top of page

ผื่นแพ้ไรฝุ่น เป็นแบบไหน ไรฝุ่นกัดได้ไหม แพทย์ผิวหนังแยก 6 แบบ ยาทา ยากิน การตรวจภูมิแพ้ และวิธีจัดการที่นอน

31 ต.ค.
ยาว 4 นาที

อัปเดตเมื่อ 4 วันที่ผ่านมา

ผื่นแพ้ไรฝุ่น (house dust mite allergy rash) คือผื่นคันที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันไวต่อโปรตีนในมูลและซากของไรฝุ่น (house dust mite: Dermatophagoides pteronyssinus และ D. farinae) ไม่ได้เกิดจากการถูกไรฝุ่นกัด เพราะไรฝุ่นไม่กัดคน ในทางการแพทย์ผื่นแบบนี้ส่วนใหญ่คือ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) ที่กำเริบเพราะไรฝุ่น รองลงมาคือลมพิษที่ไรฝุ่นเป็นตัวกระตุ้นร่วม

อาการที่พบบ่อยคือผื่นแดงแห้ง คัน ขึ้นตรงผิวที่แนบกับที่นอน หมอน และผ้าห่ม เช่น ใบหน้า ลำคอ แขน หลัง และคันมากตอนกลางคืนหรือหลังตื่นนอน ส่วน "ตุ่มแดงเป็นเม็ด ๆ ตื่นมาแล้วเจอ" ที่คนมักเรียกว่าไรฝุ่นกัด ส่วนใหญ่เป็นแมลงชนิดอื่น เช่น ไรนก เรือด หมัด หรือหิด ซึ่งรักษาคนละแบบ บทความนี้จึงแยกให้ทีละแบบ พร้อมชื่อยาที่แพทย์ใช้จริง ระยะเวลาที่ควรดีขึ้น และวิธีจัดการที่นอนที่มีหลักฐานรองรับ


ไรฝุ่นคืออะไร ทำไมคนไทยแพ้กันเยอะ

ไรฝุ่นเป็นสัตว์ขาปล้องขนาดประมาณ 0.2–0.3 มิลลิเมตร มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น อาศัยอยู่ในที่นอน หมอน ผ้าห่ม โซฟาผ้า พรม และตุ๊กตา กินขุยผิวหนังที่คนผลัดออกวันละหลายร้อยมิลลิกรัมเป็นอาหาร

  • สภาพอากาศไทยเหมาะกับไรฝุ่นมาก: ไรฝุ่นเพิ่มจำนวนได้ดีที่อุณหภูมิ 25–30 °C และความชื้นสัมพัทธ์มากกว่า 60–70% ซึ่งเป็นสภาพในห้องนอนคนไทยเกือบทั้งปี

  • ตัวการคือโปรตีนในมูลไรฝุ่น: สารก่อภูมิแพ้หลัก เช่น Der p 1 และ Der f 1 อยู่ในมูลที่มีขนาดประมาณ 10–40 ไมโครเมตร ฟุ้งขึ้นเวลาเราขยับตัวบนที่นอนแล้วตกลงบนผิวและเข้าจมูก

  • พบบ่อยในคนที่เป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว: ในผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ในไทย ไรฝุ่นเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่ตรวจเจอบ่อยที่สุด และคนที่แพ้ไรฝุ่นจำนวนมากมีภูมิแพ้จมูก หอบหืด หรือผื่นภูมิแพ้ผิวหนังร่วมด้วย

  • ผิวที่แห้งและเกราะผิวเสียจะแพ้ได้ง่ายขึ้น: เอนไซม์ในมูลไรฝุ่นทำลายรอยต่อระหว่างเซลล์ผิว ผิวที่แห้งหรือเกาจนถลอกจึงยิ่งให้สารก่อภูมิแพ้ซึมเข้าไปกระตุ้นการอักเสบได้มากขึ้น

ไรฝุ่นกัดได้ไหม ตุ่มที่ตื่นมาเจอคืออะไร

ไรฝุ่นไม่กัดคนและไม่ดูดเลือด ปากของไรฝุ่นใช้กินขุยผิวที่หลุดแล้วเท่านั้น ดังนั้นถ้าตื่นมาแล้วเจอตุ่มแดงนูนเป็นเม็ด ๆ มีจุดตรงกลางเหมือนรอยกัด ให้คิดถึงสัตว์ชนิดอื่นก่อน

  • ไรนก (bird mite) มาจากรังนกพิราบหรือนกกระจอกที่ชายคา ช่องแอร์ หรือหลังคา ตุ่มคันมากกระจายตามลำตัวและแขน มักเป็นช่วงที่ลูกนกออกจากรังแล้วไรหาอาหารใหม่

  • เรือด (bed bug) ตุ่มมักเรียงเป็นแนว 3–4 จุด ตามผิวที่โผล่พ้นผ้าห่ม เช่น แขน ไหล่ ลำคอ อาจเห็นจุดเลือดหรือจุดดำเล็ก ๆ บนผ้าปูที่นอนหรือตะเข็บที่นอน

  • หมัด (flea) ตุ่มเป็นกลุ่มที่ข้อเท้าและหน้าแข้งเป็นหลัก บ้านที่เลี้ยงสุนัขหรือแมวพบได้บ่อย

  • หิด (scabies) คันมากตอนกลางคืน คนในบ้านคันด้วย ตุ่มอยู่ที่ง่ามนิ้ว ข้อมือ รอบเอว และอวัยวะเพศ อ่านรายละเอียดที่ หิด เกิดจากอะไร คันกลางคืน

ตุ่มจากแมลงกัดที่ขึ้นซ้ำ ๆ แล้วแข็งค้างอยู่หลายวัน เรียกว่า ผื่นแพ้แมลง (papular urticaria) ซึ่งต่างจากผื่นแพ้ไรฝุ่นตรงที่เป็นตุ่มเดี่ยว ๆ ไม่ใช่ปื้นผื่นแห้ง ถ้าตุ่มของคุณเป็นแบบนี้ อ่านวิธีแยกเพิ่มเติมที่ ตุ่มแดงคล้ายยุงกัด แต่ไม่ใช่ยุงกัด เกิดจากอะไร

เช็กเร็ว 5 ข้อ ผื่นของคุณน่าจะเกี่ยวกับไรฝุ่นไหม

ข้อที่ตรงมากข้อ ผื่นยิ่งน่าจะสัมพันธ์กับไรฝุ่น แต่การยืนยันว่าแพ้จริงต้องตรวจภูมิแพ้ (ดูหัวข้อการตรวจด้านล่าง)

  1. คันมากขึ้นตอนกลางคืนหรือหลังตื่นนอน และดีขึ้นช่วงกลางวันที่อยู่นอกห้องนอน

  2. ผื่นขึ้นตรงผิวที่แนบกับที่นอน เช่น แก้มข้างที่นอนตะแคง ลำคอ หลัง ต้นแขน

  3. ผื่นดีขึ้นชัดเจนเวลาไปนอนที่อื่น เช่น ไปเที่ยว 3–5 วันแล้วผื่นยุบ กลับบ้านมาไม่กี่คืนก็กลับมา

  4. มีภูมิแพ้อย่างอื่นร่วม เช่น จาม คัดจมูก น้ำมูกใสตอนเช้า คันตา หรือหอบหืด

  5. ผื่นกำเริบหลังทำความสะอาดบ้าน ปัดฝุ่น เปลี่ยนผ้าปู หรือเปิดตู้เสื้อผ้าเก่า

ถ้าคำตอบส่วนใหญ่ตรงกับ "ตุ่มเป็นเม็ด มีรอยกัดตรงกลาง ขึ้นเป็นกลุ่มหรือเป็นแนว" มากกว่า ให้กลับไปดูหัวข้อไรฝุ่นกัดได้ไหมด้านบน

ผื่นแพ้ไรฝุ่นแบบที่ 1 ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบจากไรฝุ่น (Atopic dermatitis)

ลักษณะ ผื่นแดงแห้ง เป็นขุย ขอบไม่ชัด คันมาก ในผู้ใหญ่มักอยู่ที่ข้อพับแขนขา ลำคอ ใบหน้า และหนังตา ผื่นที่เป็นนานจะหนาและมีรอยเส้นผิวชัดขึ้น (lichenification) อาจมีรอยดำหลังผื่นหาย

สาเหตุ เกราะผิวบกพร่องร่วมกับภูมิคุ้มกันไวเกิน ไรฝุ่นเป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นที่สำคัญที่สุด ร่วมกับเหงื่อ ผิวแห้ง สบู่ที่แรงเกินไป และความเครียด

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน ส่วนใหญ่ไม่อันตรายแต่รบกวนการนอนมาก รักษาที่บ้านได้ถ้าผื่นน้อยกว่า 10% ของผิวทั้งตัว (ประมาณฝ่ามือ 10 ฝ่ามือ) และไม่มีหนอง

เมื่อไรต้องพบแพทย์ ทายาแล้ว 2 สัปดาห์ไม่ดีขึ้น นอนไม่หลับเพราะคันหลายคืนติด มีน้ำเหลืองหรือสะเก็ดเหลือง หรือมีแผลถลอกเป็นหลุมเล็ก ๆ หลายจุดพร้อมไข้

ดูภาพรวมของโรคนี้ทั้งหมดที่ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) เกิดจากอะไร

ผื่นแพ้ไรฝุ่นแบบที่ 2 ผื่นตรงผิวที่สัมผัสที่นอน (Aeroallergen contact pattern)

ลักษณะ ผื่นแดงคันเป็นปื้น ขึ้นเฉพาะผิวที่โผล่หรือแนบกับเครื่องนอน เช่น ใบหน้า ลำคอ หน้าอกส่วนบน แขน และหลัง บางคนเป็นข้างเดียวตามด้านที่นอนตะแคง ส่วนที่มีเสื้อผ้าปิดมักผื่นน้อยกว่า

สาเหตุ สารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นตกลงบนผิวโดยตรง กระตุ้นการอักเสบแบบภูมิแพ้ชนิดช้า (delayed-type) ซึ่งตรวจยืนยันได้ด้วยการทดสอบแปะผิวกับสารไรฝุ่น (atopy patch test)

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน ไม่อันตราย แต่ถ้าไม่จัดการที่นอนจะกลับมาเรื่อย ๆ แม้ทายาแล้วหาย

เมื่อไรต้องพบแพทย์ ผื่นขึ้นที่หน้าและหนังตาซ้ำ ๆ จนต้องทายาสเตียรอยด์ต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ หรือไม่แน่ใจว่าเป็นผื่นแพ้ไรฝุ่นหรือผื่นแพ้สารเคมีจากผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม หรือเครื่องสำอาง ซึ่งต้องแยกด้วยการทดสอบแปะผิวคนละชุด อ่านเพิ่มที่ ผื่นภูมิแพ้สัมผัส contact dermatitis

ผื่นแพ้ไรฝุ่นแบบที่ 3 ลมพิษที่สัมพันธ์กับไรฝุ่น (Urticaria)

ลักษณะ ปื้นนูนแดงหรือขาวซีด ขอบชัด คันมาก แต่ละปื้นยุบเองภายใน 24 ชั่วโมงโดยไม่เหลือรอย แล้วไปขึ้นที่ใหม่ อาจมีปากหรือหนังตาบวมร่วม

สาเหตุ ในคนที่แพ้ไรฝุ่นอย่างรุนแรง การสัมผัสฝุ่นปริมาณมาก เช่น ทำความสะอาดห้องเก็บของ อาจทำให้เกิดลมพิษเฉียบพลันได้ แต่ลมพิษเรื้อรังที่เป็นเกิน 6 สัปดาห์ส่วนใหญ่ไม่ได้มีไรฝุ่นเป็นสาเหตุเดียว การตรวจพบว่าแพ้ไรฝุ่นจึงไม่ได้แปลว่าลมพิษเรื้อรังมาจากไรฝุ่นเสมอไป

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน ลมพิษอย่างเดียวไม่อันตราย แต่ถ้ามีหายใจลำบาก เสียงแหบ ลิ้นบวม หรือหน้ามืด เป็นภาวะแพ้รุนแรงที่ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที

เมื่อไรต้องพบแพทย์ ลมพิษเป็นต่อเนื่องเกิน 6 สัปดาห์ กินยาแก้แพ้ขนาดปกติแล้วไม่หาย หรือมีบวมที่ปากและตาบ่อย อ่านต่อที่ ลมพิษ เกิดจากอะไร

ผื่นแพ้ไรฝุ่นแบบที่ 4 ตุ่มที่คิดว่าไรฝุ่นกัด แต่เป็นไรนก เรือด หรือหมัด

ลักษณะ ตุ่มแดงนูนขนาด 2–10 มิลลิเมตร มีจุดตรงกลาง คันมาก บางเม็ดเป็นตุ่มน้ำ ขึ้นเป็นกลุ่มหรือเป็นแนว ไม่ใช่ปื้นผื่นแห้ง

สาเหตุ น้ำลายของแมลงหรือไรที่กัดจริง คือไรนก เรือด หมัด หรือไรอ่อนในพื้นที่หญ้าและป่า ไม่ใช่ไรฝุ่น

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน ตุ่มแต่ละเม็ดยุบเองใน 1–2 สัปดาห์ แต่ถ้ายังไม่กำจัดต้นทางจะมีตุ่มใหม่ทุกคืน ถ้าเคยเดินป่าหรือไปไร่สวน แล้วมีไข้ร่วมกับแผลสะเก็ดดำกลมขนาดประมาณ 5–10 มิลลิเมตร ต้องคิดถึงไข้รากสาดใหญ่ (scrub typhus) ซึ่งต้องพบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง

เมื่อไรต้องพบแพทย์ ตุ่มเพิ่มขึ้นทุกคืนเกิน 1–2 สัปดาห์ คนในบ้านเป็นด้วย ตุ่มกลายเป็นหนอง หรือมีไข้

ผื่นแพ้ไรฝุ่นแบบที่ 5 คันตามตัวไม่มีผื่น ผิวแห้งในห้องแอร์

ลักษณะ คันยุบยิบตามแขน ขา และหลัง เห็นแค่ผิวแห้ง เป็นขุยละเอียด หรือรอยเกา แต่ไม่มีผื่นแดงชัด มักคันตอนนอนในห้องแอร์

สาเหตุ ผิวแห้ง (xerosis) จากอากาศแห้งในห้องแอร์และการอาบน้ำร้อน เกราะผิวที่บางลงทำให้ไวต่อสิ่งกระตุ้นทุกชนิด รวมถึงไรฝุ่น แต่ไรฝุ่นมักไม่ใช่ตัวการหลัก

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน ไม่อันตราย ดีขึ้นได้ใน 1–2 สัปดาห์ด้วยการทามอยส์เจอไรเซอร์อย่างสม่ำเสมอ

เมื่อไรต้องพบแพทย์ คันทั้งตัวโดยไม่มีผื่นนานเกิน 6 สัปดาห์ หรือมีน้ำหนักลด เหงื่อออกกลางคืน ตัวเหลือง ซึ่งต้องตรวจหาโรคภายใน อ่านเพิ่มที่ คันตามตัวตอนกลางคืน เกิดจากอะไร

ผื่นแพ้ไรฝุ่นแบบที่ 6 ผื่นแพ้ไรฝุ่นในเด็ก

ลักษณะ ทารกอายุ 2–6 เดือนมักมีผื่นแดงแห้งที่แก้ม หน้าผาก และด้านนอกของแขนขา เด็กโตผื่นย้ายไปอยู่ที่ข้อพับแขนขาและลำคอ เด็กเกาจนนอนไม่หลับและหงุดหงิด

สาเหตุ ส่วนใหญ่คือผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในเด็กที่มีไรฝุ่นเป็นตัวกระตุ้นร่วม เด็กที่ผื่นเป็นมากตั้งแต่ขวบปีแรกมีโอกาสเป็นภูมิแพ้จมูกและหอบหืดตามมาภายหลัง

ความรุนแรง/ความเร่งด่วน ส่วนใหญ่ควบคุมได้ด้วยมอยส์เจอไรเซอร์และยาทาที่เหมาะกับอายุ และจำนวนมากดีขึ้นเมื่อโตขึ้น

เมื่อไรต้องพบแพทย์ ผื่นมีน้ำเหลืองหรือหนอง เด็กเลี้ยงไม่โตหรือน้ำหนักไม่ขึ้น ผื่นเป็นตุ่มน้ำแตกเป็นหลุมพร้อมไข้ หรือพ่อแม่ไม่แน่ใจว่าใช้ยาสเตียรอยด์ได้นานแค่ไหน อ่านต่อที่ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก

ตารางเทียบ ผื่นแพ้ไรฝุ่นกับผื่นที่หน้าตาคล้ายกัน

  • ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังจากไรฝุ่น: ผื่นแห้งเป็นปื้น ขอบไม่ชัด อยู่เป็นสัปดาห์ คันกลางคืน ดีขึ้นเมื่อไปนอนที่อื่น

  • ลมพิษ: ปื้นนูนแต่ละปื้นหายใน 24 ชั่วโมง ไม่มีขุย

  • แมลงหรือไรนกกัด: ตุ่มเดี่ยวมีจุดตรงกลาง เป็นกลุ่มหรือแนว อยู่ 1–2 สัปดาห์

  • หิด: คันกลางคืนรุนแรง ตุ่มที่ง่ามนิ้ว ข้อมือ รอบเอว คนในบ้านเป็นด้วย

  • ผื่นแพ้สัมผัสสารเคมี: ผื่นขึ้นตรงตำแหน่งที่สัมผัสสาร เช่น ใต้สายนาฬิกา รอบตา หลังเปลี่ยนผงซักฟอกหรือเครื่องสำอาง

  • ผดร้อน: ตุ่มเล็กมากขนาด 1–2 มิลลิเมตร ที่หลัง คอ ข้อพับ หลังเหงื่อออกมาก หายใน 2–3 วันเมื่ออยู่ที่เย็น

แพทย์ตรวจยืนยันว่าแพ้ไรฝุ่นอย่างไร

การวินิจฉัยผื่นทำจากการดูลักษณะผื่นและประวัติเป็นหลัก การตรวจภูมิแพ้ใช้ยืนยันว่า ไรฝุ่นเกี่ยวข้องจริง เพื่อให้คุ้มกับการลงทุนจัดการที่นอน

  • การทดสอบสะกิดผิว (skin prick test): หยดน้ำยาสกัดไรฝุ่นบนแขนแล้วสะกิดเบา ๆ อ่านผลใน 15–20 นาที ถ้ารอยนูนกว้างตั้งแต่ 3 มิลลิเมตรขึ้นไปเมื่อเทียบกับจุดควบคุม ถือว่าไวต่อไรฝุ่น ต้องหยุดยาแก้แพ้ก่อนตรวจประมาณ 5–7 วัน เพราะยาจะกดผลให้เป็นลบลวง

  • การเจาะเลือดตรวจภูมิต่อไรฝุ่นเฉพาะ (specific IgE): ใช้แทนเมื่อผื่นเต็มแขนหรือหยุดยาแก้แพ้ไม่ได้ ค่าตั้งแต่ 0.35 kUA/L ขึ้นไปถือว่าไว

  • การทดสอบแปะผิวกับสารไรฝุ่น (atopy patch test): ใช้ในบางกรณีที่สงสัยผื่นแบบชนิดช้า แปะไว้ 48 ชั่วโมงแล้วอ่านผล

  • ข้อควรรู้: ผลบวกแปลว่า "ร่างกายไวต่อไรฝุ่น" ไม่ได้แปลว่าผื่นทั้งหมดมาจากไรฝุ่น แพทย์ต้องนำผลไปเทียบกับประวัติด้วยทุกครั้ง

ผื่นแพ้ไรฝุ่น ใช้ยาทาอะไร

ยาทาเป็นแกนหลักของการรักษาผื่นแพ้ไรฝุ่นแบบผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ชนิดและความแรงของยาขึ้นกับตำแหน่งผื่นและอายุ แพทย์จะเป็นผู้เลือกให้

  • มอยส์เจอไรเซอร์ (emollient) ทาทั้งตัววันละ 2 ครั้ง และภายใน 3 นาทีหลังอาบน้ำ ผู้ใหญ่ที่ผื่นเป็นมากมักใช้ประมาณ 250–500 กรัมต่อสัปดาห์ เลือกสูตรไม่มีน้ำหอม ทาต่อเนื่องแม้ผื่นหายแล้ว เพราะช่วยลดการกำเริบ

  • ยาทาสเตียรอยด์ความแรงต่ำสำหรับหน้าและข้อพับ เช่น ไฮโดรคอร์ติโซน (hydrocortisone) 1% หรือเดโซไนด์ (desonide) 0.05% วันละ 1–2 ครั้ง ไม่เกิน 1–2 สัปดาห์ต่อรอบ

  • ยาทาสเตียรอยด์ความแรงปานกลางสำหรับลำตัว แขน ขา เช่น โมเมทาโซน ฟูโรเอต (mometasone furoate) 0.1% วันละครั้ง หรือไตรแอมซิโนโลน (triamcinolone acetonide) 0.1% วันละ 2 ครั้ง นาน 1–2 สัปดาห์จนผื่นยุบ

  • ปริมาณที่ทา ใช้หน่วยปลายนิ้ว (fingertip unit) บีบยาจากหลอดยาวเท่าข้อนิ้วชี้ส่วนปลาย ประมาณ 0.5 กรัม ทาได้พื้นที่เท่าฝ่ามือผู้ใหญ่ 2 ฝ่ามือ การทาน้อยเกินไปเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการ "ทาแล้วไม่หาย"

  • ทาแบบป้องกันการกำเริบ (proactive therapy) เมื่อผื่นยุบแล้ว แพทย์อาจให้ทายาสเตียรอยด์หรือยากลุ่ม calcineurin บนจุดที่ชอบเป็นซ้ำสัปดาห์ละ 2 วัน นานหลายเดือน ช่วยลดการกำเริบได้ชัดเจน

  • ยาทากลุ่มยับยั้งแคลซินิวริน (topical calcineurin inhibitors) เช่น ทาโครลิมัส (tacrolimus) 0.03% ในเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป และ 0.1% ในผู้ใหญ่ หรือพิเมโครลิมัส (pimecrolimus) 1% วันละ 2 ครั้ง เหมาะกับหนังตาและใบหน้าที่ไม่ควรใช้สเตียรอยด์นาน อาจแสบร้อนใน 3–5 วันแรกแล้วจะดีขึ้น

อ่านวิธีเลือกยาทาแต่ละกลุ่มแบบละเอียดได้ที่ ยาทาแก้ผื่นคัน เลือกอย่างไรให้ถูก

ผื่นแพ้ไรฝุ่น กินยาอะไร

  • ยาแก้แพ้ชนิดไม่ง่วง เช่น เซทิริซีน (cetirizine) 10 มก. วันละครั้ง ลอราทาดีน (loratadine) 10 มก. วันละครั้ง หรือเฟกโซเฟนาดีน (fexofenadine) 180 มก. วันละครั้ง ในเด็กอายุ 2–5 ปี เซทิริซีนใช้ 2.5 มก. วันละ 2 ครั้ง ช่วยลดคันได้ชัดในลมพิษและอาการจมูก แต่ลดคันจากผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้จำกัด จึงใช้เสริมยาทา ไม่ได้ใช้แทน

  • ยาแก้แพ้ชนิดง่วงช่วงสั้น ๆ เช่น คลอร์เฟนิรามีน (chlorpheniramine) 4 มก. ก่อนนอน ใช้ช่วงที่คันจนนอนไม่หลับไม่กี่คืน ไม่ควรขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักรหลังกิน

  • ลมพิษที่ไม่ตอบสนอง แพทย์อาจเพิ่มยาแก้แพ้ชนิดไม่ง่วงได้ถึง 4 เท่าของขนาดปกติ ภายใต้การติดตาม

  • ผื่นติดเชื้อแทรกซ้อน ถ้ามีสะเก็ดเหลืองหรือหนองเป็นจุดเล็ก อาจใช้ยาทามิวพิโรซิน (mupirocin) 2% วันละ 3 ครั้ง 5–7 วัน ถ้าเป็นกว้าง แพทย์อาจให้ยากินเซฟาเลกซิน (cephalexin) 500 มก. วันละ 4 ครั้ง 5–7 วัน

  • ผื่นรุนแรงที่ยาทาคุมไม่ได้ แพทย์ผิวหนังอาจพิจารณาการรักษาระบบทั้งตัว เช่น ไซโคลสปอริน (cyclosporine) 3–5 มก./กก./วัน ระยะสั้นพร้อมตรวจความดันและการทำงานของไต หรือยาชีววัตถุดูพิลูแมบ (dupilumab) ซึ่งในผู้ใหญ่เริ่ม 600 มก. แล้วฉีด 300 มก. ทุก 2 สัปดาห์ ทั้งสองแบบต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์เฉพาะทาง

  • ไม่แนะนำให้ซื้อยาสเตียรอยด์ชนิดกินมาใช้เอง เพราะผื่นมักกลับมาแรงกว่าเดิมเมื่อหยุดยา และมีผลข้างเคียงต่อน้ำตาล ความดัน และกระดูก

ดูการเทียบยาแก้แพ้ชนิดง่วงกับไม่ง่วงแบบละเอียดที่ ยาแก้คัน ยาแก้แพ้กินตัวไหนดี

ตุ่มแมลงหรือไรนกกัด รักษาอย่างไร

  • ทายาสเตียรอยด์ความแรงปานกลาง เช่น โมเมทาโซน 0.1% บนตุ่มวันละครั้ง 5–7 วัน ร่วมกับยาแก้แพ้ชนิดไม่ง่วงช่วงที่คัน

  • ไม่แกะหรือเกาตุ่ม เพราะเสี่ยงติดเชื้อและทิ้งรอยดำนานหลายเดือน

  • จัดการต้นทาง ไรนกต้องให้ผู้เชี่ยวชาญรื้อรังนกและทำความสะอาดจุดที่นกเกาะ เรือดต้องกำจัดทั้งที่นอนและเฟอร์นิเจอร์ใกล้เตียง หมัดต้องรักษาสัตว์เลี้ยงด้วยยากำจัดหมัดจากสัตวแพทย์พร้อมกัน

  • ถ้าเป็นหิด ใช้เพอร์เมทริน (permethrin) 5% ทาทั้งตัวตั้งแต่คอลงไป ทิ้งไว้ 8–14 ชั่วโมงแล้วล้างออก ทาซ้ำอีกครั้งหลัง 7 วัน และรักษาคนในบ้านพร้อมกันทุกคน อีกทางเลือกคือเบนซิลเบนโซเอต (benzyl benzoate) 25% ตามที่แพทย์สั่ง

วิธีลดไรฝุ่นในห้องนอน แบบที่ได้ผลจริง

งานวิจัยพบว่า การทำทีละอย่างแทบไม่ช่วย ต้องทำหลายวิธีพร้อมกันจึงลดสารก่อภูมิแพ้ได้มากพอ และได้ประโยชน์ชัดเจนเฉพาะคนที่ตรวจแล้วว่าแพ้ไรฝุ่นจริง

  1. ซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่มด้วยน้ำร้อนอย่างน้อย 60 °C สัปดาห์ละครั้ง น้ำอุ่นทั่วไปล้างสารก่อภูมิแพ้ออกได้บางส่วนแต่ไม่ฆ่าไร ถ้าไม่มีเครื่องซักน้ำร้อน ให้อบผ้าในเครื่องอบผ้าความร้อนสูงนานอย่างน้อย 30 นาที

  2. ใช้ปลอกกันไรฝุ่นหุ้มที่นอนและหมอน เลือกผ้าทอแน่นที่มีรูผ้าไม่เกิน 10 ไมโครเมตร และมีซิปปิดสนิท ช่วยกันไม่ให้สารก่อภูมิแพ้จากไส้ที่นอนฟุ้งขึ้นมา

  3. คุมความชื้นในห้องให้ต่ำกว่า 50% เปิดแอร์โหมดลดความชื้นหรือใช้เครื่องลดความชื้น เพราะไรฝุ่นขาดน้ำและตายเมื่อความชื้นต่ำต่อเนื่อง

  4. เอาพรม ตุ๊กตาผ้า และหมอนอิงที่ซักไม่ได้ออกจากห้องนอน ตุ๊กตาที่จำเป็นให้แช่ช่องฟรีซ –18 °C นาน 24 ชั่วโมงแล้วซัก เดือนละครั้ง

  5. ดูดฝุ่นด้วยเครื่องที่มีแผ่นกรอง HEPA สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง ให้คนที่ไม่แพ้เป็นคนทำ หรือใส่หน้ากากและออกจากห้องอย่างน้อย 20 นาทีหลังดูดฝุ่น

  6. ตากที่นอนกลางแดดจัด ช่วยลดความชื้นได้ แต่ฆ่าไรได้เฉพาะชั้นผิวที่ร้อนจริง จึงใช้เสริม ไม่ใช้แทนการซักน้ำร้อนและปลอกกันไร

  7. ไม่ต้องพึ่งสเปรย์ฆ่าไร สเปรย์ฆ่าไรและเครื่องฟอกอากาศเพียงอย่างเดียวมีหลักฐานจำกัด และสารเคมีบางชนิดระคายเคืองผิวที่เป็นผื่นอยู่

ผื่นแพ้ไรฝุ่น กี่วันหาย

  • ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่กำเริบ ถ้าทายาถูกความแรงและปริมาณ ความคันมักลดใน 3–7 วัน ผื่นยุบใน 1–2 สัปดาห์ รอยดำที่เหลืออาจใช้เวลา 2–6 เดือน

  • ลมพิษ แต่ละปื้นหายใน 24 ชั่วโมง ลมพิษเฉียบพลันส่วนใหญ่หายภายใน 6 สัปดาห์

  • ตุ่มแมลงหรือไรนกกัด แต่ละเม็ดยุบใน 1–2 สัปดาห์ แต่จะมีตุ่มใหม่ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะกำจัดต้นทาง

  • ภาพรวมระยะยาว การแพ้ไรฝุ่นเป็นภาวะเรื้อรัง ผื่นควบคุมให้สงบได้ แต่มีโอกาสกำเริบซ้ำเมื่อเจอตัวกระตุ้น จึงต้องดูแลผิวและห้องนอนต่อเนื่อง

การรักษาด้วยวัคซีนภูมิแพ้ (Allergen immunotherapy)

วัคซีนภูมิแพ้ไรฝุ่น คือการให้สารสกัดไรฝุ่นทีละน้อยแบบฉีดใต้ผิวหนังหรือแบบอมใต้ลิ้น เพื่อให้ภูมิคุ้มกันทนต่อไรฝุ่นมากขึ้น ใช้เวลารักษาต่อเนื่อง 3–5 ปี

  • ข้อมูลชัดเจนที่สุดในภูมิแพ้จมูกและหอบหืดจากไรฝุ่น ส่วนผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมีหลักฐานว่าช่วยได้ในบางคน แต่ยังไม่มากเท่า

  • เหมาะกับคนที่ตรวจยืนยันแพ้ไรฝุ่น และมีอาการจมูกหรือหอบหืดร่วม หรือคุมอาการไม่ได้แม้จัดการห้องนอนและใช้ยาถูกต้องแล้ว

  • ต้องทำภายใต้แพทย์ด้านภูมิแพ้ เพราะมีความเสี่ยงต่อปฏิกิริยาแพ้ระหว่างรักษา โดยเฉพาะแบบฉีด

สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

  • หายใจลำบาก เสียงแหบ ลิ้นหรือคอบวม หน้ามืด หลังสัมผัสฝุ่นหรือหลังมีลมพิษ ไปห้องฉุกเฉินทันที

  • ผื่นมีแผลถลอกเป็นหลุมกลมเล็ก ๆ หลายจุดรวมกันพร้อมไข้ อาจเป็นการติดเชื้อเริมแทรกบนผื่นภูมิแพ้ (eczema herpeticum) ต้องพบแพทย์ภายในวันเดียวกัน

  • ผื่นมีหนอง น้ำเหลือง สะเก็ดเหลือง หรือมีไข้ตั้งแต่ 38 °C ขึ้นไป

  • ผื่นลามเกิน 30% ของผิวทั้งตัว หรือผิวแดงลอกทั้งตัว

  • มีไข้ร่วมกับแผลสะเก็ดดำ หลังเข้าป่าหรือไร่สวน

  • เด็กเล็กผื่นเป็นมากจนน้ำหนักไม่ขึ้น หรือไม่ยอมกินนมเพราะคัน

ความเชื่อผิด ๆ เรื่องผื่นแพ้ไรฝุ่น

  • "ไรฝุ่นกัดเลยเป็นตุ่ม" ไม่จริง ไรฝุ่นไม่กัดคน ตุ่มที่มีรอยกัดมาจากไรนก เรือด หมัด หรือหิด

  • "ยาสเตียรอยด์ทาแล้วผิวบาง ห้ามใช้เด็ดขาด" ยาสเตียรอยด์ที่ใช้ถูกความแรง ถูกตำแหน่ง และถูกระยะเวลาปลอดภัย การกลัวยาจนทาน้อยเกินไปทำให้ผื่นเรื้อรังและเกาจนผิวหนาขึ้นมากกว่า

  • "ตากที่นอนกลางแดดอย่างเดียวพอ" ช่วยลดความชื้นได้บ้าง แต่ไม่ได้ลดสารก่อภูมิแพ้ในไส้ที่นอนมากพอ ต้องใช้ร่วมกับการซักน้ำร้อนและปลอกกันไรฝุ่น

  • "แพ้ไรฝุ่นต้องอาบน้ำบ่อย ๆ ขัดผิวแรง ๆ" การขัดผิวและสบู่แรงทำให้เกราะผิวเสียและแพ้ง่ายขึ้น ควรอาบน้ำอุ่นไม่เกิน 10 นาที แล้วทามอยส์เจอไรเซอร์ทันที

สรุปสั้น ๆ

  • ไรฝุ่นไม่กัดคน ผื่นแพ้ไรฝุ่นเกิดจากภูมิแพ้ต่อโปรตีนในมูลไรฝุ่น ส่วนใหญ่คือผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่กำเริบ

  • จุดสังเกตคือผื่นแห้งคันตรงผิวที่แนบที่นอน คันกลางคืนหรือหลังตื่นนอน และดีขึ้นเมื่อไปนอนที่อื่น

  • ตุ่มเม็ดที่มีรอยกัดตรงกลาง เป็นกลุ่มหรือเป็นแนว ให้คิดถึงไรนก เรือด หมัด หรือหิดก่อน

  • รักษาด้วยมอยส์เจอไรเซอร์วันละ 2 ครั้ง ยาทาสเตียรอยด์ความแรงที่เหมาะกับตำแหน่ง 1–2 สัปดาห์ และยาแก้แพ้ช่วยเรื่องคัน

  • จัดการห้องนอนหลายวิธีพร้อมกัน ซักผ้าปูที่ 60 °C สัปดาห์ละครั้ง ปลอกกันไรฝุ่น และคุมความชื้นต่ำกว่า 50%

  • ถ้าทายาถูกวิธีแล้ว 2 สัปดาห์ไม่ดีขึ้น มีหนอง มีไข้ หรือหายใจลำบาก ควรพบแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องผื่นแพ้ไรฝุ่น

แพ้ไรฝุ่น ผื่นคัน ทำยังไงดี

เริ่มจากทามอยส์เจอไรเซอร์ไม่มีน้ำหอมทั้งตัววันละ 2 ครั้ง และภายใน 3 นาทีหลังอาบน้ำ ผื่นแดงแห้งตามลำตัวและแขนขาใช้ยาทาสเตียรอยด์ความแรงปานกลาง เช่น โมเมทาโซน 0.1% วันละครั้งนาน 1–2 สัปดาห์ ส่วนหน้าและข้อพับใช้ความแรงต่ำ เช่น ไฮโดรคอร์ติโซน 1% ถ้าคันจนนอนไม่หลับ กินยาแก้แพ้ชนิดไม่ง่วง เช่น เซทิริซีน 10 มก. วันละครั้ง พร้อมกับซักผ้าปูที่นอนด้วยน้ำร้อน 60 °C สัปดาห์ละครั้ง ถ้า 2 สัปดาห์ไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์ผิวหนัง

แพ้ไรฝุ่น ยาทาใช้อะไร

ยาทาหลักมี 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือมอยส์เจอไรเซอร์ที่ต้องทาทุกวัน กลุ่มที่สองคือยาทาสเตียรอยด์ ซึ่งเลือกความแรงตามตำแหน่ง หน้าและข้อพับใช้ไฮโดรคอร์ติโซน 1% หรือเดโซไนด์ 0.05% ส่วนลำตัวและแขนขาใช้โมเมทาโซน 0.1% หรือไตรแอมซิโนโลน 0.1% กลุ่มที่สามคือทาโครลิมัสหรือพิเมโครลิมัส ใช้กับหนังตาและใบหน้าที่ต้องทายาต่อเนื่อง ปริมาณที่ทาควรได้ประมาณ 0.5 กรัมต่อพื้นที่ 2 ฝ่ามือ ความแรงและระยะเวลาที่เหมาะสมควรให้แพทย์เป็นผู้กำหนด

แพ้ไรฝุ่น กี่วันหาย

ถ้าเป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่กำเริบจากไรฝุ่นและทายาถูกต้อง อาการคันมักลดใน 3–7 วัน และผื่นยุบใน 1–2 สัปดาห์ แต่รอยดำอาจอยู่อีก 2–6 เดือน ถ้าเป็นลมพิษ แต่ละปื้นจะหายใน 24 ชั่วโมง การแพ้ไรฝุ่นเป็นภาวะเรื้อรัง จึงมีโอกาสกำเริบซ้ำถ้ายังนอนบนที่นอนที่มีไรฝุ่นมาก การทามอยส์เจอไรเซอร์ต่อเนื่องและจัดการห้องนอนหลายวิธีพร้อมกันช่วยให้ผื่นสงบได้นานขึ้น

ไรฝุ่นกัดได้ไหม ตุ่มที่ตื่นมาเจอคืออะไร

ไรฝุ่นไม่กัดคนและไม่ดูดเลือด มันกินขุยผิวที่หลุดแล้วเท่านั้น ถ้าตื่นมาเจอตุ่มแดงนูนเป็นเม็ด มีจุดตรงกลาง ขึ้นเป็นกลุ่มหรือเรียงเป็นแนว ส่วนใหญ่มาจากไรนกที่ทำรังบริเวณชายคาหรือช่องแอร์ เรือดในที่นอน หมัดจากสัตว์เลี้ยง หรือหิด ถ้าคนในบ้านคันพร้อมกันตอนกลางคืนให้คิดถึงหิดก่อน ตุ่มแมลงกัดรักษาด้วยยาทาสเตียรอยด์ความแรงปานกลาง 5–7 วัน แต่จะไม่หยุดขึ้นใหม่จนกว่าจะกำจัดต้นทาง

แพ้ไรฝุ่น ลมพิษ เกี่ยวกันไหม

เกี่ยวกันได้แต่ไม่บ่อย คนที่แพ้ไรฝุ่นมากอาจมีลมพิษเฉียบพลันหลังเจอฝุ่นปริมาณมาก เช่น ทำความสะอาดห้องเก็บของ แต่ลมพิษเรื้อรังที่เป็นเกิน 6 สัปดาห์ส่วนใหญ่ไม่ได้มีไรฝุ่นเป็นสาเหตุเดียว ผลตรวจที่บอกว่าไวต่อไรฝุ่นจึงไม่ได้แปลว่าลมพิษทั้งหมดมาจากไรฝุ่นเสมอไป ลมพิษรักษาด้วยยาแก้แพ้ชนิดไม่ง่วงเป็นหลัก ถ้ามีหายใจลำบาก ปากหรือลิ้นบวม ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที

อาการแพ้ไรฝุ่นทางผิวหนัง รักษายังไง หายไหม

การรักษามี 3 ส่วนที่ต้องทำพร้อมกัน คือดูแลเกราะผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ คุมการอักเสบด้วยยาทาที่ถูกความแรง และลดไรฝุ่นในห้องนอนหลายวิธีพร้อมกัน คนที่ผื่นรุนแรงอาจต้องใช้ยาชีววัตถุหรือยากดภูมิภายใต้แพทย์เฉพาะทาง ส่วนคนที่มีภูมิแพ้จมูกหรือหอบหืดร่วมอาจพิจารณาวัคซีนภูมิแพ้ไรฝุ่นต่อเนื่อง 3–5 ปี ผื่นส่วนใหญ่ควบคุมให้สงบได้ดี แต่การแพ้เป็นภาวะเรื้อรัง จึงควรดูแลผิวต่อเนื่องแม้ผื่นหายแล้ว

ถ้าผื่นของคุณเป็นตุ่มเม็ดมากกว่าผื่นแห้ง อ่านต่อที่ ตุ่มแดงคล้ายยุงกัด แต่ไม่ใช่ยุงกัด และ หิด เกิดจากอะไร ถ้าคิดว่าผื่นเกี่ยวกับสภาพอากาศ อ่าน ผื่นแพ้อากาศ เกิดจากอะไร และบทความโรคผิวหนังเรื่องอื่น ๆ ได้ที่ รวมบทความโรคผิวหนัง

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 31 ตุลาคม 2026

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการสั่งยาเฉพาะบุคคล ผื่นแพ้ไรฝุ่นมีหน้าตาคล้ายผื่นอีกหลายโรค ต้องได้รับการตรวจโดยแพทย์ การเลือกยา ขนาดยา และระยะเวลาการรักษาเป็นการตัดสินของแพทย์ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
ไขมันที่เปลือกตา (Xanthelasma) คืออะไร อันตรายไหม และรักษาอย่างไร

ไขมันที่เปลือกตา Xanthelasma คืออะไร เกี่ยวกับไขมันในเลือดไหม แยกจากสิวข้าวสารและสิวหิน พร้อมเปรียบเทียบวิธีรักษา ความเสี่ยง และการกลับเป็นซ้ำ

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page