ผื่นแพ้อากาศ เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังอธิบายทำไม "แพ้อากาศ" ไม่ใช่โรคเดียว วิธีแยกจากลมพิษ ผื่นภูมิแพ้ ผดร้อน และรักษาให้ตรงชนิด
อัปเดตเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา

ผื่นแพ้อากาศ (weather-related rash) เป็นคำเรียกรวมของผื่นคันที่กำเริบตามความเย็น ความร้อน ความแห้ง เหงื่อ แสงแดด หรือฝุ่น ไม่ใช่ชื่อโรคเดียว และภาวะที่พบบ่อยคือผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) ลมพิษจากอุณหภูมิ (physical urticaria) ผิวแห้งอักเสบ (asteatotic eczema) ผดร้อน (miliaria) และผื่นแพ้สัมผัส (contact dermatitis) จุดแยกที่ใช้ได้จริงคือดูอายุของผื่น ถ้าแต่ละปื้นยุบภายใน 24 ชั่วโมงแล้วย้ายที่มักเป็นลมพิษ ถ้าอยู่ที่เดิมเป็นวันถึงสัปดาห์และมีขุยมักเป็นผื่นผิวหนังอักเสบ ซึ่งใช้ยาคนละกลุ่มกัน
ช่วงปลายฝนต่อหนาวคือเดือนที่คนไข้เข้ามาด้วยคำว่า "แพ้อากาศเย็น" มากขึ้น บทความนี้แยกแต่ละชนิดตามลักษณะ สาเหตุ ความเร่งด่วน และระบุชื่อยาที่แพทย์มักเลือก เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมคนหนึ่งกินยาแก้แพ้แล้วดีขึ้น แต่อีกคนต้องใช้ยาทาลดการอักเสบ
ผื่นแพ้อากาศ คืออะไร ทำไมจึงไม่ใช่โรคเดียว
คำว่าแพ้อากาศชวนให้คิดว่าร่างกายแพ้อากาศโดยตรง ความจริงคืออากาศส่วนใหญ่เป็นตัวกระตุ้น ส่วนสาเหตุอยู่ที่พื้นฐานของผิวและภูมิคุ้มกันของแต่ละคน คนที่เกราะผิวอ่อนแออยู่เดิมจะมีผื่นเมื่อเจออากาศแห้ง ขณะที่คนที่เซลล์ปล่อยฮิสตามีนง่ายจะเป็นลมพิษเมื่อเจอความเย็นหรือเมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น
ผื่นที่คนไข้เรียกว่าแพ้อากาศแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ที่รักษาต่างกัน
กลุ่มลมพิษ (urticaria): ปื้นนูนแดงขอบชัด คันมาก ขึ้นเร็ว แต่ละปื้นยุบภายใน 24 ชั่วโมงโดยไม่ทิ้งขุยหรือรอย ยาหลักคือยาแก้แพ้ชนิดไม่ง่วง
กลุ่มผื่นผิวหนังอักเสบ (dermatitis/eczema): ผื่นแดง แห้ง มีขุย บางครั้งมีน้ำเหลือง อยู่ที่เดิมเป็นวันถึงสัปดาห์ ยาหลักคือมอยส์เจอไรเซอร์ร่วมกับยาทาลดการอักเสบ
ส่วนผดร้อน ผื่นอับ และผื่นแพ้แดดมีกลไกของตัวเอง จึงแยกอธิบายในหัวข้อถัดไป
ผื่นแพ้อากาศ เป็นแบบไหน แยกชนิดเบื้องต้นด้วยคำถาม 5 ข้อ
คำถามเหล่านี้ใช้เตรียมข้อมูลก่อนพบแพทย์ ไม่ใช่การวินิจฉัย ถ่ายรูปผื่นตอนที่เป็นมากไว้ด้วย เพราะลมพิษมักยุบไปก่อนถึงห้องตรวจ
แต่ละปื้นอยู่นานเท่าไร: ไม่ถึง 24 ชั่วโมงนึกถึงลมพิษ หลายวันนึกถึงผื่นผิวหนังอักเสบ ถ้าปื้นเดิมอยู่เกิน 24 ชั่วโมงและทิ้งรอยช้ำ ควรให้แพทย์ตรวจ
ผิวมีขุยไหม: ลมพิษผิวเรียบ ผื่นผิวหนังอักเสบมีขุย แห้ง หรือแตก
ขึ้นตรงไหน: ข้อพับนึกถึงภูมิแพ้ผิวหนัง หน้าแข้งนึกถึงผิวแห้งอักเสบ ใต้ร่มผ้านึกถึงผดร้อน ซอกพับนึกถึงผื่นอับ ผิวที่โดนแดดนึกถึงผื่นแพ้แดด
อะไรกระตุ้นก่อนผื่นขึ้น: น้ำเย็นหรือแอร์เย็น การออกกำลังกายหรืออาบน้ำร้อน แดดจัด ฝุ่น หรือผลิตภัณฑ์ใหม่
ขึ้นเร็วแค่ไหน: ลมพิษขึ้นภายในไม่กี่นาที ผื่นแพ้แดดขึ้นในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน ผื่นแพ้สัมผัสมักขึ้นหลังสัมผัสสาร 24–72 ชั่วโมง
แพ้อากาศเย็น กับ แพ้อากาศร้อน ต่างกันอย่างไร
ตัวกระตุ้นช่วยให้แคบวงลงได้ แต่หนึ่งคนอาจมีได้มากกว่าหนึ่งภาวะ
ผื่นหน้าหนาวหรือแพ้อากาศเย็น: ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบ ผิวแห้งอักเสบที่หน้าแข้ง ลมพิษจากความเย็น และเซ็บเดิร์ม
ผื่นแพ้อากาศร้อน: ผดร้อน ลมพิษจากเหงื่อและความร้อน ผื่นอับตามซอกพับ ผื่นแพ้แดด และผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่ข้อพับกำเริบจากเหงื่อ
ผื่นช่วงฝุ่นหรือลมแรง: ผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณผิวเปิด เช่น เปลือกตา ใบหน้า และคอ
ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบหน้าหนาว (Atopic dermatitis)
ลักษณะ: ผื่นแดง แห้ง มีขุย คันมากโดยเฉพาะกลางคืน เกาจนผิวหนาเป็นแผ่น ในผู้ใหญ่พบบ่อยที่คอ ใบหน้า เปลือกตา มือ และข้อพับ อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ที่ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง atopic dermatitis
สาเหตุ: เกราะผิวบกพร่องร่วมกับการอักเสบของระบบภูมิคุ้มกัน มักมีประวัติหอบหืด ภูมิแพ้จมูก หรือคนในครอบครัวเป็นภูมิแพ้ อากาศแห้ง เหงื่อ ฝุ่น และความเครียดเป็นตัวกระตุ้น ไม่ใช่ต้นเหตุ
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่อันตรายเฉียบพลัน แต่เป็นโรคเรื้อรังที่รบกวนการนอนและคุณภาพชีวิต ต้องรีบตรวจถ้ามีตุ่มน้ำเจ็บเป็นกลุ่ม มีหนอง หรือมีไข้ เพราะอาจติดเชื้อซ้ำ
เมื่อไรต้องพบแพทย์: คันจนนอนไม่หลับ ผื่นไม่ดีขึ้นหลังดูแลผิวถูกวิธี 2 สัปดาห์ ผื่นเป็นบริเวณกว้าง หรือเริ่มเป็นครั้งแรกในวัยผู้ใหญ่ ซึ่งแพทย์ควรแยกผื่นแพ้สัมผัส โรคสะเก็ดเงิน และโรคผิวหนังอื่นก่อน
ลมพิษจากความเย็น (Cold urticaria)
ลักษณะ: ปื้นนูนแดงคันขึ้นภายในไม่กี่นาทีตรงผิวที่เจอน้ำเย็น ลมเย็น หรือจับของเย็น มักเห็นชัดตอนผิวเริ่มอุ่นขึ้น แต่ละปื้นมักยุบภายใน 1–2 ชั่วโมง บางคนปากบวมหลังดื่มน้ำเย็นจัด
สาเหตุ: เซลล์มาสต์ในผิวหนังปล่อยฮิสตามีนเมื่อเจอความเย็น ส่วนใหญ่ไม่พบโรคต้นเหตุ มีส่วนน้อยที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อหรือโรคเลือด แพทย์ยืนยันด้วยการทดสอบก้อนน้ำแข็ง (ice cube test) วางน้ำแข็งในถุงบนท้องแขน 5 นาที แล้วดูผื่นหลังนำออกราว 10 นาที ผลลบไม่ได้ตัดโรคออกเสมอไป
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: เป็นชนิดที่ต้องระวังมากในกลุ่มนี้ เพราะการลงน้ำเย็นทั้งตัวทำให้เกิดปฏิกิริยาทั้งร่างกายได้ เช่น ความดันตก หน้ามืด จนจมน้ำ จึงไม่ควรว่ายน้ำคนเดียว และควรแจ้งแพทย์วิสัญญีก่อนผ่าตัดเพราะห้องผ่าตัดและน้ำเกลือเย็น
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ทุกคนที่สงสัยควรได้รับการยืนยันอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ถ้าเคยหน้ามืด แน่นหน้าอก หรือหายใจลำบากหลังเจอความเย็น ต้องรีบพบแพทย์ เพื่อประเมินเรื่องการพกยาฉีดเอพิเนฟริน (epinephrine) ตามที่แพทย์สั่ง อ่านภาพรวมได้ที่ลมพิษเกิดจากอะไร
ลมพิษจากเหงื่อและความร้อน (Cholinergic urticaria)
ลักษณะ: ตุ่มนูนเล็กขนาด 1–3 มม. จำนวนมาก มีวงแดงรอบตุ่ม คันหรือแสบเหมือนเข็มตำ ขึ้นบริเวณลำตัวและแขนภายในไม่กี่นาทีหลังร่างกายร้อนขึ้น และมักยุบใน 30–90 นาที พบบ่อยในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น
สาเหตุ: อุณหภูมิแกนกลางร่างกายที่สูงขึ้นจากการออกกำลังกาย อาบน้ำร้อน อาหารเผ็ด หรือความเครียด กระตุ้นผ่านระบบประสาทที่ควบคุมเหงื่อ นี่คือภาวะที่หลายคนเรียกว่าผื่นแพ้เหงื่อ ทั้งที่ตัวกระตุ้นจริงคือความร้อนในร่างกาย
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ส่วนใหญ่ไม่อันตรายแต่รบกวนชีวิต ต้องแยกจากภาวะแพ้รุนแรงจากการออกกำลังกาย (exercise-induced anaphylaxis) ซึ่งปื้นใหญ่กว่า และมีหน้ามืดหรือหายใจลำบากร่วมด้วย
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ตุ่มขึ้นซ้ำจนออกกำลังกายหรือทำงานไม่ได้ เหงื่อออกน้อยผิดปกติ หรือมีอาการหน้ามืด แน่นคอ ซึ่งกรณีหลังต้องหยุดกิจกรรมและไปห้องฉุกเฉินทันที
ผิวแห้งอักเสบหน้าหนาว (Asteatotic eczema)
ลักษณะ: ผิวแห้งแตกเป็นร่องตื้นคล้ายลายกระเบื้องร้าวสีแดง คันและแสบ พบที่หน้าแข้งมากกว่าที่อื่น บางรายลามถึงแขนและลำตัว อาการหนักขึ้นในเดือนที่อากาศเย็นแห้ง
สาเหตุ: ไขมันในชั้นผิวลดลงตามอายุ พบมากหลังอายุ 60 ปี ร่วมกับอากาศแห้ง แอร์ อาบน้ำร้อนนาน และสบู่ที่ล้างไขมันแรง ยาขับปัสสาวะบางชนิดทำให้เป็นง่ายขึ้น อ่านเพิ่มเรื่องผิวแห้งแตก xerosis
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่อันตรายโดยตรง แต่รอยแตกเป็นทางให้เชื้อโรคเข้าได้ ขาข้างเดียวที่บวม แดง ร้อน เจ็บ อาจเป็นเซลลูไลติสซึ่งต้องรีบตรวจในวันเดียวกัน
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ทาครีมสม่ำเสมอ 2 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น ผิวแตกมีเลือดซึม คันจนนอนไม่หลับ หรือผื่นลามทั่วตัวโดยไม่มีเหตุชัดเจน แพทย์อาจตรวจหาโรคร่วมและทบทวนยาที่ใช้อยู่
ผดร้อน ผื่นแพ้อากาศร้อนที่พบบ่อย (Miliaria)
ลักษณะ: ตุ่มเล็กขนาด 1–2 มม. อาจเป็นตุ่มน้ำใสตื้นที่แตกง่าย หรือตุ่มแดงคันแสบ ขึ้นใต้ร่มผ้า หลัง คอ และข้อพับ ไม่ได้เป็นปื้นนูนย้ายที่แบบลมพิษ
สาเหตุ: ท่อต่อมเหงื่ออุดตัน เหงื่อจึงซึมค้างในผิวเมื่ออากาศร้อนชื้น ใส่เสื้อผ้าไม่ระบาย หรือออกกำลังกายหนัก ไม่ใช่การแพ้ เป็นบ่อยในเด็กเล็กและคนที่ทำงานกลางแจ้ง อ่านเพิ่มที่ผดร้อนเกิดจากอะไร
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่รุนแรง อยู่ในที่เย็นและลดเหงื่อแล้วมักดีขึ้นใน 2–7 วัน ถ้าตัวร้อนจัด สับสน หรือเป็นลมในอากาศร้อน ต้องคิดถึงโรคลมแดดซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉิน ไม่ใช่เรื่องของผื่น
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ตุ่มมีหนองหรือเจ็บขึ้น ผื่นไม่ดีขึ้นใน 1 สัปดาห์ ทั้งที่อยู่ในที่เย็นแล้ว หรือมีไข้ร่วม
ผื่นอับตามซอกพับช่วงเหงื่อเยอะ (Intertrigo)
ลักษณะ: ผื่นแดงชื้นตามใต้ราวนม ขาหนีบ รักแร้ และพับหน้าท้อง แสบมากกว่าคัน อาจมีกลิ่น ถ้ามีเชื้อแคนดิดาร่วมจะเห็นตุ่มเล็กกระจายรอบขอบผื่น
สาเหตุ: ผิวเสียดสีกันในที่อับชื้น ทำให้เกราะผิวเสียและเชื้อยีสต์หรือแบคทีเรียเจริญง่าย พบมากในคนน้ำหนักเกิน ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้สูงอายุ
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่เร่งด่วน แต่ไม่ค่อยดีขึ้นถ้าใช้ครีมผิดกลุ่ม การทาสเตียรอยด์เดี่ยวนาน ๆ ในซอกพับทำให้ผิวบางและเชื้อราลุกลามได้
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ไม่ดีขึ้นใน 1–2 สัปดาห์ ผื่นขอบชัดเป็นวงซึ่งอาจเป็นกลาก แผลเปื่อย มีกลิ่นแรง หรือเป็นซ้ำบ่อยในผู้ที่ยังไม่เคยตรวจเบาหวาน
ผื่นแพ้แดด (Polymorphous light eruption)
ลักษณะ: ตุ่มหรือปื้นแดงคันบนผิวที่โดนแดด เช่น คอตัว V แขนด้านนอก หลังมือ ขึ้นหลังโดนแดดไม่กี่ชั่วโมงถึง 1–2 วัน และจางเองใน 7–10 วันถ้าเลี่ยงแดด โดยไม่เป็นแผลเป็น
สาเหตุ: ปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันต่อแสงยูวี โดยเฉพาะยูวีเอ มักเกิดเมื่อผิวไม่คุ้นกับแดดจัดกะทันหัน เช่น ไปทะเล หรือเริ่มหน้าร้อน พบในผู้หญิงอายุน้อยมากกว่า อ่านเพิ่มที่ผื่นแพ้แสงแดด photodermatitis
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่อันตราย แต่ต้องแยกจากผื่นแพ้แสงจากยา เช่น ยาปฏิชีวนะบางชนิดหรือยาขับปัสสาวะ และแยกจากโรคลูปัสซึ่งอาจมีอาการทั้งตัวร่วมด้วย
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ผื่นอยู่เกิน 2 สัปดาห์ เป็นซ้ำทุกครั้งที่โดนแดด เพิ่งเริ่มยาใหม่ หรือมีปวดข้อ มีไข้ มีแผลในปาก
ผื่นแพ้ฝุ่นและละอองเกสร (Airborne contact dermatitis)
ลักษณะ: ผื่นแดงคัน มีขุย บนผิวเปิดที่สัมผัสอากาศ คือเปลือกตา หน้า คอ และแขน เห็นขอบไม่ชัด เป็นมากในวันฝุ่นหนาหรือหลังทำความสะอาดบ้าน ในบางคนผื่นอยู่บริเวณข้อพับและลำตัวจากผื่นแพ้ไรฝุ่น
สาเหตุ: อนุภาคในอากาศ เช่น ฝุ่น ละอองเกสร หรือสารระเหย ตกลงบนผิวแล้วกระตุ้นการแพ้หรือการระคายเคือง งานศึกษาเชิงสังเกตพบว่า PM2.5 สัมพันธ์กับการกำเริบของผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง แต่ยังสรุปไม่ได้ว่าฝุ่นเป็นสาเหตุเดี่ยว
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่เฉียบพลัน แต่ผิวเปลือกตาบางและดูดซึมยาง่าย การทาสเตียรอยด์แรงเองที่เปลือกตาเสี่ยงต่อผลข้างเคียง รวมถึงต้อหินเมื่อใช้นาน
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ผื่นรอบตาเป็นซ้ำ ผื่นบนผิวเปิดไม่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ หรือเป็นซ้ำเป็นฤดูกาลจนควรหาสารก่อแพ้ด้วยการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง
ผื่นแพ้สัมผัส ที่มักถูกเหมาว่าแพ้อากาศ (Contact dermatitis)
ลักษณะ: ผื่นแดงคัน อาจมีตุ่มน้ำและน้ำเหลือง ขอบและรูปร่างตรงกับบริเวณที่สัมผัสสาร เช่น แนวสายนาฬิกา ติ่งหู รอบปาก หรือบริเวณที่ทาครีมใหม่
สาเหตุ: แบ่งเป็น 2 แบบ แบบระคายเคือง (irritant) เกิดจากสบู่ น้ำยา หรือการล้างมือบ่อย ขึ้นภายในนาทีถึงชั่วโมง และแบบภูมิแพ้ (allergic) เกิดจากนิกเกิล น้ำหอม สารกันเสีย หรือยาย้อมผม มักขึ้นหลังสัมผัส 24–72 ชั่วโมง คนไข้จึงโทษอากาศเพราะนึกไม่ถึงของที่ใช้เมื่อสองวันก่อน
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ส่วนใหญ่ไม่อันตราย ถ้าเลี่ยงสารได้ถูกตัวมักดีขึ้นใน 2–4 สัปดาห์ แต่ถ้าหน้า ตา หรือหนังศีรษะบวมมากหลังย้อมผม ควรพบแพทย์เร็ว
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ผื่นเป็นซ้ำตำแหน่งเดิม ผื่นที่มือไม่ดีขึ้นจนกระทบการทำงาน หรือหาสาเหตุไม่พบ แพทย์อาจทำการทดสอบแพตช์ (patch test) โดยแปะสารทดสอบที่หลัง 48 ชั่วโมง และอ่านผลซ้ำราววันที่ 3–5
เซ็บเดิร์มหน้าหนาว ที่คนเรียกว่าหน้าแพ้อากาศ (Seborrheic dermatitis)
ลักษณะ: ผื่นแดงบาง มีขุยมันสีขาวถึงเหลือง ข้างจมูก คิ้ว ไรผม และหลังหู มักเป็นทั้งสองข้าง และคันเล็กน้อยถึงปานกลาง
สาเหตุ: ผิวตอบสนองไวเกินไปต่อยีสต์มาลาสซีเซียที่อยู่บนผิวตามปกติ ร่วมกับตำแหน่งที่ต่อมไขมันเยอะ อากาศเย็นแห้ง ความเครียด และการอดนอนทำให้กำเริบ รายละเอียดอยู่ในเซ็บเดิร์มเกิดจากอะไร
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่อันตรายและไม่ติดต่อ แต่เป็น ๆ หาย ๆ และมักถูกทาสเตียรอยด์เกินจำเป็นที่ใบหน้า
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ผื่นไม่ดีขึ้นใน 2–4 สัปดาห์ เป็นปื้นแดงที่แก้มสองข้างโดยเว้นร่องจมูก หรือผื่นลามเกินตำแหน่งที่พบตามปกติ แพทย์มักเลือกครีมคีโตโคนาโซล (ketoconazole) 2% วันละ 1–2 ครั้ง นาน 2–4 สัปดาห์
เมื่อไรไม่ใช่ "แพ้อากาศ"
ลักษณะ: ผื่นไม่เป็นไปตามฤดูหรือตัวกระตุ้น ตัวอย่างที่ต้องนึกถึงคือ ผื่นทั่วตัวที่ขึ้นหลังเริ่มยาใหม่ ผื่นคันกลางคืนที่ง่ามนิ้วและคนในบ้านคันด้วย ผื่นวงขอบชัดที่ขยายออก และปื้นนูนที่อยู่เกิน 24 ชั่วโมงแล้วทิ้งรอยช้ำ
สาเหตุ: ตามลำดับคือผื่นแพ้ยาซึ่งมักขึ้นภายใน 4–14 วันหลังเริ่มยา หิด กลาก และลมพิษจากหลอดเลือดอักเสบ (urticarial vasculitis) ผื่นเรื้อรังที่ไม่ตอบสนองต่อยาในผู้ใหญ่ อาจต้องตัดชิ้นเนื้อเพื่อแยกโรคที่พบน้อย เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดผิวหนัง
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ผื่นแพ้ยาที่มีไข้ ตุ่มพอง ผิวลอก หรือแผลในปากและตา เป็นภาวะฉุกเฉิน ต้องหยุดยาที่สงสัยตามคำแนะนำแพทย์และไปโรงพยาบาลทันที
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ผื่นไม่เข้ากับชนิดใดในบทความนี้ มีไข้ ปวดข้อ น้ำหนักลด ผื่นเป็นจ้ำเลือดกดไม่จาง หรือคันเรื้อรังทั้งตัวโดยไม่มีผื่นชัด ดูแนวทางเพิ่มได้ที่ผื่นคัน pruritus และรวมโรคผิวหนัง
แพทย์ตรวจอะไรบ้างเพื่อแยกผื่นแพ้อากาศ
ส่วนใหญ่แพทย์แยกได้จากประวัติและการดูผื่น ไม่ต้องเจาะเลือดทุกคน การตรวจเพิ่มจะเลือกตามที่สงสัย
ทดสอบความเย็น: ก้อนน้ำแข็ง 5 นาทีสำหรับลมพิษจากความเย็น
ทดสอบความร้อน: การออกกำลังกายหรือแช่น้ำอุ่นภายใต้การดูแลของแพทย์ สำหรับลมพิษจากเหงื่อ
ขูดผิวตรวจเชื้อ (KOH): เมื่อสงสัยกลาก หรือเชื้อราในซอกพับ
ทดสอบแพตช์: เมื่อสงสัยผื่นแพ้สัมผัส ควรหยุดยาทาบริเวณหลังก่อนทดสอบ
เลือดและปัสสาวะ: เมื่อลมพิษเป็นเกิน 6 สัปดาห์ หรือมีอาการทั้งตัว
ตัดชิ้นเนื้อ: เมื่อผื่นไม่ตอบสนอง หรือลักษณะไม่เข้ากับโรคที่คิดไว้
ผื่นแพ้อากาศ วิธีรักษา แบ่งเป็น 3 ขั้น
หลักคือรักษาตามชนิดของผื่น ไม่ใช้สูตรเดียวกับทุกคน การเลือกยาและการสั่งยาเป็นหน้าที่ของแพทย์ที่ได้ตรวจผื่นจริง ขนาดยาด้านล่างเป็นความรู้เพื่อให้คุยกับแพทย์ได้ตรงจุด
ขั้นที่ 1 ดูแลผิวและเลี่ยงตัวกระตุ้น: ใช้กับทุกชนิด ผื่นอ่อนบางรายคุมได้ด้วยขั้นนี้
ขั้นที่ 2 ยาพื้นฐาน: ยาแก้แพ้ไม่ง่วงสำหรับลมพิษ ยาทาลดการอักเสบสำหรับผื่นผิวหนังอักเสบ ยาต้านเชื้อราถ้าพบเชื้อร่วม
ขั้นที่ 3 ยาตามใบสั่งแพทย์เมื่อขั้นที่ 2 คุมไม่ได้: การเพิ่มขนาดยาแก้แพ้ ยาฉีดชีววัตถุ ยากดภูมิ หรือการฉายแสงยูวี ซึ่งต้องตรวจติดตามเป็นระยะ
ยาแก้แพ้ไม่ง่วงสำหรับลมพิษ ใช้อย่างไร
ยาที่แนวทางสากลแนะนำเป็นตัวเลือกแรกคือยาแก้แพ้รุ่นที่สอง ในผู้ใหญ่ใช้ขนาดมาตรฐานวันละ 1 ครั้ง
เซทิริซีน (cetirizine) 10 มก.: ออกฤทธิ์เร็ว บางคนยังง่วงเล็กน้อย ผู้ป่วยโรคไตต้องปรับขนาด
ลอราทาดีน (loratadine) 10 มก.: ง่วงน้อย ผู้ป่วยโรคตับรุนแรงต้องปรึกษาแพทย์
เฟกโซเฟนาดีน (fexofenadine) 180 มก.: ง่วงน้อย ไม่ควรกินพร้อมน้ำผลไม้หรือยาลดกรดที่มีอะลูมิเนียมและแมกนีเซียม เพราะดูดซึมลดลง
ระยะเวลา: ลมพิษเฉียบพลันมักกินทุกวันจนผื่นหยุดขึ้นต่อเนื่องหลายวัน ส่วนลมพิษจากอุณหภูมิและลมพิษที่เป็นเกิน 6 สัปดาห์ มักกินทุกวันเป็นเดือน ไม่ใช่กินเฉพาะตอนผื่นขึ้น แล้วค่อยลดลงเมื่อคุมได้
อะไรบอกว่าได้ผล: ผื่นและอาการคันลดลงชัดเจนภายใน 2–4 สัปดาห์ เป้าหมายคือไม่มีผื่นเลยในชีวิตประจำวัน ถ้ายังขึ้นอยู่ แพทย์อาจเพิ่มขนาดยาได้ถึง 4 เท่าของขนาดปกติ ซึ่งเป็นแนวทางสำหรับลมพิษเรื้อรัง ห้ามเพิ่มเองโดยไม่ปรึกษา เพราะต้องประเมินโรคร่วมและอาการง่วง
ถ้ากินยาถูกต้องแล้วผื่นไม่ลดเลย และผื่นมีขุย แสดงว่าอาจไม่ใช่ลมพิษ ควรกลับไปทบทวนการวินิจฉัย ไม่ใช่เปลี่ยนยาแก้แพ้ไปเรื่อย ๆ
ยาทาลดการอักเสบ ทาอะไรตรงไหน นานเท่าไร
ยาทาสเตียรอยด์ต้องเลือกตามความแรงและตำแหน่ง ผิวบางใช้ยาอ่อน ผิวหนาใช้ยาแรงกว่า ปริมาณที่ใช้ประเมินคือ 1 ข้อปลายนิ้ว (fingertip unit) ประมาณ 0.5 กรัม ทาได้พื้นที่เท่าฝ่ามือผู้ใหญ่ 2 ฝ่ามือ
หน้า เปลือกตา และซอกพับ: ไฮโดรคอร์ติโซน (hydrocortisone) 1% หรือเดโซไนด์ (desonide) 0.05% วันละ 1–2 ครั้ง ไม่เกิน 1–2 สัปดาห์ต่อรอบ
แขน ขา และลำตัว: ไตรแอมซิโนโลน (triamcinolone) 0.1% วันละ 2 ครั้ง ไม่เกิน 2 สัปดาห์ หรือโมเมทาโซน (mometasone) 0.1% วันละ 1 ครั้ง
ผิวแห้งอักเสบที่หน้าแข้ง: ไตรแอมซิโนโลน 0.1% วันละ 2 ครั้ง ไม่เกิน 2 สัปดาห์ ร่วมกับครีมยูเรีย (urea) 10% วันละ 1–2 ครั้ง
หน้าและซอกพับที่ต้องคุมยาว: ทาโครลิมัส (tacrolimus) 0.03–0.1% หรือไพเมโครลิมัส (pimecrolimus) 1% วันละ 2 ครั้ง เป็นยาตัวเลือกที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ อาจแสบร้อนในช่วงแรก
ผื่นอับที่มีเชื้อแคนดิดา: โคลไตรมาโซล (clotrimazole) 1% วันละ 2 ครั้ง นาน 2 สัปดาห์ บางรายใช้สเตียรอยด์อ่อนร่วมในช่วงสั้น
ผดร้อน: ลดความร้อนเป็นหลัก ถ้าคันมาก ใช้ไฮโดรคอร์ติโซน 1% ระยะสั้นไม่กี่วัน
ผื่นแพ้แดด: โมเมทาโซน 0.1% หรือยาความแรงใกล้เคียงระยะสั้น ร่วมกับครีมกันแดดที่กันยูวีเอ SPF 30 ขึ้นไป ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงเมื่ออยู่กลางแจ้ง
อะไรบอกว่าได้ผล: คันลดลงใน 3–7 วัน และผื่นบางลงภายใน 1–2 สัปดาห์ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่กำเริบบ่อย แพทย์อาจให้ทายาสัปดาห์ละ 2 วันบนตำแหน่งเดิมเพื่อป้องกัน ถ้าไม่ดีขึ้นตามนี้ มักเป็นเพราะทายาน้อยไป ทายาอ่อนเกิน มีเชื้อร่วม หรือวินิจฉัยไม่ตรง อย่าเพิ่มความแรงเอง สเตียรอยด์แรงใช้นานทำให้ผิวบาง แตกลาย และเกิดผื่นหน้าติดสเตียรอยด์ได้
เมื่อยาพื้นฐานคุมไม่ได้ ยาตามใบสั่งแพทย์มีอะไรบ้าง
คนไข้จำนวนมากหยุดอยู่ที่ครีมบำรุงกับยาแก้แพ้ ทั้งที่ยังมีทางเลือกอีกหลายแบบ แพทย์จะพิจารณาเมื่อใช้ยาขั้นก่อนถูกวิธีราว 4 สัปดาห์แล้วยังคุมไม่ได้ ผื่นเป็นบริเวณกว้าง หรือคันจนนอนไม่ได้
ลมพิษเรื้อรัง และลมพิษจากอุณหภูมิที่คุมยาก
โอมาลิซูแมบ (omalizumab): ยาฉีดชีววัตถุ 300 มก. ใต้ผิวหนังทุก 4 สัปดาห์ ได้รับรองสำหรับลมพิษเรื้อรังที่ไม่ทราบสาเหตุ การใช้ในลมพิษจากความเย็นเป็นการใช้นอกข้อบ่งชี้ตามดุลยพินิจแพทย์ ถ้าได้ผลมักเห็นภายใน 1–3 เดือน
ไซโคลสปอริน (ciclosporin): ใช้เฉพาะรายที่ยาอื่นไม่ได้ผล ต้องตรวจความดันและการทำงานของไตเป็นระยะ
ยากินสเตียรอยด์ เช่น เพรดนิโซโลน (prednisolone): ใช้ช่วงสั้นไม่เกินราว 10 วันเฉพาะช่วงกำเริบหนัก ไม่ใช้เป็นยาคุมระยะยาว
เอพิเนฟริน (epinephrine) ชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ: สำหรับผู้ที่เคยมีปฏิกิริยาทั้งร่างกาย พกและใช้ตามที่แพทย์ฝึกให้ ไม่ใช่ยาแทนการไปห้องฉุกเฉิน
ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังระดับปานกลางถึงรุนแรง
การฉายแสงยูวีบีช่วงคลื่นแคบ (NB-UVB): มักทำสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง นานหลายสัปดาห์
ยาฉีดดูพิลูแมบ (dupilumab): ฉีดใต้ผิวหนังทุก 2 สัปดาห์ในผู้ใหญ่ ผลข้างเคียงที่พบได้คือเยื่อบุตาอักเสบ
ยากินกลุ่มยับยั้งเจเอเค (JAK inhibitors) เช่น อูปาดาซิทินิบ (upadacitinib) หรืออะโบรซิทินิบ (abrocitinib): ออกฤทธิ์เร็ว แต่ต้องคัดกรองการติดเชื้อและตรวจเลือดก่อนและระหว่างใช้
ยากดภูมิแบบดั้งเดิม เช่น ไซโคลสปอริน หรือเมโทเทรกเซต (methotrexate): ใช้เป็นช่วงเวลา ต้องตรวจเลือดติดตาม และเมโทเทรกเซตห้ามใช้ในผู้ที่ตั้งครรภ์
อะไรบอกว่าได้ผล: แพทย์ไม่ได้ดูแค่ผื่น แต่ดูคะแนนความคัน การนอน และจำนวนวันที่กำเริบ ยาขั้นนี้มีข้อห้ามและค่าติดตามเฉพาะตัว การเลือกจึงขึ้นกับโรคร่วม อายุ การตั้งครรภ์ และการตรวจเลือด เป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์ ไม่ใช่ยาที่ควรหามาใช้เอง
มอยส์เจอไรเซอร์และการอาบน้ำ พื้นฐานที่ทำให้ยาได้ผล
อาบน้ำอุ่น ไม่ร้อน: ไม่เกิน 5–10 นาที ใช้สบู่อ่อนเฉพาะจุดที่จำเป็น เช่น ซอกพับ
ทาครีมภายใน 3 นาทีหลังอาบน้ำ: ตอนผิวยังหมาด อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง แล้วทาเพิ่มเมื่อรู้สึกแห้ง
เลือกเนื้อครีมตามผิว: หน้าหนาวและผิวแห้งมากใช้ครีมหรือขี้ผึ้งที่มีเซราไมด์ กลีเซอรีน ยูเรีย หรือปิโตรเลียมเจลลี (petrolatum) ดูรายละเอียดส่วนผสมได้ที่ครีมทาผิวแห้ง เลือกยังไง
ลดน้ำหอม: ผื่นกำเริบอยู่ให้เลือกสูตรไม่มีน้ำหอม
แอร์และฤดูหนาว: เลี่ยงลมแอร์เป่าตรงตัว และดูเคล็ดลับเพิ่มในดูแลผิวในหน้าหนาว
หน้าร้อน: ใส่เสื้อผ้าระบายอากาศ อาบน้ำหลังเหงื่อออกมาก และซับซอกพับให้แห้ง
วันฝุ่นหนา: ปกปิดผิวเมื่ออยู่กลางแจ้ง ล้างหน้าด้วยสูตรอ่อนและทาครีมเมื่อกลับถึงบ้าน
ให้กินยาหรือทายาควบคู่กับการดูแลนี้ เพราะถ้าเกราะผิวยังเสีย ผื่นมักกลับมาหลังหยุดยา
เข้าใจผิดที่พบบ่อยเรื่องผื่นแพ้อากาศ
"กินยาแก้แพ้แล้วต้องดีทุกชนิด": ยาแก้แพ้ไม่ง่วงช่วยลมพิษชัดเจน แต่ช่วยผื่นผิวหนังอักเสบได้น้อย
"คาลาไมน์รักษาผื่นได้": โลชันคาลาไมน์ช่วยบรรเทาคันชั่วคราว ไม่ได้ลดการอักเสบของโรคพื้นฐาน
"เปลี่ยนครีมแพงขึ้นแล้วจะดีขึ้น": ผื่นที่อักเสบแล้วมักต้องใช้ยาร่วมด้วย
"สเตียรอยด์ห้ามแตะเลย": เมื่อใช้ถูกความแรง ตำแหน่ง และระยะเวลาตามที่แพทย์แนะนำ ความเสี่ยงต่ำ การกลัวยาจนทาน้อยเกินทำให้ผื่นเรื้อรัง
เด็ก คนท้อง และผู้สูงอายุ ต้องระวังอะไร
เด็ก: ขนาดยาแก้แพ้คิดตามอายุหรือน้ำหนัก ควรใช้ตามแพทย์สั่ง ทาสเตียรอยด์อ่อนเป็นหลัก และทาโครลิมัส 0.03% ใช้ได้ในเด็กอายุตั้งแต่ 2 ปี
คนท้องหรือให้นมบุตร: ควรแจ้งแพทย์ก่อนเริ่มยาทุกชนิด ยาบางกลุ่ม เช่น เมโทเทรกเซตและยากินกลุ่มเจเอเค ไม่ควรใช้
ผู้สูงอายุ: เลี่ยงยาแก้แพ้รุ่นเก่าที่ทำให้ง่วง เพราะเพิ่มความเสี่ยงหกล้มและสับสน ผื่นผิวแห้งที่ขาควรตรวจแผลแตกร่วมด้วย
สัญญาณอันตรายที่ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที
ผื่นแพ้อากาศส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่อาการต่อไปนี้ห้ามรอ โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด
ปาก ลิ้น หรือคอบวม เสียงแหบ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก
หน้ามืด ความดันตก หรือหมดสติหลังลงน้ำเย็นหรือออกกำลังกาย
ผื่นร่วมกับไข้สูง ตุ่มพอง ผิวลอก หรือแผลในปาก ตา และอวัยวะเพศ
จ้ำเลือดกดไม่จางร่วมกับไข้
ตัวร้อนจัด สับสน หรือเป็นลมในอากาศร้อน
สรุปสั้น ๆ
ผื่นแพ้อากาศเป็นคำเรียกรวม ไม่ใช่ชื่อโรคเดียว อากาศเป็นตัวกระตุ้นของหลายภาวะ
ปื้นนูนที่ยุบใน 24 ชั่วโมงนึกถึงลมพิษ ใช้ยาแก้แพ้ไม่ง่วงวันละครั้ง
ผื่นมีขุยอยู่ที่เดิมนึกถึงผื่นผิวหนังอักเสบ ใช้ครีมบำรุงร่วมกับยาทาลดการอักเสบ
ตุ่มเล็กใต้ร่มผ้าในอากาศร้อนนึกถึงผดร้อน ผื่นตามผิวที่โดนแดดนึกถึงผื่นแพ้แดด
ลมพิษจากความเย็นต้องระวังการลงน้ำเย็น เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาทั้งร่างกาย
ถ้าดูแลถูกวิธี 2–4 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น ให้พบแพทย์เพื่อวินิจฉัยใหม่และพิจารณายาตามใบสั่งแพทย์
คำถามที่พบบ่อยเรื่องผื่นแพ้อากาศ
ผื่นแพ้อากาศ วิธีรักษา ทำยังไงดี
เริ่มจากแยกก่อนว่าเป็นผื่นกลุ่มไหน ถ้าเป็นปื้นนูนแดงที่ยุบภายใน 24 ชั่วโมง มักเป็นลมพิษ แพทย์จะให้ยาแก้แพ้ไม่ง่วงวันละครั้ง เช่น เซทิริซีน 10 มก. ลอราทาดีน 10 มก. หรือเฟกโซเฟนาดีน 180 มก. ถ้าเป็นผื่นแดงมีขุยอยู่ที่เดิม มักเป็นผื่นผิวหนังอักเสบ ต้องทาครีมบำรุงวันละ 2 ครั้ง ร่วมกับยาทาสเตียรอยด์ตามตำแหน่งในช่วงสั้น ถ้าใช้ถูกวิธี 2–4 สัปดาห์แล้วยังคุมไม่ได้ แพทย์อาจปรับเป็นยาขนาดสูงขึ้น ยาฉีด หรือยากดภูมิ การเลือกยาเป็นหน้าที่ของแพทย์ที่ได้ตรวจผื่นจริง
ผื่นแพ้อากาศร้อน เป็นยังไง ทายาอะไร
ผื่นตอนอากาศร้อนที่พบบ่อยมี 3 แบบ แบบแรกคือผดร้อน เป็นตุ่มเล็ก 1–2 มม. ใต้ร่มผ้า อยู่ในที่เย็นแล้วมักดีขึ้นใน 2–7 วัน แบบที่สองคือลมพิษจากความร้อน เป็นตุ่มนูนจิ๋วคันเหมือนเข็มตำ ยุบใน 30–90 นาที ใช้ยาแก้แพ้ไม่ง่วง แบบที่สามคือผื่นอับตามซอกพับ ถ้ามีเชื้อแคนดิดาร่วมจะใช้ยาต้านเชื้อราอย่างโคลไตรมาโซล 1% วันละ 2 ครั้ง นาน 2 สัปดาห์ ส่วนผดร้อนที่คันมาก แพทย์อาจให้ไฮโดรคอร์ติโซน 1% ระยะสั้น ถ้ามีตุ่มหนองหรือมีไข้ควรพบแพทย์
ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ ผู้ใหญ่ เพิ่งมาเป็นตอนโตได้ไหม รักษายังไง
เป็นได้ บางคนเริ่มตอนโตเป็นครั้งแรก บางคนเคยเป็นตอนเด็กแล้วกลับมาใหม่ ผู้ใหญ่มักเป็นที่คอ มือ เปลือกตา และข้อพับ คันมากตอนกลางคืน แต่ผื่นที่เริ่มตอนโตต้องให้แพทย์แยกผื่นแพ้สัมผัสและโรคอื่นก่อน การรักษาพื้นฐานคือทาครีมบำรุงวันละ 2 ครั้ง ใช้ยาทาสเตียรอยด์ตามตำแหน่ง หรือทาโครลิมัสบริเวณผิวบาง และแพทย์อาจให้ทาสัปดาห์ละ 2 วันเพื่อคุมยาว ถ้าเป็นกว้างหรือคันจนนอนไม่ได้ มีทางเลือกคือการฉายแสงยูวีบี ยาฉีดดูพิลูแมบ และยากินกลุ่มเจเอเค
ผื่นแพ้ คัน ทำยังไงให้หายคันเร็ว ๆ
ระหว่างรอพบแพทย์ ใช้ผ้าเย็นประคบ 10–15 นาที ยกเว้นคนที่สงสัยลมพิษจากความเย็น ตัดเล็บให้สั้นเพื่อลดการเกา ทาครีมบำรุงที่ไม่มีน้ำหอม และเลี่ยงน้ำร้อน ถ้าเป็นปื้นนูนยุบเร็ว ยาแก้แพ้ไม่ง่วงมักเริ่มช่วยภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นผื่นมีขุย ยาแก้แพ้ช่วยได้น้อย และต้องใช้ยาทาลดการอักเสบ คาลาไมน์ช่วยบรรเทาได้ชั่วคราวเท่านั้น ถ้าคันจนนอนไม่หลับเกิน 2–3 คืน หรือคันทั้งตัวโดยไม่มีผื่น ควรพบแพทย์ เพราะอาจเกี่ยวกับหิด ยาที่กินอยู่ หรือโรคของอวัยวะภายใน
ผื่นแพ้เหงื่อ คืออะไร ทำไมเหงื่อออกแล้วคัน
คำนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย แต่ใช้เรียกได้ 3 ภาวะ ภาวะแรกคือลมพิษจากเหงื่อและความร้อน เป็นตุ่มนูนเล็ก 1–3 มม. ขึ้นภายในไม่กี่นาทีหลังร่างกายร้อน ภาวะที่สองคือผดร้อนจากท่อต่อมเหงื่ออุดตัน ส่วนภาวะที่สามคือผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่เหงื่อไปกระตุ้นให้ข้อพับคันมากขึ้น การดูแลร่วมกันคือซับเหงื่อ อาบน้ำหลังออกกำลังกาย และใส่เสื้อระบายอากาศ ถ้าเป็นลมพิษใช้ยาแก้แพ้ไม่ง่วง ไม่จำเป็นต้องงดออกกำลังกายทุกคน แต่ถ้ามีหน้ามืดหรือแน่นคอ ต้องหยุดทันทีและรีบพบแพทย์
ภูมิแพ้ผิวหนัง ห้ามกินอะไร
ผู้ใหญ่ที่เป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนังส่วนใหญ่ไม่มีอาหารที่ต้องห้ามตายตัว และการงดอาหารหลายชนิดโดยไม่ตรวจมักไม่ช่วยให้ผื่นดีขึ้น แต่เสี่ยงขาดสารอาหาร โดยเฉพาะในเด็ก ควรงดเฉพาะอาหารที่กินแล้วเกิดอาการซ้ำชัดเจน เช่น ปากบวม ลมพิษ หรืออาเจียนภายในไม่กี่ชั่วโมง ในเด็กเล็กที่ผื่นรุนแรง แพทย์อาจตรวจการแพ้ไข่ นมวัว ถั่ว แป้งสาลี หรือถั่วเหลือง และให้ลองงดภายใต้การดูแล จดบันทึกอาหารกับผื่นแล้วนำไปให้แพทย์ดู มีประโยชน์กว่าการงดเองเป็นเวลานาน
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง: แยกปื้นนูนยุบเร็วจากลมพิษเกิดจากอะไร ผื่นเรื้อรังตามข้อพับจากผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง และดูโรคอื่นในรวมโรคผิวหนัง
ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำสั่งการรักษาเฉพาะบุคคล ขนาดและระยะเวลาของยาเป็นแนวทางทั่วไป การเลือกยาและการสั่งยาควรมาจากแพทย์ที่ได้ตรวจผื่นจริง ผลการรักษาขึ้นกับชนิดของโรคและแต่ละบุคคล
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 4 พฤศจิกายน 2569



ความคิดเห็น