top of page

ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) คืออะไร? ประโยชน์และวิธีใช้สำหรับทุกสภาพผิว

  • 19 มิ.ย.
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา

ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) หรือวิตามิน B3 เป็นส่วนผสมสกินแคร์ที่ได้รับความนิยมสูงและมีงานวิจัยรองรับมาก จุดเด่นคือใช้ได้กับแทบทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวแพ้ง่าย เพราะเป็นสารที่ให้ประโยชน์หลากหลายในขณะที่ระคายเคืองน้อย ในบทความนี้ อาจารย์แพทย์เฉพาะทางผิวหนังจะอธิบายว่าไนอะซินาไมด์ทำงานอย่างไร มีประโยชน์อะไรบ้าง ความเข้มข้นที่เหมาะสม และวิธีใช้ให้ปลอดภัยและได้ผลจริง

ไนอะซินาไมด์คืออะไร และทำงานอย่างไร

ไนอะซินาไมด์เป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามิน B3 ที่ละลายน้ำได้ เมื่อทาลงบนผิวจะเข้าไปมีบทบาทในกระบวนการซ่อมแซมและปกป้องเซลล์ผิวหลายด้านพร้อมกัน ตั้งแต่การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน การควบคุมเม็ดสีเมลานิน ไปจนถึงการเสริมความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว (skin barrier) จึงเป็นส่วนผสมที่ตอบโจทย์ได้กว้าง ไม่จำกัดเฉพาะปัญหาผิวแบบใดแบบหนึ่ง

ประโยชน์สำคัญของไนอะซินาไมด์

จากหลักฐานงานวิจัย ไนอะซินาไมด์ให้ประโยชน์ต่อผิวหลายด้าน ได้แก่

  • ลดริ้วรอยและร่องลึก: กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่นและดูผ่องใสขึ้น ช่วยให้ริ้วรอยและร่องลึกดูตื้นลง

  • ลดจุดด่างดำและควบคุมเมลานิน: ยับยั้งการถ่ายโอนเมลานินจากเซลล์เมลาโนไซต์ไปยังเซลล์ผิวชั้นบน จึงช่วยให้จุดด่างดำและสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอค่อย ๆ จางลง

  • ลดความมันบนผิว: ช่วยควบคุมการผลิตซีบัม (ความมัน) ที่มากเกินไป ทำให้ผิวดูมันเงาวาวน้อยลง

  • เสริมเกราะป้องกันผิว: เพิ่มปริมาณเซรามายด์และโปรตีนในผิวชั้นนอก ทำให้เกราะป้องกันผิวแข็งแรงขึ้น กักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น และทนต่อการระคายเคืองจากภายนอกได้มากขึ้น

  • ลดการอักเสบและรอยแดงจากสิว: มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ (anti-inflammatory) ช่วยให้รอยแดงจากสิวอักเสบลดลง

ความเข้มข้นที่แนะนำและวิธีใช้

ความเข้มข้นของไนอะซินาไมด์ที่มีงานวิจัยรองรับว่าได้ผลอยู่ที่ประมาณ 5-10% ซึ่งเพียงพอสำหรับการดูแลผิวในชีวิตประจำวัน ไนอะซินาไมด์ใช้ได้ทั้งตอนเช้าและตอนเย็น โดยทาลงบนผิวหลังล้างหน้าเสร็จ ก่อนใช้มอยส์เจอไรเซอร์หรือครีมกันแดด

  • ช่วงเวลา: ใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น ทาบนผิวที่สะอาดหลังล้างหน้า

  • ความเข้มข้น: 5-10% เป็นช่วงที่ปลอดภัยและมีหลักฐานรองรับ ไม่จำเป็นต้องใช้ความเข้มข้นสูงกว่านี้เพื่อผลลัพธ์ที่ดี

  • การใช้ร่วม: เข้ากันได้ดีกับวิตามินซีและไฮยาลูโรนิกแอซิด สามารถใช้ร่วมกันในรูทีนเดียวได้

ใครควรใช้ และข้อควรระวัง

ไนอะซินาไมด์เหมาะกับคนเกือบทุกกลุ่มเพราะระคายน้อย แต่ผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้สกินแคร์ที่ออกฤทธิ์ควรค่อย ๆ เริ่มและสังเกตผิวของตนเอง หากมีอาการแดง แสบ หรือระคายเคืองที่ผิดปกติ ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์ผิวหนัง โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือมีโรคผิวหนังเดิมอยู่

คำถามที่พบบ่อย

ไนอะซินาไมด์ใช้ร่วมกับวิตามินซีได้ไหม? ได้ ไนอะซินาไมด์เข้ากันได้ดีกับวิตามินซีและไฮยาลูโรนิกแอซิด สามารถใช้ร่วมกันในรูทีนเดียวได้ตามงานวิจัยและการใช้งานจริง

ควรใช้ไนอะซินาไมด์ความเข้มข้นเท่าไร? ความเข้มข้นที่มีงานวิจัยรองรับว่าได้ผลคือ 5-10% ซึ่งเพียงพอต่อการดูแลผิว ไม่จำเป็นต้องใช้สูงกว่านี้

ผิวแพ้ง่ายใช้ไนอะซินาไมด์ได้หรือไม่? ไนอะซินาไมด์เป็นส่วนผสมที่ระคายเคืองน้อยและเหมาะกับผิวแพ้ง่าย แต่ควรเริ่มใช้ทีละน้อยและสังเกตอาการ หากมีการระคายเคืองผิดปกติควรหยุดและปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

ไนอะซินาไมด์ช่วยเรื่องสิวได้จริงไหม? ช่วยได้ในแง่ลดการอักเสบและรอยแดงจากสิว เพราะมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ รวมถึงช่วยควบคุมความมันบนผิว แต่หากเป็นสิวอักเสบรุนแรง ควรพบแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

หากคุณไม่แน่ใจว่าไนอะซินาไมด์หรือส่วนผสมสกินแคร์ใดเหมาะกับสภาพผิวและปัญหาผิวของคุณ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology เพื่อรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
รังแคเกิดจากอะไร? แพทย์ผิวหนังแยก 5 โรคที่คนไทยเรียกรวมกันว่า "รังแค"

รังแค (Dandruff) คือภาวะที่หนังศีรษะผลัดเซลล์เร็วผิดปกติจนเห็นเป็นขุยหรือสะเก็ดสีขาว-เหลือง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายต่อเชื้อรา Malassezia ที่อาศัยอยู่บนหนังศีรษะตามปกติ แต่ในห้องตรวจ คำว

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ