หนังศีรษะแห้ง ลอกเป็นขุย เกิดจากอะไร แพทย์ผิวหนังอธิบายวิธีแยกจากรังแค สะเก็ดเงิน แพ้สีย้อมผม และวิธีเลือกแชมพูตามตัวยา
หนังศีรษะแห้ง (Dry scalp หรือ Scalp xerosis) คือภาวะที่ผิวหนังบนศีรษะเสียไขมันและน้ำไปมากกว่าที่สร้างทดแทนได้ จึงตึง คัน และลอกเป็นขุยสีขาวเล็กละเอียดแห้ง ๆ ซึ่งต่างจากรังแค (Dandruff) ที่เป็นขุยแผ่นใหญ่กว่า มัน ออกสีเหลือง และเกี่ยวกับยีสต์บนหนังศีรษะ หนังศีรษะแห้งธรรมดาส่วนใหญ่ดีขึ้นภายใน 2–4 สัปดาห์เมื่อเปลี่ยนวิธีสระผมให้ถูก แต่ถ้าลอกเป็นแผ่นหนา มีผื่นแดงขอบชัด ผมร่วงเป็นหย่อม หรือบวมแดงหลังย้อมผม ไม่ใช่แค่ "แห้ง" อีกต่อไป และควรให้แพทย์ผิวหนังตรวจ
ช่วงตุลาคมถึงมกราคม อากาศเย็นและแห้งลง คนจำนวนมากยังสระผมด้วยน้ำอุ่นจัดทุกวัน และอยู่ในห้องแอร์ทั้งวัน การค้นหาเรื่องหนังศีรษะแห้งในประเทศไทยจึงเพิ่มขึ้นราว 3 เท่าจากช่วงหน้าฝน บทความนี้แยกให้เห็นว่าขุยบนหัวแต่ละแบบมาจากอะไร ใช้แชมพูที่มีตัวยาอะไร ความเข้มข้นเท่าไร ทิ้งไว้กี่นาที และสัญญาณแบบไหนที่ต้องตรวจ
หนังศีรษะแห้ง (Dry scalp) คืออะไร
หนังศีรษะเป็นผิวหนังชนิดเดียวกับผิวส่วนอื่นของร่างกาย แต่มีต่อมไขมันหนาแน่นกว่าและมีเส้นผมปกคลุม ชั้นผิวนอกสุด (stratum corneum) ทำหน้าที่เหมือนกำแพงอิฐ โดยมีเซลล์ผิวเป็นอิฐ และมีไขมันระหว่างเซลล์ ได้แก่ เซราไมด์ (ceramide) คอเลสเตอรอล และกรดไขมัน เป็นปูน เมื่อปูนส่วนนี้ถูกล้างออกมากเกินไป น้ำในผิวจะระเหยออกเร็วขึ้น เซลล์ผิวที่ควรหลุดออกทีละเซลล์จนมองไม่เห็นจึงหลุดออกมาเป็นกลุ่มเล็ก ๆ กลายเป็นขุยขาวที่เห็นบนไหล่เสื้อ
ผิวหนังผลัดตัวเองใหม่ทุกประมาณ 28 วัน ในหนังศีรษะแห้งรอบนี้ยังปกติ ปัญหาอยู่ที่การหลุดออกเป็นกลุ่ม ส่วนในรังแค เซ็บเดิร์ม และสะเก็ดเงิน ผิวผลัดเร็วขึ้นจริง ในสะเก็ดเงินอาจเร็วขึ้นถึง 3–5 วัน ขุยจึงหนาและกองเป็นชั้น ความต่างนี้อธิบายว่าทำไมการรักษาจึงต่างกัน หนังศีรษะแห้งต้องเติมความชุ่มชื้นและลดการล้าง ส่วนโรคที่ผิวผลัดเร็วต้องใช้ยาที่ลดการอักเสบหรือลดยีสต์
หนังศีรษะแห้ง vs รังแค ต่างกันยังไง ดูจากขุย
ข้อนี้เป็นคำถามที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าแยกผิด คนที่หนังศีรษะแห้งมักไปใช้แชมพูขจัดรังแคแรง ๆ ทุกวัน ซึ่งทำให้แห้งลอกหนักขึ้น ส่วนคนที่เป็นรังแคก็ไปชโลมน้ำมันจนยีสต์โตดีขึ้น
ขุยของหนังศีรษะแห้ง: เล็ก ละเอียด สีขาว แห้ง ร่วงง่ายเมื่อเกา หนังศีรษะดูไม่มัน ไม่แดง มักมีผิวแห้งที่แขน ขา หรือริมฝีปากร่วมด้วย และเป็นมากขึ้นหน้าหนาว
ขุยของรังแค: แผ่นใหญ่กว่า สีขาวอมเหลือง ค่อนข้างมันและติดหนังศีรษะ หนังศีรษะและผมมันเร็ว มักคันมากขึ้นเมื่อไม่ได้สระ 2–3 วัน
ขุยของเซ็บเดิร์ม: เหมือนรังแคแต่มีผื่นแดงร่วม และลามไปที่คิ้ว ข้างจมูก หลังหู หรือกลางอก
ขุยของสะเก็ดเงิน: แผ่นหนาสีเงิน ติดแน่น ใต้ขุยเป็นผื่นแดงขอบชัด มักเลยแนวไรผมออกมาที่หน้าผากหรือหลังหู
วิธีทดสอบง่าย ๆ ที่บ้าน คือสังเกตว่าถ้าสระผมด้วยแชมพูอ่อนโยนวันเว้นวันแล้วขุยลดลง แปลว่าน่าจะเป็นหนังศีรษะแห้ง ถ้าเว้นสระแล้วขุยกลับเพิ่มขึ้นและหนังศีรษะมัน แปลว่าน่าจะเป็นรังแคหรือเซ็บเดิร์ม อ่านรายละเอียดของฝั่งรังแคได้ที่ รังแคเกิดจากอะไร และวิธีแยกรังแคธรรมดาจากเซ็บเดิร์ม
หนังศีรษะแห้งเกิดจากอะไร
สาเหตุที่พบบ่อยส่วนใหญ่มาจากสิ่งที่ทำกับหนังศีรษะทุกวัน มากกว่าโรค
สระผมบ่อยเกินไปหรือใช้น้ำร้อน: น้ำที่ร้อนกว่าประมาณ 40 องศาเซลเซียสละลายไขมันผิวได้มากกว่าน้ำอุ่นชัดเจน การสระวันละ 2 ครั้งในคนที่หนังศีรษะไม่มันก็ทำให้แห้งได้
แชมพูที่ล้างแรง: แชมพูที่มีสารลดแรงตึงผิวชนิดแรง เช่น sodium lauryl sulfate (SLS) ความเข้มข้นสูง หรือแชมพูขจัดรังแคที่ใช้ทุกวันโดยไม่จำเป็น
อากาศแห้งและห้องแอร์: ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำกว่า 40% ทำให้น้ำระเหยจากผิวเร็วขึ้น
ไดร์ร้อนจัดและเครื่องหนีบผม: ความร้อนใกล้หนังศีรษะทำให้ผิวแห้งเหมือนโดนน้ำร้อน
ทำสี ฟอก ดัด ยืด: สารเคมีกลุ่มด่างและสารฟอกสีระคายเคืองหนังศีรษะโดยตรง
แดดเผาหนังศีรษะ: โดยเฉพาะคนผมบางหรือแสกผมเดิม ผิวจะลอกเป็นแผ่นบางหลังโดนแดด 2–5 วัน
อายุมากขึ้น: ต่อมไขมันทำงานลดลงหลังอายุประมาณ 50–60 ปี
ผิวแห้งทั้งตัวหรือผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง: คนที่ผิวแห้งง่ายอยู่แล้วมักมีหนังศีรษะแห้งร่วมด้วย ดูการดูแลผิวแห้งทั้งตัวได้ที่ ผิวแห้ง ลอก คัน เกิดจากอะไร
ยาบางชนิด: ยารักษาสิวชนิดกิน isotretinoin และยากลุ่ม retinoid อื่น ทำให้หนังศีรษะและริมฝีปากแห้งได้ชัด
หนังศีรษะแห้งธรรมดาจากการสระผมและอากาศ
ลักษณะ: ขุยขาวเล็กละเอียด แห้ง ไม่มัน หนังศีรษะตึง อาจคันเล็กน้อย ไม่มีผื่นแดงชัด ไม่มีผมร่วงเป็นหย่อม
สาเหตุ: สระบ่อย น้ำร้อน แชมพูแรง ไดร์ร้อน อากาศแห้ง หรือผิวแห้งทั้งตัว
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่อันตราย ดูแลเองได้
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ปรับวิธีสระผมแล้ว 2–4 สัปดาห์ไม่ดีขึ้น คันจนเกาเป็นแผล หรือเริ่มมีผื่นแดง
แนวทางคือลดสิ่งที่ล้างไขมันออก และเติมความชุ่มชื้นกลับเข้าไป รายละเอียดอยู่ในหัวข้อวิธีสระผมด้านล่าง หนังศีรษะแห้งกลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อรา และไม่ต้องใช้แชมพูขจัดรังแคทุกวัน
หนังศีรษะลอกจากการระคายเคืองแชมพูหรือสารเคมี (Irritant contact dermatitis)
ลักษณะ: หนังศีรษะแสบ ร้อน แดงเรื่อ ลอกเป็นแผ่นบาง ๆ มักเริ่มหลังเปลี่ยนแชมพู ทำสี ฟอก หรือดัดผม และเป็นทั่วบริเวณที่สัมผัสสาร
สาเหตุ: สารลดแรงตึงผิวแรง น้ำหอม แอลกอฮอล์ในผลิตภัณฑ์จัดแต่งผม สารฟอกสีและสารดัดยืด ซึ่งทำลายชั้นผิวโดยตรงโดยไม่ต้องแพ้
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง ดีขึ้นใน 1–2 สัปดาห์หลังหยุดสาร
เมื่อไรต้องพบแพทย์: มีตุ่มน้ำ น้ำเหลืองไหล ปวดแสบมาก หรือผื่นลามลงหน้าและคอ
การดูแลคือหยุดผลิตภัณฑ์ที่สงสัยทุกตัว สระด้วยแชมพูอ่อนโยนที่ไม่มีน้ำหอม ถ้าแดงคันมาก แพทย์อาจให้ยาสเตียรอยด์ชนิดน้ำหรือโลชั่นสำหรับหนังศีรษะระยะสั้น 1–2 สัปดาห์
หนังศีรษะแห้งคัน บวม หลังย้อมผม: แพ้สีย้อมผม (PPD)
ลักษณะ: คันมาก หนังศีรษะแดง บวม มีตุ่มน้ำหรือน้ำเหลืองไหล ต่อมาลอกเป็นสะเก็ด ผื่นมักลามไปที่ไรผม หน้าผาก หลังหู และหนังตาบวม
สาเหตุ: ภูมิแพ้ต่อสาร para-phenylenediamine (PPD) ในสีย้อมผมสีเข้ม ซึ่งเป็นการแพ้แบบภูมิคุ้มกัน (Allergic contact dermatitis) มักเกิด 24–72 ชั่วโมงหลังย้อม และเป็นได้แม้เคยย้อมยี่ห้อเดิมมาหลายปี
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ปานกลางถึงรุนแรง ถ้าหน้าและตาบวมมากควรพบแพทย์ในวันเดียวกัน ถ้ามีหายใจลำบากหรือลิ้นบวมต้องไปห้องฉุกเฉินทันที
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ทุกครั้งที่บวมหรือมีน้ำเหลืองหลังย้อมผม และก่อนย้อมผมครั้งต่อไป
การรักษาที่แพทย์มักใช้คือล้างสีออกด้วยน้ำสะอาดและแชมพูอ่อนโยนให้มากที่สุด ประคบเย็น ใช้ยาสเตียรอยด์ทาสำหรับหนังศีรษะ เช่น betamethasone valerate 0.1% ชนิดโลชั่น หรือ mometasone furoate 0.1% ชนิดโลชั่น วันละ 1 ครั้ง ประมาณ 1–2 สัปดาห์ ร่วมกับยาแก้แพ้ชนิดกิน เช่น cetirizine 10 มิลลิกรัม วันละครั้ง ถ้าบวมมาก แพทย์อาจให้ prednisolone ชนิดกินระยะสั้น 5–7 วัน ผู้ที่เคยแพ้แล้วควรเลี่ยงสีย้อมที่มี PPD และสารใกล้เคียง เช่น toluene-2,5-diamine ไปตลอด และทำทดสอบแพ้ที่ผิวหลังหูก่อนย้อมทุกครั้งอย่างน้อย 48 ชั่วโมง อ่านเพิ่มเติมที่ ผื่นภูมิแพ้สัมผัส (Contact dermatitis)
หนังศีรษะลอกเป็นขุยมัน: รังแคและเซ็บเดิร์ม (Seborrheic dermatitis)
ลักษณะ: ขุยสีขาวอมเหลือง มัน แผ่นใหญ่กว่าหนังศีรษะแห้ง ผมมันเร็ว ถ้าเป็นเซ็บเดิร์มจะมีผื่นแดงร่วม และพบที่คิ้ว ข้างจมูก หลังหู
สาเหตุ: ปฏิกิริยาของผิวต่อยีสต์ Malassezia ที่อาศัยอยู่บนหนังศีรษะทุกคน ร่วมกับไขมันมาก ความเครียด อดนอน และอากาศ
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่อันตราย แต่เป็นเรื้อรังและกำเริบเป็นช่วง
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ใช้แชมพูยาครบ 4 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น มีผื่นแดงลามลงหน้า หรือคันจนนอนไม่หลับ
แชมพูที่มีหลักฐานดีคือ ketoconazole 2% สระสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ทิ้งฟองไว้บนหนังศีรษะ 3–5 นาทีก่อนล้าง ต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ แล้วลดเหลือสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อป้องกันการกลับมา ทางเลือกอื่นคือ selenium sulfide 1–2.5%, zinc pyrithione 1–2% หรือ ciclopirox 1% ถ้ามีผื่นแดงคันมาก แพทย์อาจเพิ่มยาสเตียรอยด์ชนิดน้ำสำหรับหนังศีรษะระยะสั้น ดูรายละเอียดได้ที่ เซ็บเดิร์ม เกิดจากอะไร และวิธีรักษาให้สงบ
ข้อควรระวังคือ การชโลมน้ำมันพืชบางชนิด เช่น น้ำมันมะกอก ลงบนหนังศีรษะที่เป็นรังแคหรือเซ็บเดิร์ม อาจทำให้ยีสต์เจริญดีขึ้นและขุยมากขึ้น น้ำมันจึงเหมาะกับหนังศีรษะแห้งจริงเท่านั้น
หนังศีรษะลอกเป็นแผ่นหนา เป็นสะเก็ด: สะเก็ดเงินที่หนังศีรษะ (Scalp psoriasis)
ลักษณะ: ผื่นแดงนูนขอบชัด ปกคลุมด้วยสะเก็ดหนาสีเงินที่ติดแน่น แกะแล้วอาจมีจุดเลือดออก ผื่นมักเลยแนวไรผมออกมาที่หน้าผาก ท้ายทอย หรือหลังหู อาจพบผื่นที่ศอก เข่า หรือเล็บเป็นหลุมร่วมด้วย
สาเหตุ: โรคภูมิคุ้มกันที่ทำให้ผิวผลัดเร็วกว่าปกติหลายเท่า มีกรรมพันธุ์ร่วม กำเริบได้จากความเครียด การติดเชื้อ แอลกอฮอล์ และการเกา
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ไม่ฉุกเฉิน แต่เป็นโรคเรื้อรังที่ควรได้รับการวินิจฉัยและวางแผนรักษา เพราะเกี่ยวข้องกับข้ออักเสบและโรคเมตาบอลิก
เมื่อไรต้องพบแพทย์: ขุยหนาติดแน่น ผื่นขอบชัด ผื่นที่อื่นของร่างกาย ปวดข้อ หรือเล็บผิดรูป
แพทย์มักเริ่มด้วยการลอกสะเก็ดก่อน เช่น แชมพู salicylic acid 2–3% หรือยาทา salicylic acid ความเข้มข้นสูงกว่าที่แพทย์ผสมให้ ทาทิ้งไว้ก่อนสระ จากนั้นใช้ยาลดการอักเสบ เช่น clobetasol propionate 0.05% ชนิดน้ำสำหรับหนังศีรษะ วันละ 1 ครั้งไม่เกินประมาณ 2–4 สัปดาห์ตามแพทย์สั่ง หรือยาผสม calcipotriol กับ betamethasone dipropionate ชนิดเจล วันละครั้งประมาณ 4 สัปดาห์ แชมพู coal tar ใช้เสริมได้แต่อาจทำให้ผมสีอ่อนหรือผมฟอกติดสีเหลือง ถ้าเป็นกว้างหรือไม่ตอบสนองต่อยาทา แพทย์จะพิจารณายากินหรือยาชีวภาพ อ่านเพิ่มที่ สะเก็ดเงิน เกิดจากอะไร และ ยาทาสะเก็ดเงินแต่ละกลุ่ม ความแรง และระยะเวลาใช้
หนังศีรษะลอกเป็นขุยร่วมกับผมร่วงเป็นหย่อมในเด็ก: กลากหนังศีรษะ (Tinea capitis)
ลักษณะ: ขุยเป็นวงหรือเป็นหย่อม ผมในบริเวณนั้นหักสั้นหรือร่วงเป็นหย่อม บางรายมีตุ่มหนอง หรือก้อนบวมนุ่มมีหนอง (kerion) อาจคลำได้ต่อมน้ำเหลืองที่ท้ายทอยโต
สาเหตุ: เชื้อราที่ติดจากคนในบ้าน เพื่อนในโรงเรียน หรือสัตว์เลี้ยง เช่น แมวและสุนัข พบบ่อยในเด็กอายุ 3–10 ปี ผู้ใหญ่พบน้อย
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ต้องรักษาด้วยยากิน เพราะยาทาเข้าไม่ถึงรากผม ถ้าปล่อยไว้หรือเป็นชนิดอักเสบมาก อาจเกิดแผลเป็นและผมไม่ขึ้นถาวร
เมื่อไรต้องพบแพทย์: เด็กที่มีขุยร่วมกับผมร่วงเป็นหย่อมทุกราย
แพทย์มักให้ยากิน griseofulvin ขนาดตามน้ำหนักตัว ประมาณ 20–25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน นาน 6–8 สัปดาห์ หรือ terbinafine ขนาดตามน้ำหนักตัว นานประมาณ 4–6 สัปดาห์ ขึ้นกับชนิดเชื้อ ร่วมกับแชมพู ketoconazole 2% หรือ selenium sulfide สัปดาห์ละ 2–3 ครั้งเพื่อลดการแพร่เชื้อ คนในบ้านที่มีอาการควรตรวจพร้อมกัน ดูเพิ่มที่ กลากหนังศีรษะ (Tinea capitis) อาการและการรักษา
หนังศีรษะลอกหลังโดนแดด
ลักษณะ: หนังศีรษะตามแนวแสกผมหรือบริเวณผมบางแดงแสบหลังโดนแดด แล้วลอกเป็นแผ่นบางใน 2–5 วัน
สาเหตุ: แดดเผา (sunburn) พบมากในคนผมบางหรือศีรษะล้าน
ความรุนแรง/ความเร่งด่วน: ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง ลอกแล้วดีขึ้นเองใน 1 สัปดาห์ แต่การโดนแดดซ้ำนานหลายปีเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนังที่หนังศีรษะ
เมื่อไรต้องพบแพทย์: มีตุ่มน้ำกว้าง มีไข้ หรือมีจุดสะเก็ดหยาบเป็นแผลที่ไม่หายเกิน 4 สัปดาห์ในผู้สูงอายุ
ป้องกันด้วยหมวกปีกกว้าง หรือกันแดดชนิดสเปรย์หรือผงสำหรับแนวแสกผม SPF 30 ขึ้นไป ระหว่างที่ลอกไม่ควรแกะผิว และใช้แชมพูอ่อนโยนกับน้ำเย็น
หนังศีรษะแห้งคันมาก แต่ขุยไม่เยอะ
ถ้าอาการเด่นคือคัน แต่เห็นขุยน้อย ต้องนึกถึงสาเหตุอื่นนอกจากความแห้ง เช่น เหา (มีไข่สีขาวเกาะแน่นที่โคนผม ไม่หลุดเมื่อเป่า) ผื่นแพ้สัมผัส ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรืออาการคันจากเส้นประสาท ซึ่งแต่ละโรครักษาต่างกันมาก อ่านวิธีแยกโรคทั้งหมดได้ที่ คันหนังศีรษะ เกิดจากอะไร
ตารางเทียบขุยบนหนังศีรษะ 5 แบบ
หนังศีรษะแห้ง: ขุยขาวเล็กแห้ง · ไม่มัน ไม่แดง · หน้าหนาวเป็นมาก · ดูแลด้วยแชมพูอ่อนโยนและเติมความชุ่มชื้น
รังแค/เซ็บเดิร์ม: ขุยเหลืองมันแผ่นใหญ่ · อาจแดง · เป็นที่คิ้ว ข้างจมูกร่วม · ketoconazole 2% หรือ selenium sulfide
สะเก็ดเงิน: สะเก็ดเงินหนาติดแน่น ผื่นขอบชัด · เลยไรผม · salicylic acid ร่วมกับสเตียรอยด์หรือ calcipotriol ตามแพทย์สั่ง
แพ้/ระคายเคืองสาร: แดงแสบหรือบวมหลังใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่หรือย้อมผม · หยุดสาร ใช้สเตียรอยด์ระยะสั้น
กลากหนังศีรษะ: ขุยเป็นหย่อมพร้อมผมหักร่วง · พบในเด็ก · ต้องใช้ยากินฆ่าเชื้อรา
สระผมยังไงเมื่อหนังศีรษะแห้ง
ลดความถี่: ถ้าหนังศีรษะไม่มัน สระวันเว้นวัน หรือสัปดาห์ละ 2–3 ครั้งก็พอ วันที่ไม่สระให้ล้างด้วยน้ำเปล่าได้
ใช้น้ำอุ่นไม่ร้อน: อุณหภูมิประมาณอุณหภูมิร่างกาย และจบการสระผมภายใน 5 นาที
เลือกแชมพูอ่อนโยน: ไม่มีน้ำหอมหรือมีน้อย ใช้สารลดแรงตึงผิวชนิดอ่อน และ pH ใกล้เคียงผิว
ใช้แชมพูปริมาณพอดี: ประมาณเหรียญสิบบาท ลงที่หนังศีรษะ ส่วนปลายผมให้ฟองไหลผ่านพอ
นวดด้วยปลายนิ้ว ไม่ใช้เล็บ: การเกาด้วยเล็บทำให้หนังศีรษะถลอกและลอกมากขึ้น
ใช้ครีมนวดที่ปลายผมเท่านั้น: ล้างออกให้สะอาด
เป่าผมด้วยลมอุ่น: ถือไดร์ห่างหนังศีรษะอย่างน้อย 15 เซนติเมตร หรือปล่อยให้แห้งเองเมื่อทำได้
บำรุงหนังศีรษะแห้งยังไงให้ชุ่มชื้น
น้ำมันก่อนสระ (pre-wash oil): หยดน้ำมันชนิดบาง เช่น mineral oil หรือน้ำมันมะพร้าว ประมาณ 5–10 หยด นวดลงหนังศีรษะทิ้งไว้ 15–30 นาที แล้วสระตามปกติ ทำสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง วิธีนี้เหมาะกับหนังศีรษะแห้งจริงเท่านั้น ไม่เหมาะกับรังแคหรือเซ็บเดิร์ม
ผลิตภัณฑ์บำรุงหนังศีรษะแบบไม่ล้างออก: เลือกสูตรที่มี glycerin, ceramide, panthenol หรือ urea ความเข้มข้นต่ำ เลี่ยงสูตรที่มีแอลกอฮอล์และน้ำหอมสูง
เพิ่มความชื้นในห้องนอน: ปรับแอร์ไม่ให้เย็นจัด หรือใช้เครื่องเพิ่มความชื้นให้อยู่ราว 40–60%
ดื่มน้ำให้พอ และทาผิวที่อื่นด้วย: การดื่มน้ำช่วยสุขภาพโดยรวม แต่ไม่สามารถแทนการลดการล้างไขมันออกจากหนังศีรษะได้
เลี่ยงสารเคมีระหว่างที่หนังศีรษะยังลอก: เว้นการย้อม ฟอก ดัด อย่างน้อย 2–4 สัปดาห์
แชมพูสำหรับหนังศีรษะแห้ง ลอก ควรดูตัวยาอะไร
การเลือกแชมพูให้ดูจาก "ตัวยา" ที่ตรงกับสาเหตุ มากกว่าดูชื่อสินค้าหรือคำโฆษณา
หนังศีรษะแห้งธรรมดา: แชมพูอ่อนโยน ไม่ต้องมีตัวยา ถ้ามี glycerin หรือ panthenol จะช่วยลดความตึง
ขุยมันหรือรังแค: ketoconazole 2%, selenium sulfide 1–2.5%, zinc pyrithione 1–2% หรือ ciclopirox 1% ทิ้งไว้ 3–5 นาทีก่อนล้าง สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง
ขุยหนาติดแน่น: salicylic acid 2–3% ช่วยลอกขุย ใช้สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ไม่ควรใช้ทุกวันเพราะทำให้แห้งเพิ่ม
สะเก็ดเงิน: coal tar ใช้เสริมได้ แต่ส่วนใหญ่ต้องใช้ยาทาที่แพทย์สั่งร่วม
ถ้าใช้แชมพูยาครบ 4 สัปดาห์ตามวิธีแล้วไม่ดีขึ้น มักแปลว่าสาเหตุไม่ใช่ตัวที่คิด ควรให้แพทย์ตรวจแทนการเปลี่ยนแชมพูไปเรื่อย ๆ
ยาที่แพทย์ใช้เมื่อหนังศีรษะแห้งอักเสบ
เมื่อหนังศีรษะแห้งจนแดง คัน หรือเกาจนเป็นผื่น แพทย์อาจใช้ยาเหล่านี้ตามความรุนแรง
สเตียรอยด์ชนิดอ่อนถึงกลางสำหรับหนังศีรษะ: เช่น hydrocortisone 1% หรือ betamethasone valerate 0.1% ชนิดโลชั่น วันละ 1 ครั้ง 1–2 สัปดาห์ แล้วหยุดหรือลดเป็นวันเว้นวัน
สเตียรอยด์ชนิดแรงสำหรับผื่นหนา: เช่น clobetasol propionate 0.05% ชนิดน้ำหรือแชมพูที่ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออก ใช้เฉพาะเมื่อแพทย์สั่งและในระยะสั้น
ยาแก้แพ้ชนิดกิน: เช่น cetirizine หรือ loratadine 10 มิลลิกรัม วันละครั้ง ช่วยเรื่องคันในบางราย
ยาที่ไม่ใช่สเตียรอยด์: เช่น tacrolimus 0.1% ที่บริเวณไรผมและหลังหู เมื่อต้องใช้ระยะยาว
สิ่งที่บอกว่ายาได้ผล คือคันลดลงใน 3–7 วัน และขุยลดลงชัดใน 2–3 สัปดาห์ การเลือกยา ความแรง และระยะเวลาใช้เป็นการตัดสินใจของแพทย์ ไม่ควรใช้สเตียรอยด์ชนิดแรงต่อเนื่องเองเป็นเดือน เพราะทำให้ผิวบางและกลับมากำเริบเมื่อหยุดยา
หนังศีรษะแห้งในเด็กและทารก
ทารกอายุ 2 สัปดาห์ถึง 3 เดือนที่มีสะเก็ดเหลืองมันติดหนังศีรษะ มักเป็นไขบนหนังศีรษะทารก (Cradle cap) ซึ่งเป็นเซ็บเดิร์มชนิดหนึ่ง ไม่ใช่หนังศีรษะแห้ง ดูแลด้วยการทาน้ำมันมะกอกหรือ petrolatum ทิ้งไว้ 15–20 นาทีให้สะเก็ดนิ่ม แล้วใช้หวีขนนุ่มเขี่ยออกเบา ๆ ก่อนสระ ห้ามแกะ ส่วนเด็กวัยเรียนที่มีขุยร่วมกับผมร่วงเป็นหย่อม ต้องคิดถึงกลากหนังศีรษะก่อนเสมอ และเด็กที่มีผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมักมีหนังศีรษะแห้งคันร่วมด้วย
หนังศีรษะแห้งทำให้ผมร่วงไหม
หนังศีรษะแห้งธรรมดาไม่ได้ทำลายรากผมโดยตรง แต่การเกาแรงและการดึงขุยอาจทำให้ผมหักหรือหลุดเพิ่มขึ้นชั่วคราว ผมร่วงเฉลี่ยวันละ 50–100 เส้นยังถือว่าปกติ ถ้าร่วงมากกว่านั้นต่อเนื่อง มีหย่อมผมบาง หรือผมหักเป็นตอ ต้องหาสาเหตุอื่น เช่น กลากหนังศีรษะ สะเก็ดเงิน ผมร่วงเป็นหย่อม หรือผมร่วงจากฮอร์โมน
เมื่อไรควรพบแพทย์ผิวหนัง
ปรับวิธีสระผมและใช้แชมพูตามสาเหตุครบ 2–4 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น
สะเก็ดหนาติดแน่น ผื่นแดงขอบชัด หรือผื่นเลยแนวไรผม
มีผมร่วงเป็นหย่อม ผมหัก หรือมีตุ่มหนอง โดยเฉพาะในเด็ก
หนังศีรษะบวม มีน้ำเหลือง หรือหน้าและตาบวมหลังย้อมผม
คันจนนอนไม่หลับ หรือเกาจนเป็นแผลติดเชื้อ
มีผื่นที่อื่นร่วม เช่น ศอก เข่า คิ้ว ข้างจมูก หรือเล็บผิดรูป
ผู้สูงอายุที่มีสะเก็ดหยาบหรือแผลบนหนังศีรษะไม่หายเกิน 4 สัปดาห์
แพทย์ผิวหนังวินิจฉัยได้จากการดูลักษณะขุยและผื่น ร่วมกับการส่องกล้องขยายหนังศีรษะ ในบางรายอาจขูดขุยตรวจหาเชื้อรา หรือทำการทดสอบภูมิแพ้ผิวหนังชนิดแปะ (patch test) ถ้าสงสัยแพ้สารในผลิตภัณฑ์ อ่านภาพรวมโรคผิวหนังอื่น ๆ ได้ที่ รวมบทความโรคผิวหนัง
สรุปสั้น ๆ
หนังศีรษะแห้งให้ขุยขาวเล็กแห้ง ไม่มัน ส่วนรังแคให้ขุยเหลืองมันแผ่นใหญ่
หนังศีรษะแห้งแก้ด้วยการลดการล้าง ใช้น้ำอุ่นไม่ร้อน แชมพูอ่อนโยน และเติมความชุ่มชื้น ไม่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อรา
ขุยมันหรือรังแค ใช้ ketoconazole 2% ทิ้งไว้ 3–5 นาที สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง นาน 4 สัปดาห์
สะเก็ดหนาขอบชัดเลยไรผม นึกถึงสะเก็ดเงิน ต้องใช้ยาที่แพทย์สั่ง
บวมแดงหลังย้อมผม 24–72 ชั่วโมง นึกถึงแพ้ PPD และควรพบแพทย์
ดูแลถูกวิธีแล้ว 2–4 สัปดาห์ไม่ดีขึ้น หรือมีผมร่วงเป็นหย่อม ควรพบแพทย์ผิวหนัง
คำถามที่พบบ่อยเรื่องหนังศีรษะแห้ง
หนังศีรษะแห้ง ลอก แก้ยังไง
เริ่มจากลดสิ่งที่ล้างไขมันออกจากหนังศีรษะ คือสระวันเว้นวันหรือสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ใช้น้ำอุ่นไม่ร้อน และเปลี่ยนเป็นแชมพูอ่อนโยนที่ไม่มีน้ำหอม นวดด้วยปลายนิ้วแทนเล็บ เป่าผมด้วยลมอุ่นห่างหนังศีรษะ และเว้นการทำสีหรือดัดผมระหว่างที่ยังลอก ถ้าหนังศีรษะแห้งจริง ส่วนใหญ่จะดีขึ้นใน 2–4 สัปดาห์ ถ้าขุยมัน มีผื่นแดง หรือไม่ดีขึ้นในช่วงนี้ แปลว่าอาจเป็นรังแค เซ็บเดิร์ม หรือสะเก็ดเงิน ซึ่งต้องใช้ตัวยาที่ต่างกัน
หนังศีรษะลอกเป็นแผ่น ควรรักษาอย่างไร
หนังศีรษะที่ลอกเป็นแผ่นต้องดูก่อนว่าแผ่นนั้นบางหรือหนา ถ้าเป็นแผ่นบางหลังโดนแดดหรือหลังใช้สารเคมี ให้หยุดสารนั้นและใช้แชมพูอ่อนโยน มักดีขึ้นใน 1–2 สัปดาห์ ถ้าเป็นสะเก็ดหนาสีเงินติดแน่น มีผื่นแดงขอบชัด หรือลามเลยไรผม มักเป็นสะเก็ดเงิน ซึ่งแพทย์จะให้ salicylic acid ลอกขุยร่วมกับยาทาสเตียรอยด์หรือ calcipotriol ห้ามแกะหรือขูดสะเก็ดออกเอง เพราะทำให้ผื่นกำเริบและอาจติดเชื้อ
หนังศีรษะแห้ง ควรบำรุงอย่างไร
ให้เติมความชุ่มชื้นควบคู่กับลดการล้าง เช่น นวดน้ำมันชนิดบางอย่าง mineral oil หรือน้ำมันมะพร้าว 5–10 หยดลงหนังศีรษะทิ้งไว้ 15–30 นาทีก่อนสระ สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง หรือใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงหนังศีรษะแบบไม่ล้างออกที่มี glycerin, ceramide หรือ panthenol และไม่มีแอลกอฮอล์ ปรับแอร์ไม่ให้เย็นและแห้งเกินไป วิธีใช้น้ำมันนี้เหมาะกับหนังศีรษะแห้งเท่านั้น ถ้าเป็นรังแคหรือเซ็บเดิร์ม น้ำมันอาจทำให้ขุยมากขึ้น
หนังศีรษะลอกเป็นสะเก็ด เกิดจากอะไร
สะเก็ดบนหนังศีรษะต่างจากขุยแห้งธรรมดา เพราะมักมีโรคอยู่ข้างใต้ สาเหตุที่พบบ่อยคือสะเก็ดเงิน (ผื่นแดงขอบชัด สะเก็ดสีเงินหนา) เซ็บเดิร์ม (สะเก็ดเหลืองมัน) ผื่นแพ้สีย้อมผม (มีน้ำเหลืองแล้วแห้งเป็นสะเก็ด) และกลากหนังศีรษะในเด็ก (สะเก็ดร่วมกับผมร่วงเป็นหย่อม) ในทารกอายุไม่กี่เดือน สะเก็ดเหลืองมันมักเป็นไขบนหนังศีรษะทารก ถ้าสะเก็ดไม่หายใน 2–4 สัปดาห์หรือมีผมร่วงร่วม ควรให้แพทย์ผิวหนังตรวจ
หนังศีรษะแห้ง ลอก ใช้แชมพูอะไรดี
ให้เลือกจากตัวยาที่ตรงกับสาเหตุ ไม่ใช่จากชื่อสินค้า ถ้าเป็นหนังศีรษะแห้งธรรมดา ใช้แชมพูอ่อนโยนไม่มีน้ำหอม ไม่ต้องมีตัวยา ถ้าขุยมันหรือเป็นรังแค ใช้แชมพูที่มี ketoconazole 2%, selenium sulfide หรือ zinc pyrithione ทิ้งฟองไว้ 3–5 นาที สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ถ้าขุยหนาติดแน่น ใช้แชมพู salicylic acid 2–3% สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง การใช้แชมพูขจัดรังแคทุกวันกับหนังศีรษะแห้งจริงมักทำให้แห้งลอกมากขึ้น
หนังหัวลอก ใช้อะไรหาย
ไม่มีผลิตภัณฑ์ตัวเดียวที่ใช้ได้กับหนังหัวลอกทุกแบบ ถ้าเป็นจากความแห้ง สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือเปลี่ยนวิธีสระผมและเติมความชุ่มชื้น ถ้าเป็นรังแคใช้แชมพูยาฆ่าเชื้อรา ถ้าเป็นสะเก็ดเงินหรือผื่นแพ้ต้องใช้ยาทาที่แพทย์สั่ง และถ้าเป็นกลากหนังศีรษะต้องกินยาฆ่าเชื้อรานาน 4–8 สัปดาห์ การลองผลิตภัณฑ์ไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้สาเหตุมักทำให้ระคายเคืองเพิ่ม ถ้าดูแลแล้ว 2–4 สัปดาห์ยังลอกอยู่ ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อวินิจฉัยให้ตรงโรค
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 8 ตุลาคม 2026
ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการสั่งยาเฉพาะบุคคล การเลือกยา ขนาด และระยะเวลาการรักษา ควรได้รับการประเมินจากแพทย์

ความคิดเห็น