Sebaceous Hyperplasia: ติ่งสีเหลืองบนหน้าผู้สูงอายุ รักษาจี้ไฟฟ้า/เลเซอร์
อัปเดตเมื่อ 16 ก.ค.
Sebaceous hyperplasia คือติ่งเนื้อสีเหลืองจาง ๆ หรือสีเนื้อบนใบหน้า ขนาดประมาณ 2-5 มม. ตรงกลางมักมีรอยบุ๋มเล็ก ๆ (central umbilication) เกิดจากต่อมไขมัน (sebaceous gland) ที่ขยายตัว พบบ่อยบนใบหน้าของผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เป็นภาวะที่ไม่ร้ายแรงและไม่กลายเป็นมะเร็ง แต่จุดสำคัญคือต้องแยกให้ออกจากมะเร็งผิวหนังชนิด basal cell carcinoma (BCC) ที่หน้าตาคล้ายกัน บทความนี้อธิบายลักษณะ การแยกโรคด้วยกล้อง dermoscopy ภาวะที่ต้องระวัง และวิธีรักษา
Sebaceous hyperplasia เกิดจากอะไร
Sebaceous hyperplasia เกิดจากการขยายตัวของต่อมไขมันบนใบหน้า มักสัมพันธ์กับอายุที่มากขึ้น ลักษณะสำคัญ ได้แก่
ลักษณะ: ติ่งเนื้อสีเหลืองจางหรือสีเนื้อ ขนาด 2-5 มม. ตรงกลางมีรอยบุ๋ม (follicular opening ที่ขยาย)
สาเหตุ: มักเกิดจากระดับฮอร์โมนแอนโดรเจน (androgen) ที่ลดลงตามอายุ ทำให้ต่อมไขมันขยายตัว
พบในใคร: พบบ่อยบนใบหน้าของผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
ความปลอดภัย: ไม่มีความผิดปกติของเซลล์ (atypia) และไม่กลายเป็นมะเร็ง
การแยกจาก BCC ด้วย Dermoscopy
Sebaceous hyperplasia มักถูกวินิจฉัยสับสนกับมะเร็งผิวหนังชนิด basal cell carcinoma (BCC) การส่องกล้อง dermoscopy ช่วยแยกได้
Sebaceous hyperplasia: พบหลอดเลือดล้อมรอบขอบไม่ข้ามตรงกลาง (crown vessels) ร่วมกับก้อนสีเหลือง (yellow globules) และรอยบุ๋มตรงกลาง (crater)
BCC: พบหลอดเลือดแตกแขนงเป็นกิ่งก้าน (arborizing vessels) มีเม็ดสี และอาจมีแผล (ulceration)
เมื่อสงสัย: หากยังสงสัย ควรตัดชิ้นเนื้อตรวจ (biopsy) เพื่อความปลอดภัย ไม่พลาดการวินิจฉัย BCC
ภาวะที่ต้องระวัง — Muir-Torre Syndrome
หากพบเนื้องอกต่อมไขมันหลายจุด (multiple sebaceous tumors เช่น sebaceous adenoma หรือ sebaceous carcinoma) ร่วมกับ sebaceous hyperplasia และเนื้องอก keratoacanthoma หลายจุด ควรระวังกลุ่มอาการ Muir-Torre syndrome ซึ่งสัมพันธ์กับ
มะเร็งที่สัมพันธ์: มะเร็งภายในร่างกาย เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ (colorectal) เยื่อบุโพรงมดลูก (endometrial) และระบบทางเดินปัสสาวะ (urothelial)
สาเหตุและการตรวจ: เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนซ่อมแซม DNA (MMR gene เช่น MSH2/MLH1) ตรวจได้ด้วย immunohistochemistry จากชิ้นเนื้อ และควรส่งปรึกษาทางพันธุกรรม (genetic counseling)
วิธีรักษา
Sebaceous hyperplasia ไม่จำเป็นต้องรักษาถ้าไม่รบกวน แต่หากต้องการกำจัดเพื่อความสวยงาม มีหลายวิธีให้เลือก (ควรทำโดยแพทย์ผิวหนังที่มีประสบการณ์)
Electrocautery / Hyfrecator: จี้ไฟฟ้า ทำง่าย 1-2 ครั้ง กำจัดได้ประมาณ 95% มีรอยไหม้เล็กน้อย
CO2/Erbium laser: ลอกผิวชั้นบาง ๆ (ablation) แผลเป็นน้อย
Pulsed Dye Laser: เลเซอร์เจาะจงหลอดเลือด (595 nm)
Photodynamic Therapy (PDT): การรักษาด้วยแสงร่วมกับยา ALA เหมาะกับรอยโรคหลายจุดบริเวณกว้าง
ยารับประทาน: isotretinoin 10-20 มก./วัน นาน 4-6 เดือน สำหรับรายที่ดื้อหรือขึ้นกระจายทั่ว (อาจกลับมาเป็นซ้ำหลังหยุดยา)
TCA chemical cautery: จี้ด้วยกรด TCA 35-100% สำหรับรอยโรคขนาด 1-2 มม.
คำถามที่พบบ่อย
Sebaceous hyperplasia ต่างจาก milia อย่างไร? milia เป็นตุ่มสีขาวล้วนไม่มีรอยบุ๋มตรงกลาง ส่วน sebaceous hyperplasia มีสีเหลือง มีรอยบุ๋มตรงกลาง และมี crown vessels เมื่อส่องกล้อง
รักษาแล้วขึ้นอีกไหม? ขึ้นได้ เพราะต่อมไขมันยังถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนแอนโดรเจน จึงอาจต้องรักษาซ้ำปีละ 1-2 ครั้ง หากต้องการควบคุมระยะยาวอาจพิจารณา isotretinoin
ขึ้นจำนวนมากหรือขึ้นเร็วต้องตรวจอะไร? หากพบเนื้องอกต่อมไขมันหลายจุด ควรตรวจหา Muir-Torre syndrome ซึ่งอาจสัมพันธ์กับมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
รักษาแล้วมีรอยไหม? ถ้าจี้ไฟฟ้าลึกเกินไปอาจมีแผลเป็นบุ๋มเล็ก ๆ หรือรอยดำชั่วคราว (โดยเฉพาะผิวคล้ำ Fitzpatrick IV-V) จึงควรรักษาโดยแพทย์ผิวหนังที่มีประสบการณ์
หากคุณมีติ่งเนื้อสีเหลืองบนใบหน้าที่กังวลว่าอาจเป็นมะเร็งผิวหนัง หรือต้องการกำจัดเพื่อความสวยงาม สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology เพื่อส่องกล้องแยกโรคและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

ความคิดเห็น