Stevens-Johnson Syndrome / TEN: ผื่นแพ้ยารุนแรง + ผิวหลุดลอก — ภาวะฉุกเฉินทางผิวหนัง | Siam Derm IOD
- 18 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.
Stevens-Johnson Syndrome (SJS) และ Toxic Epidermal Necrolysis (TEN) เป็นกลุ่มโรคผื่นแพ้ยารุนแรงที่ทำให้ผิวหนังหลุดลอกและมีอัตราการเสียชีวิตสูง จึงถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางผิวหนัง (dermatology emergency) ความรุนแรงแบ่งตามพื้นที่ผิวที่หลุดลอก ได้แก่ SJS หลุดน้อยกว่า 10% ของพื้นที่ผิว, SJS/TEN overlap 10-30% และ TEN มากกว่า 30% โดยอัตราตายของ SJS อยู่ที่ 5-10% และ TEN สูงถึง 30-50% การรักษาต้องหยุดยาที่เป็นสาเหตุทันทีและดูแลในหอผู้ป่วยวิกฤตหรือหน่วยไฟไหม้ บทความนี้สรุปยาที่เป็นสาเหตุบ่อย อาการเตือน และหลักการดูแลตามมาตรฐาน
ยาที่เป็นสาเหตุบ่อย
อาการมักเกิดหลังได้รับยาราว 4-30 วัน (ระยะฟักตัว 1-3 สัปดาห์) ยาที่พบเป็นสาเหตุบ่อยได้แก่
Allopurinol: มีความเสี่ยงสูงในผู้ที่มียีน HLA-B*5801 ซึ่งพบได้บ่อยในคนไทย จึงแนะนำให้ตรวจ HLA ก่อนเริ่มยา
ยากันชัก: Carbamazepine (สัมพันธ์กับ HLA-B*1502 ในคนเอเชีย), Lamotrigine, Phenytoin และกลุ่ม Hydantoins
ยาปฏิชีวนะและซัลฟา: Sulfonamides เช่น TMP-SMX และ Sulfasalazine, กลุ่ม Beta-lactams และ Quinolones
ยาอื่น ๆ: NSAIDs กลุ่ม Oxicam และยาต้านไวรัส Nevirapine
อาการแสดง
อาการนำ (Prodrome): มีไข้ ไอ เจ็บตา เจ็บคอ นำมาก่อนผื่นราว 1-3 วัน
ผิวหนัง: ผื่นแดงคล้ำเป็นดวง (dusky red macules) และ atypical target lesions ที่ลุกลามเป็นจ้ำเลือดและตุ่มน้ำพอง ตรวจ Nikolsky sign เป็นบวก
เยื่อบุ (Mucosa): มีตุ่มน้ำและแผลถลอกบริเวณปาก ตา อวัยวะเพศ รวมถึงเยื่อบุทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ การพบเยื่อบุอย่างน้อย 2 ตำแหน่งช่วยยืนยันการวินิจฉัย
การดูแลรักษา
เป็นภาวะที่ต้องดูแลแบบเร่งด่วนและประเมินความรุนแรงด้วยคะแนน SCORTEN (พิจารณาจากอายุ อัตราการเต้นหัวใจ การมีมะเร็ง พื้นที่ผิวที่หลุด BUN ระดับน้ำตาล และไบคาร์บอเนต)
หยุดยาต้นเหตุ: หยุดยาที่สงสัยทันที โดยอาศัยการประเมิน (algorithm of drug causality เช่น ALDEN)
การดูแลในโรงพยาบาล: ย้ายเข้าหอผู้ป่วยวิกฤตหรือหน่วยไฟไหม้เมื่อพื้นที่ผิวหลุดมากกว่า 10% หรือ SCORTEN ตั้งแต่ 2 ขึ้นไป
การประคับประคอง: ดูแลแผล ควบคุมสมดุลน้ำและเกลือแร่ ให้สารอาหาร และปรึกษาจักษุแพทย์เพราะภาวะแทรกซ้อนที่ตาสำคัญ
ยาเฉพาะ: อาจพิจารณา Cyclosporine 3-5 mg/kg/day หรือ IVIG 2 g/kg ร่วมกับสเตียรอยด์ (ยังเป็นที่ถกเถียงแต่มีหลักฐานเพิ่มขึ้น)
ป้องกันซ้ำ: หลีกเลี่ยงยากลุ่มที่เป็นสาเหตุตลอดชีวิต และควรมีบัตรหรือสร้อยข้อมือแจ้งประวัติแพ้ยา (Medic-Alert)
คำถามที่พบบ่อย
ต่างจากผื่นแพ้ทั่วไปอย่างไร? SJS/TEN จะมีการอักเสบของเยื่อบุ (ปาก ตา อวัยวะเพศ) ร่วมกับผิวหนังหลุดลอกและไข้สูง ซึ่งผื่นแพ้ยาทั่วไปไม่มี
การตรวจ HLA ก่อนให้ยาสำคัญไหม? สำคัญ แนะนำตรวจ HLA-B*5801 ก่อนให้ Allopurinol และ HLA-B*1502 ก่อนให้ Carbamazepine โดยเฉพาะในคนไทยและคนเอเชีย
ฟื้นตัวได้ไหม? ผิวหนังมักฟื้นตัวใน 2-4 สัปดาห์ แต่อาจมีภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น ตาแห้ง แผลเป็น หรือรอยด่างสีผิว
ควรไปโรงพยาบาลเมื่อไหร่? หากมีผื่นแพ้ยารุนแรงร่วมกับไข้สูง เยื่อบุอักเสบ หรือผิวเริ่มหลุดลอก ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที อย่ารอดูอาการ
SJS และ TEN เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที หลังจำหน่ายสามารถติดตามผลและปรึกษาการดูแลผิวระยะยาวกับแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569




ความคิดเห็น