top of page

หิด (Scabies) โรคผิวหนังจากตัวไร สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาให้หายขาด

  • 22 มี.ค.
  • ยาว 1 นาที

หิด หรือ Scabies เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากตัวไรหิด (Sarcoptes scabiei) ซึ่งเป็นตัวไรขนาดเล็กมากที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ตัวไรตัวเมียจะไชชอนเข้าไปในชั้นผิวหนัง วางไข่และขับถ่าย ทำให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในเวลากลางคืน โรคหิดเป็นโรคติดต่อได้ง่ายผ่านการสัมผัสใกล้ชิดหรือการใช้ของร่วมกัน

สาเหตุและการติดต่อของโรคหิด

โรคหิดเกิดจากตัวไรหิด Sarcoptes scabiei var. hominis ตัวเมียของตัวไรจะขุดโพรงเข้าไปในชั้นผิวหนังเพื่อวางไข่ การติดต่อเกิดจากการสัมผัสผิวหนังโดยตรงกับผู้ที่เป็นโรคเป็นเวลานาน หรือจากการใช้เสื้อผ้า ผ้าห่ม หรือเครื่องนอนร่วมกัน โรคหิดพบได้บ่อยในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันหนาแน่น เช่น หอพัก ค่ายทหาร สถานดูแลเด็ก หรือครอบครัวที่อยู่ใกล้ชิดกัน

อาการของโรคหิดที่ควรสังเกต

อาการเด่นของโรคหิด คือ คันมากโดยเฉพาะในเวลากลางคืน เนื่องจากร่างกายอุ่นขึ้นและตัวไรเคลื่อนไหวมากขึ้น บริเวณที่มักพบผื่นหรือตุ่ม ได้แก่ ซอกนิ้วมือ ระหว่างนิ้วมือ ข้อพับข้อมือ รอบเอว รอบสะดือ บริเวณอวัยวะเพศ และท้องน้อย ผื่นจะเป็นตุ่มเล็กแดงหรือเห็นเป็นรอยเส้นขด ซึ่งเป็นโพรงที่ตัวไรขุดไว้ใต้ผิวหนัง ในผู้ที่ติดเชื้อครั้งแรก อาการจะเริ่มแสดงหลังติดเชื้อประมาณ 2-6 สัปดาห์

การวินิจฉัยโรคหิด

แพทย์ผิวหนังวินิจฉัยโรคหิดจากการตรวจดูลักษณะผื่นและตำแหน่งที่เกิดผื่น ร่วมกับการขูดผิวหนังมาตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อหาตัวไรหิดหรือไข่ของตัวไร นอกจากนี้ แพทย์อาจใช้เครื่อง Dermatoscope ส่องดูโพรงที่ตัวไรขุดไว้ใต้ผิวหนัง ซึ่งจะเห็นเป็นลักษณะรูปตัวสามเหลี่ยม (delta sign)

วิธีรักษาโรคหิด

การรักษาโรคหิดที่สำคัญคือต้องรักษาทั้งผู้ป่วยและคนที่อยู่ใกล้ชิดพร้อมกัน ยาทาที่ใช้บ่อยที่สุดคือ เพอร์เมทริน (Permethrin) 5% ชนิดครีม ทาทั่วร่างกายตั้งแต่คอลงไปจนถึงปลายเท้า ทิ้งไว้ 8-14 ชั่วโมงแล้วล้างออก ทำซ้ำอีกครั้งหลัง 1 สัปดาห์ สำหรับกรณีที่รุนแรงหรือเป็นชนิดหิดที่มีสะเก็ดหนา (Norwegian scabies) แพทย์อาจพิจารณาให้ยารับประทานอิเวอร์เม็กติน (Ivermectin) ร่วมด้วย

การดูแลสิ่งแวดล้อมและการป้องกัน

นอกจากการทายาแล้ว สิ่งสำคัญคือการดูแลสิ่งแวดล้อม ซักเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน และเสื้อผ้าด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส และตากแดดให้แห้ง หรือใช้เครื่องอบผ้าในอุณหภูมิสูง และป้องกันการแพร่กระจายโดยหลีกเลี่ยงการใช้เสื้อผ้าหรือผ้าห่มร่วมกับผู้อื่น และไม่ควรสัมผัสผิวหนังโดยตรงกับผู้ที่ยังไม่ได้รับการรักษา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคหิด (FAQ)

โรคหิดหายไหม? โรคหิดสามารถรักษาให้หายขาดได้หากได้รับการรักษาที่ถูกต้องและครบถ้วน การรักษาทั้งผู้ป่วยและคนใกล้ชิดพร้อมกันเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

หลังทายาแล้วยังคันอยู่ เป็นเรื่องปกติหรือไม่? หลังการรักษา อาการคันอาจยังคงอยู่ต่ออีก 2-4 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่อสารของตัวไร ไม่ได้หมายความว่ายาไม่ได้ผล แต่หากคันไม่ดีขึ้นหลังจากใช้ยาครบ 2 สัปดาห์ ควรกลับมาพบแพทย์ผิวหนังเพื่อตรวจเพิ่มเติม

ที่คลินิกสยามเดอร์มาโทโลจี เรามีแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมวินิจฉัยและรักษาโรคหิดอย่างครบวงจร หากคุณมีอาการคันตามตัวอย่างรุนแรง อย่ารอช้า รีบมาพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
เริม (Herpes Simplex): อาการ สาเหตุ และการดูแลตัวเอง

เริม (Herpes Simplex) เกิดจากเชื้อไวรัส Herpes Simplex Virus (HSV) มี 2 ชนิด เมื่อติดเชื้อแล้ว เชื้อจะแฝงตัวในปมประสาทตลอดชีวิต และสามารถเกิดซ้ำได้อีกเมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนลง HSV-1 — มักก่อเริมที่ปาก (เ

 
 
 
เกลื้อน (Pityriasis Versicolor): สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาให้หาย

เกลื้อน (Pityriasis Versicolor หรือ Tinea Versicolor) เป็นโรคผิวหนังติดเชื้อราพบบ่อยมากในประเทศแถบร้อนชื้นอย่างไทย เกิดจากเชื้อรา Malassezia (Pityrosporum) ซึ่งเป็นเชื้อราที่พบได้ตามปกติบนผิวหนังมนุษย

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page