top of page

การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง (Bacterial Skin Infections): ชนิดและการรักษา

  • 19 มิ.ย.
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.

การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง (Bacterial Skin Infections) เป็นปัญหาผิวหนังที่พบได้บ่อยในเวชปฏิบัติ โดยปกติผิวหนังของเราทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันเชื้อโรคตามธรรมชาติ แต่เมื่อผิวหนังมีบาดแผล รอยขีดข่วน รอยแตก หรือการอุดตันของรูขุมขน เชื้อแบคทีเรียก็สามารถเข้าสู่ชั้นผิวและก่อให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อในระดับที่แตกต่างกันได้ ที่คลินิก Siam Dermatology สมุทรปราการและกรุงเทพฯ เราพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังหลายรูปแบบ ตั้งแต่ชนิดที่ไม่รุนแรงไปจนถึงชนิดที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน บทความนี้จะอธิบายชนิด อาการ สัญญาณอันตราย แนวทางการรักษา และการป้องกันตามหลักฐานทางการแพทย์

การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังเกิดจากอะไร

เชื้อแบคทีเรียก่อโรคที่ผิวหนังส่วนใหญ่มาจากเชื้อสองกลุ่มหลัก ซึ่งอาจอาศัยอยู่บนผิวหนังหรือในโพรงจมูกโดยไม่ก่อโรคจนกว่าจะมีช่องทางให้เชื้อเข้าสู่ชั้นผิว

  • เชื้อ Staphylococcus aureus — เป็นเชื้อที่พบบ่อยที่สุด ทำให้เกิดได้ทั้งพุพอง ตุ่มหนอง ฝี และการอักเสบของชั้นผิวหนัง

  • เชื้อ Streptococcus — มักเกี่ยวข้องกับพุพอง (Impetigo) และการอักเสบของผิวหนังชั้นลึก (Cellulitis)

เชื้อเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายผ่านช่องทางที่ผิวหนังเสียความสมบูรณ์ ได้แก่ บาดแผลและรอยขีดข่วน ผิวแห้งแตก รอยแมลงกัด หรือรูขุมขนที่อุดตัน ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นเบาหวาน หรือมีโรคผิวหนังเรื้อรัง จะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น

ชนิดของการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง

การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังแบ่งได้หลายชนิดตามชั้นผิวและลักษณะที่ปรากฏ ชนิดที่พบบ่อย ได้แก่

  • Impetigo (พุพอง/แผลเปื่อย) — พบบ่อยในเด็ก เกิดจากเชื้อ Staphylococcus aureus หรือ Streptococcus มีลักษณะเป็นตุ่มน้ำหรือสะเก็ดสีเหลือง มักเกิดบริเวณรอบจมูก ปาก และใบหน้า และแพร่กระจายได้ง่ายจากการสัมผัส

  • Cellulitis (เนื้อเยื่ออักเสบ) — การอักเสบของผิวหนังชั้นลึก มักเกิดที่ขา ผิวหนังบริเวณที่ติดเชื้อจะมีอาการแดง บวม ร้อน และปวด ขอบเขตของรอยแดงมักไม่ชัดเจน เป็นชนิดที่ต้องเฝ้าระวังเพราะอาจลุกลามได้เร็ว

  • Folliculitis (รูขุมขนอักเสบ) — การติดเชื้อที่รูขุมขน ทำให้เกิดตุ่มหนองเล็กๆ รอบรูขุมขน มักพบบริเวณที่มีการเสียดสีหรือโกนขน

  • Furuncle / Carbuncle (ฝี) — เกิดจากการสะสมของหนองในเนื้อเยื่อลึก ทำให้เป็นก้อนบวมแดง มักเจ็บปวดมาก เมื่อฝีหลายหัวรวมกันเป็นก้อนใหญ่จะเรียกว่า Carbuncle

อาการของการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง

  • ผิวหนังแดง บวม ร้อน และเจ็บปวด

  • ตุ่มน้ำหรือตุ่มหนอง

  • แผลเปื่อยที่มีสะเก็ดสีเหลืองหรือน้ำตาล

  • ในกรณีที่รุนแรง อาจมีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต หรือรู้สึกไม่สบายตัว

สัญญาณอันตราย — เมื่อไรควรรีบพบแพทย์

การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังส่วนใหญ่รักษาหายได้ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา เชื้ออาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ควรรีบพบแพทย์เมื่อมีอาการต่อไปนี้

  • รอยแดง บวม ร้อน ขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็ว

  • มีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกไม่สบายตัวร่วมด้วย

  • ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงบวมโต

  • มีหนองสะสมเป็นก้อนใหญ่หรือเจ็บปวดมาก

  • แผลไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงหลังการดูแลเบื้องต้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานหรือภูมิคุ้มกันต่ำ

การรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง

การรักษาขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของการติดเชื้อ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกวิธีที่เหมาะสม โดยแนวทางหลัก ได้แก่

  • การติดเชื้อเล็กน้อย — ใช้ยาปฏิชีวนะทาเฉพาะที่ เช่น Mupirocin หรือ Fusidic Acid

  • การติดเชื้อรุนแรง — ใช้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน เช่น Cloxacillin, Amoxicillin-clavulanate หรือ Clindamycin

  • กรณีมีหนองสะสมขนาดใหญ่ — แพทย์จะทำการผ่าระบายหนองเพื่อลดการอักเสบและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น

ควรใช้ยาปฏิชีวนะตามที่แพทย์สั่งจนครบขนาดและระยะเวลา แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว เพื่อป้องกันการดื้อยาและการกลับมาติดเชื้อซ้ำ ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมาใช้เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

การป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง

  • รักษาความสะอาดของผิวหนังอยู่เสมอ

  • ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะหลังสัมผัสพื้นผิวสาธารณะ

  • ทำความสะอาดแผลทันทีเมื่อมีรอยขีดข่วน

  • ไม่แชร์ของใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดตัว มีดโกน

  • ดูแลผิวหนังไม่ให้แห้งเกินไป เพราะผิวแห้งแตกเป็นช่องทางเข้าของเชื้อโรค

  • พบแพทย์หากแผลไม่หายหรือมีอาการอักเสบเพิ่มขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังมีกี่ชนิด? ชนิดที่พบบ่อย ได้แก่ Impetigo (พุพอง/แผลเปื่อย) ที่พบบ่อยในเด็กจากเชื้อ Staphylococcus aureus หรือ Streptococcus, Cellulitis (เนื้อเยื่ออักเสบชั้นลึกมักที่ขา), Folliculitis (รูขุมขนอักเสบ เกิดตุ่มหนองเล็กๆ รอบรูขุมขน) และ Furuncle/Carbuncle (ฝีจากการสะสมของหนองในเนื้อเยื่อ)

การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังเกิดจากเชื้ออะไร? เชื้อก่อโรคที่พบบ่อยที่สุดคือ Staphylococcus aureus และ Streptococcus ซึ่งเข้าสู่ผิวหนังผ่านบาดแผล รอยขีดข่วน ผิวแตก หรือรูขุมขนที่อุดตัน

ต้องใช้ยาปฏิชีวนะทุกครั้งหรือไม่? การติดเชื้อเล็กน้อยมักตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะทาเฉพาะที่ เช่น Mupirocin หรือ Fusidic Acid ส่วนการติดเชื้อที่รุนแรงกว่าจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน เช่น Cloxacillin, Amoxicillin-clavulanate หรือ Clindamycin ตามการประเมินของแพทย์ ไม่ควรซื้อยาใช้เอง

การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังอันตรายไหม? ส่วนใหญ่รักษาหายได้ แต่หากไม่รักษา เชื้ออาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต ควรรีบพบแพทย์หากรอยแดงขยายเร็ว มีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต หรือมีหนองสะสมเจ็บปวดมาก

หากคุณมีแผลติดเชื้อที่ไม่ดีขึ้น มีตุ่มหนอง ฝี หรือรอยแดงที่ลุกลาม ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ