top of page

เรตินอล (Retinol) คืออะไร? ประโยชน์และวิธีใช้สำหรับผิวหน้า

  • 19 มิ.ย.
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา

เรตินอล (Retinol) หรือวิตามิน A เป็นหนึ่งในส่วนผสมสกินแคร์ที่มีงานวิจัยรองรับมากที่สุดในด้านการชะลอความชรา ลดริ้วรอย และปรับปรุงเนื้อผิว เรตินอลจัดอยู่ในกลุ่ม Retinoids ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของวิตามิน A ที่มีความเข้มข้นและประสิทธิภาพแตกต่างกัน บทความนี้อาจารย์แพทย์เฉพาะทางผิวหนังจะอธิบายว่าเรตินอลคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร วิธีใช้ที่ถูกต้อง และข้อควรระวัง

เรตินอลคืออะไร

เรตินอลเป็น Retinoid ชนิดหนึ่งที่พบในผลิตภัณฑ์สกินแคร์ทั่วไป เมื่อสัมผัสผิวหนัง เอนไซม์ในผิวจะแปลงเรตินอลเป็น Retinoic Acid ซึ่งเป็นรูปแบบที่ออกฤทธิ์ได้จริง โดย Retinoic Acid จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเพิ่มอัตราการหมุนเวียนเซลล์ผิว ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และเรียบเนียนขึ้น

ประโยชน์ของเรตินอลต่อผิวหนัง

  • ลดริ้วรอยและร่องลึก: กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่นและยืดหยุ่นมากขึ้น

  • ลดสิว: ช่วยป้องกันการอุดตันของรูขุมขนและลดการอักเสบ

  • ลดรอยดำและจุดด่างดำ: เร่งการหมุนเวียนเซลล์ผิว ทำให้รอยดำและจุดด่างดำจางลง

  • ปรับเนื้อผิว: กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวดูสม่ำเสมอและเรียบเนียนขึ้น

  • ลดรูขุมขนกว้าง: ช่วยควบคุมการผลิตซีบัม ทำให้รูขุมขนดูเล็กลง

วิธีใช้เรตินอลอย่างถูกต้อง

หัวใจของการใช้เรตินอลคือการค่อย ๆ ให้ผิวปรับตัว เพื่อลดผลข้างเคียง

  • เริ่มทีละน้อย: เริ่มจากความเข้มข้น 0.025-0.05% ใช้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงแรก แล้วค่อย ๆ เพิ่มเป็นทุกคืนเมื่อผิวเคยชิน

  • ใช้ตอนกลางคืน: ใช้ตอนกลางคืนเท่านั้น เพราะเรตินอลสลายตัวเมื่อโดนแสงแดด

  • กันแดดทุกเช้า: ต้องทาครีมกันแดดทุกวันในตอนเช้า เพราะผิวจะไวต่อแสงมากขึ้น

ผลข้างเคียงที่ควรระวัง

ในช่วงแรกของการใช้เรตินอล อาจเกิดอาการที่เรียกว่า Retinization ได้แก่ ผิวแห้ง ลอก แดง หรือระคายเคือง อาการเหล่านี้มักเป็นชั่วคราวและทุเลาลงเมื่อผิวปรับตัวได้แล้ว หากมีอาการรุนแรงควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์ผิวหนัง สิ่งสำคัญคือผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Retinoid

เรตินอลกับ Retinoid ชนิดอื่นต่างกันอย่างไร

Retinoids มีหลายชนิดตามความแรงและการออกฤทธิ์ เรียงจากอ่อนไปแรง ได้แก่ Retinyl Ester (อ่อนที่สุด), Retinol, Retinaldehyde และ Tretinoin (แรงที่สุด ต้องใช้ใบสั่งแพทย์) เรตินอลจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะมีผลข้างเคียงน้อยกว่า Tretinoin แต่ยังคงประสิทธิภาพในการต่อต้านริ้วรอยได้ดี

คำถามที่พบบ่อย

เริ่มใช้เรตินอลอย่างไรไม่ให้ผิวลอกแดง? เริ่มจากความเข้มข้นต่ำ 0.025-0.05% ใช้เพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงแรก แล้วค่อย ๆ เพิ่มความถี่เมื่อผิวเคยชิน อาการแห้งลอกแดงในช่วงแรก (Retinization) มักเป็นชั่วคราว

คนท้องใช้เรตินอลได้ไหม? ไม่ได้ ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Retinoid ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกทางเลือกอื่น

เรตินอลใช้ตอนเช้าได้ไหม? ควรใช้ตอนกลางคืนเท่านั้น เพราะเรตินอลสลายตัวเมื่อโดนแสงแดด และต้องทาครีมกันแดดทุกเช้าเพราะผิวจะไวต่อแสงมากขึ้น

เรตินอลกับ Tretinoin ต่างกันอย่างไร? Tretinoin (Retinoic Acid) เป็นรูปแบบที่ออกฤทธิ์โดยตรงและแรงที่สุด ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ ส่วนเรตินอลต้องถูกแปลงในผิวก่อนจึงอ่อนกว่าและระคายน้อยกว่า เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น

หากคุณต้องการเริ่มใช้เรตินอลอย่างปลอดภัย หรือมีผิวที่ระคายเคืองจากการใช้เรตินอยด์ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
รังแคเกิดจากอะไร? แพทย์ผิวหนังแยก 5 โรคที่คนไทยเรียกรวมกันว่า "รังแค"

รังแค (Dandruff) คือภาวะที่หนังศีรษะผลัดเซลล์เร็วผิดปกติจนเห็นเป็นขุยหรือสะเก็ดสีขาว-เหลือง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายต่อเชื้อรา Malassezia ที่อาศัยอยู่บนหนังศีรษะตามปกติ แต่ในห้องตรวจ คำว

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ