ผื่นแพ้ยา (Drug Rash) — อาการ ชนิดที่พบบ่อย และวิธีรับมืออย่างถูกต้อง
- 6 เม.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 6 เม.ย.

ผื่นแพ้ยา หรือที่เรียกทางการแพทย์ว่า Drug Eruption เป็นปฏิกิริยาที่พบได้บ่อยที่สุดจากการใช้ยาในการรักษาโรค สามารถเกิดได้จากยาแทบทุกชนิด ตั้งแต่ยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด ยาลดความดันโลหิต ไปจนถึงยาเคมีบำบัดหรือยาต้านเชื้อรา อาการอาจเป็นได้ตั้งแต่ผื่นแดงเล็กน้อยไปจนถึงภาวะรุนแรงที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
ชนิดของผื่นแพ้ยา
ผื่นแพ้ยาแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามความรุนแรง:
1. ผื่นแดงเป็นโล่ๆ (Maculopapular/Exanthematous Drug Rash): พบบ่อยที่สุด มีผื่นแดงกระจายสม่ำเสมอทั่วร่างกาย มักเริ่มที่ตัวแล้วกระจายออกไปด้านนอก
2. ผื่นลมพิษฎ์ (Drug-Induced Urticaria): ผื่นราบอาการคันอย่างรวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมงหลังได้รับยา
3. Stevens-Johnson Syndrome (SJS) / Toxic Epidermal Necrolysis (TEN): ภาวะรุนแรงที่มีผิวหนังลอกเป็นแผ่นใหญ่ เสี่ยงถึงชีวิต ต้องรักษาในโรงพยาบาลทันที
ยาที่ทำให้เกิดผื่นแพ้บ่อย
ยาที่ทำให้เกิดผื่นแพ้ได้บ่อย ได้แก่ ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Penicillin และ Cephalosporin, ยากลุ่ม Sulfonamide และ Allopurinol, ยากันชักกลุ่ม Carbamazepine และ Phenytoin, ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs, ยาลดความดันโลหิตกลุ่ม ACE Inhibitors และ ARB
สัญญาณอันตรายที่ต้องไปส่งโรงพยาบาลทันที
หากมีอาการต่อไปนี้ต้องไปโรงพยาบาลทันที: ผื่นลอกเป็นแผ่นใหญ่ ผิวหนังเปื่อยส่วนใหญ่ มีตุ่มในปากหรือตา มีไขสูง คลื่นไสอาเจียน หายใจลำบาก หรือมีอาการอื่นๆ ซึ่งอาจนำไปสู่ Stevens-Johnson Syndrome
การรักษาผื่นแพ้ยา
การรักษาหลักคือการหยุดยาที่สงสัยทันที ในกรณีอาการเบาหรือคัน แพทย์อาจกำหนดยาต้านฮิสตามีนหรือคอร์ติโคสเตียรอยด์เพื่อลดอาการ ส่วนการป้องกันคือการเก็บประวัติการแพ้ยาอย่างละเอียด และแจ้งแพทย์ทุกครั้งที่ไปพบแพทย์
เอกสารอ้างอิง: Breathnach SM. (2015). "Mechanisms of drug eruptions." Australas J Dermatol 56(1):1-9. | Mockenhaupt M. (2011). "The current understanding of Stevens-Johnson syndrome and toxic epidermal necrolysis." Expert Rev Clin Immunol 7(6):803-815.


ความคิดเห็น