top of page

Dermatomyositis: เมื่อกล้ามเนื้ออักเสบส่งสัญญาณทางผิวหนัง

  • 18 มิ.ย.
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.

Dermatomyositis (DM) หรือโรคผิวหนังและกล้ามเนื้ออักเสบ เป็นโรคในกลุ่มออโตอิมมูน (idiopathic inflammatory myopathies) ที่มีการอักเสบของทั้งกล้ามเนื้อและผิวหนังไปพร้อมกัน จุดที่แพทย์ผิวหนังให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ สัญญาณทางผิวหนังมักปรากฏก่อนอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำให้ผิวหนังกลายเป็น “หน้าต่าง” บานแรกที่ช่วยให้วินิจฉัยโรคได้เร็ว การรู้จักผื่นเฉพาะของโรคนี้จึงมีความสำคัญ เพราะนอกจากจะบ่งชี้โรคแล้ว ยังสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งภายในร่างกายที่ต้องคัดกรอง

Dermatomyositis คืออะไร และเกิดจากอะไร

Dermatomyositis เป็นโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ เข้าไปทำลายหลอดเลือดขนาดเล็กในกล้ามเนื้อและผิวหนัง ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ผู้ป่วยจึงมักมีทั้งอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง (เช่น ลุกจากเก้าอี้ยาก ยกแขนหวีผมลำบาก) ร่วมกับผื่นผิวหนังที่มีลักษณะเฉพาะ โรคนี้พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และจัดอยู่ในกลุ่มโรคที่ต้องดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์เฉพาะทาง

สัญญาณผิวหนังเฉพาะของ Dermatomyositis

ผื่นต่อไปนี้เป็นเบาะแสสำคัญที่แพทย์ผิวหนังใช้ในการวินิจฉัย:

  • Heliotrope rash — ผื่นสีม่วงอมชมพูรอบเปลือกตาบน เป็นสัญญาณเฉพาะที่สุดของโรค อาจมีอาการบวมของเปลือกตาร่วมด้วย

  • Gottron's papules — ตุ่มนูนแดงอมม่วงบนหลังข้อนิ้วมือ

  • Gottron's sign — ผื่นแดงบริเวณข้อศอก หัวเข่า และข้อเท้า

  • Shawl sign — ผื่นแดงบริเวณต้นคอ ไหล่ และหลังส่วนบน คล้ายรูปผ้าคลุมไหล่

  • V-sign — ผื่นแดงที่หน้าอกบริเวณคอเสื้อรูปตัว V

  • Mechanic's hands — มือหยาบแตก โดยเฉพาะที่ปลายนิ้วและด้านข้างนิ้ว

ความสัมพันธ์กับมะเร็ง — ทำไมต้องคัดกรอง

จุดที่ทำให้ Dermatomyositis ต่างจากผื่นผิวหนังทั่วไปคือ ในผู้ป่วยผู้ใหญ่พบว่าโรคนี้สัมพันธ์กับมะเร็งภายในร่างกายประมาณ 15-30% ของผู้ป่วย มะเร็งอาจปรากฏก่อน พร้อมกัน หรือหลังการวินิจฉัยโรคผิวหนัง ด้วยเหตุนี้ แพทย์จึงแนะนำให้ตรวจคัดกรองมะเร็งอย่างละเอียดเมื่อวินิจฉัยโรคนี้ในผู้ใหญ่ และติดตามเป็นระยะ

การวินิจฉัย Dermatomyositis

แพทย์อาศัยการตรวจหลายอย่างประกอบกันเพื่อยืนยันการวินิจฉัย:

  • การตรวจเลือด — ค่าเอนไซม์กล้ามเนื้อ Creatine kinase (CK) ในเลือดสูงขึ้น

  • แอนติบอดีเฉพาะโรค (Myositis-specific antibodies) — anti-Mi-2, anti-TIF1γ, anti-MDA5 และ anti-NXP2 ซึ่งช่วยจำแนกชนิดย่อยและประเมินความเสี่ยงมะเร็ง

  • การตรวจกล้ามเนื้อ — MRI กล้ามเนื้อ, การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG) และการตัดชิ้นเนื้อกล้ามเนื้อ (muscle biopsy)

  • การตัดชิ้นเนื้อผิวหนัง — การตัดชิ้นเนื้อผิวหนังมักพบลักษณะ interface dermatitis

การรักษา Dermatomyositis

การรักษาต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง โดยปรับตามความรุนแรงและการตอบสนองของแต่ละราย แนวทางหลักได้แก่:

  • Systemic corticosteroids — ยาหลักในการควบคุมการอักเสบ

  • Methotrexate หรือ Azathioprine — ยาช่วยลดขนาดสเตียรอยด์ (steroid-sparing agent)

  • IVIG — อิมมูโนโกลบูลินทางหลอดเลือด ใช้ในกรณีที่ดื้อต่อการรักษา

  • Rituximab — พิจารณาในกรณีรุนแรงหรือดื้อยา

  • การดูแลเสริม — ร่วมกับกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูกำลังกล้ามเนื้อ และการทาครีมกันแดดเพื่อลดการกำเริบของผื่นจากแสงแดด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Dermatomyositis

Dermatomyositis อันตรายไหม? เป็นโรคที่ต้องดูแลอย่างจริงจัง เพราะกล้ามเนื้ออ่อนแรงอาจกระทบการใช้ชีวิต และในผู้ใหญ่ยังสัมพันธ์กับมะเร็งภายในราว 15-30% การวินิจฉัยและรักษาเร็วช่วยควบคุมโรคและลดภาวะแทรกซ้อนได้

ผื่นของ Dermatomyositis ต่างจากผื่นแพ้ทั่วไปอย่างไร? ผื่นของโรคนี้มีตำแหน่งเฉพาะ เช่น ผื่นม่วงรอบเปลือกตา (heliotrope rash) และตุ่มบนข้อนิ้ว (Gottron's papules) ซึ่งไม่พบในผื่นแพ้ทั่วไป และมักมาพร้อมอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

ทำไมต้องตรวจคัดกรองมะเร็งเมื่อเป็นโรคนี้? เพราะในผู้ใหญ่ Dermatomyositis สัมพันธ์กับมะเร็งภายในร่างกาย การตรวจคัดกรองช่วยให้พบมะเร็งได้เร็วหากมี ซึ่งส่งผลต่อการรักษาโดยรวม

โรคนี้รักษาหายขาดไหม? หลายรายสามารถควบคุมโรคให้สงบได้ด้วยยาและการติดตามต่อเนื่อง แต่บางรายเป็นเรื้อรังและต้องดูแลระยะยาว การรักษาจึงต้องปรับเฉพาะบุคคลโดยแพทย์

หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีผื่นผิวหนังที่ผิดปกติร่วมกับอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่ควรปล่อยไว้ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ