
โรคผิวหนังจากเบาหวาน (Diabetic Skin Conditions): สาเหตุ อาการ และวิธีดูแล
- 18 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.
ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปัญหาผิวหนังหลายชนิด โดยพบว่าประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยเบาหวานจะมีปัญหาผิวหนังในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต ปัญหาเหล่านี้บางครั้งเป็นสัญญาณแรกที่บ่งบอกถึงภาวะน้ำตาลในเลือดสูง การควบคุมระดับน้ำตาลให้ดีจึงเป็นกุญแจสำคัญทั้งในการป้องกันและรักษาโรคผิวหนังจากเบาหวาน บทความนี้อธิบายสาเหตุ ชนิดของโรคผิวหนังที่พบบ่อย วิธีดูแล และการดูแลเท้าซึ่งเป็นจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
โรคผิวหนังจากเบาหวานเกิดจากอะไร
ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานานส่งผลกระทบต่อผิวหนังได้หลายทาง
หลอดเลือด — หลอดเลือดเล็กเสียหาย ทำให้เลือดไปเลี้ยงผิวหนังไม่เพียงพอ
เส้นประสาท — ระบบประสาทส่วนปลายเสียหาย ทำให้การรับความรู้สึกลดลง จึงไม่รู้ตัวเมื่อเกิดบาดแผล
ภูมิคุ้มกัน — ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
ความชุ่มชื้น — ต่อมเหงื่อทำงานผิดปกติ ทำให้ผิวแห้งและแตกง่าย
ชนิดของโรคผิวหนังที่พบบ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน
Acanthosis Nigricans — ผิวหนังหนาคล้ำดำบริเวณคอ รักแร้ และขาหนีบ มักสัมพันธ์กับภาวะดื้ออินซูลิน
Diabetic Dermopathy — จุดสีน้ำตาลแบนที่บริเวณหน้าแข้ง
Necrobiosis Lipoidica — ผื่นแข็งสีเหลืองน้ำตาล เห็นหลอดเลือดฝอยชัดที่หน้าแข้ง
แผลเท้าเบาหวาน (Diabetic Foot Ulcer) — แผลที่เท้าซึ่งเกิดจากเส้นประสาทเสียหายร่วมกับเลือดไปเลี้ยงไม่พอ
การติดเชื้อรา — การติดเชื้อราที่ผิวหนังและเล็บ ซึ่งพบบ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน
วิธีรักษาและดูแล
สิ่งสำคัญที่สุดคือการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนการรักษาเฉพาะทางจะขึ้นอยู่กับชนิดของโรคผิวหนัง
การติดเชื้อรา — ยาต้านเชื้อราสำหรับการติดเชื้อรา
ผื่นอักเสบ — ยาทาสเตียรอยด์สำหรับ Necrobiosis Lipoidica
แผลเท้า — การทำแผลและดูแลแผลเท้าเบาหวานอย่างถูกวิธี
ผิวแห้ง — ครีมบำรุงผิวสำหรับผิวแห้ง เพื่อลดการแตกและการติดเชื้อ
แพทย์ผิวหนังจะช่วยวินิจฉัยชนิดของโรคและเลือกการรักษาที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละราย
การดูแลเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
เท้าเป็นจุดที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะเส้นประสาทเสียหายทำให้ไม่รู้สึกเจ็บเมื่อเกิดแผล
ตรวจเท้า — ตรวจเท้าทุกวัน มองหารอยแดง บวม แผล หรือตุ่มน้ำ
ทำความสะอาด — ล้างเท้าด้วยน้ำอุ่นทุกวันและเช็ดให้แห้งสนิท ทาครีมบำรุงแต่ไม่ทาระหว่างนิ้วเท้า
ป้องกันบาดแผล — ตัดเล็บเท้าให้ตรง ไม่โค้ง สวมรองเท้าที่พอดีไม่กด และไม่เดินเท้าเปล่า
ติดตามอาการ — ตรวจเท้ากับแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และพบแพทย์ทันทีหากพบแผลที่เท้า
คำถามที่พบบ่อย
ผิวคล้ำดำที่คอเกี่ยวกับเบาหวานหรือไม่? อาจใช่ Acanthosis Nigricans หรือผิวหนาคล้ำดำบริเวณคอ รักแร้ และขาหนีบ มักเป็นสัญญาณของภาวะดื้ออินซูลินหรือเบาหวาน จึงควรตรวจระดับน้ำตาลเพิ่มเติม
เบาหวานทำให้เป็นเชื้อราง่ายขึ้นหรือไม่? ใช่ ระดับน้ำตาลที่สูงทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดี จึงพบการติดเชื้อราที่ผิวหนัง ขาหนีบ และเล็บได้บ่อยขึ้นในผู้ป่วยเบาหวาน
แผลเท้าเบาหวานป้องกันได้หรือไม่? ได้ โดยการควบคุมน้ำตาล ตรวจเท้าทุกวัน สวมรองเท้าที่เหมาะสม และพบแพทย์ทันทีเมื่อมีบาดแผล เพื่อป้องกันการลุกลามและภาวะแทรกซ้อน
ทำไมผู้ป่วยเบาหวานจึงผิวแห้ง? เพราะระดับน้ำตาลที่สูงและต่อมเหงื่อที่ทำงานผิดปกติทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น การทาครีมบำรุงและควบคุมน้ำตาลจึงช่วยลดผิวแห้งและการแตกของผิวได้
หากคุณเป็นเบาหวานและมีปัญหาผิวหนังหรือแผลที่เท้า สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm เพื่อรับการดูแลอย่างครบวงจร
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569




ความคิดเห็น