มะเร็งผิวหนัง: สัญญาณเตือน หลัก ABCDE และวิธีรักษา
- 19 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.
มะเร็งผิวหนัง (Skin Cancer) เป็นมะเร็งที่เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์ผิวหนัง โดยมี 3 ชนิดหลักที่พบบ่อย ได้แก่ BCC, SCC และ Melanoma ข่าวดีคือมะเร็งผิวหนังส่วนใหญ่หากตรวจพบเร็ว มักรักษาได้ผลดีมาก และหลายกรณีรักษาให้หายขาดได้ บทความนี้อธิบายชนิดของมะเร็งผิวหนัง สัญญาณเตือนตามหลัก ABCDE และแนวทางการรักษา เพื่อช่วยให้คุณสังเกตความผิดปกติของผิวและไฝได้เร็วขึ้น
มะเร็งผิวหนังมีกี่ชนิด
มะเร็งผิวหนังที่พบบ่อยแบ่งออกเป็น 3 ชนิดหลัก ซึ่งมีความรุนแรงและลักษณะแตกต่างกัน:
BCC (Basal Cell Carcinoma): พบบ่อยที่สุด ความรุนแรงต่ำ มักโตช้าและไม่ค่อยกระจายไปอวัยวะอื่น
SCC (Squamous Cell Carcinoma): ความรุนแรงระดับปานกลาง มีโอกาสลุกลามได้มากกว่า BCC
Melanoma (เมลาโนมา): มะเร็งผิวหนังที่รุนแรงที่สุด สามารถกระจายไปยังอวัยวะอื่นได้หากตรวจพบช้า จึงต้องรีบวินิจฉัยและรักษา
ไม่ว่าจะเป็นชนิดใด การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกช่วยให้ผลการรักษาดีกว่ามาก ดังนั้นการหมั่นสังเกตผิวหนังและไฝของตนเองจึงสำคัญ
สัญญาณเตือนมะเร็งผิวหนัง: หลัก ABCDE
หลัก ABCDE เป็นแนวทางง่าย ๆ สำหรับสังเกตไฝหรือจุดบนผิวหนังว่าอาจเป็นมะเร็งผิวหนังหรือไม่ หากไฝของคุณมีลักษณะเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง:
A – Asymmetry: รูปร่างไม่สมมาตร (ครึ่งหนึ่งของไฝไม่เหมือนอีกครึ่งหนึ่ง)
B – Border: ขอบไม่เรียบ ขรุขระ หรือหยักไม่ชัดเจน
C – Color: สีไม่สม่ำเสมอ มีหลายเฉดสีปนกันในไฝเดียว
D – Diameter: ขนาดใหญ่กว่า 6 mm (ประมาณเท่ายางลบดินสอ)
E – Evolving: มีการเปลี่ยนแปลง เช่น ขนาด รูปร่าง สี หรืออาการ (คัน เลือดออก) ที่เปลี่ยนไปตามเวลา
หากไฝหรือจุดบนผิวหนังมีสัญญาณเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์ทันที เพราะการวินิจฉัยเร็วคือกุญแจสำคัญของการรักษามะเร็งผิวหนัง
วิธีรักษามะเร็งผิวหนัง
แนวทางการรักษามะเร็งผิวหนังขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรค โดยแพทย์เฉพาะทางจะเป็นผู้ประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม:
BCC / SCC: Mohs Surgery คือมาตรฐานทองของการรักษา เป็นการตัดชิ้นเนื้อและตรวจทีละชั้นเพื่อสงวนเนื้อเยื่อปกติให้ได้มากที่สุด สามารถรักษาให้หายขาดได้หากพบเร็ว นอกจากนี้อาจใช้การผ่าตัดแบบมาตรฐานในบางกรณี
Melanoma: การผ่าตัดเป็นการรักษาหลักในระยะที่ยังไม่กระจาย สำหรับรายที่ลุกลาม แพทย์อาจพิจารณา Immunotherapy (ยากลุ่ม Checkpoint inhibitors เช่น PD-1 inhibitors) และ Targeted Therapy (กลุ่ม BRAF inhibitors)
การเลือกวิธีรักษาต้องผ่านการวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเสมอ ไม่ควรวินิจฉัยหรือรักษาด้วยตนเอง
การป้องกันและดูแลผิว
แม้จะไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่การดูแลผิวจากแสงแดดช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งผิวหนังได้:
กันแดด: ทาครีมกันแดด SPF 30-50 ขึ้นไปเป็นประจำ
เลี่ยงแดดแรง: หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดในช่วงเวลาประมาณ 10.00-16.00 น.
ปกป้องร่างกาย: สวมเสื้อแขนยาว หมวก และแว่นกันแดดเมื่ออยู่กลางแจ้ง
ตรวจผิวตนเอง: หมั่นสังเกตไฝและจุดบนผิวหนังที่ผิดปกติอย่างน้อยปีละครั้ง หากพบการเปลี่ยนแปลงตามหลัก ABCDE ให้รีบพบแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
มะเร็งผิวหนังรักษาหายขาดได้ไหม? มะเร็งผิวหนังชนิด BCC และ SCC หากตรวจพบเร็วสามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยเฉพาะด้วยวิธี Mohs Surgery ซึ่งเป็นมาตรฐานทอง ส่วน Melanoma หากพบตั้งแต่ระยะแรกก่อนกระจายก็มีโอกาสรักษาได้ผลดีเช่นกัน การตรวจพบเร็วจึงสำคัญมาก
หลัก ABCDE ใช้ดูอะไร? หลัก ABCDE ใช้สังเกตไฝหรือจุดบนผิวหนังว่าอาจเป็นมะเร็งผิวหนังหรือไม่ ได้แก่ A-รูปร่างไม่สมมาตร, B-ขอบไม่เรียบ, C-สีไม่สม่ำเสมอ, D-ขนาดใหญ่กว่า 6 mm และ E-มีการเปลี่ยนแปลง หากเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งควรปรึกษาแพทย์
Mohs Surgery คืออะไร? Mohs Surgery คือการผ่าตัดที่ตัดชิ้นเนื้อและตรวจทีละชั้น เพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งให้หมดพร้อมสงวนเนื้อเยื่อปกติให้ได้มากที่สุด ถือเป็นมาตรฐานทองในการรักษามะเร็งผิวหนังชนิด BCC และ SCC และให้โอกาสหายขาดสูงหากพบเร็ว
ควรพบแพทย์เมื่อไหร่? ควรพบแพทย์เฉพาะทางผิวหนังทันทีเมื่อสังเกตเห็นไฝหรือจุดบนผิวหนังที่มีลักษณะตามหลัก ABCDE หรือมีการเปลี่ยนแปลง เช่น โตขึ้น สีเปลี่ยน มีเลือดออก หรือเป็นแผลไม่หาย เพื่อรับการวินิจฉัยที่แม่นยำ
หากคุณสังเกตเห็นไฝหรือความผิดปกติของผิวหนังที่เข้าข่ายสัญญาณเตือน อย่านิ่งนอนใจ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm เพื่อรับการตรวจประเมินอย่างละเอียด
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569




ความคิดเห็น