top of page

Infantile Hemangioma: ปานแดงในเด็กทารก — รักษาด้วย Propranolol

  • 18 มิ.ย.
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.

Infantile Hemangioma (IH) หรือ “ปานแดงชนิดทารก” เป็นเนื้องอกหลอดเลือดชนิดไม่ร้ายที่พบบ่อยที่สุดในทารก (พบได้ 3–10% ของทารก) มีลักษณะเป็นปื้นหรือก้อนสีแดง มีระยะการเจริญเติบโตชัดเจน คือระยะโต (proliferative phase) ในช่วง 0–6 เดือนแรก ตามด้วยระยะคงที่ (plateau) และค่อย ๆ ยุบตัวลง (involution) จนหายไปได้เองในช่วงอายุ 5–7 ปี ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องรักษา แต่บางกลุ่มที่มีข้อบ่งชี้จำเป็นต้องได้รับยา Propranolol

ปานแดงในเด็กแบบไหนที่ต้องรักษา

แม้ปานแดงส่วนใหญ่จะยุบได้เอง แต่มีข้อบ่งชี้ในการรักษาเมื่อปานแดงอยู่ในตำแหน่งหรือมีลักษณะที่อาจก่อปัญหา ได้แก่

  • มีแผล (ulceration): ปานแดงแตกเป็นแผล เจ็บ และเสี่ยงติดเชื้อ

  • ขวางทางเดินหายใจ (airway): ปานแดงบริเวณที่อาจกดเบียดทางเดินหายใจ

  • รอบดวงตา (periorbital): ปานแดงรอบดวงตาที่อาจรบกวนการมองเห็น

  • เสี่ยงเสียโฉม (disfigurement): ปานแดงในตำแหน่งที่จะทำให้เสียรูปลักษณ์ถาวร

Propranolol: ยามาตรฐานอันดับแรก

Propranolol เป็นยากลุ่ม non-selective beta-blocker ที่กลายมาเป็นยามาตรฐาน (first-line) สำหรับปานแดงที่มีปัญหา หลังมีรายงานผลโดยบังเอิญในวารสาร NEJM ปี 2008 ข้อมูลสำคัญของยามีดังนี้

  • ขนาดยา: 2–3 มก./กก./วัน แบ่งให้วันละ 2 ครั้ง (BID) หรือวันละ 3 ครั้ง (TID) ในบางราย

  • ระยะเวลารักษา: ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี

  • กลไก: ทำให้หลอดเลือดหดตัวลดการไหลเวียนเลือด ยับยั้งการสร้างหลอดเลือดใหม่ (VEGF, bFGF) และกระตุ้นให้เซลล์เยื่อบุหลอดเลือดฝ่อตัวลง

  • ผลการรักษา: ปานแดงยุบลงได้มากกว่า 80% ของผู้ป่วย หากหยุดยาเร็วเกินไปอาจกลับมาโตซ้ำ (rebound) 10–20% จึงมักรักษาให้ครบประมาณ 12 เดือน

การตรวจคัดกรอง PHACES ก่อนเริ่มยา

ในรายที่ปานแดงมีขนาดใหญ่ แพทย์จะพิจารณาตรวจคัดกรองกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มยา

  • PHACES syndrome: ปานแดงขนาดใหญ่บนใบหน้า (มากกว่า 5 ซม.) ต้องตรวจ MRI/MRA สมองและคอ ตรวจหัวใจ (echocardiogram) และปรึกษาจักษุแพทย์ เพื่อคัดกรอง PHACES syndrome

  • LUMBAR syndrome: ปานแดงบริเวณกลางหลังส่วนล่าง (lumbosacral) ที่ใหญ่กว่า 2.5 ซม. ต้องประเมินด้วยอัลตราซาวด์กระดูกสันหลัง (อายุน้อยกว่า 6 เดือน) หรือ MRI

  • ข้อห้ามใช้ Propranolol: โรคหอบหืด/หลอดลมหดเกร็ง ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด heart block ภาวะหัวใจล้มเหลว และแนวโน้มน้ำตาลในเลือดต่ำ

การติดตามระหว่างใช้ยา

ก่อนเริ่มยาแพทย์จะตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) วัดความดันโลหิตและชีพจรพื้นฐาน แล้วค่อย ๆ ปรับขนาดยาขึ้นทีละสัปดาห์จาก 1 → 2 → 3 มก./กก./วัน โดยมีแนวทางติดตามดังนี้

  • การเฝ้าระวัง: วัดความดันโลหิตและชีพจรที่ 1 ชั่วโมงหลังได้รับยา

  • ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง: หัวใจเต้นช้า ความดันต่ำ น้ำตาลในเลือดต่ำ (ให้ยาหลังมื้อนม และงดยาเมื่อลูกไม่สบายหรือกินนมได้น้อย) นอนหลับผิดปกติ และปลายมือปลายเท้าเย็น

  • กลุ่มเสี่ยงสูง: ทารกอายุน้อยกว่า 8 สัปดาห์ ผู้ที่ยืนยัน PHACES มีโรคหัวใจร่วม หรือปัจจัยทางสังคม อาจต้องปรับยาในโรงพยาบาล

  • ทางเลือกอื่น: Timolol 0.5% gel สำหรับปานแดงตื้นขนาดเล็ก และเลเซอร์ PDL สำหรับรอยหลอดเลือดฝอยที่เหลือหลังปานยุบตัว

คำถามที่พบบ่อย

ปานแดงของลูกต้องรักษาทุกรายไหม? ไม่จำเป็น ประมาณ 90% ของปานแดงยุบได้เองอย่างสมบูรณ์ จะรักษาเมื่อมีข้อบ่งชี้ เช่น มีแผล ขวางทางเดินหายใจ อยู่รอบตา หรือเสี่ยงเสียโฉมเท่านั้น

ควรเริ่มรักษาช่วงไหน? ช่วงอายุประมาณ 5 สัปดาห์ถึง 5 เดือน ซึ่งเป็นระยะที่ปานกำลังเจริญเติบโต (proliferative phase) จะได้ผลดีที่สุด

หยุดยาได้เมื่อไร? โดยทั่วไปหลังใช้ยาครบประมาณ 6 เดือนขึ้นไปและตอบสนองดีแล้ว แพทย์จะค่อย ๆ ลดยาลงช้า ๆ ตลอด 4–8 สัปดาห์

มียาอื่นหรือสเตียรอยด์ไหม? Propranolol ถือเป็นยาหลักที่ใช้แทนสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน (ซึ่งมีผลข้างเคียงมากกว่า) ส่วน Atenolol เป็นทางเลือกในรายที่มีปัญหาการนอนหรือหลอดลมหดเกร็ง

หากลูกน้อยมีปานแดงที่โตเร็ว มีแผล หรืออยู่ในตำแหน่งเสี่ยง ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อประเมินและวางแผนการรักษาตั้งแต่ระยะแรก ปรึกษาปานแดงในเด็ก (Infantile Hemangioma) กับแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ