โรคมือเท้าปาก (HFMD) สาเหตุ อาการ รักษาได้ — รักษาโดยแพทย์ผิวหนัง IOD
- 18 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.
โรคมือเท้าปาก (Hand-Foot-Mouth Disease หรือ HFMD) เป็นโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enterovirus พบได้บ่อยในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี และมักระบาดในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน แม้ส่วนใหญ่จะหายได้เองภายในไม่กี่วัน แต่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยเพื่อแยกจากโรคอื่นและเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน
สาเหตุและอาการ
โรคมือเท้าปากเกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enterovirus โดยมีอาการที่สังเกตได้ชัดเจน
สาเหตุ: เกิดจากเชื้อ Coxsackievirus A16 ซึ่งพบบ่อย หรือ Enterovirus 71 (EV71) ซึ่งอาจทำให้อาการรุนแรงกว่า
อาการนำ: มักเริ่มด้วยไข้ต่ำ ๆ ประมาณ 1-2 วัน
แผลในปาก: เกิดแผลในปากซึ่งอาจทำให้เด็กเจ็บและไม่ยอมกินอาหาร
ตุ่มน้ำมือเท้า: มีตุ่มน้ำขึ้นบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า
ผื่นบริเวณอื่น: อาจพบผื่นหรือตุ่มบริเวณก้นและรอบปากร่วมด้วย
การรักษา
โรคมือเท้าปากยังไม่มียาต้านไวรัสที่จำเพาะ การรักษาจึงเป็นแบบประคับประคองตามอาการ (supportive)
ลดไข้: ยาลดไข้ เช่น Paracetamol หรือ Ibuprofen ตามที่แพทย์แนะนำ
บรรเทาแผลในปาก: ใช้น้ำเกลือกลั้วคอหรือสเปรย์บรรเทาอาการในลำคอ
ยาชาเฉพาะที่: อาจใช้ยาชาเฉพาะที่ชนิด lidocaine gel เพื่อลดอาการเจ็บแผลในปาก
ป้องกันขาดน้ำ: ดื่มน้ำบ่อย ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ (dehydration)
แยกตัว: แยกตัวเด็กจากผู้อื่นประมาณ 5-7 วันเพื่อลดการแพร่เชื้อ
สัญญาณอันตราย (red flags) ที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที ได้แก่ ชัก อาเจียนรุนแรง ซึมลง งอแงผิดปกติ หรือไข้สูงไม่ลด เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
การป้องกัน
สุขอนามัยมือ: ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่นานอย่างน้อย 30 วินาที
หยุดเรียน: ให้เด็กที่ป่วยหยุดเรียนเพื่อลดการแพร่เชื้อ
การจัดการขยะ: ทิ้งขยะและผ้าอ้อมที่ปนเปื้อนในถุงพลาสติกที่ปิดมิดชิด
วัคซีน EV71: ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกัน EV71 ที่ผลิตในประเทศจีน ซึ่งเริ่มมีให้บริการในบางประเทศ
คำถามที่พบบ่อย
โรคมือเท้าปากหายเองได้ไหม? ส่วนใหญ่หายได้เองด้วยการรักษาแบบประคับประคองตามอาการ เพราะยังไม่มียาต้านไวรัสที่จำเพาะ แต่ควรเฝ้าระวังสัญญาณอันตรายและพาไปพบแพทย์หากอาการผิดปกติ
เมื่อไรที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาล? หากเด็กมีอาการชัก อาเจียนรุนแรง ซึมลง งอแงผิดปกติ หรือไข้สูงไม่ลด ควรรีบพาไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
จะป้องกันการแพร่เชื้อในบ้านได้อย่างไร? ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่ แยกของใช้ ทิ้งขยะและผ้าอ้อมที่ปนเปื้อนในถุงปิดมิดชิด และให้เด็กที่ป่วยหยุดเรียนจนพ้นระยะแพร่เชื้อ
หากบุตรหลานมีผื่นร่วมกับไข้ หรือมีอาการที่น่ากังวล ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm
บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569




ความคิดเห็น