สังคัง เกิดจากอะไร อาการ วิธีรักษา และทำไมทาแล้วไม่หาย โดยแพทย์ผิวหนัง
อัปเดตเมื่อ 29 ส.ค.
ผื่นแดงคันที่ขาหนีบเป็นปัญหาที่คนไข้เกือบทุกคนลองรักษาเองมาก่อนแล้วอย่างน้อยหนึ่งรอบ บางคนซื้อยามาทาแล้วดีขึ้นพักหนึ่งก่อนกลับมาเป็นใหม่ บางคนทามาเป็นเดือนแล้วผื่นกลับลามกว้างขึ้นเรื่อย ๆ และอีกจำนวนไม่น้อยไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าที่เป็นอยู่คือสังคังจริงหรือเปล่า
บทความนี้ตอบทุกคำถามในที่เดียว ตั้งแต่สังคังคืออะไร หน้าตาแต่ละระยะเป็นอย่างไร ต่างกันอย่างไรในผู้ชายและผู้หญิง วิธีแยกจากโรคขาหนีบอีก 5 โรคที่หน้าตาคล้ายกันมาก ตัวยาที่ใช้จริง เหตุผลที่ทาแล้วไม่หายซึ่งส่วนใหญ่มาจากกับดักเดียวกัน และวิธีตัดวงจรไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
สังคังคืออะไร เกิดจากเชื้ออะไร
สังคัง (Tinea cruris หรือ jock itch) คือการติดเชื้อราในกลุ่มเดอร์มาโทไฟต์ (dermatophytes) ที่ผิวหนังบริเวณขาหนีบ ต้นขาด้านใน และอาจลามไปถึงก้นหรือหน้าท้องส่วนล่าง เชื้อกลุ่มนี้เป็นตระกูลเดียวกับที่ทำให้เกิดกลากตามลำตัวและน้ำกัดเท้า โดยตัวก่อโรคที่พบบ่อยที่สุดคือ Trichophyton rubrum
เชื้อราชนิดนี้กินเคราตินซึ่งเป็นโปรตีนในผิวหนังชั้นนอกสุดเป็นอาหาร และเจริญได้ดีในที่อับชื้น อุ่น และมีการเสียดสี ขาหนีบจึงเป็นทำเลทองของมัน โดยเฉพาะในเมืองไทยที่อากาศร้อนชื้นตลอดปี
จุดที่ต้องเข้าใจตั้งแต่แรกคือ สังคังไม่ใช่โรคของคนสกปรก คนที่อาบน้ำวันละสองครั้งก็เป็นได้ ปัจจัยชี้ขาดคือความอับชื้นสะสม ไม่ใช่ความสะอาด
อาการสังคังเป็นอย่างไร จุดสังเกตสำคัญ
ลักษณะ ผื่นแดงหรือแดงน้ำตาล เริ่มจากขาหนีบแล้วแผ่ออกเป็นวง ขอบผื่นชัด นูนเล็กน้อย และแดงเข้มกว่าตรงกลาง บางครั้งขอบมีตุ่มเล็ก ๆ หรือขุยเรียงเป็นแนว ส่วนตรงกลางวงมักจางลงเหมือนกำลังหาย
อาการ คันมาก โดยเฉพาะเวลาเหงื่อออก อากาศร้อน หรือหลังออกกำลังกาย บางรายแสบเมื่อผิวถูกเสียดสี
ตำแหน่ง ขาหนีบข้างเดียวหรือสองข้าง ต้นขาด้านใน รอยพับใต้ท้อง ก้น — โดยทั่วไป ไม่ลามเข้าถุงอัณฑะหรืออวัยวะเพศโดยตรง ซึ่งเป็นจุดแยกสำคัญจากเชื้อราแคนดิดา
ขอบชัด-กลางจาง-ขยายออก คือลายเซ็นของสังคัง ถ้าผื่นของคุณแดงเสมอกันทั้งผืนไม่มีขอบ ให้เริ่มสงสัยว่าอาจไม่ใช่สังคัง แล้วอ่านหัวข้อแยกโรคด้านล่าง
ผื่นสังคังแต่ละระยะ เริ่มต้น ลุกลาม เรื้อรัง
ระยะเริ่มต้น (สัปดาห์แรก ๆ)
ลักษณะ วงแดงเล็กขอบชัด คันเป็นพัก ๆ
ความเร่งด่วน รักษาระยะนี้ตอบสนองยาทาดีที่สุด มักดีขึ้นใน 1–2 สัปดาห์
ระยะลุกลาม
ลักษณะ วงขยายกว้าง ขอบหลายชั้นซ้อนกัน คันรุนแรงขึ้น เกาจนผิวถลอกหรือมีน้ำเหลืองซึม
ความเร่งด่วน ยังรักษาด้วยยาทาได้ แต่ต้องใช้ต่อเนื่องนานขึ้น และต้องระวังการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำจากการเกา
ระยะเรื้อรังหรือถูกรักษาผิด
ลักษณะ ผื่นสีคล้ำ ขอบไม่ชัดเหมือนเดิม ผิวหนาตัว เป็น ๆ หาย ๆ นานหลายเดือน มักเป็นรายที่ใช้ครีมสเตียรอยด์มาก่อน
ความเร่งด่วน ควรพบแพทย์ เพราะหน้าตาผื่นถูกยาเปลี่ยนไปจนวินิจฉัยด้วยตาอย่างเดียวยาก และมักต้องใช้ยากินร่วม
สังคังในผู้ชาย ทำไมพบบ่อยที่สุด
ผู้ชายเป็นสังคังบ่อยกว่าผู้หญิงหลายเท่า ด้วยเหตุผลทางกายภาพล้วน ๆ คือ ถุงอัณฑะแนบกับต้นขาทำให้ขาหนีบอับชื้นตลอดเวลา เหงื่อจากการออกกำลังกายหรือทำงานกลางแจ้งสะสมมากกว่า และผู้ชายจำนวนมากมีเชื้อราที่เท้า (น้ำกัดเท้า) หรือเล็บอยู่ก่อนแล้วโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นแหล่งแพร่เชื้อชั้นดีมาสู่ขาหนีบผ่านมือ ผ้าเช็ดตัว และการใส่กางเกงใน — ใส่กางเกงในก่อนใส่ถุงเท้าช่วยลดการพาเชื้อจากเท้าขึ้นมาได้จริง และเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่แพทย์ผิวหนังแนะนำคนไข้ที่เป็นซ้ำบ่อย
นักกีฬา คนขับรถทางไกล ผู้ที่ใส่ยูนิฟอร์มหนาทั้งวัน และผู้ที่มีน้ำหนักเกินจนต้นขาเสียดสี คือกลุ่มที่พบบ่อยที่สุดในห้องตรวจ
สังคังในผู้หญิง ลักษณะต่างจากผู้ชายอย่างไร
ผู้หญิงเป็นสังคังได้เช่นกัน และมักถูกวินิจฉัยช้ากว่าเพราะทั้งคนไข้และบางครั้งผู้รักษาไม่ได้นึกถึง จุดที่ต่างจากผู้ชายมีดังนี้
ตำแหน่ง มักเริ่มที่รอยพับขาหนีบและใต้ราวหน้าท้อง มากกว่าต้นขาด้านใน และพบร่วมกับผื่นใต้ราวนมได้ในคนที่อับชื้นหลายจุด
ปัจจัยกระตุ้นเฉพาะ ชุดชั้นในไนลอนหรือเลกกิ้งรัดรูปที่ใส่ทั้งวัน แผ่นอนามัยที่ใช้ต่อเนื่อง และการโกนหรือแว็กซ์ขนบริเวณขาหนีบซึ่งทำให้ผิวถลอกจนเชื้อเข้าง่าย
ความสับสนที่พบบ่อยที่สุด แยกไม่ออกระหว่างสังคังกับเชื้อราแคนดิดา ซึ่งสำคัญมากเพราะยาบางตัวใช้ร่วมกันได้ แต่พฤติกรรมของโรคและการป้องกันต่างกัน — แยกให้ในหัวข้อถัดไป
ผู้หญิง แยกสังคังจากเชื้อราแคนดิดาและตกขาวจากเชื้อรา
สามภาวะนี้ถูกเหมารวมว่า "เชื้อราที่ขาหนีบผู้หญิง" ทั้งที่เป็นคนละโรค
สังคัง (เดอร์มาโทไฟต์) วงขอบชัด กลางจาง อยู่ที่ขาหนีบและต้นขา ไม่เข้าไปในช่องคลอด คันแบบผิวหนัง ไม่มีตกขาวผิดปกติ
แคนดิดาที่รอยพับ (candidal intertrigo) ผื่นแดงจัดเสมอกันทั้งผืน ไม่มีขอบวงชัด อยู่ลึกในซอกพับ เปียกแฉะ และมีจุดแดงเล็ก ๆ กระจายรอบนอกผื่นใหญ่ (satellite lesions) ซึ่งเป็นลายเซ็นของแคนดิดา
เชื้อราในช่องคลอด (vaginal candidiasis) อาการหลักคือคันในช่องคลอดและปากช่องคลอด ตกขาวขาวข้นคล้ายแป้งเปียก — เป็นคนละตำแหน่งและคนละการรักษากับผื่นผิวหนังด้านนอก
ที่ต้องแยกเพราะยาทากลุ่ม azole ใช้ได้ทั้งสังคังและแคนดิดาก็จริง แต่ terbinafine ซึ่งเป็นยาสังคังที่ดีมาก ได้ผลกับแคนดิดาไม่ดี และเชื้อราในช่องคลอดต้องใช้ยารูปแบบเฉพาะ ไม่ใช่ครีมทาผิวธรรมดา ทาผิดโรคจึงเสียเวลาเป็นเดือน
ผื่นขาหนีบไม่ใช่สังคังเสมอไป แยก 5 โรคที่หน้าตาคล้ายกัน
ประมาณหนึ่งในสามของ "สังคัง" ที่รักษาเองไม่หาย แท้จริงเป็นโรคอื่น อ่านเทียบทีละบรรทัด
สังคัง — ขอบวงชัด นูน กลางจาง ขยายออกช้า ๆ คันมากเวลาเหงื่อออก · รักษาด้วยยาต้านเชื้อรา
แคนดิดาที่รอยพับ — แดงจัดทั้งผืน เปียก อยู่ลึกในซอก มีจุดบริวารรอบผื่น · ยาต้านเชื้อรากลุ่ม azole + ลดความอับชื้น
Erythrasma (ติดเชื้อแบคทีเรีย Corynebacterium) — ปื้นน้ำตาลแดง ขอบชัดแต่ ไม่นูน ไม่มีขุยขอบ แทบไม่คัน เรื้อรังเป็นเดือน · ตรวจยืนยันด้วยแสง Wood's lamp จะเรืองสีแดงปะการัง ใช้ยาปฏิชีวนะ ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อรา — นี่คือตัวที่ถูกทายาเชื้อราฟรีบ่อยที่สุด
ผื่นเสียดสี (intertrigo ธรรมดา) — แดงเสมอกันสองข้างสมมาตร แสบมากกว่าคัน เป็นเฉพาะช่วงร้อนหรือหลังเดินมาก · ลดเสียดสี ซับแห้ง ไม่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อรา
สะเก็ดเงินซอกพับ (inverse psoriasis) — ปื้นแดงเข้มขอบคมเหมือนวาด ผิวมันเงา ไม่มีขุยแบบสะเก็ดเงินทั่วไป เรื้อรังไม่หายด้วยยาเชื้อรา มักมีรอยโรคที่อื่นร่วม เช่น หนังศีรษะหรือเล็บ · ต้องพบแพทย์
ผื่นแพ้สัมผัส — คันจัด ขอบตรงตามแนวขอบกางเกงในหรือบริเวณที่สัมผัสน้ำยาปรับผ้านุ่ม เป็นเร็วหลังเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ · หยุดสารก่อแพ้
หลักจำง่าย: ขอบวงชัดกลางจาง = คิดถึงสังคัง · แดงทั้งผืนมีจุดบริวาร = แคนดิดา · สีน้ำตาลไม่คัน = erythrasma · เรื้อรังไม่หายสักยา = ต้องพบแพทย์
สังคัง กลาก เกลื้อน ต่างกันอย่างไร
สามคำนี้ปนกันในภาษาพูดจนหลายคนเข้าใจว่าเป็นโรคเดียวกัน
สังคัง คือกลากที่ขึ้นบริเวณขาหนีบโดยเฉพาะ — เชื้อกลุ่มเดียวกับกลาก แค่เรียกตามตำแหน่ง
กลาก (ringworm) คือการติดเชื้อเดอร์มาโทไฟต์ที่ผิวหนังส่วนอื่น เช่น ลำตัว แขนขา หนังศีรษะ ลักษณะวงขอบชัดเหมือนกัน
เกลื้อน (tinea versicolor) เป็นคนละเชื้อ (ยีสต์ Malassezia) ลักษณะเป็นดวงเล็ก ๆ สีขาว ชมพู หรือน้ำตาล ขึ้นตามหลัง อก ไหล่ แทบไม่คัน และไม่ได้เป็นวงขอบนูน
ความสำคัญเชิงปฏิบัติ: คนที่เป็นสังคังควรสำรวจร่างกายส่วนอื่นด้วย โดยเฉพาะเท้าและเล็บ เพราะบ่อยครั้งสังคังเป็นเพียงสาขาของเชื้อที่ตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ที่เท้า
สังคังหายเองได้ไหม
โดยทั่วไป ไม่หายเอง ตราบใดที่สภาพแวดล้อมยังอับชื้น เชื้อจะอยู่ต่อและแผ่วงกว้างขึ้นช้า ๆ บางช่วงอากาศเย็นแห้งอาการอาจสงบจนเหมือนหาย แล้วกลับมาใหม่เมื่อเข้าหน้าร้อน การรอเฉย ๆ จึงมักได้ผลลัพธ์เดียวคือผื่นใหญ่ขึ้นและรักษายากขึ้น ข่าวดีคือสังคังระยะแรกตอบสนองต่อยาทาดีมาก ถ้ารักษาถูกวิธีตั้งแต่ต้นมักจบใน 2–4 สัปดาห์
ยาทาสังคัง รู้จักตัวยา ไม่ใช่ยี่ห้อ
หลักที่ถูกต้องคือเลือกจาก ชื่อตัวยา (generic name) บนกล่อง ไม่ใช่ยี่ห้อหรือโฆษณา ตัวยาที่ใช้รักษาสังคังแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่
กลุ่ม azole เช่น clotrimazole, ketoconazole, miconazole — หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง ครอบคลุมทั้งเดอร์มาโทไฟต์และแคนดิดา เหมาะเมื่อยังแยกสองโรคนี้ไม่ได้ ทาวันละ 2 ครั้ง มักใช้เวลา 3–4 สัปดาห์
กลุ่ม allylamine เช่น terbinafine — ฆ่าเชื้อเดอร์มาโทไฟต์ได้เร็วกว่า มักเห็นผลใน 1–2 สัปดาห์ แต่ได้ผลกับแคนดิดาไม่ดี เหมาะเมื่อมั่นใจว่าเป็นสังคังจริง
วิธีทาที่ถูกต้องสำคัญพอ ๆ กับตัวยา: ทาเลยขอบผื่นออกไปอย่างน้อย 2 เซนติเมตร เพราะเชื้อรุกล้ำไปก่อนที่ตาจะเห็นผื่น และทาบนผิวที่เช็ดแห้งสนิทแล้วเท่านั้น
ยาที่ ไม่ควร ใช้เอง: ครีมที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ยาสูตรผสมหลายตัวยาในหลอดเดียว และยาชุดจากร้านที่ไม่ระบุตัวยา — เหตุผลอยู่ในหัวข้อถัดไปซึ่งเป็นหัวใจของคำถามว่า "ทำไมทาแล้วไม่หาย"
กับดักครีมสเตียรอยด์ ทำไมยิ่งทายิ่งลาม
นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งของสังคังเรื้อรังที่แพทย์ผิวหนังพบในห้องตรวจ
ครีมทาผิวยอดนิยมจำนวนมากเป็นสูตรผสมที่มีสเตียรอยด์อยู่ด้วย เมื่อทาลงบนสังคัง สเตียรอยด์จะกดการอักเสบทำให้ หายคันและผื่นจางลงภายในไม่กี่วัน คนไข้จึงเข้าใจว่ายาได้ผล แต่สเตียรอยด์ไม่ได้ฆ่าเชื้อรา มันแค่ปิดสัญญาณเตือน แถมยังกดภูมิคุ้มกันเฉพาะที่จนเชื้อ เติบโตเร็วขึ้น พอหยุดยาผื่นจะกลับมาใหญ่กว่าเดิม วนแบบนี้เป็นเดือนหรือเป็นปี
ผลลัพธ์สุดท้ายเรียกว่า tinea incognito — สังคังที่หน้าตาถูกสเตียรอยด์เปลี่ยนไปหมด ขอบวงหาย สีคล้ำ ผิวบางลง มีเส้นแตกลาย และวินิจฉัยด้วยตาแทบไม่ได้ ต้องขูดผิวตรวจในห้องแล็บ
สัญญาณว่ากำลังติดกับดักนี้: ทายาแล้ว ดีเร็วผิดปกติใน 2–3 วันแต่พอหยุดก็กลับมา หรือผื่นจางแต่วงกลับกว้างขึ้น — ถ้าใช่ ให้หยุดครีมตัวนั้นและพบแพทย์ อย่าเพิ่มความถี่การทา
ยากินรักษาสังคัง ใช้เมื่อไร
ยาทาเอาไม่อยู่ในบางสถานการณ์ และต้องเปลี่ยนเป็นยารับประทานภายใต้การดูแลของแพทย์ ได้แก่ ผื่นกว้างมากหรือหลายตำแหน่งพร้อมกัน เป็น tinea incognito จากสเตียรอยด์ เป็นซ้ำเกิน 2–3 รอบต่อปี มีเชื้อราที่เล็บร่วมด้วย (ยาทาเข้าไม่ถึงใต้เล็บ) หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
เหตุที่ยากินต้องผ่านแพทย์: ยาต้านเชื้อรารับประทานบางตัวมีข้อห้ามในโรคตับ และมีปฏิกิริยากับยาประจำตัวหลายชนิด แพทย์จึงต้องเลือกตัวยาและระยะเวลาให้เหมาะเป็นราย ๆ ไม่ใช่ของที่ควรซื้อกินเอง
ต้องทายานานแค่ไหน ทำไมห้ามหยุดทันทีที่ผื่นจาง
กติกาที่คนพลาดมากที่สุดข้อหนึ่ง: ทาต่ออีก 1–2 สัปดาห์หลังผื่นดูหายสนิทแล้ว
เหตุผลคือผื่นที่ตาเห็นจางลงก่อนที่เชื้อจะตายหมดจริง ถ้าหยุดยาทันทีที่มองไม่เห็นผื่น เชื้อที่เหลืออยู่จะฟื้นตัวและกลับมาภายในไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งคนไข้มักตีความว่า "ยาไม่ดี" แล้วเปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อย ๆ ทั้งที่ปัญหาคือหยุดเร็วเกินไปทุกครั้ง
ไทม์ไลน์ที่ควรคาดหวังเมื่อรักษาถูกต้อง: อาการคันลดใน 3–7 วัน ผื่นเริ่มจางใน 1–2 สัปดาห์ ผิวกลับดูปกติใน 2–4 สัปดาห์ แล้วบวกต่ออีก 1–2 สัปดาห์เป็นประกัน ถ้าครบ 2 สัปดาห์แล้วไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ให้กลับไปอ่านหัวข้อแยกโรค แล้วพบแพทย์
ทำไมสังคังเป็นซ้ำ เชื้อจากเท้าและเล็บที่คนมองข้าม
คนที่เป็นสังคังซ้ำแล้วซ้ำอีกเกือบทุกราย มีแหล่งเชื้อสำรองที่ไม่ถูกรักษา ที่พบบ่อยที่สุดคือ น้ำกัดเท้า (เชื้อราที่ง่ามนิ้วเท้า) และ เชื้อราที่เล็บเท้า ซึ่งเป็นเชื้อตัวเดียวกัน เส้นทางแพร่คือมือที่เกาเท้า ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเช็ดทั้งตัว และกางเกงในที่ถูกดึงผ่านเท้าขึ้นมาทุกเช้า
ดังนั้นเมื่อรักษาสังคัง ให้สำรวจและรักษาเท้าไปพร้อมกันเสมอ เช็ดตัวจากบนลงล่างโดยให้ขาหนีบมาก่อนเท้า แยกผ้าเช็ดเท้าออกจากผ้าเช็ดตัว และถ้าเล็บเท้าหนาเหลืองผิดรูป ให้พบแพทย์เพราะนั่นคือถังเก็บเชื้อที่ยาทาธรรมดาจัดการไม่ได้
สังคังติดต่อไหม ติดทางเพศสัมพันธ์หรือเปล่า
สังคังติดต่อได้ผ่านการสัมผัสผิวโดยตรงและผ่านของใช้ร่วม เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า เครื่องนอน แต่ ไม่จัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การใกล้ชิดกันเฉย ๆ มีโอกาสติดต่ำถ้าผิวอีกฝ่ายแห้งและไม่มีรอยถลอก
ที่ควรทำเมื่อคนในบ้านเป็น: ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน ซักเสื้อผ้าและกางเกงในด้วยน้ำร้อนหรือตากแดดจัด และถ้าคู่ของคุณมีผื่นลักษณะเดียวกันก็ควรรักษาพร้อมกัน ไม่เช่นนั้นจะส่งเชื้อกลับไปกลับมา
ผื่นหายแล้วแต่ขาหนีบดำ รอยดำหลังสังคังทำอย่างไร
รอยคล้ำที่เหลือหลังผื่นหายเรียกว่ารอยดำหลังการอักเสบ (post-inflammatory hyperpigmentation) เป็นเรื่องปกติของผิวคนเอเชียและ ไม่ใช่สัญญาณว่าเชื้อยังอยู่ ถ้าไม่คันและขอบวงหายไปแล้ว ไม่ต้องทายาฆ่าเชื้อราต่อเพื่อไล่รอยดำ — มันไม่ช่วย
รอยดำจะจางเองในหลายเดือนถ้าไม่มีการอักเสบซ้ำ สิ่งที่เร่งให้จางได้คือการลดเสียดสีและป้องกันไม่ให้ผื่นกลับมา ส่วนรายที่รอยดำเข้มหรืออยากให้จางเร็วขึ้น อ่านรายละเอียดที่บทความ รักษาขาหนีบดำ ต้นขาดำ ซึ่งอธิบายทางเลือกการรักษาโดยเฉพาะ
วิธีป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
จัดการความอับชื้น ซับขาหนีบให้แห้งสนิทหลังอาบน้ำทุกครั้ง เปลี่ยนกางเกงในทันทีหลังออกกำลังกาย เลือกผ้าฝ้ายหรือผ้ากีฬาระบายอากาศ
ตัดวงจรจากเท้า รักษาน้ำกัดเท้าให้จบ ใส่กางเกงในก่อนใส่ถุงเท้า แยกผ้าเช็ดเท้า
ลดเสียดสี หลีกเลี่ยงกางเกงรัดรูปต่อเนื่องทั้งวัน ผู้ที่ต้นขาเสียดสีอาจใช้แป้งหรือครีมลดเสียดสีชนิดไม่อุดตัน
ของใช้ส่วนตัว ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับใคร ซักและตากแดดสม่ำเสมอ
เฝ้าระวังช่วงเสี่ยง หน้าร้อนและหน้าฝนคือช่วงกลับมาบ่อยสุด ถ้าเริ่มคันที่เดิมให้รีบดูแลตั้งแต่วงยังเล็ก
เมื่อไรควรพบแพทย์ผิวหนัง และแพทย์ตรวจอะไร
ควรพบแพทย์เมื่อ ทายาถูกต้อง 2 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น · ผื่นลามเร็วหรือมีหนอง · เป็นซ้ำเกิน 2–3 ครั้งต่อปี · เคยใช้ครีมสเตียรอยด์กับผื่นนี้มาก่อน · มีเชื้อราที่เล็บร่วม · มีโรคเบาหวานหรือภูมิคุ้มกันต่ำ · หรือไม่แน่ใจว่าเป็นสังคังจริงไหม
การตรวจยืนยันทำได้ง่ายและรู้ผลเร็ว: แพทย์ขูดขุยจากขอบผื่นมาตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ (KOH examination) เห็นสายใยเชื้อราได้ในไม่กี่นาที บางกรณีใช้แสง Wood's lamp ช่วยแยก erythrasma และในรายเรื้อรังที่วินิจฉัยยากอาจส่งเพาะเชื้อหรือตัดชิ้นเนื้อ การรู้ตัวเชื้อชัด ๆ เปลี่ยนการรักษาจากการเดาเป็นการยิงตรงเป้า
การรักษาที่คลินิกผิวหนังจะประเมินทั้งชนิดเชื้อ ความกว้างของผื่น แหล่งเชื้อสำรองที่เท้าและเล็บ ประวัติยาที่เคยใช้ แล้ววางแผนยาทาหรือยากินที่เหมาะกับแต่ละราย พร้อมนัดติดตามให้จบจริง ไม่ใช่แค่หายคัน
คำถามที่พบบ่อย
เป็นสังคังมาสองอาทิตย์ ทายาแล้วไม่หาย ต้องทำยังไงต่อ
ให้เช็กสามอย่างตามลำดับ หนึ่ง ยาที่ใช้มีสเตียรอยด์ผสมไหม ถ้ามีให้หยุดเพราะมันกดอาการแต่เลี้ยงเชื้อ สอง ทาถูกวิธีหรือเปล่า คือทาเลยขอบผื่น 2 เซนติเมตร วันละ 2 ครั้ง บนผิวแห้ง สาม อาจไม่ใช่สังคัง — ผื่นขาหนีบมีอย่างน้อย 5 โรคที่หน้าตาคล้ายกัน เช่น erythrasma ที่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อรา ถ้าเช็กแล้วยังไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์เพื่อขูดผิวตรวจยืนยันเชื้อ
ผู้หญิงเป็นสังคังได้ไหม แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าไม่ใช่เชื้อราช่องคลอด
เป็นได้แน่นอน แค่พบน้อยกว่าผู้ชาย จุดแยกคือตำแหน่งและลักษณะ สังคังเป็นวงขอบชัดที่ผิวหนังขาหนีบด้านนอก ไม่มีตกขาวผิดปกติ ส่วนเชื้อราช่องคลอดอาการหลักคือคันในช่องคลอดร่วมกับตกขาวขาวข้น ถ้าผื่นแดงจัดทั้งผืนอยู่ลึกในซอกพับและมีจุดแดงเล็ก ๆ กระจายรอบ ให้คิดถึงเชื้อราแคนดิดาที่รอยพับ ซึ่งการรักษาต่างจากสังคังบางส่วน แยกไม่ออกควรให้แพทย์ดู
สังคังติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือเปล่า ต้องบอกแฟนไหม
สังคังไม่จัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ติดต่อได้ผ่านการสัมผัสผิวใกล้ชิดและของใช้ร่วม เช่น ผ้าเช็ดตัวและเครื่องนอน จึงควรบอกคู่ของคุณในแง่การดูแลของใช้และให้ช่วยสังเกตผื่น ถ้าคู่มีผื่นลักษณะเดียวกันควรรักษาพร้อมกัน ไม่เช่นนั้นเชื้อจะถูกส่งกลับไปกลับมาแม้รักษาถูกต้องแล้ว
ไปร้านขายยาควรซื้อยาทาตัวไหน แล้วตัวไหนห้ามซื้อ
ให้ดูชื่อตัวยาบนกล่อง ไม่ใช่ยี่ห้อ ตัวยาที่ใช้ได้คือกลุ่ม azole เช่น clotrimazole หรือ ketoconazole ซึ่งครอบคลุมทั้งสังคังและแคนดิดา หรือ terbinafine ที่ออกฤทธิ์เร็วกว่าเมื่อมั่นใจว่าเป็นสังคัง สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือครีมสูตรผสมที่มีสเตียรอยด์และยาชุดที่ไม่ระบุตัวยา เพราะทำให้ดีขึ้นชั่วคราวแล้วผื่นลามกว้างขึ้น และแจ้งเภสัชกรทุกครั้งว่ามีโรคประจำตัวหรือยาที่ใช้อยู่หรือไม่
ผื่นหายแล้วแต่ยังมีรอยดำที่ขาหนีบ ต้องทายาต่อไหม
ถ้าไม่คันแล้วและขอบวงหายสนิท รอยดำที่เหลือคือรอยดำหลังการอักเสบ ไม่ใช่เชื้อที่ยังอยู่ ไม่ต้องทายาฆ่าเชื้อราต่อเพื่อไล่รอยดำเพราะไม่ช่วย รอยจะจางเองในหลายเดือนถ้าไม่มีการอักเสบซ้ำ สิ่งเดียวที่แนะนำให้ทาต่อคือช่วง 1–2 สัปดาห์แรกหลังผื่นเพิ่งจาง เพื่อเก็บเชื้อที่ตาไม่เห็นให้หมดจริง จากนั้นเน้นป้องกันการเสียดสีและความอับชื้นแทน
ไม่ทายาเลย สังคังจะหายเองได้ไหม
โดยทั่วไปไม่หายเอง เพราะเชื้อราเจริญต่อได้เรื่อย ๆ ตราบที่ขาหนีบยังอับชื้น อาการอาจสงบชั่วคราวช่วงอากาศเย็นแล้วกลับมาใหม่หน้าร้อน พร้อมวงที่กว้างกว่าเดิม การเริ่มรักษาตั้งแต่วงยังเล็กใช้เวลาสั้นที่สุดและได้ผลดีที่สุด ส่วนการปล่อยไว้ทำให้เสี่ยงผิวถลอกจากการเกา ติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ และทิ้งรอยดำกว้างขึ้น
สรุป
สังคังคือเชื้อรากลุ่มกลากที่ขาหนีบ รักษาได้ผลดีด้วยยาทาที่ถูกตัวยาและถูกวิธี — ทาเลยขอบ 2 เซนติเมตร ต่อเนื่อง และบวกอีก 1–2 สัปดาห์หลังผื่นจาง สาเหตุใหญ่ของ "ทาแล้วไม่หาย" มีสามข้อ คือครีมสเตียรอยด์ที่กดอาการแต่เลี้ยงเชื้อ การหยุดยาเร็วเกินไป และการที่ผื่นนั้นไม่ใช่สังคังตั้งแต่แรก ส่วนสาเหตุใหญ่ของการเป็นซ้ำคือเชื้อสำรองที่เท้าและเล็บที่ไม่ถูกจัดการ
ถ้ารักษาถูกวิธี 2 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น เป็นซ้ำบ่อย หรือไม่แน่ใจว่าใช่สังคังไหม การขูดผิวตรวจ KOH ที่คลินิกผิวหนังใช้เวลาไม่กี่นาทีและเปลี่ยนการรักษาจากการเดาเป็นการยิงตรงเป้า
เอกสารอ้างอิง
Ely JW, Rosenfeld S, Seabury Stone M. Diagnosis and management of tinea infections. American Family Physician.
Sahoo AK, Mahajan R. Management of tinea corporis, tinea cruris, and tinea pedis: A comprehensive review. Indian Dermatology Online Journal.
Bolognia JL, Schaffer JV, Cerroni L. Dermatology. Elsevier. บทว่าด้วย Fungal Diseases.
Gupta AK, et al. Topical treatments for tinea cruris and tinea corporis: a systematic review. British Journal of Dermatology.
Centers for Disease Control and Prevention. Ringworm and Fungal Nail Infections: Information for Healthcare Professionals.
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 29 สิงหาคม 2569
ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้ทดแทนการวินิจฉัยและการรักษาโดยแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจประเมินจากแพทย์




ใส่กางเกงในเปียก เป็นอะไร