top of page
แผลเรื้อรัง (Chronic Wounds): เมื่อแผลไม่ยอมหาย สาเหตุและการดูแลที่ถูกวิธี
แผลเรื้อรังคือแผลที่ไม่หายภายใน 3 เดือน พบบ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน โรคหลอดเลือด และผู้นอนติดเตียง บทความนี้อธิบายสาเหตุ ชนิดของแผล หลักการดูแลแผลสมัยใหม่ และสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์
ผิวหนังบอกโรคภายใน: สัญญาณที่ร่างกายส่งออกมาทางผิวหนัง
ผิวหนังคือกระจกสะท้อนสุขภาพโดยรวม โรคภายในหลายชนิดมีการแสดงออกทางผิวหนังก่อนที่จะรู้ว่าตนเองป่วย บทความนี้รวบรวมสัญญาณผิวหนังสำคัญที่สัมพันธ์กับโรคตับ ไต ต่อมไทรอยด์ เบาหวาน และภูมิคุ้มกัน
Intertrigo: ผื่นอักเสบในรอยพับผิวหนัง พบบ่อยในเมืองร้อนชื้น
Intertrigo คือผื่นแดงอักเสบที่เกิดในรอยพับผิวหนัง เช่น รักแร้ ขาหนีบ ใต้ราวนม เกิดจากความชื้น ความร้อน การรักษาต้องจัดการความชื้นและรักษาการติดเชื้อรา Candida
คอลลาเจนกับผิว: ความจริงที่ควรรู้เกี่ยวกับโปรตีนแห่งความอ่อนเยาว์
คอลลาเจน (Collagen) คือโปรตีนที่พบมากที่สุดในร่างกายมนุษย์ คิดเป็นประมาณ 30% ของโปรตีนทั้งหมด มีบทบาทสำคัญในการรักษาความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้น และความแข็งแรงของผิวหนัง เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง ส่งผลให้ผิวเริ่มเหี่ยวย่นและหย่อนคล้อย การทำความเข้าใจเรื่องคอลลาเจนจะช่วยให้ดูแลผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น คอลลาเจนคืออะไร และทำงานอย่างไรในผิว คอลลาเจนเป็นโปรตีนโครงสร้างที่ประกอบขึ้นจากกรดอะมิโน ได้แก่ ไกลซีน โพรลีน และไฮดรอกซีโพรลีน เรียงตัวเป็นเกลียวสามสา
โปรไบโอติกส์กับผิว: Skin Microbiome และประโยชน์ที่คุณไม่คาดคิด
โปรไบโอติกส์ (Probiotics) ในบริบทของผิวหนัง หมายถึงจุลินทรีย์มีประโยชน์ที่อาศัยอยู่บนผิวและช่วยรักษาสุขภาพผิวให้สมดุล ผิวหนังของเรามีจุลินทรีย์อาศัยอยู่นับล้านชนิด เรียกรวมว่า Skin Microbiome เมื่อสมดุลของจุลินทรีย์เหล่านี้ถูกรบกวน ระบบภูมิคุ้มกันผิวจะอ่อนแอลง ส่งผลให้เกิดโรคผิวหนังต่างๆ เช่น สิว ผื่นภูมิแพ้ และการติดเชื้อรา Skin Microbiome คืออะไร Skin Microbiome คือระบบนิเวศของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่บนผิวหนังของเรา ประกอบด้วยแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัสหลายพันชนิด ทำหน้าที่สำค
ดีท็อกซ์ผิว: วิธีฟื้นฟูผิวให้สดใส ลดความมัน และกระตุ้นความสว่างใส
ดีท็อกซ์ผิว (Skin Detox) เป็นแนวคิดในการฟื้นฟูความสมดุลของผิวด้วยการลดสิ่งที่สะสม เช่น มลภาวะ ควัน และสารเคมีในผลิตภัณฑ์บางชนิด ที่เป็นสาเหตุให้ผิวเสื่อมโทรมเร็วขึ้น ทำไมผิวจึงต้องการดีท็อกซ์ ผิวของเราสัมผัสมลภาวะจากสิ่งแวดล้อมทุกวัน ได้แก่ ฝุ่น PM2.5 ควันพาหนะ รังสี UV โลหะหนัก และสารเคมีในผลิตภัณฑ์บางชนิด สิ่งเหล่านี้ก่อให้ผิวอุดตัน มีสิวมากขึ้น ผิวหมองคล้ำ และรู้สึกถึงผิวล้าหลังฟองฟุดแก่ การดีท็อกซ์ผิวจึงช่วยฟื้นฟูและรักษาสมดุลผิว วิธีดีท็อกซ์ผิวที่ได้ผลจริง Double Cleansi
ผดร้อน (Miliaria): สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาในอากาศร้อน
ผดร้อน หรือ Miliaria เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากท่อเหงื่ออุดตัน ทำให้เหงื่อไม่สามารถระบายออกทางผิวได้ พบบ่อยมากในประเทศไทยที่มีอากาศร้อนชื้น พบได้ทั้งในทารก เด็ก และผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมอากาศร้อนหรือออกกำลังกายมาก ผดร้อนมีกี่ชนิดและอาการเป็นอย่างไร Miliaria crystallina: ตุ่มน้ำใสขนาดเล็กมาก ไม่คัน ไม่เจ็บ เกิดจากท่อเหงื่ออุดตันชั้นตื้นที่สุด พบบ่อยในทารกแรกเกิด Miliaria rubra (ผดแดง): ตุ่มแดงเล็กๆ คัน แสบ พบบ่อยที่สุด เกิดจากท่อเหงื่ออุดตันในชั้น epidermis Mili
การดูแลผิวในผู้สูงอายุ เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังตามวัย
เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหนังผ่านการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งการลดลงของคอลลาเจนและอีลาสติน ผิวแห้งมากขึ้น การผลิตซีบัมลดลง และเกิดริ้วรอยลึก การดูแลผิวในผู้สูงอายุจึงเน้นการบำรุงความชุ่มชื้นและเสริมสร้างคอลลาเจนใหม่ การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังตามวัย คอลลาเจนและอีลาสตินลดลง: ทำให้ผิวหย่อน พับตัวไม่ดี และเกิดริ้วรอยลึกขึ้น ซีบัมลดลง: ผิวแห้งมากขึ้นและคันง่ายกว่าเดิม การฟื้นตัวช้าลง: รอยแผลจากแสงแดดสะสม ทำให้เกิดจุดด่างดำและผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวบางและเปราะบางมากขึ้น: เนื่องจากอุปสรรคผิว (s
การดูแลผิวระหว่างตั้งครรภ์ ส่วนผสมอะไรใช้ได้สิ่งใดควรหลีกเลี่ยง
ระหว่างตั้งครรภ์ ผิวหนังมีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เช่น ฝ้าและจุดด่างดำ (Chloasma/Melasma) ผิวแห้ง รอยแตกลาย (Stretch Marks) หรือสิวจากอิทธิพลของฮอร์โมน การเลือกใช้สกินแคร์ที่ปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ส่วนผสมที่ควรหลีกเลี่ยงระหว่างตั้งครรภ์ Retinoids (Tretinoin, Retinol): อาจส่งผลต่อพัฒนาการของทารก ห้ามใช้โดยเด็ดขาด Salicylic Acid ความเข้มข้นสูง (>2%): อาจดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ ควรหลีกเลี่ยง Hydroquinone: ห้ามใช้ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร Benzoyl Peroxide ความเข้มข้นสู
ผิวแพ้ง่าย (Sensitive Skin) ดูแลอย่างไรให้ผิวแข็งแรงและไม่ระคาย
ผิวแพ้ง่าย (Sensitive Skin) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในคนไทยหลายคน ผิวประเภทนี้มีเกราะป้องกันผิว (skin barrier) ที่อ่อนแอกว่าปกติ ทำให้สารระคายเคืองหรือสภาพแวดล้อมต่าง ๆ สามารถทำให้ผิวแดง แห้ง คัน หรือรู้สึกแสบได้ง่าย การดูแลผิวแพ้ง่ายให้ถูกต้องจึงสำคัญมาก ส่วนผสมที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผิวแพ้ง่าย น้ำหอม (Fragrance/Parfum) และแอลกอฮอล — เป็นส่วนผสมที่ทำให้ผิวระคายเคืองได้บ่อยที่สุด ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า fragrance-free และ alcohol-free AHA/BHA ความเข้มข้นสูง — กรดผลัดเซลล์ผิวอา
การดูแลผิวมันอย่างถูกวิธี ลดความมันและรูขุมขนได้จริง
ผิวมัน (Oily Skin) เกิดจากต่อมซีบัมผลิตน้ำมัน (Sebum) เกินควร พบบ่อยในวัยรุ่น หรือผู้ที่อยู่ในสภาพอากาศร้อนชื้น อาจมีปัจจัยทางพันธุกรรมร่วมด้วย แม้ผิวมันจะทำให้เกิดความรำคาญใจ แต่น้ำมันยังช่วยป้องกันผิวแห้งได้ด้วย สกินแคร์สำหรับผิวมัน ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่มี Salicylic Acid 0.5–2% — ช่วยล้างความมันและสิ่งอุดตันในรูขุมขนได้ดี ใช้มอยสชาเชอร์ชนิด Non-comedogenic — เพื่อกักความชุ่มชื้นโดยไม่อุดตันรูขุมขนเพิ่มเติม ใช้ Niacinamide 5–10% — ช่วยควบคุมการผลิตซีบัมและลดความมัน...
ขั้นตอนดูแลผิวกลางคืน (Night Skincare Routine) ที่ผิวรักที่สุด
ระหว่างการนอนหลับคือช่วงเวลาที่ผิวหนังซ่อมแซมและฟื้นตัวได้เร็วที่สุด การทำสกินแคร์กลางคืนอย่างถูกต้องจึงช่วยเสริมให้ผิวฟื้นตัวได้เต็มที่ในช่วงเวลานี้ ขั้นตอนการดูแลผิวกลางคืนที่ถูกต้อง ล้างหน้า — แนะนำ Double Cleansing เริ่มจากคลีนเซอร์ออยล์เพื่อล้างครีมกันแดดและไขมัน ตามด้วยโฟมคลีนเซอร์ชำระสิ่งสกปรก โทนเนอร์ (Toner) — ช่วยปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่างของผิว เตรียมผิวให้ดูดซึมส่วนผสมถัดไปได้ดีขึ้น เซรั่ม (Serum) — เลือกตามปัญหา: Retinol สำหรับลดริ้วรอย, Niacinamide สำหรับผิวมันหร
ดับเอิล คลีนสิ่ง (Double Cleansing) คืออะไร? จำเป็นหรือไม่?
การล้างหน้า 2 ขั้นตอน หรือ Double Cleansing เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมจากการดูแลผิวสไตล์เกาหลี (Korean skincare) โดยเป็นการล้างหน้า 2 รอบ: รอบแรกใช้คลีนเซอร์ชนิดออยล์ (น้ำมัน มิลค์ หรือมิเซลลาร์วอเตอร์) เพื่อล้างครีมกันแดดและสิ่งสกปรกออกเสียก่อน จากนั้นรอบสองใช้คลีนเซอร์ชนิดอ่อนโยนล้างสิ่งสกปรกที่เหลือออก ขั้นตอนการล้างหน้า 2 ขั้นตอนอย่างถูกต้อง ขั้นที่ 1: ทาคลีนเซอร์ออยล์ให้ทั่วใบหน้า นวดเบา ๆ 30–60 วินาที เพื่อละลายครีมกันแดด เครื่องสำอาง และไขมัน เสร็จแล้วล้างออกด้วยน้ำ ข
การดูแลผิวรอบดวงตา ลดรอยดำ ตีนนูน และริ้วรอยใต้ตา
ผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บางที่สุดของใบหน้า มีความหนาเพียง 0.5 มิลลิเมตร จึงมีความไวต่อแสงแดด การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ และอายุที่มากขึ้น การดูแลผิวบริเวณนี้จึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมเป็นพิเศษ ปัญหายอดนิยมของผิวรอบดวงตา ถุงใต้ตา (Eye bags/Puffiness) — เกิดจากการสะสมของเหลวใต้ผิว การผลิตคอลลาเจนลดลงตามอายุ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ รอยดำใต้ตา (Dark circles) — เส้นเลือดที่มองเห็นผ่านผิวที่บาง หรือการสะสม melanin ใต้ผิวตา อาจเกิดจากพันธุกรรมหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ริ้วรอยรอบดวงตา (
เซรามายด์ (Ceramide) สำคัญต่ออุปสรรคผิวอย่างไร?
เซรามายด์ (Ceramide) เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นในชั้นผิวหนัง มีหน้าที่เป็นเหมือน "ซีเมนต์" ที่ยึดโครงสร้างผิวไว้ด้วยกัน คิดเป็น 50% ของไขมันทั้งหมดในชั้นผิวนอกสุด (Stratum Corneum) เมื่อเซรามายด์ลดลงจะทำให้ผิวแห้ง แพ้ง่าย และอักเสบได้ง่ายขึ้น ผิวขาดเซรามายด์เป็นอย่างไร? สาเหตุที่ทำให้เซรามายด์ลดลงได้แก่ การโดนแสงแดดเป็นเวลานาน การใช้สกินแคร์ผิดประเภท หรือการมีโรคผิวหนัง เช่น ผิวอักเสบภูมิแพ้ อาการสำคัญได้แก่ ผิวแห้งมาก ระคายเคืองง่าย แสบปวด หรือเป็นสะเก็ด...
AHA BHA PHA กรดผลไม้คืออะไร? ประโยชน์และวิธีเลือกใช้ให้ถูกประเภท
AHA (Alpha Hydroxy Acid), BHA (Beta Hydroxy Acid) และ PHA (Polyhydroxy Acid) คือส่วนผสมประเภทกรดในสกินแคร์ที่ช่วยลอกเซลล์ผิวเก่าและลดการอุดตันของรูขุมขน ทำให้ผิวดูใสและเรียบเนียนมากขึ้น AHA, BHA, PHA ต่างกันอย่างไร? AHA (Glycolic Acid, Lactic Acid): เป็นกรดที่ละน้ำได้ เหมาะสำหรับผิวแห้ง ช่วยขัดเซลล์ผิวชั้นบนสุด ลดรอยดำและสิว BHA (Salicylic Acid): ละน้ำมันได้ เข้าลึกรูขุมขนได้ดี เหมาะสำหรับผิวมันหรือเป็นสิวหัวดำและสิว ยังมีคุณสมบัติต้านการอักเสบอีกด้วย PHA (Gluconolactone, Lac
ไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) เติมความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าอย่างถูกวิธี
ไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) เป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ พบมากในผิวหนัง น้ำตา และข้อต่อของร่างกาย มีคุณสมบัติดึงดูดและกักเก็บน้ำไว้ในผิวได้สูงสุด โดย HA หนึ่งโมเลกุลสามารถเก็บน้ำได้ถึง 1,000 เท่าของน้ำหนักตัวเอง ประโยชน์ของไฮยาลูโรนิกแอซิดต่อผิว ชุ่มชื้นผิวอย่างลึก: ดึงน้ำจากอากาศและชั้นผิวลึกเข้าสู่ผิวชั้นบน ไม่อุดรูขุมขนแบบ Occlusive เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว: เบาสบาย ไม่ก่อสิว แม้แต่ผิวที่เป็นสิวหรือแพ้ง่ายก็ใช้ได้อย่างปลอดภัย ลดริ้วรอยชั่วคราว:...
ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) คืออะไร? ประโยชน์และวิธีใช้สำหรับทุกสภาพผิว
ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) หรือ วิตามิน B3 เป็นส่วนผสมสกินแคร์ที่ได้รับความนิยมสูงเหมาะสำหรับทุกคนและทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวแพ้ง่าย เป็นส่วนผสมที่โดดเด่นและระคายน้อย ประโยชน์สำคัญของไนอะซินาไมด์ ลดริ้วรอยและร่องลึก: กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่และผ่องใสขึ้น ลดจุดด่างดำและควบคุมเมลานิน: ยับยั้งการถ่ายโอนเมลานินจากเซลล์เมลาโนซิต์ไปยังเซลล์ผิว ช่วยลดจุดด่างดำและสีผิวไม่สม่ำเสมอ ลดความมันเงาบนผิว: ควบคุมการผลิตซีบัมเกิน ช่วยให้ผิวมันไม่เงาบเกินไป
เรตินอล (Retinol) คืออะไร? ประโยชน์และวิธีใช้สำหรับผิวหน้า
เรตินอล (Retinol) หรือ วิตามิน A เป็นหนึ่งในส่วนผสมสกินแคร์ที่ได้รับการยืนยันทางวิทยาศาสตร์มากที่สุดในด้านการชะลอความชรา ลดริ้วรอย และปรับปรุงเนื้อผิว เรตินอลจัดอยู่ในกลุ่ม Retinoids ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของวิตามิน A ที่มีความเข้มข้นและประสิทธิภาพแตกต่างกัน เรตินอลคืออะไร? เรตินอล (Retinol) เป็น Retinoid ชนิดหนึ่งที่พบในผลิตภัณฑ์สกินแคร์ทั่วไป เมื่อสัมผัสผิวหนัง เอนไซม์ในผิวจะแปลงเรตินอลเป็น Retinoic Acid ซึ่งเป็นรูปแบบที่ออกฤทธิ์ได้จริง โดย Retinoic Acid จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
วิตามินซีเซรั่ม (Vitamin C Serum) ประโยชน์ วิธีใช้ และสิ่งที่ควรระวัง
วิตามินซี (L-Ascorbic Acid) เป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (collagen synthesis) และต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) สำหรับผิวหนัง ช่วยลดรอยดำและผิวหมอง รวมถึงลดความเสียหายจากแสง UV ประโยชน์ของวิตามินซีบนผิวหนัง ลดรอยดำจากแสงแดด (PIH) และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนทำให้ผิวกระชับขึ้น ป้องกันความเสียหายจาก UV ร่วมกับครีมกันแดด ลดอาการอักเสบระดับเบา (anti-inflammatory) L-Ascorbic Acid 10-20% ประสิทธิภาพสูงสุด แต่ต้องการ pH < 3.5 และอาจระคายผิวบางคนได้ วิธีใช้ที่ถูกต
bottom of page
