top of page

เคมีพีลลิ่ง (Chemical Peel): กรรมวิธีผลัดผิวด้วยกรดทางการแพทย์

  • 19 มิ.ย.
  • ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.

เคมีพีลลิ่ง (Chemical Peel) คือกรรมวิธีทางการแพทย์ที่ใช้สารกรดทาลงบนผิวหนัง เพื่อผลัดชั้นผิวที่เสียหายออกอย่างเป็นระบบ แล้วกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่สมบูรณ์กว่าเดิมขึ้นมาทดแทน ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวที่เรียบเนียนขึ้น รอยดำจางลง และพื้นผิวสม่ำเสมอมากขึ้น เคมีพีลใช้ได้กับปัญหาผิวหลายชนิด ตั้งแต่สิว ฝ้า กระ ไปจนถึงริ้วรอยตื้น จุดสำคัญคือความเข้มข้นและชนิดของกรดต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคน ซึ่งควรอยู่ในการดูแลของแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง

เคมีพีลคืออะไร ทำงานอย่างไร

หลักการของเคมีพีลคือการใช้กรดที่มีความเข้มข้นเหมาะสมทำให้ชั้นผิวส่วนบนที่หมองคล้ำหรือเสียหายหลุดลอกออกไปอย่างควบคุมได้ เมื่อผิวชั้นเก่าหลุดออก ร่างกายจะกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่และคอลลาเจนขึ้นมาแทนที่ ทำให้ผิวดูสว่างขึ้น เนียนขึ้น และเม็ดสีที่สะสมกระจายตัวสม่ำเสมอมากขึ้น ระดับความลึกของการผลัดผิวขึ้นอยู่กับชนิดและความเข้มข้นของกรดที่เลือกใช้

ประเภทของเคมีพีล

  • Superficial Peel (ผิวชั้นบนสุด): ใช้กรด Glycolic Acid, Lactic Acid หรือ Salicylic Acid ความเข้มข้น 10–30% ผลัดเฉพาะผิวชั้นบนสุด เหมาะสำหรับสิว รอยดำเล็กน้อย และผิวหมองคล้ำ ฟื้นตัวเร็วภายใน 1–3 วัน

  • Medium Peel (ผิวชั้นกลาง): ใช้ TCA (Trichloroacetic Acid) ความเข้มข้น 15–35% ลงลึกถึงผิวชั้นกลาง เหมาะสำหรับริ้วรอยปานกลาง รอยสิวลึก และฝ้า ต้องใช้เวลาฟื้นตัว 5–7 วัน

  • Deep Peel (ผิวชั้นลึก): ใช้ Phenol หรือ TCA ความเข้มข้นสูง ให้ผลชัดเจนที่สุด แต่ต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานหลายสัปดาห์ และควรทำโดยแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น

ปัญหาผิวที่เคมีพีลช่วยได้

  • สิวและรูขุมขนอุดตัน: Salicylic Acid ละลายไขมันในรูขุมขน ช่วยลดสิวและป้องกันสิวใหม่

  • ฝ้า (Melasma) และรอยดำหลังสิว (PIH): AHA และ TCA ความเข้มข้นต่ำ ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่มีเมลานินสะสม ทำให้ผิวสว่างขึ้น

  • ผิวหมองคล้ำและไม่สม่ำเสมอ: AHA ช่วยปรับโทนสีผิวให้สว่างและสม่ำเสมอขึ้น

  • ริ้วรอยตื้น: TCA Medium Peel ช่วยลดริ้วรอยตื้นและกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างมีนัยสำคัญ

  • สิวอักเสบ: Salicylic Acid 20–30% มีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบและป้องกันสิวซ้ำ

การดูแลผิวหลังทำเคมีพีล

หลังทำเคมีพีล ผิวจะแดงเล็กน้อย อาจเป็นสะเก็ดและลอกในช่วง 3–5 วันแรก โดยเฉพาะใน Superficial Peel การดูแลผิวในระยะนี้อย่างถูกต้องมีผลต่อผลลัพธ์และช่วยลดความเสี่ยงของรอยดำ ข้อปฏิบัติสำคัญ ได้แก่

  • กันแดดเป็นประจำ: ทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวันอย่างสม่ำเสมอ เพราะผิวหลังผลัดจะไวต่อแสงแดดมากขึ้น

  • อย่าแกะหรือลอกผิว: หลีกเลี่ยงการเกา การดึง หรือการลอกผิวเอง เพื่อป้องกันรอยดำและแผลเป็น

  • งดสารระคายเคือง: หลีกเลี่ยงสารที่ระคายเคืองผิว เช่น Retinol, AHA, BHA อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์หลังทำ

ใครควรระวังหรือหลีกเลี่ยงเคมีพีล

  • หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร: ควรหลีกเลี่ยงเคมีพีลระดับ Medium ขึ้นไป เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยที่เพียงพอ

  • ผู้มีประวัติ Herpes (HSV-1/HSV-2): ควรแจ้งแพทย์ก่อน เพราะเคมีพีลอาจกระตุ้นให้โรคกำเริบ แพทย์จะพิจารณาให้ยาป้องกันล่วงหน้า

  • ผู้ที่ใช้ยา Isotretinoin: ควรหยุดยาอย่างน้อย 6 เดือนก่อนทำเคมีพีลระดับ Medium หรือ Deep

  • ผู้ที่มีผิวสีเข้ม: มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดรอยดำหลังอักเสบ (PIH) ควรปรึกษาแพทย์และเลือกกรดความเข้มข้นต่ำก่อนเสมอ

ทำไมควรทำเคมีพีลกับแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง

ผลลัพธ์และความปลอดภัยของเคมีพีลขึ้นอยู่กับการเลือกชนิดกรด ความเข้มข้น และระดับความลึกให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละคน หากเลือกไม่เหมาะสม อาจเกิดผลข้างเคียง เช่น รอยดำหลังอักเสบ (PIH) โดยเฉพาะในผิวสีเข้ม การประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนังก่อนทำ จะช่วยคัดกรองข้อห้าม ประวัติ Herpes หรือการใช้ยา Isotretinoin และวางแผนการดูแลหลังทำได้อย่างปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย

เคมีพีลช่วยรักษาปัญหาผิวอะไรได้บ้าง? เคมีพีลช่วยได้หลายปัญหา ทั้งสิวและรูขุมขนอุดตัน (Salicylic Acid ละลายไขมันในรูขุมขน) ฝ้าและรอยดำหลังสิว (PIH) ผิวหมองคล้ำไม่สม่ำเสมอ และริ้วรอยตื้น โดย TCA Medium Peel ช่วยลดริ้วรอยตื้นและกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างมีนัยสำคัญ

เคมีพีลมีกี่ระดับ ต่างกันอย่างไร? มี 3 ระดับ ได้แก่ Superficial Peel ใช้ Glycolic/Lactic/Salicylic Acid 10–30% ฟื้นตัว 1–3 วัน; Medium Peel ใช้ TCA 15–35% ฟื้นตัว 5–7 วัน; และ Deep Peel ใช้ Phenol หรือ TCA ความเข้มข้นสูง ให้ผลชัดที่สุดแต่ฟื้นตัวนานหลายสัปดาห์ และควรทำโดยแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น

หลังทำเคมีพีลต้องดูแลผิวอย่างไร? ในช่วง 3–5 วันแรกผิวอาจแดง เป็นสะเก็ดและลอก ควรทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน หลีกเลี่ยงการเกาหรือลอกผิวเอง และงดสารระคายเคืองผิว เช่น Retinol, AHA, BHA อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์หลังทำ

ใครควรหลีกเลี่ยงหรือระวังการทำเคมีพีล? หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงระดับ Medium ขึ้นไป ผู้มีประวัติ Herpes (HSV-1/HSV-2) ต้องแจ้งแพทย์เพื่อรับยาป้องกันล่วงหน้า ผู้ที่ใช้ยา Isotretinoin ควรหยุดยาอย่างน้อย 6 เดือนก่อนทำระดับ Medium หรือ Deep และผู้ที่มีผิวสีเข้มควรปรึกษาแพทย์และเลือกกรดความเข้มข้นต่ำก่อนเสมอ เพราะเสี่ยงต่อรอยดำหลังอักเสบ (PIH)

หากคุณกำลังพิจารณาทำเคมีพีลเพื่อรักษาสิว ฝ้า รอยดำ หรือปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น การเลือกชนิดและความเข้มข้นของกรดให้เหมาะกับผิวคือหัวใจสำคัญ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology เพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาอย่างปลอดภัย โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ