Tinea Pedis (ฮ่องเท้า / Athlete's Foot) — เชื้อราที่เท้า รักษาอย่างถูกวิธี
- 18 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.
Tinea Pedis หรือที่คนไทยเรียกว่า “ฮ่องเท้า” (Athlete’s Foot) คือการติดเชื้อราชนิด dermatophyte บริเวณผิวหนังของเท้า เป็นเชื้อราที่เท้าที่พบบ่อยที่สุด เชื้อก่อโรคหลักได้แก่ Trichophyton rubrum, Trichophyton mentagrophytes และ Epidermophyton floccosum ผู้ป่วยมักมีอาการคัน ลอกเป็นขุย และแสบระหว่างซอกนิ้วเท้า หากปล่อยไว้เชื้อสามารถลามไปที่เล็บและขาหนีบได้ บทความนี้อธิบายรูปแบบ การวินิจฉัย และการรักษาฮ่องเท้าอย่างถูกวิธีตามหลักแพทย์ผิวหนัง
ฮ่องเท้ามีกี่รูปแบบ
ฮ่องเท้าแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบหลักตามลักษณะและตำแหน่งของผื่น ดังนี้
Interdigital — แบบซอกนิ้วเท้า (Interdigital): ผื่นเกิดตรงซอกนิ้วเท้า มีขุยลอก ผิวชื้นแฉะและแตก เป็นรูปแบบที่พบบ่อยที่สุด
Moccasin — แบบรองเท้าโมคาซิน (Moccasin): ผื่นแห้งลอกเป็นขุยละเอียดที่ฝ่าเท้า ขอบเท้า และส้นเท้า มีลักษณะคล้ายผิวหนังอักเสบเรื้อรัง (chronic dermatitis)
Vesiculobullous — แบบตุ่มน้ำ (Vesiculobullous): มีตุ่มน้ำใสเกิดขึ้นเฉียบพลันบริเวณอุ้งเท้า มักคันและแสบมาก
การวินิจฉัย — การตรวจ KOH
แพทย์ผิวหนังยืนยันการวินิจฉัยด้วยการขูดขุยจากขอบผื่นหรือพื้นตุ่มน้ำมาตรวจด้วยน้ำยา KOH (KOH preparation) ภายใต้กล้องจุลทรรศน์จะเห็นเส้นใยเชื้อรา (septate hyphae) ซึ่งช่วยแยกจากโรคที่มีลักษณะคล้ายกัน ดังนี้
ผื่นแพ้สัมผัส (Contact dermatitis): ผื่นมีขอบเขตชัดเจนตรงตำแหน่งที่สัมผัสรองเท้า ตรวจ KOH ไม่พบเชื้อรา
ผื่นตุ่มน้ำ (Dyshidrotic eczema): มีตุ่มน้ำที่ข้างเท้า แต่ตรวจ KOH ให้ผลลบ (negative)
การตรวจเพิ่มเติม: ในรายที่สงสัยแต่ตรวจไม่ชัด อาจส่งตัดชิ้นเนื้อย้อม PAS stain เพื่อยืนยัน
การรักษาฮ่องเท้า
การรักษาขึ้นกับรูปแบบและความรุนแรงของโรค โดยยาต้านเชื้อราต่อไปนี้เป็นแนวทางมาตรฐาน (ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์)
แบบซอกนิ้วและแบบเฉียบพลัน (ยาทา): Terbinafine 1% cream หรือ Butenafine ทา 1–2 ครั้งต่อวัน นาน 4 สัปดาห์
แบบ Moccasin/ตุ่มน้ำ หรือไม่ตอบสนองยาทา (ยารับประทาน): Terbinafine 250 มก. ต่อวัน นาน 2–4 สัปดาห์ หรือ Itraconazole 200 มก. วันละ 2 ครั้ง นาน 1 สัปดาห์ (แบบ pulse)
หลังการรักษา: หลังรักษาให้ใช้แป้งต้านเชื้อรา (antifungal powder) โรยที่ซอกนิ้วเท้าเพื่อลดการกลับเป็นซ้ำ
ภาวะแทรกซ้อนและการดูแลรองเท้า
เมื่อผิวระหว่างนิ้วเท้าเปื่อยยุ่ย (maceration) อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน (secondary bacterial infection ชนิด Gram-negative web infection) กรณีนี้ต้องใช้ Burow’s solution ร่วมกับยาปฏิชีวนะชนิดทา หรือให้ยา cephalexin ชนิดรับประทานหากมีการติดเชื้อชัดเจน สำหรับการป้องกันการกลับเป็นซ้ำ แนะนำดังนี้
สลับรองเท้า: สลับรองเท้าอย่างน้อย 2 คู่ และให้รองเท้าแห้งสนิทก่อนใส่ซ้ำ
ดูแลถุงเท้าและรองเท้า: ใส่ถุงเท้าผ้าฝ้าย ซักถุงเท้าด้วยน้ำร้อน และผึ่ง/อบรองเท้าให้แห้ง
ใช้แป้งต้านเชื้อรา: โรยแป้งต้านเชื้อราระหว่างนิ้วเท้าเพื่อควบคุมความชื้น
รักษาเชื้อราที่เล็บร่วม: หากมีเชื้อราที่เล็บ (onychomycosis) ต้องรักษาไปพร้อมกัน มิฉะนั้นโอกาสกลับเป็นซ้ำสูงมาก เพราะเล็บเป็นแหล่งสะสมเชื้อ
คำถามที่พบบ่อย
รักษาหายแล้วทำไมยังกลับเป็นซ้ำ? สาเหตุที่พบบ่อยคือไม่ได้รักษาเชื้อราที่เล็บ (onychomycosis) ไปพร้อมกัน เพราะเล็บเป็นแหล่งสะสมเชื้อรา ทำให้เชื้อกลับมาที่ซอกนิ้วเท้าซ้ำ
จำเป็นต้องสลับรองเท้าไหม? ควรสลับรองเท้าอย่างน้อย 2 คู่ และปล่อยให้รองเท้าแต่ละคู่แห้งสนิทประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนนำกลับมาใส่อีกครั้ง
ติดฮ่องเท้าจากสระว่ายน้ำหรือฟิตเนสได้ไหม? ได้ เชื้อราติดต่อผ่านพื้นเปียกที่ใช้ร่วมกัน จึงควรสวมรองเท้าแตะบริเวณรอบสระว่ายน้ำและห้องอาบน้ำสาธารณะ ไม่ควรเดินเท้าเปล่า
ใช้ไดร์เป่าผมเป่าเท้าช่วยได้ไหม? ช่วยไล่ความชื้นระหว่างนิ้วเท้าได้ แต่ควรใช้ลมไม่ร้อนจนเกินไป หรือใช้ลมเย็นสลับกับการซับด้วยผ้าขนหนูให้แห้ง
หากคุณมีอาการคัน ลอกเป็นขุย หรือตุ่มน้ำที่เท้าเรื้อรังไม่หาย ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่ถูกต้อง ปรึกษาฮ่องเท้า (Tinea Pedis) กับแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569




ความคิดเห็น