Kikuchi-Fujimoto Disease — โรคหายากร่วมกับ SLE — รักษาด้วย Hydroxychloroquine โดยผู้ตีพิมพ์งานวิจัยจริง
- 18 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.
โรคคิคุจิ-ฟูจิโมโตะ (Kikuchi-Fujimoto Disease, KFD) เป็นโรคต่อมน้ำเหลืองอักเสบชนิดไม่ทราบสาเหตุที่มีเนื้อตายร่วมด้วย (necrotizing histiocytic lymphadenitis) เป็นโรคหายากที่วินิจฉัยฉัยยาก และในบางรายพบร่วมกับโรคแพ้ภูมิตัวเอง (Systemic Lupus Erythematosus หรือ SLE) บทความนี้อ้างอิงจากรายงานผู้ป่วย (case report) ของ นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Disease and Global Health ปี 2022 ซึ่งแสดงให้เห็นความสำคัญของการแยกโรคนี้ออกจากมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และการตอบสนองที่ดีต่อยา Hydroxychloroquine
โรคคิคุจิคืออะไร ทำไมจึงวินิจฉัยยาก
โรคคิคุจิเป็นโรคที่มีต่อมน้ำเหลืองโต มักมีไข้ร่วม และในบางรายมีรอยโรคทางผิวหนัง ลักษณะทางพยาธิวิทยาของโรคนี้อาจคล้ายกับมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (lymphoma) จนอาจทำให้วินิจฉัยผิดได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยแพทย์ผู้ชำนาญและการตรวจชิ้นเนื้ออย่างละเอียด
ลักษณะโรค: โรคต่อมน้ำเหลืองอักเสบที่มีเนื้อตาย ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
ความเกี่ยวข้องกับ SLE: พบร่วมกับโรคแพ้ภูมิตัวเอง SLE ได้ในบางราย
ข้อควรระวัง: ต้องแยกออกจากมะเร็งต่อมน้ำเหลืองซึ่งมีลักษณะทางพยาธิวิทยาคล้ายกัน
รายงานผู้ป่วยของ นพ.ภัทร
รายงานผู้ป่วยเป็นชายไทยอายุ 66 ปี ที่มีโรค SLE เป็นโรคประจำตัวอยู่เดิม
อาการที่มา: มาพบแพทย์ด้วยตุ่มและปื้นนูนสีแดงอมเหลืองกระจายทั่วตัว
ผลตรวจภูมิคุ้มกัน: ตรวจ ANA ให้ผลบวก แต่ anti-dsDNA, anti-Sm, anti-snRNP และ anti-Ro ให้ผลลบ
ผลชิ้นเนื้อ: ผลชิ้นเนื้อเข้าได้กับลักษณะการอักเสบแบบ Kikuchi disease-like inflammatory pattern (KLIP)
การรักษาและผลลัพธ์: รักษาด้วย Hydroxychloroquine 200-400 มก. ต่อวัน ตอบสนองดีและเร็ว ไม่กลับเป็นซ้ำขณะใช้ยาขนาดต่ำต่อเนื่อง
ทำไมกรณีนี้จึงสำคัญ
กรณีที่โรคคิคุจิพบร่วมกับ SLE เป็นกรณีที่ซับซ้อนและต้องแยกจากมะเร็งต่อมน้ำเหลืองอย่างระมัดระวัง จุดสำคัญคือในรายนี้ยา Hydroxychloroquine ให้ผลตอบสนองที่ดีและรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทานขนาดสูง ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการวินิจฉัยที่ถูกต้องเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
คำถามที่พบบ่อย
โรคคิคุจิเป็นมะเร็งหรือไม่? ไม่ใช่มะเร็ง แต่ลักษณะทางพยาธิวิทยาอาจคล้ายมะเร็งต่อมน้ำเหลือง จึงต้องตรวจชิ้นเนื้อโดยแพทย์ผู้ชำนาญเพื่อแยกโรคให้ชัดเจน
โรคคิคุจิเกี่ยวข้องกับ SLE อย่างไร? ในบางรายโรคคิคุจิพบร่วมกับโรคแพ้ภูมิตัวเอง SLE ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยโรคคิคุจิจึงควรได้รับการประเมินหาภาวะ SLE ร่วมด้วย
Hydroxychloroquine รักษาโรคคิคุจิได้ไหม? ในรายงานผู้ป่วยรายนี้ ยา Hydroxychloroquine ขนาด 200-400 มก. ต่อวัน ให้ผลตอบสนองที่ดีและเร็ว การเลือกใช้ยาต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์
มีอาการทางผิวหนังต้องสงสัยแบบไหนควรพบแพทย์? หากมีตุ่มหรือผื่นเรื้อรังร่วมกับต่อมน้ำเหลืองโต ไข้ หรือมีโรคภูมิคุ้มกันเป็นทุนเดิม ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อประเมินอย่างละเอียด
โรคผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันเป็นกลุ่มโรคซับซ้อนที่ต้องอาศัยแพทย์เฉพาะทาง หากมีอาการน่าสงสัย ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
อ้างอิง: Voravutinon P, Puangpet P. Kikuchi Disease-like Inflammatory Pattern in Systemic Lupus Erythematosus Patient: A Case Report. Journal of Disease and Global Health 2022;15(1):18-22. DOI: 10.56557/jodagh/2022/v15i17740.
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569




ความคิดเห็น