top of page

พุพอง (Impetigo): อาการ สาเหตุ และการรักษา

  • 18 มิ.ย.
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.

พุพอง (Impetigo) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังชั้นบน พบบ่อยที่สุดในเด็กอายุ 2–10 ปี เกิดจากเชื้อ Staphylococcus aureus หรือ Streptococcus pyogenes โรคนี้ติดต่อกันได้ง่ายผ่านการสัมผัส แต่หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องมักหายได้ดี บทความนี้อธิบายชนิด อาการ วิธีรักษา และการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันการลุกลามและการแพร่เชื้อ

พุพองเกิดจากอะไร

พุพองเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง ซึ่งมักเข้าสู่ผิวผ่านรอยถลอก แผลเล็ก ๆ หรือผิวที่มีการอักเสบอยู่เดิม

  • เชื้อก่อโรค — เชื้อ Staphylococcus aureus และ Streptococcus pyogenes

  • กลุ่มเสี่ยง — พบบ่อยที่สุดในเด็กอายุ 2–10 ปี และแพร่กระจายได้ง่ายในเด็กที่อยู่รวมกัน

  • ทางเข้าของเชื้อ — เชื้อมักเข้าทางผิวที่มีรอยถลอก แผล แมลงกัด หรือผื่นผิวหนังอักเสบเดิม

ชนิดและอาการของพุพอง

  • Non-bullous Impetigo (ชนิดไม่มีตุ่มพอง) — พบบ่อยที่สุดประมาณ 70% เริ่มเป็นตุ่มแดงแล้วแตกเป็นสะเก็ดสีน้ำตาลเหลืองคล้ายน้ำผึ้ง

  • Bullous Impetigo (ชนิดมีตุ่มพอง) — มีตุ่มพองใสที่ต่อมาแตกออกเป็นแผลเปิดและมีน้ำเหลืองซึม

วิธีรักษาพุพอง

การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงและขนาดของบริเวณที่เป็น โดยควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

  • ยาทาเฉพาะที่ — ยา Mupirocin ointment หรือ Fusidic acid cream สำหรับรอยโรคบริเวณเล็ก

  • ยากิน — ยา Cloxacillin, Amoxicillin-Clavulanate หรือ Azithromycin สำหรับบริเวณกว้างหรือรุนแรง

การดูแลตัวเองและการป้องกันการแพร่เชื้อ

  • ดูแลแผล — ทำความสะอาดแผลด้วยสบู่อ่อนทุกวัน

  • ไม่แกะแผล — หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือแกะแผล เพื่อลดการลุกลามและการแพร่เชื้อไปบริเวณอื่น

  • สุขอนามัย — ตัดเล็บให้สั้นและรักษาสุขอนามัยมือ ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวหรือของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

คำถามที่พบบ่อย

พุพองติดต่อกันได้หรือไม่? ได้ พุพองติดต่อกันง่ายผ่านการสัมผัสแผลโดยตรงหรือของใช้ที่ปนเปื้อน จึงควรแยกของใช้ส่วนตัวและรักษาสุขอนามัยมือระหว่างที่ยังมีแผล

พุพองต้องใช้ยาปฏิชีวนะเสมอหรือไม่? รอยโรคขนาดเล็กมักตอบสนองดีต่อยาทาเฉพาะที่ ส่วนกรณีที่เป็นบริเวณกว้างหรือรุนแรงแพทย์อาจพิจารณายากิน จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนเลือกวิธีรักษา

พุพองหายเองได้หรือไม่? บางรายอาจดีขึ้นเองได้ แต่การรักษาช่วยให้หายเร็วขึ้น ลดการลุกลาม และลดการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น จึงแนะนำให้รักษาแทนการรอให้หายเอง

ควรพบแพทย์เมื่อไร? ควรพบแพทย์เมื่อแผลลุกลาม มีไข้ แผลบวมแดงร้อนมากขึ้น หรือไม่ดีขึ้นหลังดูแลเบื้องต้น เพื่อรับการวินิจฉัยและปรับการรักษาให้เหมาะสม

หากคุณหรือบุตรหลานมีแผลพุพองที่ลุกลามหรือไม่ดีขึ้น สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm เพื่อรับการดูแลอย่างเหมาะสม

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ