top of page

ผื่นคัน (Pruritus): สาเหตุ ชนิด และวิธีรับมือกับอาการคันผิวหนัง

19 มิ.ย.
ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.

ผื่นคัน หรือ Pruritus คืออาการคันที่ผิวหนัง ซึ่งเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยที่สุดในเวชปฏิบัติผิวหนัง พบได้ในทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุ อาการคันอาจดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ในความเป็นจริงอาการคันเรื้อรังสามารถรบกวนการนอนหลับ ส่งผลต่อสมาธิ อารมณ์ และคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก ที่สำคัญคืออาการคันไม่ใช่โรค แต่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าร่างกายกำลังมีบางอย่างผิดปกติ ซึ่งอาจมาจากผิวหนังโดยตรง หรือมาจากโรคภายในร่างกายก็ได้ ที่คลินิก Siam Dermatology สมุทรปราการและกรุงเทพฯ เราพบผู้ป่วยที่มีอาการผื่นคันเป็นจำนวนมาก และการวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงคือหัวใจสำคัญของการรักษาให้หายขาด

ผื่นคันเกิดจากอะไร

ผื่นคัน (Pruritus) เกิดจากการกระตุ้นของเส้นประสาทรับความรู้สึกที่ผิวหนัง สัญญาณคันจะถูกส่งจากปลายประสาทที่ผิวหนังไปยังสมอง ทำให้เรารู้สึกอยากเกา ในทางการแพทย์เราแบ่งสาเหตุของผื่นคันออกได้เป็น 4 กลุ่มหลัก เพื่อช่วยให้แพทย์วางแนวทางการตรวจและวินิจฉัยได้ตรงจุด

  • กลุ่มโรคผิวหนัง: ผิวแห้ง โรคภูมิแพ้ผิวหนัง (ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง) และโรคสะเก็ดเงิน เป็นสาเหตุจากตัวผิวหนังเองที่พบบ่อยที่สุด

  • กลุ่มโรคระบบภายในร่างกาย: โรคตับ โรคไต และโรคต่อมไทรอยด์ อาจทำให้เกิดอาการคันทั้งตัวโดยไม่มีผื่นชัดเจน จึงต้องอาศัยการตรวจเลือดเพิ่มเติม

  • กลุ่มระบบประสาท: ภาวะเส้นประสาทถูกกดทับหรือเสียหาย ทำให้เกิดสัญญาณคันผิดปกติเฉพาะบริเวณ

  • กลุ่มยาและสารภายนอก: การแพ้ยา การสัมผัสสบู่ หรือน้ำยาทำความสะอาดที่มีสารระคายเคือง สามารถกระตุ้นอาการคันได้

ชนิดของผื่นคันที่พบบ่อย และวิธีแยกความแตกต่าง

การแยกชนิดของผื่นคันช่วยให้ประเมินได้ว่าต้นเหตุน่าจะมาจากผิวหนังหรือจากโรคภายใน โดยสังเกตจากลักษณะผื่น ตำแหน่ง และปัจจัยกระตุ้นร่วมด้วย

  • ผื่นคันจากผิวแห้ง (Xerotic Pruritus): พบบ่อยในผู้สูงอายุ ผิวแห้งแตกเป็นขุย มักคันมากขึ้นในอากาศเย็นหรือความชื้นต่ำ ตอบสนองดีต่อการทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้น

  • ผื่นคันจากภูมิแพ้ (Allergic Pruritus): เกิดจากการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ มักมีผื่นแดงหรือตุ่มนูนร่วมด้วย และคันเฉพาะบริเวณที่สัมผัสสาร

  • ผื่นคันจากโรคระบบ (Systemic Pruritus): มักคันทั้งตัวโดยไม่มีผื่นแดงชัดเจน เป็นสัญญาณเตือนที่อาจบ่งบอกถึงโรคภายใน เช่น โรคตับ โรคไต หรือโรคไทรอยด์ จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม

  • ผื่นคันจากจิตใจ (Psychogenic Pruritus): เกิดจากความเครียดหรือความวิตกกังวล มักไม่มีรอยโรคทางผิวหนังที่อธิบายอาการคันได้ และอาการมักสัมพันธ์กับภาวะอารมณ์

วิธีบรรเทาอาการผื่นคันเบื้องต้น

การดูแลตนเองเบื้องต้นสามารถช่วยลดอาการคันและป้องกันไม่ให้ผิวหนังอักเสบมากขึ้นได้ ก่อนที่จะตัดสินใจพบแพทย์

  • เพิ่มความชุ่มชื้น: ทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ Ceramide หรือ Urea เพื่อลดการสูญเสียน้ำจากผิวหนังและเสริมเกราะป้องกันผิว

  • เลี่ยงสิ่งกระตุ้น: หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนและสบู่ที่มีส่วนผสมรุนแรง เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งและคันมากขึ้น

  • เลือกเสื้อผ้าให้เหมาะ: สวมเสื้อผ้าที่นุ่มสบายและระบายอากาศได้ดี ลดการเสียดสีและความอับชื้น

  • ไม่เกา: ไม่ขูดเกา เพราะการเการุนแรงจะทำให้ผิวอักเสบและคันมากขึ้นเป็นวงจร

  • ยาแก้แพ้: ใช้ยาแก้แพ้ (Antihistamine) เพื่อลดอาการคันตามคำแนะนำของแพทย์

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ผิวหนัง

แม้อาการคันส่วนใหญ่จะดีขึ้นเองด้วยการดูแลผิว แต่มีสัญญาณบางอย่างที่ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง เพื่อตรวจหาสาเหตุที่ซ่อนอยู่

  • อาการคันไม่ดีขึ้นหลังดูแลตัวเองนานเกิน 2 สัปดาห์

  • มีผื่นแดงหรือตุ่มน้ำร่วมด้วย

  • คันทั้งตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งอาจสัมพันธ์กับโรคภายใน

  • มีไข้หรืออาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย

  • อาการคันรบกวนการนอนหลับและกระทบต่อคุณภาพชีวิต

การป้องกันผื่นคันในชีวิตประจำวัน

  • รักษาความชุ่มชื้นของผิวหนังอย่างสม่ำเสมอด้วยการทาครีมบำรุง

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 8 แก้ว

  • สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี

  • หลีกเลี่ยงสารที่แพ้และสิ่งที่เคยกระตุ้นอาการ

  • ออกกำลังกายและลดความเครียด

  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีโอเมก้า 3 และสังกะสี

คำถามที่พบบ่อย

ผื่นคันเกิดจากอะไรได้บ้าง? ผื่นคัน (Pruritus) เกิดจากการกระตุ้นของเส้นประสาทรับความรู้สึกที่ผิวหนัง แบ่งสาเหตุได้เป็น 4 กลุ่มหลัก คือ โรคผิวหนัง (ผิวแห้ง ภูมิแพ้ผิวหนัง สะเก็ดเงิน), โรคระบบภายใน (ตับ ไต ไทรอยด์), ระบบประสาท (เส้นประสาทถูกกด) และยาหรือสารภายนอก (แพ้ยา สบู่ น้ำยาทำความสะอาด)

คันทั้งตัวแต่ไม่มีผื่น อันตรายไหม? อาการคันทั้งตัวโดยไม่มีผื่นแดงชัดเจน เรียกว่า Systemic Pruritus ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคภายใน เช่น โรคตับ โรคไต หรือโรคไทรอยด์ จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและตรวจเลือดเพิ่มเติม ไม่ควรปล่อยไว้นาน

บรรเทาอาการผื่นคันเบื้องต้นได้อย่างไร? ทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ Ceramide หรือ Urea หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนและสบู่ที่มีส่วนผสมรุนแรง สวมเสื้อผ้านุ่มสบาย ไม่ขูดเกา และใช้ยาแก้แพ้ (Antihistamine) ตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อลดอาการคัน

ผื่นคันแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์ผิวหนัง? ควรพบแพทย์เมื่ออาการคันไม่ดีขึ้นหลังดูแลตัวเองนานเกิน 2 สัปดาห์ มีผื่นแดงหรือตุ่มน้ำร่วมด้วย คันทั้งตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ มีไข้หรืออาการอื่นร่วมด้วย หรืออาการคันรบกวนการนอนหลับและคุณภาพชีวิต

เอกสารอ้างอิง

หากคุณมีอาการผื่นคันเรื้อรังที่รบกวนชีวิตประจำวัน หรือคันทั้งตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ อย่าปล่อยไว้จนกระทบคุณภาพชีวิต ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm เพื่อรับการวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
กดสิว สิวแบบไหนกดได้ แบบไหนห้ามกด แพทย์ผิวหนังอธิบายขั้นตอนที่ถูกต้อง ทำไมกดเองแล้วเป็นรอย และกี่วันยุบ

กดสิว (comedone extraction) คือหัตถการที่แพทย์ใช้เครื่องมือปลอดเชื้อเปิดรูขุมขนแล้วดันก้อนไขมันและเคราตินที่อุดอยู่ออกมา เหมาะกับ สิวอุดตันหัวดำและหัวขาว (comedones) เท่านั้น ส่วนสิวอักเสบตุ่มแดง สิวห

 
 
 
ยาแก้คัน ยาแก้แพ้กินตัวไหนดี แพทย์ผิวหนังเทียบชนิดง่วงและไม่ง่วง ขนาดยา และเมื่อไรยาแก้แพ้ไม่ช่วย

ยาแก้คันชนิดกิน ส่วนใหญ่คือ ยาแก้แพ้กลุ่มต้านฮิสตามีน (oral antihistamines หรือ H1-antihistamines) ซึ่งออกฤทธิ์ยับยั้งสารฮิสตามีนที่ร่างกายหลั่งออกมาเวลาแพ้ จึงได้ผลดีกับอาการคันจากลมพิษ (urticaria) แ

 
 
 
สิวขึ้นหน้าผาก เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังแยก 7 แบบ สิวเชื้อรา สิวจากผลิตภัณฑ์ผม และวิธีรักษาให้ตรงชนิด

สิวขึ้นหน้าผาก (Forehead acne) คือตุ่มสิวหรือตุ่มคล้ายสิวที่ขึ้นบริเวณหน้าผากและแนวไรผม ซึ่งไม่ใช่โรคเดียว แพทย์ผิวหนังแยกได้อย่างน้อย 7 แบบ ที่พบบ่อยที่สุดคือ สิวอุดตันหัวปิด (closed comedones) สิวเช

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ