top of page

Actinic Keratosis (ผิวหนังหยาบจากแสงแดด) ต้นเหตุก่อนมะเร็งที่ต้องรู้จัก

  • 18 มิ.ย.
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 17 ก.ค.

Actinic Keratosis (AK) หรือที่เรียกอีกชื่อว่า Solar Keratosis คือรอยผิวหนังหยาบเป็นแผ่นหรือตุ่มหยาบที่เกิดจากการสะสมของแสงแดดเป็นเวลานาน โดยจัดเป็นภาวะก่อนมะเร็ง (precancerous lesion) ที่สามารถพัฒนากลายเป็นมะเร็งผิวหนังชนิด Squamous Cell Carcinoma ได้หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา บทความนี้จะอธิบายลักษณะ สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง วิธีรักษา และการป้องกัน เพื่อให้ท่านสังเกตความผิดปกติของผิวหนังได้ตั้งแต่ระยะแรก และเข้าพบแพทย์เฉพาะทางผิวหนังได้ทันเวลา

Actinic Keratosis คืออะไร

Actinic Keratosis คือรอยโรคผิวหนังที่เกิดจากการทำลายของเซลล์ผิวหนังชั้นบน (keratinocyte) จากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ในแสงแดดที่ได้รับสะสมตลอดชีวิต จึงพบได้บ่อยในบริเวณที่โดนแดดเป็นประจำ ทางการแพทย์ถือว่า AK เป็นภาวะก่อนมะเร็ง เพราะเซลล์ผิวหนังบริเวณนั้นเริ่มมีความผิดปกติ และมีโอกาสพัฒนาต่อไปเป็นมะเร็งผิวหนังชนิด Squamous Cell Carcinoma ได้ ด้วยเหตุนี้การตรวจพบและดูแลรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

สาเหตุหลักของ Actinic Keratosis คือการได้รับรังสี UV จากแสงแดดสะสมเป็นเวลานาน ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง ได้แก่

  • อายุมากกว่า 50 ปี: มักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี เนื่องจากมีการสะสมของแสงแดดมานาน

  • ผิวหนังสีอ่อน: ผู้ที่มีผิวขาวหรือผิวสีอ่อนมีความไวต่อการทำลายจากแสงแดดมากกว่า

  • แสงแดดสะสม: การทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยไม่ป้องกันแดดอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

  • ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง: ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่ได้รับยาเคมีบำบัด หรือผู้ที่เคยรักษาด้วย PUVA จะมีความเสี่ยงสูงขึ้น

  • ผู้ติดเชื้อ HIV: ผู้ที่ติดเชื้อ HIV ซึ่งมีภูมิคุ้มกันลดลง เป็นอีกกลุ่มที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

อาการและลักษณะที่พบ

Actinic Keratosis มักพบในบริเวณที่โดนแสงแดดบ่อย เช่น ใบหน้า หู หลังมือ และหัวไหล่ โดยมีลักษณะเด่นดังนี้

  • สีของรอยโรค: อาจเป็นสีแดงหรือสีเดียวกับเนื้อผิวหนัง บางรอยอาจออกสีชมพู

  • ผิวสัมผัสหยาบ: ผิวหนังบริเวณนั้นหยาบเป็นสะเก็ดคล้ายกระดาษทราย เมื่อลูบสัมผัสจะรู้สึกสาก

  • อาการเจ็บหรือคัน: บางรายอาจมีอาการเจ็บหรือคันเมื่อสัมผัสบริเวณรอยโรค

  • ขนาด: โดยทั่วไปรอยโรคมักมีขนาดเล็กกว่า 1 เซนติเมตร

  • ตำแหน่งที่พบบ่อย: มักพบที่ใบหน้า หู หลังมือ และหัวไหล่ ซึ่งเป็นบริเวณที่ได้รับแสงแดดเป็นประจำ

ทำไมต้องรีบรักษา (ความเสี่ยงกลายเป็นมะเร็ง)

Actinic Keratosis จัดเป็นภาวะก่อนมะเร็ง (precancerous lesion) หมายความว่าเซลล์ผิวหนังบริเวณนั้นเริ่มมีความผิดปกติและมีโอกาสพัฒนากลายเป็นมะเร็งผิวหนังชนิด Squamous Cell Carcinoma ได้หากไม่ได้รับการรักษา แม้ว่าบางรอยอาจคงที่หรือหายได้เอง แต่เนื่องจากไม่สามารถคาดเดาล่วงหน้าได้ว่ารอยใดจะกลายเป็นมะเร็ง การเข้าพบแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อตรวจประเมินและรักษาตั้งแต่ระยะแรกจึงช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการลุกลามได้

วิธีรักษา

การรักษา Actinic Keratosis มีหลายวิธี ซึ่งแพทย์จะเลือกให้เหมาะสมกับจำนวนและตำแหน่งของรอยโรค ได้แก่

  • Cryotherapy (การจี้ด้วยความเย็น / liquid nitrogen): การจี้ด้วยความเย็นจากไนโตรเจนเหลว เหมาะสำหรับ AK จำนวนน้อยที่อยู่ในตำแหน่งชัดเจน

  • Topical 5-fluorouracil (5-FU): ยาทาที่ใช้ต่อเนื่องนาน 2-4 สัปดาห์ สามารถรักษาได้หลายรอยพร้อมกัน

  • Imiquimod 5%: ยาทาที่ออกฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ (innate immunity) เพื่อกำจัดรอยโรค

  • Ingenol mebutate: ยาทาที่ใช้ต่อเนื่อง 3 วันติดต่อกัน

  • Photodynamic Therapy (PDT): การใช้แสงร่วมกับสารไวแสงเพื่อทำลายเซลล์ที่ผิดปกติ เหมาะสำหรับกรณีที่มีรอยโรคหลายแห่ง

วิธีป้องกัน

เนื่องจากสาเหตุหลักของ Actinic Keratosis คือรังสี UV การป้องกันแสงแดดอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นหัวใจสำคัญในการลดความเสี่ยง

  • ใช้ครีมกันแดด: ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF เพียงพอเป็นประจำ และทาซ้ำเมื่อต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน

  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด: สวมหมวกปีกกว้าง เสื้อแขนยาว และแว่นกันแดด เพื่อลดการสัมผัสแสงแดดโดยตรง

  • เลี่ยงช่วงแดดแรง: พยายามหลบแดดในช่วงกลางวันที่แดดแรง และหาที่ร่มเมื่อทำกิจกรรมกลางแจ้ง

  • ตรวจผิวหนังสม่ำเสมอ: หมั่นสังเกตผิวหนังบริเวณที่โดนแดดบ่อย หากพบรอยหยาบผิดปกติที่ไม่หายควรพบแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

Actinic Keratosis เป็นมะเร็งหรือไม่? Actinic Keratosis ยังไม่ใช่มะเร็ง แต่จัดเป็นภาวะก่อนมะเร็ง (precancerous lesion) ที่สามารถพัฒนากลายเป็นมะเร็งผิวหนังชนิด Squamous Cell Carcinoma ได้หากไม่รักษา จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน

Actinic Keratosis มักพบที่บริเวณใดของร่างกาย? มักพบในบริเวณที่โดนแสงแดดเป็นประจำ ได้แก่ ใบหน้า หู หลังมือ และหัวไหล่ โดยรอยโรคมักมีขนาดเล็กกว่า 1 เซนติเมตร ผิวหยาบเป็นสะเก็ดคล้ายกระดาษทราย

Actinic Keratosis รักษาอย่างไร? มีหลายวิธี เช่น การจี้ด้วยความเย็นจากไนโตรเจนเหลว (Cryotherapy), ยาทา Topical 5-FU, Imiquimod 5%, Ingenol mebutate และ Photodynamic Therapy (PDT) โดยแพทย์จะเลือกให้เหมาะกับจำนวนและตำแหน่งของรอยโรค

จะป้องกัน Actinic Keratosis ได้อย่างไร? ป้องกันได้โดยการหลีกเลี่ยงแสงแดด ใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ สวมหมวกปีกกว้างและเสื้อแขนยาว รวมถึงหมั่นสังเกตผิวหนังบริเวณที่โดนแดดบ่อย หากพบรอยผิดปกติควรพบแพทย์

หากท่านพบรอยผิวหนังหยาบเป็นสะเก็ดที่ไม่หายบริเวณที่โดนแดดบ่อย หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางผิวหนังที่ Siam Dermatology โทร 061-448-7000 หรือ LINE @siamderm

บทความโดย นพ.ภัทร วรวุทธินนท์ แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง · ตรวจทานล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page
English Resources / ข้อมูลภาษาอังกฤษ