สิวที่ก้น เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังแยก 9 แบบ รูขุมขนอักเสบ ขนคุด ฝี ตุ่มใกล้รูทวาร ยาทาตัวไหน และก้นดำหายไหม
อัปเดตเมื่อ 30 ต.ค.
สิวที่ก้น (buttock acne) ส่วนใหญ่ไม่ใช่สิวจริงแบบที่ขึ้นบนหน้า แต่เป็น รูขุมขนอักเสบ (folliculitis) คือการอักเสบหรือติดเชื้อที่ปากรูขุมขน มักเกิดจากเชื้อแบคทีเรียสแตฟิโลค็อกคัส (Staphylococcus aureus) ร่วมกับเหงื่อ ความอับ และการเสียดสีจากการนั่งนานหรือเสื้อผ้ารัด ตุ่มที่ก้นที่เหลือมักเป็น ขนคุด (keratosis pilaris) สิวเชื้อรา ฝี หรือโรคเฉพาะบริเวณ เช่น ต่อมเหงื่ออักเสบเรื้อรังและซีสต์ร่องก้น
แยกให้ถูกก่อนเลือกยาสำคัญมาก เพราะยาสิวที่ใช้บนหน้าหลายตัวไม่ได้ช่วยรูขุมขนอักเสบหรือสิวเชื้อรา และตุ่มบางแบบที่ก้นหรือใกล้รูทวารต้องให้แพทย์ระบายหนองหรือผ่าตัด ไม่ใช่ทายาเอง บทความนี้แยกตุ่มที่ก้นเป็น 9 แบบ พร้อมลักษณะ สาเหตุ ความเร่งด่วน และยาที่แพทย์มักเลือกใช้ในแต่ละแบบ
สิวที่ก้นคืออะไร ทำไมก้นเป็นจุดที่ตุ่มขึ้นง่าย
ผิวหนังที่ก้นมีต่อมไขมันน้อยกว่าหน้าและหลังมาก สิวจริงที่เกิดจากต่อมไขมันอุดตันจึงพบที่ก้นได้ไม่บ่อย สิ่งที่ทำให้ก้นเป็นตุ่มง่ายคือสภาพแวดล้อมของผิวบริเวณนี้
นั่งนานและกดทับ: การนั่งทำงาน 8–10 ชั่วโมงต่อวัน ขับรถ หรือนั่งเรียนนาน ทำให้ผิวถูกกดและอับต่อเนื่อง ปากรูขุมขนบวมและอุดง่าย ที่ related search ถามกันว่า "นั่งนาน เป็นสิว" จึงมีส่วนจริง
เหงื่อและความร้อนชื้น: อากาศเมืองไทยร้อนชื้นเกือบทั้งปี ผิวที่ชื้นเหงื่อนานเป็นสภาพที่แบคทีเรียและยีสต์บนผิวเพิ่มจำนวนได้ดี
การเสียดสี: กางเกงรัด กางเกงยีนส์ กางเกงออกกำลังกายเนื้อสังเคราะห์ ชุดชั้นในที่ขอบรัด และการปั่นจักรยาน
การกำจัดขน: การโกน แว็กซ์ หรือถอนขนบริเวณก้นและขาหนีบ ทำให้เกิดแผลเล็กที่ปากรูขุมขนและขนคุดม้วนกลับเข้าผิว
ผิวแห้งและผิวหยาบ: ทำให้ขี้ไคลอุดปากรูขุมขนเป็นขนคุด ซึ่งพบมากในคนผิวแห้งหรือเป็นภูมิแพ้ผิวหนัง
เช็กเร็ว ตุ่มที่ก้นของคุณน่าจะเป็นแบบไหน
ดูลักษณะตุ่มตามรายการนี้ก่อนซื้อยามาทาเอง
ตุ่มแดงหรือตุ่มหนองเล็ก 2–5 มม. มีเส้นขนอยู่ตรงกลาง เจ็บเล็กน้อย ขึ้นเป็นระยะ → รูขุมขนอักเสบจากแบคทีเรีย
ตุ่มอุดตันและตุ่มแดงเฉพาะจุดที่นั่งทับหรือขอบกางเกงรัด → สิวจากการกดทับและเสียดสี
ตุ่มหยาบเล็ก 1–2 มม. ผิวเหมือนหนังไก่ ไม่ค่อยเจ็บ เป็นทั้งต้นขาด้านหลังและต้นแขน → ขนคุด
ตุ่มเล็กขนาดเท่ากัน คัน ขึ้นพร้อมกันหลายสิบเม็ด เห่อหลังเหงื่อออก → สิวเชื้อรา
ตุ่มแดงคันขึ้นใน 1–2 วันหลังแช่อ่างน้ำร้อนหรือสระว่ายน้ำ → รูขุมขนอักเสบจากอ่างน้ำร้อน
ก้อนแดงร้อนเจ็บมาก ขนาด 1 ซม. ขึ้นไป มีหนองตรงกลาง → ฝี
ก้อนเจ็บเป็นซ้ำที่ร่องก้น ขาหนีบ หรือรอบรูทวาร มีรูหนองไหลและเป็นแผลเป็นเชื่อมกัน → ต่อมเหงื่ออักเสบเรื้อรัง
ก้อนบวมเจ็บตรงกลางร่องก้นเหนือก้นกบ อาจมีรูเล็กและมีขนโผล่ → ซีสต์ร่องก้น
ตุ่มคล้ายสิวที่ขอบรูทวาร คัน หรือเจ็บเวลาถ่าย → ต้องแยกผื่นรอบทวาร หูด เริม และฝีรอบทวาร
ถ้าตุ่มของคุณเข้าได้หลายข้อ หรือไม่แน่ใจ ให้ถือว่าควรให้แพทย์ดูก่อน โดยเฉพาะข้อ 6–9
1. รูขุมขนอักเสบจากแบคทีเรีย (Bacterial folliculitis)
นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของสิวที่ก้นในผู้ใหญ่
ลักษณะ: ตุ่มแดงหรือตุ่มหนองหัวเล็ก 2–5 มม. แต่ละเม็ดอยู่ที่รูขุมขนและมักเห็นเส้นขนตรงกลาง กระจายห่าง ๆ บนแก้มก้นและต้นขาด้านหลัง เจ็บหรือคันเล็กน้อย เม็ดเดิมยุบใน 5–7 วันแต่มีเม็ดใหม่ขึ้นแทน
สาเหตุ: เชื้อ Staphylococcus aureus ที่อาศัยบนผิวเข้าสู่รูขุมขนที่บาดเจ็บจากการเสียดสี การโกนขน หรือความอับชื้น คนที่เป็นพาหะเชื้อในโพรงจมูกมักเป็นซ้ำบ่อย
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ต่ำถึงปานกลาง ส่วนใหญ่ดูแลด้วยยาทาได้ แต่ถ้าเม็ดรวมกันเป็นก้อนใหญ่จะกลายเป็นฝี
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ทายาตามขั้นตอนด้านล่าง 2–3 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น เป็นซ้ำเกิน 3 ครั้งใน 6 เดือน หรือมีไข้และรอยแดงลามกว้าง
2. สิวจากการกดทับและเสียดสี (Acne mechanica)
ลักษณะ: ตุ่มอุดตันและตุ่มแดงขึ้นตรงจุดที่รับน้ำหนักเวลานั่ง หรือแนวขอบกางเกงในและกางเกงรัด มักเป็นสองข้างเท่า ๆ กัน และดีขึ้นชัดในช่วงวันหยุดหรือเมื่อเปลี่ยนท่าทาง
สาเหตุ: แรงกดทับ ความร้อน และเหงื่อที่ถูกขังไว้ใต้เนื้อผ้า ทำให้ผิวบริเวณปากรูขุมขนหนาตัวและอุดตัน พบในพนักงานออฟฟิศ คนขับรถ นักปั่นจักรยาน และผู้ที่นั่งรถเข็น
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ต่ำ แต่จะไม่หายถ้าต้นเหตุยังอยู่
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ปรับการนั่งและทายาแล้ว 6–8 สัปดาห์ยังเป็นมาก หรือมีตุ่มอักเสบลึกเป็นไต
3. ขนคุดที่ก้น (Keratosis pilaris)
ลักษณะ: ตุ่มหยาบเล็ก 1–2 มม. สีเนื้อหรือแดงเรื่อ ลูบแล้วสากเหมือนกระดาษทราย กระจายทั่วแก้มก้น ต้นขาด้านหลัง และต้นแขน บางเม็ดมีรอยดำรอบ ๆ ไม่ค่อยเจ็บหรือคัน
สาเหตุ: เคราตินอุดปากรูขุมขนจนเป็นจุก เป็นลักษณะผิวที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม พบบ่อยในวัยรุ่นและคนผิวแห้งหรือมีภูมิแพ้ผิวหนัง แย่ลงในหน้าหนาวหรือห้องแอร์
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่อันตรายและไม่ติดต่อ ไม่ต้องรีบ
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ต้องการรักษาเรื่องผิวหยาบหรือรอยดำ หรือเริ่มมีตุ่มหนองปน ซึ่งแปลว่ามีรูขุมขนอักเสบซ้อน อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ที่ ขนคุด เกิดจากอะไร
4. สิวเชื้อราที่ก้น (Malassezia folliculitis)
ลักษณะ: ตุ่มแดงหรือตุ่มหนองขนาดเท่า ๆ กันเกือบทุกเม็ด 1–2 มม. คัน ชัดเจน ขึ้นพร้อมกันเป็นกลุ่ม มักเป็นที่หลัง อก และไหล่ร่วมด้วย ไม่มีหัวดำ
สาเหตุ: ยีสต์ Malassezia ที่อยู่บนผิวทุกคนเพิ่มจำนวนในรูขุมขนเมื่อผิวเปียกเหงื่อนาน หลังออกกำลังกาย หรือหลังกินยาปฏิชีวนะนาน ๆ ซึ่งไปลดแบคทีเรียที่คุมยีสต์อยู่
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ต่ำ แต่มักถูกรักษาผิดเป็นสิวหรือเป็นรูขุมขนอักเสบจากแบคทีเรีย ยาปฏิชีวนะทำให้เห่อมากขึ้น
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ทายาสิวหรือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียแล้วไม่ดีขึ้น หรือคันมากจนนอนไม่หลับ ดูการแยกสิวเชื้อราจากสิวผดได้ที่ สิวผด เกิดจากอะไร
5. รูขุมขนอักเสบจากอ่างน้ำร้อน (Hot tub folliculitis)
ลักษณะ: ตุ่มแดงและตุ่มหนองคัน ขึ้นภายใน 8–48 ชั่วโมงหลังแช่อ่างน้ำร้อน จากุซซี่ หรือสระที่คลอรีนไม่พอ เป็นมากตรงที่ชุดว่ายน้ำคลุม คือก้น สะโพก และลำตัว
สาเหตุ: เชื้อ Pseudomonas aeruginosa ในน้ำอุ่นที่ดูแลไม่ดี ชุดว่ายน้ำที่เปียกแนบผิวนานช่วยให้เชื้อเข้ารูขุมขน
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ต่ำ ส่วนใหญ่หายเองใน 7–14 วัน
เมื่อไรต้องพบแพทย์: มีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต เจ็บเต้านมหรือตา หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ
6. ฝีที่ก้น (Furuncle / carbuncle)
ลักษณะ: ก้อนแดง ร้อน เจ็บมาก ขนาด 1–3 ซม. นุ่มขึ้นเมื่อมีหนองรวมตัว อาจมีหัวหนองตรงกลาง ถ้าหลายฝีรวมกันเป็นก้อนใหญ่มีหลายหัวเรียกว่าฝีฝักบัว (carbuncle)
สาเหตุ: การติดเชื้อ Staphylococcus aureus ลงลึกถึงรากขนและผิวหนังชั้นใต้ ต่อจากรูขุมขนอักเสบที่ไม่ได้รักษา หรือจากการบีบสิว
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ปานกลางถึงสูง โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวาน
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ก้อนใหญ่กว่า 1 ซม. นุ่มเป็นหนอง มีไข้ รอยแดงขยายออกรอบก้อน หรือเป็นฝีซ้ำ อย่าบีบเอง ดูเพิ่มที่ ฝีกับก้อนหนองใต้ผิว เกิดจากอะไร
7. ต่อมเหงื่ออักเสบเรื้อรังที่ก้นและร่องก้น (Hidradenitis suppurativa)
ลักษณะ: ก้อนลึกเจ็บ ขึ้นซ้ำที่เดิมในร่องก้น ใต้แก้มก้น ขาหนีบ หรือรอบรูทวาร บางก้อนแตกเป็นรูหนองที่ไหลเรื้อรัง มีกลิ่น และทิ้งแผลเป็นเป็นแถบเชื่อมกัน มักมีที่รักแร้หรือใต้ราวนมร่วมด้วย
สาเหตุ: การอุดตันและอักเสบเรื้อรังของรูขุมขนในบริเวณรอยพับ ไม่ใช่การติดเชื้อธรรมดาและไม่ได้เกิดจากความไม่สะอาด สัมพันธ์กับพันธุกรรม น้ำหนักตัว การสูบบุหรี่ และฮอร์โมน มักเริ่มในอายุ 20–40 ปี
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ปานกลางถึงสูง ถ้าปล่อยไว้จะลามเป็นโพรงใต้ผิวและแผลเป็นถาวร
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ก้อนเจ็บขึ้นที่เดิมเกิน 2 ครั้งใน 6 เดือน หรือมีรูหนองไหล อ่านต่อที่ ต่อมเหงื่ออักเสบ (Hidradenitis suppurativa)
8. ซีสต์ร่องก้น และก้อนใต้ผิวที่ก้น (Pilonidal disease / epidermoid cyst)
ลักษณะ: ซีสต์ร่องก้นเป็นก้อนบวมเจ็บตรงแนวกลางร่องก้นเหนือก้นกบ อาจมีรูเล็ก 1–2 มม. และมีขนโผล่ออกมา เมื่ออักเสบจะมีหนองไหล ส่วนซีสต์ใต้ผิว (epidermoid cyst) เป็นก้อนกลมนูนกดแล้วเลื่อนได้ มีรูเปิดเล็กตรงกลาง โตช้าเป็นเดือน
สาเหตุ: ซีสต์ร่องก้นเกิดจากเส้นขนแทงเข้าผิวในร่องก้นจนเกิดโพรง พบในผู้ชายอายุ 15–30 ปี ขนดก และนั่งนาน ซีสต์ใต้ผิวเกิดจากเยื่อบุผิวไปอยู่ใต้ผิวหนังแล้วสร้างขี้ไคลสะสม
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ซีสต์ร่องก้นที่อักเสบเป็นหนองถือว่าเร่งด่วน ต้องระบายหนอง และมักต้องผ่าตัดเพื่อไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ทุกครั้งที่มีก้อนกลางร่องก้น ยาทาสิวไม่ช่วยในกลุ่มนี้ ดูเพิ่มที่ ซีสต์ร่องก้น (Pilonidal disease)
9. ตุ่มคล้ายสิวที่รูทวาร คัน หรือเจ็บ ไม่ใช่สิวที่ก้น
related search ที่พบบ่อยคือ "เป็นตุ่มคล้ายสิวที่รูทวาร คัน" ตุ่มตรงขอบรูทวารแทบไม่เคยเป็นสิว และต้องแยกจากโรคต่อไปนี้
ลักษณะ: ผื่นแดงคันรอบรูทวาร ผิวเปื่อยหรือหนาตัว มักเป็น ผื่นอักเสบรอบทวาร (perianal dermatitis) ตุ่มเนื้อสีชมพูหรือสีเนื้อผิวขรุขระคล้ายดอกกะหล่ำ มักเป็น หูดหงอนไก่ กลุ่มตุ่มน้ำใสเล็กบนฐานแดงที่แสบร้อน มักเป็น เริม ก้อนแดงร้อนเจ็บข้างรูทวาร ปวดเวลานั่งหรือถ่าย มักเป็น ฝีรอบทวาร (perianal abscess) ส่วนก้อนนุ่มที่ปลิ้นออกมาเวลาถ่ายและมีเลือดสดเป็นริดสีดวง
สาเหตุ: ผื่นอักเสบมักเกิดจากความชื้น การเช็ดถูแรง สบู่ หรือทิชชูมีน้ำหอม หูดเกิดจากเชื้อ HPV เริมเกิดจากเชื้อ HSV ซึ่งทั้งสองติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ ฝีรอบทวารเกิดจากต่อมในรูทวารอุดตันและติดเชื้อ
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ฝีรอบทวารเป็นภาวะเร่งด่วน ต้องระบายหนองโดยแพทย์ภายใน 24–48 ชั่วโมง โดยเฉพาะถ้ามีไข้
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ทุกครั้งที่ตุ่มอยู่ที่รูทวาร ห้ามทายาสเตียรอยด์เองนานเพราะทำให้หูดและเชื้อราแย่ลง ดูเพิ่มที่ ผื่นรอบทวาร และ หูดหงอนไก่ เกิดจากอะไร
สิวที่ก้น กับ สิวขึ้นที่สะโพก ต่างกันไหม
สิวที่สะโพกด้านข้างและเอว มักเป็นสาเหตุเดียวกับสิวที่ก้น คือรูขุมขนอักเสบจากการเสียดสีของขอบกางเกงและเข็มขัด รวมถึงสิวเชื้อราที่ลามมาจากหลัง ส่วนตุ่มที่ขึ้นในรอยพับระหว่างแก้มก้นกับต้นขา หรือขาหนีบ ให้นึกถึงต่อมเหงื่ออักเสบเรื้อรัง ผื่นอับ และเชื้อราที่ขาหนีบมากขึ้น ตำแหน่งของตุ่มจึงช่วยบอกโรคได้ไม่น้อยกว่าหน้าตาของตุ่ม ถ้าผื่นในรอยพับเป็นแผ่นแดงขอบชัด คัน ดู สังคัง เกิดจากอะไร และ ผื่นอับในรอยพับ (Intertrigo)
แพทย์วินิจฉัยสิวที่ก้นอย่างไร
ส่วนใหญ่แพทย์ผิวหนังวินิจฉัยได้จากการดูตุ่มและซักประวัติ ซึ่งมักถามเรื่องชั่วโมงการนั่ง ชนิดเสื้อผ้า การกำจัดขน การออกกำลังกาย ยาที่ใช้อยู่ และการเป็นซ้ำ การตรวจเพิ่มที่อาจใช้
ขูดผิวดูเชื้อรา (KOH): แยกสิวเชื้อราออกจากรูขุมขนอักเสบจากแบคทีเรียได้ในไม่กี่นาที
เพาะเชื้อจากหนอง: ใช้เมื่อเป็นฝีซ้ำหรือรักษาไม่ตอบสนอง เพื่อดูเชื้อดื้อยา เช่น MRSA
ตรวจน้ำตาลในเลือด: ในผู้ที่เป็นฝีซ้ำบ่อย เพราะเบาหวานที่ยังไม่รู้ตัวเป็นสาเหตุที่พบได้
ตรวจหาเชื้อติดต่อทางเพศสัมพันธ์: เมื่อตุ่มอยู่รอบรูทวารหรือขาหนีบ
ตัดชิ้นเนื้อ: เฉพาะรายที่ลักษณะไม่ชัดหรือรักษาแล้วไม่ตอบสนอง
ยาทาสิวที่ก้น ใช้ตัวไหน นานแค่ไหน
ยาด้านล่างเป็นตัวยาสามัญที่แพทย์ผิวหนังมักเลือกใช้ ความเข้มข้น ระยะเวลา และการใช้ร่วมกันขึ้นกับชนิดตุ่มและความรุนแรง ซึ่งแพทย์เป็นผู้ประเมินและสั่งจ่าย
เบนซอยล์เปอร์ออกไซด์ (Benzoyl peroxide) แบบล้าง
ใช้กับรูขุมขนอักเสบจากแบคทีเรียและสิวจากการเสียดสี รูปแบบที่เหมาะกับก้นคือเจลหรือโฟมล้างความเข้มข้น 4–10% (ที่ใช้บ่อยคือ 5%) ลูบบนผิวที่เปียก ทิ้งไว้ 2–5 นาที แล้วล้างออก วันละ 1 ครั้ง มักเห็นผลใน 4–6 สัปดาห์ ข้อควรรู้คือเบนซอยล์เปอร์ออกไซด์ ฟอกสีผ้า ผ้าเช็ดตัวและกางเกงในสีเข้มจะด่าง ควรใช้ผ้าสีขาว และอาจทำให้ผิวแห้งแสบในสัปดาห์แรก
คลินดามัยซิน (Clindamycin) 1%
ยาปฏิชีวนะชนิดทา รูปแบบโลชั่นหรือเจล ทาวันละ 2 ครั้งบนตุ่มอักเสบ ใช้ 2–4 สัปดาห์ แพทย์มักให้ใช้ร่วมกับเบนซอยล์เปอร์ออกไซด์เพื่อลดการดื้อยา ไม่ควรทายาปฏิชีวนะเดี่ยว ๆ ต่อเนื่องเป็นเดือน
มิวพิโรซิน (Mupirocin) 2% หรือกรดฟิวซิดิก (Fusidic acid) 2%
ครีมหรือขี้ผึ้งปฏิชีวนะสำหรับตุ่มที่มีไม่กี่เม็ด ทาวันละ 3 ครั้ง 5–10 วัน ไม่เหมาะกับการทาเป็นบริเวณกว้างหรือนานกว่านั้น
กรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) และยูเรีย (Urea)
สำหรับขนคุดและสิวอุดตันจากการกดทับ ใช้ครีมยูเรีย 10–20% หรือกรดแล็กติก 12% ทาวันละ 1–2 ครั้งหลังอาบน้ำ หรือสบู่หรือโลชั่นกรดซาลิไซลิก 2% ผลเห็นใน 4–8 สัปดาห์ และต้องทาต่อเนื่องเป็นการดูแลระยะยาว เพราะหยุดแล้วขนคุดกลับมาได้
อะดาพาลีน (Adapalene) 0.1%
ยากลุ่มเรตินอยด์ ทาบาง ๆ ก่อนนอน ช่วยสิวอุดตันจากการเสียดสีและขนคุดที่ดื้อต่อยาข้างต้น อาจระคายเคืองในช่วง 2 สัปดาห์แรก จึงเริ่มวันเว้นวัน ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์
คีโตโคนาโซล (Ketoconazole) 2% แชมพู
สำหรับสิวเชื้อรา ใช้แชมพูแทนสบู่ที่ก้นและหลัง ฟอกบนผิวเปียก ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออก ทุกวันเป็นเวลา 2–4 สัปดาห์ จากนั้นใช้สัปดาห์ละ 1–2 ครั้งเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ อาจใช้ครีมยาฆ่าเชื้อราชนิดทาร่วมด้วย
ยากินสำหรับสิวที่ก้น เมื่อไรต้องใช้
ยากินไม่ใช่ขั้นแรก แพทย์จะพิจารณาเมื่อตุ่มกว้าง ลึก เป็นฝี หรือยาทาไม่ได้ผล
รูขุมขนอักเสบกว้างหรือฝี: ยาปฏิชีวนะกลุ่มเซฟาเลกซิน (cephalexin) 500 มก. วันละ 4 ครั้ง หรือไดคล็อกซาซิลลิน (dicloxacillin) 7–10 วัน ส่วนตุ่มอักเสบเรื้อรังแบบสิว อาจใช้ด็อกซีไซคลิน (doxycycline) 100 มก. วันละ 1–2 ครั้ง 6–12 สัปดาห์ ยานี้ทำให้ผิวไวแดด และต้องกินพร้อมน้ำมาก ๆ ห้ามนอนทันที
สิวเชื้อราที่เป็นกว้าง: ยาฆ่าเชื้อรากินกลุ่มอิทราโคนาโซล (itraconazole) หรือฟลูโคนาโซล (fluconazole) ในระยะสั้น ซึ่งแพทย์ต้องตรวจยาที่กินร่วมเพราะมีปฏิกิริยากับยาหลายตัว
ฝีเป็นซ้ำจากการเป็นพาหะเชื้อ: แพทย์อาจให้ทามิวพิโรซินในรูจมูกวันละ 2 ครั้ง 5 วัน ร่วมกับอาบน้ำด้วยคลอร์เฮกซิดีน (chlorhexidine) 4% เป็นช่วง ๆ เพื่อลดเชื้อบนตัว
ต่อมเหงื่ออักเสบเรื้อรัง: ใช้ยาทาคลินดามัยซิน ยากินด็อกซีไซคลิน 12 สัปดาห์ และในรายที่ปานกลางถึงรุนแรง แพทย์อาจพิจารณายาชีววัตถุ เช่น อะดาลิมูแมบ (adalimumab) ร่วมกับการผ่าตัดเฉพาะจุด
ฝีที่ก้นรักษาอย่างไร ต้องเจาะไหม
ฝีขนาดเล็กที่ยังแข็ง ให้ประคบอุ่นครั้งละ 10–15 นาที วันละ 3–4 ครั้ง เพื่อให้หนองรวมตัวและแตกเอง เมื่อก้อนนุ่มและมีหนองชัด แพทย์จะเจาะระบายหนองภายใต้ยาชา ซึ่งเป็นการรักษาหลักของฝี ส่วนยาปฏิชีวนะกินใช้เมื่อมีรอยแดงลามรอบก้อน มีไข้ เป็นหลายก้อน หรือเป็นผู้ป่วยเบาหวานและภูมิคุ้มกันต่ำ การบีบฝีเองทำให้เชื้อดันลงลึกและลามเป็นเนื้อเยื่ออักเสบได้
วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นสิวที่ก้น
ลุกเปลี่ยนท่าทุก 45–60 นาที: ลดแรงกดทับต่อเนื่องบนผิว ถ้าต้องนั่งนาน ใช้เบาะที่ระบายอากาศ
อาบน้ำทันทีหลังเหงื่อออก: หลังออกกำลังกายหรือเดินกลางแดด ไม่ใส่ชุดเปียกเหงื่อหรือชุดว่ายน้ำค้างไว้
เลือกผ้าฝ้ายและกางเกงที่ไม่รัด: ใส่กางเกงชั้นในผ้าฝ้ายและเปลี่ยนทุกวัน ส่วนกางเกงออกกำลังกายให้ใส่เฉพาะเวลาออกกำลัง
เช็ดตัวด้วยการซับ: ไม่ถูแรง ไม่ใช้ใยขัดหรือสครับเม็ดหยาบ เพราะทำให้รูขุมขนบาดเจ็บ
ลดการโกนหรือแว็กซ์: ถ้าต้องกำจัดขน ให้ตัดให้สั้นแทนการโกนชิด หรือปรึกษาแพทย์เรื่องวิธีที่บาดเจ็บน้อยกว่า
ไม่บีบ ไม่แกะ: ลดโอกาสเป็นฝีและลดรอยดำที่ก้น
ทาโลชั่นให้ความชุ่มชื้นที่ไม่มีน้ำหอม: สำคัญสำหรับคนที่เป็นขนคุดหรือผิวแห้ง
ทำไมสิวที่ก้นไม่หายสักที
ใช้ยาผิดชนิด: ทายาแต้มสิวหน้ากับสิวเชื้อรา หรือทายาปฏิชีวนะกับขนคุด ซึ่งไม่ตรงกับต้นเหตุ
ต้นเหตุยังอยู่: ยังนั่งทับนานทุกวันหรือยังใส่กางเกงรัดเปียกเหงื่อ
ใช้ยานานไม่พอ: ยาส่วนใหญ่ต้องใช้อย่างน้อย 4–8 สัปดาห์ก่อนตัดสินว่าได้ผลหรือไม่
เป็นพาหะเชื้อสแตฟ: ฝีหรือรูขุมขนอักเสบจึงกลับมาเรื่อย ๆ จนกว่าจะลดเชื้อในรูจมูกและบนผิว
ทายาสเตียรอยด์เอง: ทำให้สิวเชื้อรา รูขุมขนอักเสบ และเชื้อราที่ขาหนีบลามมากขึ้น
ไม่ใช่สิวตั้งแต่แรก: เช่น ต่อมเหงื่ออักเสบเรื้อรังหรือซีสต์ร่องก้น ซึ่งต้องการการรักษาอีกแบบ
ก้นดำจากสิว หายไหม รักษาอย่างไร
ก้นดำหลังเป็นสิวส่วนใหญ่คือ รอยดำหลังการอักเสบ (post-inflammatory hyperpigmentation) ซึ่งพบบ่อยในคนผิวสีน้ำตาลแบบคนไทย รอยแบบนี้ค่อย ๆ จางได้เองใน 3–12 เดือน ถ้าไม่มีตุ่มอักเสบใหม่มาซ้ำ ดังนั้นขั้นแรกคือหยุดตุ่มใหม่ให้ได้ก่อน
ยาทาลดรอยดำที่แพทย์อาจใช้: กรดอะเซลาอิก (azelaic acid) 15–20% ไนอะซินาไมด์ (niacinamide) 4–5% หรือไฮโดรควิโนน (hydroquinone) 2–4% ซึ่งต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์และไม่ควรใช้ต่อเนื่องเกิน 3 เดือน
หยุดขัดผิว: การขัดหรือถูแรงทำให้ผิวอักเสบและดำขึ้น
แยกจากรอยดำจากการเสียดสี: ก้นดำทั่วทั้งบริเวณที่นั่งทับ โดยไม่เคยเป็นตุ่ม มักเกิดจากการกดทับและเสียดสีเรื้อรัง ส่วนผิวคล้ำหนาแบบกำมะหยี่ที่ขาหนีบหรือคอ ให้นึกถึงภาวะดื้ออินซูลิน ดูเพิ่มที่ รักษาขาหนีบดำ ต้นขาดำ และ รอยดำหลังอักเสบ (PIH)
สัญญาณที่ควรพบแพทย์ทันที
มีไข้ หนาวสั่น หรือรอยแดงรอบตุ่มขยายกว้างขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งอาจเป็นเนื้อเยื่ออักเสบ
ก้อนแดงร้อนเจ็บขนาดเกิน 1 ซม. นุ่มเป็นหนอง หรือมีหลายหัว
ก้อนเจ็บที่ขอบรูทวาร ปวดเวลานั่งหรือถ่าย
ก้อนบวมเจ็บตรงกลางร่องก้นเหนือก้นกบ
มีรูหนองไหลเรื้อรังหรือแผลเป็นเชื่อมกันที่ร่องก้นและขาหนีบ
เป็นเบาหวาน ฟอกไต กินยากดภูมิคุ้มกัน หรือได้รับยาเคมีบำบัด แล้วมีฝีหรือตุ่มหนอง
เป็นฝีซ้ำเกิน 3 ครั้งใน 6 เดือน
ความเชื่อผิด ๆ เรื่องสิวที่ก้น
"สิวที่ก้นเพราะไม่สะอาด": ไม่จริงทั้งหมด การฟอกถูแรงวันละหลายรอบกลับทำให้รูขุมขนอักเสบมากขึ้น
"ใช้ยาแต้มสิวหน้าได้เหมือนกัน": ใช้ได้เฉพาะบางชนิด ยาแต้มสิวไม่ช่วยขนคุด สิวเชื้อรา และซีสต์ร่องก้น ดูการเลือกตัวยาได้ที่ ยาแต้มสิว ตัวไหนได้ผลจริง
"บีบหนองออกแล้วจะหายเร็ว": การบีบเองทำให้เป็นฝีลึกและทิ้งรอยดำนานกว่าเดิม
"ขัดผิวบ่อย ๆ ก้นจะเนียน": การขัดเม็ดหยาบทำให้ผิวบาดเจ็บ เกิดรูขุมขนอักเสบและก้นดำ
"ตุ่มที่รูทวารคือสิวธรรมดา": ตุ่มบริเวณนั้นต้องแยกหูด เริม ผื่นอักเสบ และฝีรอบทวารเสมอ
สรุปสั้น ๆ
สิวที่ก้นส่วนใหญ่คือรูขุมขนอักเสบ (folliculitis) ไม่ใช่สิวจริง และมีต้นเหตุจากการนั่งนาน เหงื่อ และการเสียดสี
ตุ่มหยาบเล็กไม่เจ็บคือขนคุด ตุ่มเท่ากันคันมากคือสิวเชื้อรา ก้อนแดงร้อนเกิน 1 ซม. คือฝี
ยาที่ใช้บ่อยคือเบนซอยล์เปอร์ออกไซด์ล้าง 4–10% ทิ้งไว้ 2–5 นาที และคลินดามัยซิน 1% ทาวันละ 2 ครั้ง ส่วนสิวเชื้อราใช้คีโตโคนาโซล 2% ทิ้งไว้ 5 นาที
ก้อนเป็นซ้ำที่ร่องก้น ขาหนีบ หรือรอบรูทวาร ไม่ใช่สิว ต้องให้แพทย์ตรวจ
ก้นดำจากสิวจางได้ใน 3–12 เดือน เมื่อหยุดตุ่มใหม่ได้แล้ว
ทายาตามชนิด 2–3 สัปดาห์ไม่ดีขึ้น หรือมีไข้ ให้พบแพทย์ผิวหนัง
คำถามที่พบบ่อยเรื่องสิวที่ก้น
สิวที่ก้นเกิดจากอะไร
สิวที่ก้นส่วนใหญ่เกิดจากรูขุมขนอักเสบ ซึ่งเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียสแตฟิโลค็อกคัสที่ปากรูขุมขน ร่วมกับปัจจัยกระตุ้นอย่างการนั่งทับนาน เหงื่อและความอับชื้น กางเกงรัด และการโกนหรือแว็กซ์ขน สาเหตุอื่นที่พบได้คือขนคุดซึ่งเป็นตุ่มหยาบเล็กไม่เจ็บ สิวเชื้อราซึ่งเป็นตุ่มขนาดเท่ากันและคันมาก ฝีซึ่งเป็นก้อนแดงร้อนเจ็บ และโรคเฉพาะบริเวณอย่างต่อมเหงื่ออักเสบเรื้อรังและซีสต์ร่องก้น การรักษาจึงต่างกันไปตามชนิดของตุ่ม ควรแยกให้ได้ก่อนเลือกยา
นั่งนาน เป็นสิวที่ก้นจริงไหม
จริง การนั่งต่อเนื่องหลายชั่วโมงทำให้ผิวที่ก้นถูกกดทับ ร้อน และอับเหงื่อ ปากรูขุมขนจึงบวมและอุดตันง่าย เกิดเป็นสิวจากการกดทับและรูขุมขนอักเสบ พบบ่อยในคนทำงานออฟฟิศ คนขับรถ และนักเรียน วิธีลดคือลุกเปลี่ยนท่าทุก 45–60 นาที ใช้เบาะที่ระบายอากาศ ใส่กางเกงผ้าฝ้ายที่ไม่รัด และอาบน้ำหลังเหงื่อออก ร่วมกับใช้เจลล้างเบนซอยล์เปอร์ออกไซด์ตามที่แพทย์แนะนำ ถ้าปรับแล้ว 6–8 สัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น ควรให้แพทย์ตรวจว่าเป็นชนิดอื่นหรือไม่
เป็นตุ่มคล้ายสิวที่รูทวาร คัน เกิดจากอะไร
ตุ่มคันที่ขอบรูทวารแทบไม่เคยเป็นสิว สาเหตุที่พบบ่อยคือผื่นอักเสบรอบทวารจากความชื้น การเช็ดถูแรง หรือสบู่และทิชชูมีน้ำหอม ซึ่งมักเป็นผื่นแดงคัน ส่วนตุ่มเนื้อผิวขรุขระมักเป็นหูดหงอนไก่ และกลุ่มตุ่มน้ำใสแสบร้อนมักเป็นเริม ซึ่งทั้งสองติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ ถ้าเป็นก้อนแดงร้อนเจ็บ ปวดเวลานั่งหรือถ่าย อาจเป็นฝีรอบทวารซึ่งต้องระบายหนองโดยแพทย์ ไม่ควรทายาสเตียรอยด์เองนาน ควรพบแพทย์ตรวจทุกครั้ง
สิวขึ้นที่สะโพก ต่างจากสิวที่ก้นไหม
ส่วนใหญ่เป็นโรคเดียวกัน สิวที่สะโพกด้านข้างและเอวมักเป็นรูขุมขนอักเสบจากขอบกางเกงหรือเข็มขัดที่เสียดสี หรือสิวเชื้อราที่ลามมาจากหลังและเอว การดูแลจึงคล้ายกัน คือลดการเสียดสี อาบน้ำหลังเหงื่อออก และใช้ยาตามชนิดตุ่ม ที่ต้องระวังคือตุ่มที่ขึ้นในรอยพับระหว่างก้นกับต้นขาหรือขาหนีบ เพราะอาจเป็นต่อมเหงื่ออักเสบเรื้อรัง ผื่นอับ หรือเชื้อราที่ขาหนีบ ซึ่งใช้ยาคนละแบบกับสิว ถ้าไม่แน่ใจ ควรให้แพทย์ผิวหนังดูตำแหน่งและลักษณะตุ่ม
สิวที่ก้น ใช้ยาทาอะไรดี
ขึ้นกับชนิดตุ่ม รูขุมขนอักเสบจากแบคทีเรียมักใช้เจลล้างเบนซอยล์เปอร์ออกไซด์ 4–10% ทิ้งไว้ 2–5 นาทีแล้วล้างออก วันละครั้ง ร่วมกับคลินดามัยซิน 1% ทาวันละ 2 ครั้ง 2–4 สัปดาห์ ขนคุดใช้ครีมยูเรีย 10–20% หรือกรดซาลิไซลิก สิวเชื้อราใช้แชมพูคีโตโคนาโซล 2% ฟอกทิ้งไว้ 5 นาที ส่วนตุ่มเพียงไม่กี่เม็ดอาจใช้มิวพิโรซินหรือกรดฟิวซิดิก 2% ทาวันละ 3 ครั้ง 5–10 วัน การเลือกยาและระยะเวลาควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน
ก้นดำจากสิว จะหายไหม
หายได้ ก้นดำหลังเป็นสิวส่วนใหญ่เป็นรอยดำหลังการอักเสบ ซึ่งค่อย ๆ จางเองใน 3–12 เดือน ถ้าไม่มีตุ่มใหม่ขึ้นซ้ำ สิ่งสำคัญที่สุดจึงเป็นการรักษาตุ่มให้หยุดก่อน และงดขัดผิวหรือถูแรง แพทย์อาจใช้ยาทาลดรอยดำ เช่น กรดอะเซลาอิก ไนอะซินาไมด์ หรือไฮโดรควิโนนในระยะสั้นภายใต้การดูแล ถ้าก้นดำทั่วบริเวณที่นั่งทับโดยไม่เคยเป็นสิว มักเกิดจากการเสียดสีเรื้อรัง ซึ่งต้องแก้ที่การนั่งและเสื้อผ้าร่วมด้วย
ถ้าตุ่มขึ้นที่หลังหรือคอร่วมด้วย ดู สิวที่หลัง เกิดจากอะไร และ สิวที่คอ เกิดจากอะไร ส่วนรายละเอียดของโรครูขุมขนอักเสบ อ่านได้ที่ รูขุมขนอักเสบ เกิดจากอะไร และบทความโรคผิวหนังเรื่องอื่น ๆ ได้ที่ รวมบทความโรคผิวหนัง
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 28 ตุลาคม 2026
ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการสั่งยาเฉพาะบุคคล ตุ่มที่ก้นหลายชนิดมีหน้าตาคล้ายกัน ต้องได้รับการตรวจโดยแพทย์ การเลือกยา ขนาดยา และระยะเวลาการรักษาเป็นการตัดสินของแพทย์ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล



ความคิดเห็น