top of page

การรักษาด้วยเลเซอร์: เทคโนโลยีทันสมัยเพื่อผิวดี ที่คนไทยควรรู้

  • 19 มิ.ย.
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.

เลเซอร์ (Laser) ย่อมาจาก Light Amplification by Stimulated Emission of Radiation เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้แสงที่มีความเข้มและความยาวคลื่นเฉพาะเจาะจง ส่งพลังงานเข้าสู่เนื้อเยื่อเป้าหมายในผิวหนัง หลักการนี้เรียกว่า selective photothermolysis คือการเลือกทำลายเป้าหมายที่ต้องการ เช่น เม็ดสีเมลานินหรือรากขน โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อรอบข้าง ทำให้เลเซอร์รักษาปัญหาผิวได้หลายชนิดอย่างจำเพาะ ปัจจุบันมีเลเซอร์หลายชนิดถูกนำมาใช้ในการรักษาผิว บทความนี้อธิบายว่าเลเซอร์แต่ละชนิดใช้รักษาอะไร ทำงานอย่างไร ดูแลตัวเองหลังทำอย่างไร และมีข้อควรระวังใดบ้าง

ประเภทของเลเซอร์ที่ใช้ในการรักษาผิว

เลเซอร์แต่ละชนิดถูกออกแบบมาให้ความยาวคลื่นตรงกับเป้าหมายที่ต่างกัน แพทย์จึงเลือกใช้ตามปัญหาผิวของแต่ละคน ประเภทหลักที่ใช้กันมี ดังนี้

  • เลเซอร์จุดเมลานิน (Q-Switched Nd:YAG): ใช้รักษาฝ้า กระ รอยดำ และช่วยเสริมความสว่างใสของผิว โดยพลังงานจะถูกดูดซับที่เม็ดสีเมลานินเป็นหลัก

  • เลเซอร์ Fractional CO2: กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ทำให้ผิวเรียบขึ้น ช่วยลดรอยแผลเป็นและริ้วรอย เหมาะกับปัญหาผิวไม่เรียบและรอยหลุมสิว

  • เลเซอร์กำจัดขน (Diode Laser 808/810 nm): กำจัดรากขนอย่างถาวร ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง โดยพลังงานจะเจาะจงที่เม็ดสีในรากขน

  • เลเซอร์ IPL (Intense Pulsed Light): รักษาเส้นเลือดฝอย รอยแดง และรอยสีผิดปกติบนผิวหนัง เพราะแสงครอบคลุมหลายความยาวคลื่น

  • เลเซอร์ Pico (Picosecond): ลดรอยสัก รอยดำ และริ้วรอย โดยปล่อยพลังงานในช่วงเวลาสั้นระดับพิโควินาที จึงเจ็บน้อยกว่าเลเซอร์ชนิดอื่น

ปัญหาผิวที่รักษาได้ด้วยเลเซอร์

เลเซอร์สามารถรักษาได้หลายสภาวะ การเลือกชนิดเลเซอร์ที่เหมาะสมขึ้นกับปัญหาผิวและลักษณะผิวของแต่ละคน ปัญหาที่พบบ่อยได้แก่

  • รอยดำจากสิว ฝ้า กระ และเมลาสมา

  • รอยแผลเป็นและรอยหลุมสิว

  • ริ้วรอยบนใบหน้า

  • ขนที่ไม่ต้องการ

  • เส้นเลือดฝอยที่ผิวและรอยแดง

  • รอยโรคผิวหนังบางชนิด

การเลือกประเภทเลเซอร์ที่เหมาะสมต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน เนื่องจากสภาพผิว เชื้อชาติ และการสัมผัสแสงแดดล้วนมีผลต่อความสำเร็จของการรักษาและความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง

การดูแลหลังทำเลเซอร์ที่สำคัญ

การดูแลผิวหลังทำเลเซอร์มีผลต่อผลลัพธ์ไม่แพ้ตัวการรักษาเอง เพราะช่วยลดโอกาสเกิดรอยคล้ำและการติดเชื้อ ข้อปฏิบัติที่แนะนำมีดังนี้

  • ทาครีมกันแดด SPF 30+: ทาทุกวันอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันรอยคล้ำหลังทำ

  • หลีกเลี่ยงน้ำร้อนและการถูแรง: อย่างน้อย 24–48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดการระคายเคืองผิวที่กำลังฟื้นตัว

  • อย่าแกะหรือขัดถู: ไม่แกะหรือขัดถูบริเวณที่รักษา เพื่อป้องกันการติดเชื้อและรอยแผลเป็น

  • บำรุงความชุ่มชื้นและงด Retinol: ใช้ครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นตามที่แพทย์แนะนำ และหลีกเลี่ยง Retinol อย่างน้อยสองสัปดาห์ทั้งก่อนและหลังทำเลเซอร์

ความเสี่ยงและการป้องกันที่ควรรู้

เลเซอร์เป็นการรักษาที่ปลอดภัยเมื่ออยู่ในมือแพทย์ที่มีประสบการณ์ แต่ก็มีผลข้างเคียงที่อาจพบได้ซึ่งส่วนใหญ่หายได้เอง

  • รอยคล้ำหลังทำ: ผิวคล้ำชั่วคราวหลังทำ (Post-Inflammatory Hyperpigmentation หรือ PIH) ซึ่งมักค่อย ๆ จางลง

  • แผลพองและบวมช้ำ: แผลพอง หรืออาการบวมช้ำ ซึ่งมักหายไปได้เอง

  • ผู้มีผิวสีเข้ม: ผู้มีผิวสีเข้มควรปรึกษาแพทย์เป็นพิเศษ เพื่อเลือกชนิดเลเซอร์และตั้งค่าที่เหมาะกับผิวของตน เพราะผิวสีเข้มมีความเสี่ยงเกิดรอยคล้ำได้มากกว่า

ความเสี่ยงเหล่านี้ลดลงได้มากเมื่อการรักษาทำโดยแพทย์ที่ใช้เทคนิคถูกต้องและเลือกเครื่องให้เหมาะกับผิวแต่ละคน จึงควรทำเลเซอร์กับแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเสมอ

คำถามที่พบบ่อย

ทำเลเซอร์เจ็บไหม และชนิดไหนเจ็บน้อยที่สุด? ความรู้สึกขึ้นกับชนิดเลเซอร์และบริเวณที่ทำ โดยทั่วไปเลเซอร์ Pico (Picosecond) จะเจ็บน้อยกว่าเลเซอร์ชนิดอื่น เพราะปล่อยพลังงานในช่วงเวลาสั้นมากระดับพิโควินาที แพทย์สามารถใช้ยาชาทาช่วยลดความรู้สึกได้ในบางกรณี

เลเซอร์รักษาฝ้าและกระได้จริงหรือไม่? ได้ เลเซอร์จุดเมลานินอย่าง Q-Switched Nd:YAG ใช้รักษาฝ้า กระ รอยดำ และช่วยเสริมความสว่างใสของผิว แต่ฝ้าเป็นภาวะที่กลับมาเป็นซ้ำได้ จึงต้องดูแลผิวและป้องกันแสงแดดต่อเนื่องควบคู่กัน

ทำเลเซอร์แล้วต้องดูแลตัวเองอย่างไร? ทาครีมกันแดด SPF 30+ ทุกวันอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงน้ำร้อนและการถูแรงใน 24–48 ชั่วโมงแรก ไม่แกะหรือขัดบริเวณที่รักษา และงด Retinol อย่างน้อยสองสัปดาห์ทั้งก่อนและหลังทำ

ผิวสีเข้มทำเลเซอร์ได้ไหม? ได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์เป็นพิเศษ เพราะผิวสีเข้มมีความเสี่ยงเกิดรอยคล้ำหลังทำ (PIH) มากกว่า แพทย์จะเลือกชนิดเลเซอร์และตั้งค่าให้เหมาะกับผิวเพื่อความปลอดภัย

หากคุณสนใจรักษาปัญหาผิวด้วยเลเซอร์และต้องการเลือกชนิดที่เหมาะกับผิวของคุณอย่างปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm เพื่อรับการประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ