากอะไรได้บ้าง?

ติ่งที่อวัยวะเพศหญิงอาจเป็นติ่งเนื้อธรรมดาจากการเสียดสี ความอับชื้น และฮอร์โมนช่วงตั้งครรภ์ แต่ตำแหน่งนี้มีโรคที่หน้าตาคล้ายกันหลายโรค ที่สำคัญคือหูดหงอนไก่จากเชื้อ HPV ซึ่งติดต่อทางเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ยังมีตุ่มเนื้อเล็ก ๆ ปกติที่ปากช่องคลอด (vestibular papillomatosis) และหูดข้าวสุก จึงควรให้แพทย์ตรวจทุกครั้ง ไม่ควรสรุปเองหรือใช้ยากัด และไม่ควรตัดเอง

ติ่งเนื้อ หลุดเองได้ไหม

ติ่งเนื้อส่วนใหญ่ไม่หลุดเองและอยู่ได้หลายปี ยกเว้นเมื่อก้านบิดหรือเส้นเลือดในติ่งอุดตัน ติ่งจะบวมแดงคล้ำและเจ็บใน 1–2 วัน แล้วเปลี่ยนเป็นสีดำ แห้ง และหลุดเองภายในไม่กี่วันถึงราว 1–2 สัปดาห์ ระหว่างนี้ให้ล้างด้วยน้ำเกลือและทาปิโตรเลียมเจลลี ห้ามดึงเอง ถ้าบวมแดงลาม มีหนอง มีไข้ หรือติ่งดำค้างอยู่หลายสัปดาห์โดยไม่มีอาการบวมเจ็บนำมาก่อน ควรพบแพทย์

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 3 ตุลาคม 2026

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
ตุ่มที่อวัยวะเพศ เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังแยก 10 แบบ ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แบบไหนเป็นโรคติดต่อ และเมื่อไรต้องพบแพทย์

ตุ่มที่อวัยวะเพศ (genital bumps / genital lesions) คือตุ่ม ก้อน หรือตุ่มน้ำที่ขึ้นบนแคม ปากช่องคลอด องคชาต ถุงอัณฑะ หรือขาหนีบ สาเหตุมีตั้งแต่ภาวะปกติของผิวที่ไม่ต้องรักษาเลย เช่น ตุ่มไขมันฟอร์ไดซ์ (F

 
 
 
แผลน้ำร้อนลวก ใช้อะไรทา แพทย์ผิวหนังแยกแผล 4 ระดับ ยาทาตัวไหน กี่วันหาย และเมื่อไรต้องไปโรงพยาบาล

แผลน้ำร้อนลวก (scald burn) คือการบาดเจ็บของผิวหนังจากของเหลวร้อนหรือไอน้ำ เป็นแผลไหม้จากความร้อน (thermal burn) ชนิดที่พบบ่อยที่สุดในบ้าน ความลึกของแผลแบ่งได้ 4 ระดับ ตั้งแต่ผิวแดงแสบที่หายเองใน 3–7 ว

 
 
 
โฟมล้างหน้าลดสิว เลือกยังไง แพทย์ผิวหนังอธิบายส่วนผสม ซาลิไซลิก เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ ให้ตรงชนิดสิว

โฟมล้างหน้าลดสิว (acne cleanser หรือ medicated cleanser) คือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่ใส่ตัวยาหรือสารออกฤทธิ์ต่อสิว เช่น ซาลิไซลิก แอซิด (salicylic acid) 0.5–2% หรือ เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (benzoyl

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ