top of page

คอลลาเจนกับผิว: ความจริงที่ควรรู้เกี่ยวกับโปรตีนแห่งความอ่อนเยาว์

  • 18 มิ.ย.
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.

คอลลาเจน (Collagen) คือโปรตีนที่พบมากที่สุดในร่างกายมนุษย์ คิดเป็นประมาณ 30% ของโปรตีนทั้งหมด มีบทบาทสำคัญในการรักษาความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้น และความแข็งแรงของผิวหนัง เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง ผิวจึงเริ่มเหี่ยวย่นและหย่อนคล้อย การเข้าใจเรื่องคอลลาเจนอย่างถูกต้องจะช่วยให้เราดูแลผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คอลลาเจนคืออะไร และทำงานอย่างไรในผิว

คอลลาเจนเป็นโปรตีนโครงสร้างที่ประกอบขึ้นจากกรดอะมิโน ได้แก่ ไกลซีน โพรลีน และไฮดรอกซีโพรลีน เรียงตัวเป็นเกลียวสามสาย (Triple Helix) คอลลาเจนในผิวหนังส่วนใหญ่อยู่ในชั้นหนังแท้ (Dermis) ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างค้ำยันผิว ทำให้ผิวดูอิ่ม เต่งตึง และยืดหยุ่น เมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป ร่างกายเริ่มผลิตคอลลาเจนลดลงประมาณปีละ 1%

ปัจจัยที่ทำลายคอลลาเจนในผิว

  • แสง UV จากดวงอาทิตย์: กระตุ้นเอนไซม์ MMP ที่ย่อยสลายคอลลาเจน จึงเป็นปัจจัยเร่งริ้วรอยที่สำคัญที่สุด

  • การสูบบุหรี่: สารนิโคตินลดการไหลเวียนเลือดและทำลายคอลลาเจน

  • น้ำตาลสูง: กระบวนการ Glycation ทำให้คอลลาเจนแข็งและเปราะ

  • ความเครียดและนอนน้อย: ลดการหลั่ง Growth Hormone ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

  • อายุที่เพิ่มขึ้น: การผลิตคอลลาเจนลดลงตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น

วิธีกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ

การดูแลผิวทั้งจากภายในและภายนอกเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาระดับคอลลาเจน โดยมีโภชนาการที่ดีและการปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นพื้นฐานสำคัญ:

  • วิตามิน C: จำเป็นต่อการสังเคราะห์คอลลาเจน พบมากในส้ม ฝรั่ง กีวี และผักใบเขียว

  • โปรตีนจากอาหาร: กรดอะมิโนจากเนื้อสัตว์ ไข่ และถั่ว เป็นวัตถุดิบในการสร้างคอลลาเจน

  • เรตินอล (Retinol): ช่วยกระตุ้น Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้

  • ครีมกันแดด: ช่วยป้องกันการสลายคอลลาเจนจากแสง UV ควรใช้ SPF 30 ขึ้นไป

  • การนอนหลับพักผ่อน: ช่วงหลับลึกร่างกายจะซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจน ควรนอน 7–8 ชั่วโมง

คอลลาเจนผงและอาหารเสริม ได้ผลจริงหรือไม่

มีงานวิจัยหลายชิ้นแสดงว่าการรับประทาน Hydrolyzed Collagen Peptides (คอลลาเจนไฮโดรไลเซต) ขนาดประมาณ 2.5–10 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 8–12 สัปดาห์ สามารถช่วยปรับปรุงความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และลดริ้วรอยของผิวได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม คุณภาพและแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์มีความสำคัญ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองและมีหลักฐานทางคลินิกรองรับ และไม่ใช้แทนการดูแลผิวพื้นฐาน

หัตถการทางการแพทย์เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน

สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็วขึ้น หัตถการทางการแพทย์ผิวหนังมีประสิทธิภาพในการกระตุ้นคอลลาเจน ได้แก่ การรักษาด้วยเลเซอร์ (Fractional Laser), การทำ Microneedling, HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound), Profhilo และการฉีดฟิลเลอร์บางชนิดที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อประเมินและเลือกหัตถการที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคน

คำถามที่พบบ่อย

กินคอลลาเจนช่วยให้ผิวดีขึ้นจริงไหม? มีงานวิจัยที่สนับสนุนว่าคอลลาเจนเปปไทด์ชนิดไฮโดรไลซ์อาจช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิวได้ แต่ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล และควรทำควบคู่กับการปกป้องผิวจากแสงแดดและการดูแลพื้นฐาน

อายุเท่าไหร่ควรเริ่มดูแลคอลลาเจน? ร่างกายเริ่มผลิตคอลลาเจนลดลงตั้งแต่อายุประมาณ 25 ปี การปกป้องผิวจากแสงแดดและการดูแลสุขภาพผิวที่ดีสามารถเริ่มได้ตั้งแต่วัยรุ่นเพื่อชะลอการเสื่อมสภาพในระยะยาว

อะไรทำลายคอลลาเจนมากที่สุด? แสงแดด (รังสี UV) เป็นปัจจัยที่ทำลายคอลลาเจนได้มากที่สุด รองลงมาคือการสูบบุหรี่และน้ำตาลสูง การทาครีมกันแดดเป็นประจำจึงเป็นวิธีปกป้องคอลลาเจนที่สำคัญที่สุด

การรักษาระดับคอลลาเจนที่ดีเริ่มจากการปกป้องผิวจากแสงแดดและดูแลสุขภาพองค์รวม หากคุณสนใจหัตถการกระตุ้นคอลลาเจนหรือต้องการคำแนะนำที่เหมาะกับสภาพผิว ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ